โฮกกก!
เสียงคำรามของจิตวิญญาณพยัคฆ์วายุดังขึ้นก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้าไปและใช้กรงเล็บอันแหลมคมของมันตะปบไปยังร่างอสูรของถังเฟยหู่ กรงเล็บของพยัคฆ์วายุแฝงมาด้วยความแหลมคมและศาสตร์แห่งการตัดของธาตุวายุ แต่ถังเฟยหู่โจนทะยานขึ้นกลางอากาศเพื่อหลบได้อย่างทันท่วงที
แต่การโจมตียังไม่หมดเพียงนั้น นั่นก็เพราะพยัคฆ์เหมันต์ได้รอถังเฟยหู่อยู่ก่อนแล้วที่กลางอากาศ! มันพุ่งลงมาจากด้านบนราวกับพยัคฆ์โจนทะยานลงเขา ฟันของมันได้ขย้ำเข้าสู่ลำคอของถังเฟยหู่อย่างถนัดถนี่ แต่ถังเฟยหู่เองก็ไม่ยินยอมให้ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว เขาได้หัวกลับไปและกัดไปยังคอของพยัคฆ์เหมันต์เช่นกัน!
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
หนึ่งแผลแลกอีกหนึ่งแผล!
หลังจากสองพยัคฆ์ทำร้ายกันเสร็จก็ได้แยกตัวออกจากกันโดยทันที แม้ถังเฟยหู่จะเจ็บปวดไปตลอดทั้งร่าง แต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นยิ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงที่สุมความบ้าคลั่งในใจจิตใจของเขา สัญชาตญาณแห่งสัตว์ที่บ้าคลั่งกำลังกลืนกินจิตใจของชายหนุ่มไปเรื่อย ราวกับดวงจิตของเขาอยู่ท่ามกลางมรสุมแห่งความโกลาหลที่ก่อร่างจากความบ้าคลั่ง โกรธเกลียด และความกระหายเลือด!
โฮกกกก!
ถังเฟยหู่ร้องคำรามออกมา ร่างกายของเขาเรียกใช้เคล็ดวิชาของฝ่ามือมังกรอัสนีออกมาโดยไม่รู้ตัว สายอัสนีสีฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างจนดูไปคล้ายกับมังกรอัสนีตนหนึ่งพันอยู่รอบกายของเขา ความเร็วของถังเฟยหู่เพิ่มมากขึ้นจนพยัคฆ์เหมันต์ตามไม่ทัน มีเพียงพยัคฆ์วายุที่ยังสามารถใช้พลังจากธาตุลมที่รวดเร็วในการตามล่าถังเฟยหู่ได้อยู่
เฟิงหงหู่รู้สึกผิดคาดยิ่งนักที่ถังเฟยหู่สามารถสำแดงพลังจากสายเลือดอัสนีได้ถึงระดับนี้ทั้งๆที่ไม่เคยฝึกวิชาของตระกูล ถังเฟยหู่พุ่งทะยานออกไปราวกับเป็นเส้นแสงสีฟ้าและได้ใช้กรงเล็บอันแหลมคมสร้างบาดแผลที่ทิ้งการเผาไหม้จากพลังสายฟ้าและความรู้สึกชาให้กับพยัคฆ์เหมันต์!
เจ้าพยัคฆ์น้ำแข็งร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะแผลที่ถูกสร้างไว้จนเป็นทางยาวบนลำตัวของมัน มันมองไปยังถังเฟยหู่ด้วยความโกรธแค้น แต่เฟิงหงหู่ไม่อนุญาตให้มันโต้กลับ นั่นเพราะเขารู้ว่าจิตวิญญาณของเขาตนนี้คงไม่อาจตามความเร็วของถังเฟยหู่ในตอนนี้ได้ทัน เขาจึงได้เรียกมันกลับมาอยู่ข้างกาย
เฟิงหงหู่ลูบไปยังหัวของพยัคฆ์ที่ด้านข้างก่อนที่ร่างของมันจะเปล่งแสงออกมาและกลายเป็นละอองปราณสีฟ้าจำนวนมากในอากาศ ละอองปราณเหล่านั้นถูกรวบรวมอยู่ในมือของเขา พยัคฆ์เหมันต์ได้เปลี่ยนร่างจนกลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณชิ้นหนึ่งในมือของเขา สิ่งที่อยู่ในมือของเฟิงหงหู่ก็คืออาวุธจิตวิญญาณระดับสี่ ทวนพยัคฆ์ขาว!
องค์ชายสองมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาได้พบเห็นสุริยาอับแสงลงกว่าครึ่งแล้ว เวลาที่จะเริ่มใช้ค่ายกลได้กระชั้นเข้ามาทุกที เขาได้รวบรวมพลังปราณไว้ที่ปลายทวนพยัคฆ์ขาวจนเปล่งแสงสีม่วงอัปมงคลออกมา พลังปราณอันเข้มข้นนั้นได้หลอมผสานเข้ากับพลังมรณะในอากาศ นี่ช่างคล้ายกับตอนที่ถังเฟยหู่เขียนยันต์อาคมยิ่ง
นั่นก็เพราะนี่คือขั้วตรงข้ามของศาสตร์การเขียนอาคมอย่างปกติ สิ่งนี้คืออาคมมรณะ มือที่กำทวนพยัคฆ์ขาวของเฟิงหงหู่นั้นได้ตวัดวาดออกไปกลางอากาศทิ้งร่องรอยสีม่วงอัปมงคลไว้เป็นลวดลายอาคมอันสลับซับซ้อนบนอากาศ เพียงชั่วอึดใจเดียวก็ได้บังเกิดอาคมมรณะขึ้น เฟิงหงหู่สะบัดวาดทวนในมืออกไปและได้ส่งอาคมสีม่วงลี้ลับนั้นพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็ว อาคมมรณะนั้นได้พุ่งเข้าสู่ร่างของพยัคฆ์วายุอย่างถนัดถนี่ อาคมนั้นได้เข้าไปหลอมผสานจนไปถึงวิญญาณของพยัคฆ์วายุ
อาคมมรณะ สายลมวิปโยค!
โฮกกกก!
ร่างกายของพยัคฆ์วายุเปล่งรัศมีสีม่วงลึกลับออกมาและเริ่มดึงดูดมวลอากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตายโดยรอบให้เข้าหาตัวมัน อากาศที่เริ่มขยับไหลเวียนนั้นจากเชื่องช้ากลายเป็นเร็ว จากเร็วกลับกลายเป็นเร็วสุดกู่จนบังเกิดพายุหมุนสีดำขึ้น พายุหมุนขนาดเล็กสีดำนั้นราวกับเป็นงูตนหนึ่งซึ่งบิดไปมา พยัคฆ์วายุวิ่งวนไปโดยรอบ พุ่งทะยานไปตามสายลม ร่างกายของมันไม่ถูกขัดขวางหรือต่อต้านโดยสายลม หมุนวนไปตามกระแสจนเกิดความเร็วที่ดวงตาไม่สามารถมองเห็นได้
ฟิ้วววว! ฉัวะ!
เสียงฉีกขาดของเลือดเนื้อดังขึ้น! เป็นร่างของถังเฟยหู่ที่ถูกกรงเล็บอันแหลมคมของพยัคฆ์วายุฟาดฟัน ร่างของเสือขาวแห่งสายลมได้หอบเอากลิ่นอายแห่งความตายและพลังปราณแห่งศาสตร์วายุอันแหลมเข้าปะทะกับร่างของถังเฟยหู่พร้อมกับกรงเล็บนั้นจนได้ส่งร่างของชายหนุ่มในร่างพยัคฆ์ให้ลอยกระเด็นไปไกล
ถังเฟยหู่ที่ลอยอยู่กลางอากาศได้พลิกร่างกลับมาพร้อมกับตะปบกรงเล็บฝังไปกับพื้นดินเพื่อชะลอร่างของตน ในชั่วพริบตาร่างของพยัคฆ์ขาวได้กลับมายืนอย่างมั่นคงบนพื้นอีกครั้ง การปะทะอันรุนแรงเมื่อคู่นอกจากส่งผลกับร่างกายของเขาแล้ว กลิ่นอายแห่งความตายที่แฝงมานั้นได้ซึมซับเข้าสู่มุกมารทั้งสามในร่าง
เมื่อมุกมารทั้งสามได้ถูกกระตุ้นโดยกลิ่นอายแห่งความตายของอาคมมรณะที่แฝงมากับการโจมตีก็ได้ส่งความรู้สึกเย็นเยียบบางอย่างออกมา ความรู้สึกเหล่านั้นได้แทรกซึมไปตามที่ต่างๆในร่าง ซึมซาบเข้าสู่สมองของเขาและดูเหมือนสติของเขาเริ่มที่จะกลับมากว่าหลายส่วน ไม่น่าเชื่อเลยว่ามุกมารจากศาสตร์มารทั้งสามจะช่วยเขาเอาไว้ในช่วงเวลาเช่นนี้ พวกมันได้ส่งผลที่คาดไม่ถึงออกมา ในสายตาของถังเฟยหู่เริ่มที่จะมองทุกอย่างได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสภาพร่างกายของตนเองแต่ก็ตั้งสติกลับมาได้ในทันที เขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดในสักวัน
นั่นเพราะเขาครอบครองจิตวิญญาณทางร่างกายที่เหมือนกับชาวต้าเซี่ย เขาพยายามทำความคุ้นชินอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกแปลกอยู่บ้างแต่ก็ควบคุมร่างกายทุกส่วนได้ดังใจ การเดินลมปราณต่างๆก็ยังเป็นเหมือนเช่นเดิม นั่นเท่ากับว่าเขายังสำแดงวรยุทธ์ต่างๆออกมาได้แม้จะอยู่ในร่างนี้ก็ตามที
ถังเฟยหู่เริ่มทำความเข้าใจกับสถานะการณ์ได้หันกลับไปมองยังครอบครัวของตนทั้งสองที่ถูกจับไว้โดยหุ่นเชิดศพ ในตอนนี้เข้าสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สภาวะอารมณ์ของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมจากความรู้สึกเย็นเยียบที่ส่งผ่านมาโดยมุกมารทั้งสาม ในตอนนี้เขาไม่ได้ระเบิดอารมณ์โกรธแค้นใดๆ เพียงแต่คิดอย่างรวดเร็วเพื่อหาแผนการช่วยทุกคนให้ได้
‘คงได้แต่ถ่วงเวลาไปก่อน ยังไม่อาจทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าข้าได้สติแล้ว ไม่อย่างงั้นอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ทำให้ท่านแม่กับท่านตาได้รับอันตราย’ ถังเฟยหู่คิดอยู่ในใจ เขายังคงเล่นตามน้ำไปและพุ่งทะยานไปหาพยัคฆ์วายุราวกับไร้สัตว์ที่ไร้สติ แต่ระหว่างที่ยังคงต่อสู้อยู่นั้นเขาก็ได้ลอบสังเกตรูปแบบการต่อสู้ของพยัคฆ์วายุไปด้วย
กรงเล็บ!
คมเขี้ยว!!
เขาขัดเกลาการโจมตีของตนเองโดยเลียนแบบจิตวิญญาณสัตว์ร้ายตรงหน้า ความเฉียบคมของกระบวนท่าเขามีมากขึ้น ยิ่งมายิ่งดุดัน ยิ่งมายิ่งดุร้าย! นี่ราวกับเขาเป็นสัตว์ป่าไปแล้วจริงๆ ลมปราณภายในร่างกายของเขาหมุนเวียนรวดเร็วราวพายุด้วยเคล็ดวิชาฝ่ามือมังกรอัสนี หนุนเสริมด้วยพลังจากสายเลือดที่มีเต็มเปี่ยมอยู่ตอนนี้จนทำให้เกิดพลังงานสายฟ้าอันทรงอานุภาพ
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความเร็วของเขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของพยัคฆ์วายุอยู่ดี! เหตุผลก็เพราะอาคมมรณะที่หนุนเสริมเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องขอบคุณเฟิงหงหู่ที่ได้ใช้วิชานี้เพื่อเล่นงานเขา หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากปราณแห่งความตาย เขาก็ยังคงไม่ได้สติและเผาผลาญพลังชีวิตไปเรื่อยๆจนเหือดแห้งตายไป
โฮกกกก!
ในตอนนั้นเองที่ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของอาคมมรณะจะเริ่มหมดลง สายลมแห่งความตายเริ่มที่จะสลายลงและความเร็วของพยัคฆ์วายุเริ่มช้าลง ถังเฟยหู่เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะโจมตีกลับ! เขาพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ฝ่าเท้าที่ย่ำลงกับพื้นถึงกับทำให้พื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยง!
ถังเฟยหู่เข้าใกล้ร่างของพยัคฆ์วายุในชั่วพริบตาเดียว! เฟิงหงหู่รวมถึงจิตวิญญาณพยัคฆ์วายุก็ไม่อาจตอบสนองทันท่วงที ถังเฟยหู่รวบรวมพลังไว้ที่ขาของตนจากนั้นจึงได้กระแทกลงพื้นเพื่อส่งร่างของตนให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้เงื้อกรงเล็บของตนขึ้นเบื้องบน!
ฝ่ามือมังกรอัสนี เล็บมังกรทลายฟ้า!!
เปรี๊ยะ!!
เล็บทั้งห้าของถังเฟยหู่เปล่งแสงอัสนีบาตรอันรุนแรง กลิ่นอายศาสตร์แห่งการทำลายล้างของสายฟ้าตลบอบอวลไปทั่ว เส้นแสงสีฟ้าอัสนีเปล่งแสงแสบตา เส้นแสงลมปราณนั้นวาดลงมาจากบนลงล่าง เส้นแสงลมปราณทั้งห้าพุ่งอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาเข้าบนทำลายศีรษะของพยัคฆ์วายุในทันที!
ฉัวะ!! โฮกกก!!
เล็บทั้งห้าข่วนทำลายศีรษะของพยัคฆ์วายุ เล็บของถังเฟยหู่เจาะเข้าไปและส่งพลังปราณสายฟ้าเข้าทำลายสมองของพยัคฆ์วายุ เจ้าเสือวายุร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะสลายหายไป เฟิงหงหู่ที่อยู่ห่างออกไปนั้นได้กระอักเลือดออกมาเพราะจิตวิญญาณของเขาถูกฆ่าตายไป การถูกทำลายจิตวิญญาณลงนั้นทำให้ส่งผลต่อชั้นวิญญาณของมนุษย์เป็นอย่างมาก จิตวิญญาณนั้นคือส่วนหนึ่งของวิญญาณมนุษย์ที่ถูกทำให้กลายเป็นรูปร่างออกมา เมื่อจิตวิญญาณตายไปจึงได้ส่งผลกระทบจากชั้นวิญญาณถึงกายเนื้อทำให้ผู้เป็นเจ้าของบาดเจ็บได้
เฟิงหงหู่จับจ้องไปทางถังเฟยหู่ด้วยความประหลาดใจยิ่งนัก เขาเช็ดเลือดที่มุมปากของตนจากนั้นจึงค่อยกล่าวออกมา “นั้นน่าจะเป็นวรยุทธ์ระดับห้า...เจ้าได้สติแล้วอย่างงั้นเหรอ?” แม้จะถามออกไปเช่นนั้นแต่ถังเฟยหู่ก็หาได้ตอบออกมาไม่ สายตาของถังเฟยหู่ที่ส่งมาก็ได้เป็นคำตอบทุกอย่างแล้ว สายตาของสัตว์ร้ายที่ดูนิ่งสงบกว่าเดิม ไร้ซึ่งความบ้าคลั่งและสัญชาตญาณสัตว์ป่าดุจเดิม
“ท่านทำได้ดีกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก ลูกพยัคฆ์ย่อมมิใช่สุนัข แม้ท่านจะเติบโตในสุดขอบต้าหลิง แต่ท่านกลับเปล่งประกายได้ท่ามกลางผู้คน ช่างน่าสนุกจริง! เข้ามาสิพี่ใหญ่! หากท่านชนะข้าได้ ข้าจะอาจจะปล่อยครอบครัวของท่านไปก็ได้นะ” เฟิงหงหู่แสยะยิ้มให้แก่ถังเฟยหู่พร้อมกับกระชับทวนพยัคฆ์ขาวในมือขึ้นพร้อมกับสะกิดเท้าพุ่งออกไป! ถังเฟยหู่เมื่อเห็นดังนั้นก็พุ่งทะยานออกไปเพื่อปะทะเข้ากับอีกฝ่าย!
แสงประกายลมปราณสีฟ้าเปล่งประกาย แสงสีฟ้าของพลังสองขั้วเข้าปะทะกันโดยไม่มีใครยอมใคร หนึ่งคือแสงสีฟ้าอันเยือกเย็น อีกหนึ่งคือแสงสีฟ้าแห่งการทำลายล้างของสายฟ้า ถังเฟยหู่วิ่งหลบไปมาพร้อมกับพยายามใช้กรงเล็บอันแหลมคมเข้าทำร้ายร่างขององค์ชายสองให้ได้ แต่เฟิงหงหู่หาได้ประมาทเช่นเดิมอีก ในสายตาของเขาได้มองถังเฟยหู่เป็นคนในระดับชั้นที่เท่าเทียมกัน เขาใช้พลังของสายเลือดดวงตาเซียนพยัคฆ์ออกมาเพื่อสังเกตกระบวนท่าของอีกฝ่ายตลอดเวลา
เคร้ง! เคร้ง!!
เสียงกรงเล็บเข้าปะทะกับทวนโลหะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดวงตาของเฟิงหงหู่สอดส่องไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ตามความรวดเร็วของถังเฟยหู่ให้ทัน ถังเฟยหู่ในร่างของอสูรเช่นนี้นับว่าน่ากลัวเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ในชนชั้นเดียวกัน หากเทียบร่างกายของมนุษย์กับสัตว์อสูร ฝ่ายที่เหนือกว่านั้นย่อมต้องเป็นสัตว์อสูรอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสรีระร่างกายของพวกมันที่แข็งแกร่งและทนทาน พละกำลังอันมหาศาล อีกทั้งระดับการปะทุพลังของมันยังดุดันกว่ามนุษย์ยิ่งนัก แต่นั่นเป็นเพียงการวิเคราะห์สภาพร่างกายโดยทั่วไปเท่านั้นเอง มนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่งกาจในด้านการปรับตัว ความฉลาด พวกเขาสามารถคิดค้นวิชาต่างๆมากมายออกมาได้ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่าสัตว์อสูร
และผู้ที่มีทั้งพลังและความคิด รวมทั้งร่างของปีศาจและจิตใจของมนุษย์ก็คือผู้ที่มีจิตวิญญาณทางร่างกาย หรือก็คือชนชาวซีเซี่ยทั้งหลาย แม้จะเทียบคนต่อคนในสมรภูมิก็ตามที ชาวซีเซี่ยมักจะเป็นผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม…น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ซีเซี่ยเป็นประเทศแห่งชนเผ่าและทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ไม่ผนึกเป็นปึกแผ่นเหมือนกับต้าหลิง กองทัพของต้าหลิงจึงมีขนาดที่ใหญ่โตซึ่งคานอำนาจกับต้าเซี่ยได้
แต่เหตุผลใดต้าหลิงถึงไม่ใช้กองกำลังอันเกรียงไกรของตนถล่มศัตรูให้ราบเป็นหน้ากลองอีกละ? เหตุผลนั้นก็คือคนผู้หนึ่ง ถูกต้อง! เป็นคนเพียงผู้เดียวจากต้าเซี่ยซึ่งมีอำนาจยิ่งใหญ่กว่ากองทัพเสียอีก คนผู้นี้คือหนึ่งในสิบห้ายอดยุทธ์แห่งแผ่นดิน เขาได้มาจากต้าเซี่ยและพเนจรไปทั่วทั้งต้าหลิงโดยที่ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้!
หนึ่งในหกพเนจร ฉายาที่ผู้คนเรียกขานเขาก็คือราชาปีศาจ!
กลับมาทางด้านถังเฟยหู่ เขายังคงโจนทะยานไปทั่วทั้งสมรภูมิเพื่อโจมตีเฟิงหงหู่ แต่นั่นดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย คนทั้งคู่มีดวงตาเซียนพยัคฆ์ที่ข่มกันไม่ลง ไม่ว่าทั้งสองจะโจมตีกันอย่างไรอีกฝ่ายก็จะสามารถป้องกันไว้ได้อย่างทันท่วงทีเสมอ เฟิงหงหู่ที่ควงทวนพยัคฆ์ขาวไปมาเพื่อป้องกันกรงเล็บของถังเฟยหู่นั้นหันกลับไปมองยังดวงตะวันเบื้องบนอยู่ตลอดเวลา
‘เวลากระชั้นเข้ามาเรื่อยๆแล้ว’ เฟิงหงหู่คิดอยู่ในใจ เขาหันกลับไปมองยังถังเฟยหู่ ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิตออกมา ปราณสีฟ้าเยือกแข็งปะทุขึ้นมา ลมปราณสุดเยือกแข็งทั้งหมดถูกทวนพยัคฆ์ขาวสูบเข้าไปพร้อมกับสำแดงอำนาจแห่งอาคมด้านใน อาคมระดับสี่ที่แผงอยู่ภายในได้ทำงานขึ้นเพราะถูกกระตุ้นโดยปราณน้ำแข็ง ทวนพยัคฆ์ปลดปล่อยวงแสงสีขาวออกมาโดยรอบราวกับวงคลื่นของผิวน้ำ ในชั่วพริบตานั้นเองที่อากาศโดยรอบราวกับหยุดนิ่ง พลังเยือกแข็งถูกอาคมระดับสี่แผ่กระจายออกไป พื้นทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว ลมหายใจของทั้งสองกลับกลายเป็นไอขาว ความหนาวเย็นถูกปกคลุมไปทั่ว
เนตรเซียนพยัคฆ์ เหมันต์ผนึกจิต!
ดวงเนตรสีฟ้าของเฟิงหงหู่หมุนวนด้วยรัศมีสีฟ้าเรืองรอง ภายในดวงตานั้นราวกับนรกสุดเยือกแข็งที่ส่งกลิ่นอายพลังหนาวเย็นอันเก่าแก่ออกมา ความคิดรวมถึงการเคลื่อนไหวของถังเฟยหู่ดูช้าลงกว่าหลายส่วน นี่ราวกับอากาศโดยรอบกลับกลายเป็นของเหลวที่ข้นหนืดซึ่งทำให้เขาขยับตัวได้ยากมากนัก
ในตอนนั้นเองที่พลังของดวงตาเซียนพยัคฆ์ของเฟิงหงหู่ได้ซึมซาบเข้าสู่สมองของถังเฟยหู่ มันได้กระตุ้นพลังบางอย่างในดวงตาของเขา ดวงตาเซียนพยัคฆ์พลั้นปะทุพลังอัสนีขึ้นต่อต้านพลังเยือกแข็ง พลังแห่งการทำลายล้างได้เข้าทำลายพลังทั้งหลายที่พยายามจะลุกล้ำเข้ามา แต่นั้นก็ช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
สภาพโดยรอบนั้นช่างเกื้อหนุนต่อพลังเหมันต์ยิ่งนัก พื้นที่ๆกลายเป็นน้ำแข็งราวกับจะหนุนเสริมพลังอำนาจของดวงตาเซียนพยัคฆ์เหมันต์ แต่ถังเฟยหู่ไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างง่ายๆโดยที่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ถังเฟยหู่เปลี่ยนมาใช้ลมปราณอีกประเภทซึ่งแฝงอยู่ในร่างของตนเอง พลังปราณสีฟ้าเยือกแข็งปะทุขึ้นจากภายในตันเถียน!
ลมปราณเก้าเยือกแข็ง!
ขนสีขาวทั่วร่างของเขาเปล่งประกายสีฟ้าเยือกแข็ง พลังสีฟ้าเหล่านี้ช่วยต่อต้านพลังเยือกแข็งโดยรอบได้กว่าหลายส่วน ผนวกกับการต่อต้านจากดวงตาเซียนพยัคฆ์ของเขาจึงทำให้เขากลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งแม้จะไม่รวดเร็วเท่าเดิมนัก ทันทีที่ขยับตัวได้นั้นถังเฟยหู่ก็ได้กระโดดหลบออกไปในทันที
ตู้มมม!
ตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่นั้นได้ถูกทวนพยัคฆ์ขาวแทงจนลึกลงไปเป็นหลุม หากเขาพลาดเพียงก้าวเดียวอาจถูกทวนเมื่อครู่แทงร่างจนเป็นรูไปแล้ว ถังเฟยหู่มองภาพนั้นอย่างเยือกเย็น มุกมารทั้งสามทำให้ความคิดของเขานิ่งสงบยิ่งนัก เป็นเป็นสถานการณ์ปกติเขาอาจจะมัวแต่ตกใจจนคิดไม่ทันและถูกหอกแทงตายไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงมุกมารทั้งสามเท่านั้นที่ได้ช่วยเขาไว้
ทุกสิ่งที่เขาได้รับมา เหตุการณ์ทุกอย่างที่เขาได้เจอมาได้หล่อหลอมและสร้างให้เขากลายเป็นเช่นนี้ หากเขาไม่ได้ช่วยจิ้งจอกน้อยในป่าก็คงไม่ได้เรียนวิชาปราณเก้าเยือกแข็งเพื่อมาใช้ในวันนี้ หากเขาไม่ได้รับปราณมารไร้ลักษณ์จากอสูรทมิฬ เขาก็คงยังขาดสติและต่อสู้อย่างบ้าคลั่งโดยเผาผลาญพลังชีวิตจนตาย
“…ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านจะมีวิชาที่ต่อต้านปราณเหมันต์ได้” เฟิงหงหู่ดูจะแปลกใจเป็นอย่างมากกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากผู้มีศักดิ์เป็นพี่ใหญ่ของเขา “ดูเหมือนว่าดาวปีศาจมาจุติจะมีดวงชะตาอันยิ่งใหญ่เสียจริง! แต่ถึงอย่างไรวันนี้ท่านก็ต้องตาย! ข้าจะแย่งมันมา ดวงชะตาของท่านจะเป็นของข้า! แผ่นดินนี้ต้องเป็นของข้า!!”
ทวนพยัคฆ์ล่องเมฆ ทะยานข้ามเมฆา!
โฮกกก!
รอบกายของเฟิงหงหู่นั้นบังเกิดภาพมายาของพยัคฆ์ขาวลายเมฆออกมา พยัคฆ์อันดุร้ายได้พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับทวนอันแข็งแกร่ง เฟิงหงหู่บิดข้อมือและแทงทวนออกไปด้วยความรวดเร็วจนตามองแทบไม่ทัน ลมปราณจากทวนถูกบีบอัดและพุ่งออกไปจากปลายทวนจนบังเกิดเป็นการโจมตีระยะไกล เส้นแสงลมปราณสีฟ้าพุ่งออกเป็นเส้น ถังเฟยหู่รีบเร่งหลบหนีโดยเร็วเพื่อไม่ให้ถูกลมปราณนั้นทำร้าย
เส้นแสงลมปราณอันแหลมคมได้พุ่งผ่านร่างของถังเฟยหู่ไปอย่างฉิวเฉียด แต่การโจมตีของเฟิงหงหู่ยังไม่จบเพียงแค่นั้น มือข้างขวาของเขาจับที่ปลายทวน มือข้างซ้ายจับกลางทวนเพื่อบังคับทิศทาง มือขวารั้งทวนกลับพร้อมกับแทงทวนอย่างรวดเร็วออกไปอีกครั้งจนเป็นกระบวนท่าเดิม
มือทั้งสองของเฟิงหงหู่ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทวนพยัคฆ์ขาวถูกแทงออกไปและปลดปล่อยเส้นแสงลมปราณสีฟ้าไปราวกับสายฝน ถังเฟยหู่พยายามใช้ดวงเนตรเซียนพยัคฆ์อย่างเต็มกำลังเพื่อหลบหลีก แต่การใช้พลังอย่างหักโหมของเขายิ่งเผาผลาญพลังที่ได้มาอย่างชั่วคราวจากการเผาผลาญแก่นโลหิตซึ่งเป็นพลังชีวิตของเขา การต่อสู้อย่างยืดเยื้อท้ายที่สุดก็คือความตายของเขา
ฉัวะ!!
ในตอนนั้นเองที่เส้นแสงลมปราณดุจห่าฝนเส้นสายหนึ่งได้แทงทะลุร่างของถังเฟยหู่จนได้ หลังจากโดนเหมันต์ผนึกจิตก็ได้ทำให้ความเร็วของถังเฟยหู่ลดน้อยลงกว่าหลายส่วน การหลบหลีกได้นานหลายอึดใจก็นับว่าเต็มกลืนแล้ว เส้นแสงลมปราณนั้นได้แทงทะลุเข้าไปในขาข้างหนึ่งของเขา
เฟิงหงหู่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ได้สะกิดเท้าพุ่งทะยานออกไปตามเส้นแสงลมปราณที่แทงเข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่ในทันที เฟิงหงหู่หมุนตัวควงทวนโดยรอบเพื่อเพิ่มอำนาจการทำลายล้างก่อนที่จะฟาดเข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่อย่างถนัดถนี่ ร่างของพยัคฆ์ขาวลอยออกไปไกลก่อนที่จะกระแทกเข้ากับปราการสัมภเวสีเร่ร่อน
ถังเฟยหู่กระอักเลือดออกมาอย่างเจ็บปวด ควันสีขาวลอยออกจากร่างของเขาเต็มไปหมด ร่างของพยัคฆ์ขาวดูโปร่งใสและสลายหายไปในไม่ช้าและหลงเหลือไว้เพียงร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่บาดเจ็บไปทั่วทั้งร่าง ชายหนุ่มหันกลับไปมองยังเฟิงหงหู่ที่ค่อยๆเดินเข้ามายังร่างของเขาก่อนที่จะหันกลับไปมองครอบครัวทั้งสองที่ถูกคุมตัวไว้โดยหุ่นเชิดศพ
ถังเฟยหู่กัดฟันด้วยความโกรธ มือทั้งสองบีบแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อโดยไม่รู้ตัว เขาช่างเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง! เขาได้พยายามแล้วแต่นั่นก็ไม่มากพอ ดวงตาอันแดงก่ำของเขาจ้องมองไปยังน้องชายของตนเอง
“ท่านมองข้าอย่างนั้นทำไมกัน” เฟิงหงหู่กล่าวยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี แม้จะอยู่เหนือความคาดหมายไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็กลับมาสู่การควบคุมแล้ว เขาหันกลับไปมองยังดวงตะวันเบื้องบน พระอาทิตย์ได้แปรเปลี่ยนไปจนเกือบหมด เหลือเพียงเสี้ยวเดียวที่กำลังถูกเงามืดบดบังไป “ท่านรู้หรือไม่ว่าดวงตะวันสีดำนี้คือสิ่งใด?”
เฟิงหงหู่กล่าวถาม ซึ่งถังเฟยหู่ที่นอนกองอยู่กับพื้นหาได้ตอบอันใดกลับมา เฟิงหงหู่จึงได้กล่าวต่อไป “ในทุกๆร้อยปีจะบังเกิดดวงตะวันสีดำนี้ขึ้น ประตูนรกที่ถูกปิดตลอดจะบังเกิดการช่องว่างเล็กๆที่ส่งผลต่อชั้นวิญญาณของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่ต่ำกว่าระดับจิตวิญญาณซึ่งยังไม่หลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับตันเถียน” เฟิงหงหู่กล่าวต่อไปพร้อมกับยังคงจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องบน
“ความไม่มั่นคงที่เกิดกับชั้นวิญญาณในช่วงเวลาที่พิเศษเช่นนี้…จะทำให้เกิดการแยกตัวของดวงวิญญาณ” เฟิงหงหู่กล่าวเรื่องราวต่างๆออกมามากมายโดยที่ถังเฟงหู่ไม่ทราบเลยว่าเขาพูดเรื่องราวเหล่านี้ทำไม เฟิงหงหู่แตะไปที่แหวนเหล็กโบราณบนนิ้วจากนั้นจึงได้ปรากฎแผ่นยันต์อาคมสีเหลืองแผ่นหนึ่ง
เฟิงหงหู่ส่งพลังปราณเข้าไปในนั้น ทันใดนั้นเองที่แผ่นยันต์นั้นได้ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีขาวและสลายหายไปเป็นละอองแสงสีขาวก่อนที่จะซึมซาบเข้าสู่ร่างของเขา ไม่นานนักเขาก็เรียกจิตวิญญาณพยัคฆ์วายุที่พึ่งตายไปออกมาอีกครั้ง นี่คือแผ่นยันต์อาคมฟื้นจิตวิญญาณ ใช้เพื่อรักษาจิตวิญญาณที่บาดเจ็บหนัก
เฟิงหงหู่สลายทวนพยัคฆ์ขาวกลับเป็นพยัคฆ์เหมันต์ สองพยัคฆ์ยืนประกบร่างของเขาทั้งซ้ายและขวา เฟิงหงหู่ก้าวเดินเข้าไปจากนั้นใช้ฝ่าเท้าเหยียบไปยังหน้าอกของถังเฟยหู่ที่นอนอยู่บนพื้น เขายิ้มอย่างเยือกเย็นออกมาพร้อมกับดวงตะวันด้านบนที่กลายเป็นสีดำโดยสมบูรณ์ “ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นเองว่าสิ่งใดคือความไม่มั่นคงที่ว่า”
เฟิงหงหู่กล่าวพร้อมกับยกมือของตนขึ้นมาและกำกลางอากาศ ถังเฟยหู่จับจ้องไปทางด้านหลังที่มารดาและตาของตนกำลังมองมา ดวงตาของทั้งสองคนไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เป็นดวงตาที่สงบและเจือด้วยความกังวล ความกังวลของคนทั้งสองมีเพียงถังเฟยหู่เท่านั้น มารดาของเขาขยับปากขึ้นเป็นคำว่า หนีไป…อย่าได้แก้แค้น
นั่นคือภาพสุดท้ายที่เขาได้มองครอบครัวของตนเอง…ปากของหุ่นเชิดศพมังกรทั้งสองที่นิ่งสงบมาตลอดได้ทำการกัดร่างของถังหยางหลิวและถังมู่หลิวให้แหลกเละในชั่วพริบตาเดียว แต่สำหรับถังเฟยหู่…ภาพนั้นราวกับเป็นนรกบนดิน สำหรับผู้ที่มีความทรงจำอันดีเยี่ยมเช่นเขาแล้ว…นี่ก็คือภาพนรกบนดินที่เขาไม่มีวันหลงลืม ภายใต้ดวงตาเซียนพยัคฆ์ที่มองภาพนั้นราวกับเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวด หัวใจของเขาราวกับถูกบีบให้แหลกเละไป วิญญาณของเขาราวกับจะแตกดับเป็นเสี่ยงๆ น้ำตาของเขาหลั่งไหลออกมา หากแต่มันไม่ใช่น้ำตา มันกลับเป็นเลือด มันคือน้ำตาโลหิต!
อ๊ากกกกกกกกก!!
================================มาแล้วครับ ฝากตอนใหม่ด้วยนะครับ ทำงานหนักมากไม่เคยมีเวลาเลย ._.