เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 เป็นครอบครัวก็ต้องอยู่พร้อมหน้า!

            ในป่าลึก

            ชายร่างใหญ่หน้าบากวาดขวานรบออกไปพร้อมกับพลังอันบ้าคลั่งฟันเข้าใส่หวังเฉิน

            เมื่อครู่เขามองออกแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้มีเลเวลเพียง 56

            ดังนั้นการโจมตีครั้งนี้ชายร่างใหญ่จึงไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ เลย

            เพราะในความคิดของเขาด้วยพลังเลเวล 65 ของเขา การบดขยี้เด็กนักศึกษาเลเวล 56นั้นง่ายดาย

            ถ้าเผลอใช้ทักษะแล้วพลั้งมือไปหน่อยตีจนตายหรือพิการก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

            วูบ!วูบ! วูบ!

            ในชั่วพริบตาขวานรบก็มาถึงตรงหน้าชายหนุ่ม

            เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ขยับชายร่างใหญ่ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ

            อะไรกันแค่นี้ก็ตกใจจนเสียอาการแล้วหรือ?

            นักศึกษาใหม่ปีนี้คุณภาพต่ำจริงๆ!

            คิดในใจเช่นนั้นเขาก็เริ่มคาดหวังว่าการโจมตีครั้งนี้จะได้รับอะไรตอบแทนบ้าง

            “ระหว่างการต่อสู้ ยังมีกะจิตกะใจจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกหรือ?”

            แต่เวลานั้นเองเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้นข้างหูเขา

            วูบ!

            ในเสี้ยววินาทีต่อมาขวานรบในมือก็ฟันวืดไปในอากาศ

            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่กับที่ค่อยๆสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วหายไป

            ภาพลวงตา?

            เมื่อเห็นฉากนี้ดวงตาของชายร่างใหญ่ก็อดสั่นไหวไม่ได้

            แม้ว่าการโจมตีครั้งนี้เขาจะไม่ได้ใช้ทักษะแต่ความเร็วก็จัดว่าเร็วมาก

            นักศึกษาคนนี้ที่สามารถหลบได้คงจะใช้ทักษะประเภทเคลื่อนย้ายตำแหน่ง

            “ไอ้หนู ถึงกับอาศัยทักษะหลบหนีไปได้ แกจะเก่งกาจสักแค่ไหนเชียว?”

            ชายร่างใหญ่โยกขวานรบในมือมองหวังเฉินที่ปรากฏตัวทางด้านขวาด้วยสายตาดูถูก

            “ทักษะ?”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาหวังเฉินก็อดหัวเราะไม่ได้

            “ฉันแค่ก้าวไปทางขวาหนึ่งก้าวเท่านั้น!”

            เขาอธิบายอย่างจริงจัง

            “ฮึ่ม!”

            ได้ยินดังนั้นชายร่างใหญ่ก็แค่นเสียงเย็นชา สีหน้าบ่งบอกว่า “คิดว่าฉันโง่หรือไง”

            ไม่ใช้ทักษะอย่างนั้นหรือ?ไอ้หนูเลเวล 56 อย่างแกจะเร็วเท่าผู้เปลี่ยนอาชีพระดับ65 ได้อย่างไร?

            “บุกพร้อมกันเลย! จัดการความสามารถในการเคลื่อนที่ของไอ้เด็กนี่ก่อนอย่าให้มันหนีออกจากดินแดนลับไปได้!”

            ชายร่างใหญ่ตะโกนเรียกพร้อมกับชวนเพื่อนร่วมทางอีกสองคนให้เข้าล้อมหวังเฉิน

            เมื่อเห็นทั้งสามคนกำลังล้อมกรอบหวังเฉินก็เผยสีหน้าสนอกสนใจ

            เขาไม่ได้ขยับตัวคิดจะรอดูว่าพวกเขายังมีลูกเล่นอะไรอีก

            ในเวลานั้นเอง

            ชายผอมสูงที่อ้อมไปด้านหลังหวังเฉินก็พลิกมือหยิบหน้าไม้ต่อเนื่องออกมาแล้วเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล

            ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ!!

            ลูกธนูสามดอกพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วในระยะประชิด มันก็มาถึงด้านหลังของหวังเฉินทันที

            เมื่อเห็นชายหนุ่มที่อยู่กลางวงล้อมไม่หลบลูกธนูที่พุ่งเข้าใส่ชายร่างผอมสูงก็เผยสีหน้ายินดี

            แม้ว่าหน้าไม้ต่อเนื่องนี้จะเป็นอุปกรณ์ระดับทองแดงแต่ลูกธนูแต่ละดอกนั้นเขาได้อาบพิษร้ายแรงไว้

            แค่บาดผิวหนังเล็กน้อยพิษก็จะแพร่กระจายไปทั่วร่างทันที ทำให้ผู้ที่ได้รับพิษเข้าสู่สภาวะเฉื่อยชา

            ชายร่างผอมสูงวางหน้าไม้รัวลงแล้วหัวเราะ“จบเกมแล้ว ไอ้เด็กอวดดี…”

            ยังไม่ทันพูดจบเสียงของเขาก็หยุดชะงัก สีหน้าภาคภูมิใจถึงกับแข็งค้างไป

            ปัง!

            ลูกธนูสามดอกพุ่งเข้าปะทะหลังของหวังเฉินอย่างแรงทว่าพลังอันมหาศาลกลับไม่อาจทำให้ร่างเขาสั่นคลอนกลับกลายเป็นว่าลูกธนูทั้งสามถูกแรงดีดกระเด็นออกมาเสียอย่างนั้น

            “นี่มัน...”

            เมื่อเห็นฉากนี้สีหน้าของสามโจรพลันแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง

            แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมาดวงตาของทั้งสามก็เต็มไปด้วยความโลภ

            รับการโจมตีจากอาวุธระดับทองแดงโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย?

            อุปกรณ์ที่ไอ้เด็กนี่ใส่อยู่มันเลิศเลอขนาดไหนกัน?

            ทันใดนั้นลมหายใจของหลายคนก็ติดขัดขึ้นมา

            “รุมมันเลย!”

            ชายร่างใหญ่หน้าบากตะโกนขึ้นพร้อมกับง้างขวานรบในมือฟันเข้าใส่หวังเฉินอย่างแรง

            อีกด้านหนึ่งนักฆ่าที่ใช้กริชก็แอบเปิดใช้ทักษะ ‘ย่างก้าวเงา’พุ่งเข้าใส่ กริชคมกริบส่องแสงเย็นยะเยือกพุ่งแทงออกไปทันที

            และที่ด้านหลังชายผอมสูงที่เห็นว่าหน้าไม้ต่อเนื่องไม่ได้ผล ก็หยิบไม้เท้าเวทมนตร์ขนาดเล็กออกมาร่ายทักษะลดคุณสมบัติสองประการใส่หวังเฉินติดๆ กัน

            เวทมนตร์เฉื่อยชา!

            เวทมนตร์อ่อนแอ!

            แสงเวทมนตร์สองสายปกคลุมร่างกายหวังเฉินก็รู้สึกได้ทันทีว่าพลังในร่างกายของเขาอ่อนแอลงไปหลายส่วน

            ความเร็วลดลงประมาณ20%และพลังลดลงประมาณ 10%

            “ประสานงานกันได้ดีทีเดียว!”

            เพียงพริบตาเดียวก็ถูกล้อมโจมตีจากสามทิศหวังเฉินกลับไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นบนใบหน้าแต่กลับแสดงท่าทางสุขุมและเอ่ยวิพากษ์วิจารณ์ออกมา

            ต้องบอกว่าผู้เปลี่ยนอาชีพธรรมดาเหล่านี้แม้ว่าทรัพยากรและอุปกรณ์จะไม่เทียบเท่ากับนักศึกษามหาวิทยาลัยแต่ประสบการณ์ในการต่อสู้นั้นมากมายเหลือเกิน

            นักศึกษาคนอื่นๆที่เข้ามาในดินแดนลับนี้ ไม่ต้องพูดถึงเลเวล 56 แม้แต่เลเวล60 มาเจอการรุมโจมตีแบบนี้ ก็ต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้

            แต่…

            สำหรับหวังเฉินแล้วนี่ก็แค่การละเล่นของเด็กน้อย!

            ถึงจะถูกสถานะลดทอนซ้อนทับถึงสองประการทว่าคุณสมบัติทั้งสี่ด้านของเขาก็ยังคงเหนือกว่าคนสามคนรอบข้าง

            ตูม!

            ในตอนนี้หวังเฉินที่อยู่กลางวงล้อมไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย เขากระแทกเท้าลงบนพื้นอย่างแรงแล้วพุ่งตรงเข้าหาชายร่างใหญ่ทางซ้าย

            ก่อนที่ขวานรบของอีกฝ่ายจะฟันลงมาเขาก็ประชิดตัวชายร่างใหญ่แล้ว

            จากนั้น

            ก็ปล่อยหมัดออกไป

            ปัง!

            ภายใต้การเสริมพลังของอุปกรณ์พลังที่แฝงอยู่ในหมัดของหวังเฉินนั้นเกินกว่า 1,500 แต้ม

            แม้จะไม่ได้ใช้ทักษะใดๆเมื่อถูกหมัดนี้เข้าเต็มๆ ชายร่างใหญ่หน้าบากก็รู้สึกราวกับถูกรถที่กำลังวิ่งมาชน

            ด้วยพลังมหาศาลที่ระเบิดออกมาร่างกายของเขาก็โค้งงอเป็นกุ้งแล้วกระเด็นออกไปชนต้นไม้ใหญ่สองต้นจนหักโค่นก่อนจะหยุดลง

            หลังจากทำทุกอย่างเสร็จหวังเฉินก็ไม่ไล่ตาม แต่กลับใช้เท้าเตะพื้นเล็กน้อยหลบกริชที่แทงเข้าใส่เอวของเขาได้อย่างหวุดหวิด และสบตากับนักฆ่าผู้เปลี่ยนอาชีพ

            แปะ!

            เมื่อเห็นใบหน้าตกใจของชายคนนี้หวังเฉินก็ไม่ลังเลที่จะตบหน้าเขาเข้าให้เต็มๆ!

            ตบจนเขาวิงเวียนหมุนไปสองสามรอบมองไม่เห็นทิศทาง

            ไอ้พวกโรคจิตโจมตีตรงไหนไม่โจมตี มาโจมตีเอวของฉันเนี่ยนะ?

            แปะ!

            พึมพำในใจหวังเฉินก็ตบอีกฉาดหนึ่ง ทำให้มือสังหารล้มลงไปนอนกับพื้น

            ใช้เวลาเพียงห้าวินาทีกลุ่มสามคนปล้นก็ถูกจัดการไปแล้วสองคน

            อีกด้านหนึ่งจอมเวทตัวผอมสูงที่กำลังร่ายเวทมนตร์อยู่ เมื่อเห็นฉากนี้ก็อ้าปากกว้างทักษะเวทมนตร์ที่ร่ายไว้ก็ถูกขัดจังหวะ

            โหดร้ายเกินไปแล้ว!

            ห้าวินาทีจัดการผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล65สองคน นี่มันลูกแกะอ้วนที่หลงทางที่ไหนกัน?

            นี่มันเสือร้ายที่ออกล่าเพียงลำพังชัดๆ!

            ในตอนนี้จอมเวทร่างผอมสูงก็เข้าใจแล้วว่าทั้งสามคนได้ไปเตะโดนเหล็กเข้าให้แล้ว!

            “ยอมแพ้แล้ว!”

            หลังจากเหลือบมองเพื่อนร่วมทีมที่น่าสังเวชจอมเวทก็ไม่มีความละอายแม้แต่น้อย เขาโยนไม้เท้าเวทมนตร์ทิ้ง แล้วยกมือขึ้นสองข้าง

            เขายอมแพ้อย่างรวดเร็ว

            “หืม?”

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าชายคนนี้จะรู้จักสถานการณ์ขนาดนี้

            แต่…

            เขายังไม่หยุดฝีเท้าและตบหน้าจอมเวทจนล้มลงไปนอนกับพื้น

            “ฉันยอมแพ้แล้ว ทำไมยังตีฉันอีกเล่า?”

            ใบหน้าของจอมเวทที่กระแทกกับพื้นแสดงออกถึงความคับแค้นใจสุดขีด

            “แหะๆ เป็นครอบครัวก็ต้องอยู่พร้อมหน้าสิ!”

            หวังเฉินถูมือมองรอยแดงบนใบหน้าจอมเวทที่ยังเหลืออยู่ข้างเดียวพลางคิดว่าจะทำให้มันแดงเท่ากันทั้งสองข้างดีไหม

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน