เมื่อวันหยุดหลังแต่งงานหมดลงนายเหนือก็ต้องกลับไปทำหน้าที่หัวหน้าองครักษ์เช่นเดิม ดังนั้นในเช้าวันนี้เซียวหนิงเฉิงจึงช่วยเขาแต่งตัวชุดหนังสีดำสวมทับด้วยชุดสีม่วงประดับด้วยขนสัตว์สีขาวบนไหล่ชุดของนายเหนือแม้จะเป็ชุดขององครักษ์แต่ก็มีแบบชุดที่ไม่ซ้ำกันอยู่หลายชุดวันไหนอารมณ์ไหนก็จะใส่แบบนั้น
“ข้าไปทำงานท่านต้องดูแลตัวเองให้มากเล่นสนุกแค่พอประมาณ อย่าทำให้ตัวเองต้องเจอเื่ลำบาก” ก่อนจะออกไปทำงานนายเหนือก็กำชับกับภรรยาว่าอย่าทำอะไรให้ตัวเองลำบากหากอยากจะเล่นสนุกก็ต้องรอให้เขากลับมาก่อนเพื่อความปลอดภัย
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเล่นแค่พอประมาณเท่านั้น” ท่านเทพรับปากสามีเขาจะเล่นแค่พอประมาณ…ประมาณให้พอเหมาะกับที่จะกำจัดคนออกไป
ท่านเทพเดินมาส่งสามีที่หน้าพรรคเสี่ยวฮวาเดินเอาหัวโตๆมาทักทายท่านเทพดั่งเช่นเมื่อวานตอนนี้เสี่ยวฮวาติดท่านเทพเอามากๆ อยากจะพาท่านเทพไปรับลมกลางทุ่งหญ้าอีก
“ฝากเสี่ยวฮวาดูแลสามีข้าด้วยนะ” เซียวหนิงเฉิงลูบหัวมันเบาๆเซียวเฟิงเหยียนอยากจะทำแบบที่สามีทั่วไปทำคือหอมแก้มภรรยาก่อนออกไปทำงานแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยายังไม่ได้คืบหน้าถึงขนาดจะทำแบบนั้นได้ต้องค่อยเป็ค่อยไปแล้วใช้เวลาทำความเคยชินกันให้มากกว่านี้ก่อน
เขาอยากทำแบบนั้นมากจริงๆนะ แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย
“เป็อะไรไป?” เซียวหนิงเฉิงหันมาถามสามีทำหน้าแบบนั้นเป็อะไรไป หรือว่าไม่สบายรึ
“ไม่มีอะไร ข้าจะรีบไปรีบกลับ” นายเหนือยิ้มไหวกายขึ้นไปนั่งบนหลังม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามเซียวหนิงเฉิงโบกมือให้เขาก่อนที่ร่างสูงจะควบม้าออกไปจากป้าเตา
ในเมื่อสามีออกไปทำงานแล้ว ท่านเทพก็ต้องเริ่มงานของตัวเองด้วยเช่นกัน
วันนี้เริ่มจากกำจัดออกไปสักสองคนก็แล้วกัน
“รู้สึกว่าที่ห้องครัวจะมีคนของพวกเขาอยู่ด้วย?”ท่านเทพหันไปถามคนสนิท พวกเขาพยักหน้าหากท่านเทพอยากเริ่มจากห้องครัววันนี้ก็นับว่าเหมาะมากเพราะวันนี้เป็เวรเข้าครัวทำอาหารของแม่ครัวจากตระกูลหวง
ที่ป้าเตาจะมีการสับเปลี่ยนเวรเสมอไม่ว่าจะหน้าที่ไหน สาวใช้ คนครัวองครักษ์ เวรเฝ้ายาม พวกเขาจะเปลี่ยนคนใหม่มาหมุนเวียนทุกวันเว้นแต่สาวใช้ที่เรือนของประมุขเท่านั้นที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆจะเป็คนเดิมเสมอ ไม่ปลดออก ไม่เลือกมาเพิ่มจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม
“ตอนนี้ยังเช้าอยู่ รอเวลาสำรับอาหารว่างก็แล้วกัน”เขาจะไปเดินเล่นรับลมเสียหน่อยอย่างน้อยก็เพื่อสำรวจที่ทางภายในป้าเตาให้ละเอียดจะว่าไปเขายังไม่ได้แวะไปที่เรือนหลักของป้าเตาเลย
“คารวะฮูหยิน” เมื่อเดินมาที่เรือนหลักสาวใช้ที่คอยดูแลเรือนหลักก็ประสานมือคารวะฮูหยินเซียวหนิงเฉิงเดินไปรอบๆเรือนหลักที่นี่เป็เรือนหลักสองชั้นแต่ทว่าตรงกลางเป็โถงใหญ่โล่งมองขึ้นไปเห็นชั้นสองมีระเบียงที่สามารถมองลงมาเห็นโถงชั้นล่างได้ เรือนทั้งหลังทำขึ้นจากหินตกแต่งด้วยของที่แกะสลักขึ้นอย่างประณีต คงจะเพราะป้าเตาใช้พลังจากสายฟ้าเป็หลักของทุกอย่างที่อยู่ในป้าเตาจึงเน้นของที่สร้างจากวัสดุที่แข็งแรงทนทานยากต่อการทำลาย
“ที่นี่คงไม่ได้ตกแต่งเพิ่มมาสักพักแล้วหากข้าอยากตกแต่งใหม่จะได้หรือไม่” เพราะเรือนหลักทำจากหินทั้งหลังจึงค่อนข้างอึมครึมสำหรับท่านเทพเขาจึงอยากจะเพิ่มสีสันให้เสียหน่อยจะได้สบายตามากกว่านี้
“ย่อมทำได้ทุกอย่างเ้าค่ะฮูหยิน” ก่อนหน้านี้นายเหนือได้สั่งเอาไว้ว่าหากฮูหยินอยากจะทำอะไรอย่าได้ขัดขวางอีกทั้งผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็ถึงท่านเทพที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วแผ่นดินพวกนางจะขัดความประสงค์นั้นได้อย่างไร
“เช่นนั้นก็เลือกคนมาเยอะๆเสียหน่อยยังดีที่พวกเ้าช่วยดูแลจึงไม่ต้องทำความสะอาดเพิ่มเพียงแต่ต้องตกแต่งเสียใหม่จะได้ไม่ดูอึมครึม” สาวใช้รับคำสั่งของฮูหยินไปเรียกคนมาตกแต่งเรือนหลักเวลาผ่านไปไม่นานที่เรือนหลักจึงมีคนพลุกพล่านของเก่าที่ท่านเทพมองว่าไม่สบายตาก็ให้คนเอาออกไปเก็บในคลังแล้วเปลี่ยนเป็ของใหม่ใส่ของที่ตัวเองชอบลงไป ท่านเทพกำลังสนุกกับการตกแต่งเรือนหลักแต่ก็ยังไม่ได้ละเลยการระวังภัยเขามองเห็นว่าฮูหยินใหญ่มาที่เรือนหลักแต่ไม่ได้มาทักทายเขา
ที่ด้านนอกของเรือนหลักห่างออกไปไม่ไกลร่างของหญิงวัยกลางคนกำลังถามสาวรับใช้นางหนึ่งที่กำลังถือแจกันที่ค่อนข้างเก่ากำลังจะนำไปเก็บที่คลังของพรรค
“ตกแต่งเรือนหลัก?” นางขมวดคิ้วสาวใช้ค้อมตัวลงต่ำยามที่คุยกับฮูหยินใหญ่
“เ้าค่ะ ท่านเทพ้าตกแต่งเรือนหลักใหม่จึงได้ให้คนมาช่วยตกแต่งเ้าค่ะ”
“นี่เขากล้าดียังไงเอาของที่ข้าไปวางเอาไว้ออกมา”หญิงวัยกลางคนมีสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว สาวใช้ยังคงก้มหน้า หากจะเทียบกันแล้วสาวใช้จะต้องเชื่อฟังฮูหยินของประมุขคนปัจจุบันมากกว่าอีกทั้งเซียวหนิงเฉิงยังเป็ถึงประมุขของเผิงหลาย ฐานะของเขาสูงกว่าฮูหยินใหญ่มากพวกนางจึงต้องฟังท่านเทพเซียวหนิงเฉิงมากกว่านาง
แม้จะไม่พอใจที่เซียวหนิงเฉิงมาตกแต่งเรือนหลักที่นางเคยตกแต่งเอาไว้แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตอนนี้นอกจากสถานะฮูหยินของนายเหนือแห่งป้าเตาคนปัจจุบันแล้วเซียวหนิงเฉิงยังมีสถานะประมุขของเผิงหลายนางทำอะไรสถานะเ่าั้ไม่ได้จึงต้องระวังตัวให้มากหากคิดจะทำอะไรเซียวหนิงเฉิง
และนางไม่จำเป็ต้องลงมือเองให้เซียวหนิงเฉิงสงสัย
“ช่างเถอะ ข้าจะไปพักผ่อนที่เรือนรับรองแล้ว” ฮูหยินใหญ่ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ เดินไปทางอื่นพร้อมกับหญิงรับใช้ของนางนางมุ่งหน้าไปที่เรือนรับรองเพื่อไปพักผ่อนแต่ก่อนที่จะไปถึงเรือนรับรองนางก็แวะมายังสถานที่แห่งหนึ่งเสียก่อน
นั่นคือห้องครัว
เซียวหนิงเฉิงอยู่ที่เรือนหลักตกแต่งจนพอใจจึงได้นั่งพักพอมองแบบนี้แล้วน่าดูขึ้นเยอะ ไม่ได้ดูอึมครึมเช่นเมื่อก่อนหน้านี้
“ขอบใจพวกเ้ามาก ไปพักกันก่อนเถอะ” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเซียวหนิงเฉิงก็ให้คนที่มาตกแต่งเรือนหลักไปพักคนสนิทจึงเดินไปยังห้องครัวเพื่อให้คนครัวจัดเตรียมสำรับตอนเที่ยงให้กับฮูหยินเมื่อคนครัวรับทราบแล้วจึงจัดเตรียมสำรับแล้วยกมาที่เรือนหลักที่เซียวหนิงเฉิงนั่งพักอยู่
“สำรับจัดเตรียมเสร็จแล้วขอรับฮูหยิน” คนสนิทรับสำรับที่คนครัวยกมามาจัดลงบนโต๊ะ เซียวหนิงเฉิงพยักหน้าสำรับวันนี้ยังคงเป็อาหารแบบเสฉวนที่ท่านเทพชื่นชอบ คนสนิทจึงเอ่ยทัก
“ท่านกินแบบนี้อีกแล้ว”
“พวกเ้าน่าจะลองดูบ้าง ไม่เลวทีเดียว” อาหารแบบเสฉวนรสจัดจ้าน ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสให้กลับมาทำงานดีขึ้นดีกว่าอาหารบำรุงสุขภาพที่มีแต่สมุนไพรเป็ไหนๆ
มือเรียวจับตะเกียบแล้วคีบของกินเข้าปากสีหน้าดูชื่นชอบอาหารที่อยู่ตรงหน้ายิ่งนัก หากนายเหนือมาเห็นคงได้เอ็นดูยิ่ง
“แค่ก!” แต่ระหว่างที่กำลังกินอยู่เซียวหนิงเฉิงก็สำลักออกมาคนสนิทจึงรีบยื่นน้ำให้ดื่มคงจะเพราะรสชาติเผ็ดเกินไปแล้วยังรีบกินแบบนั้นจะไม่สำลักได้อย่างไร
“รสชาติของวันนี้แตกต่างจากทุกที เพราะอะไรกัน”
“แตกต่างจากทุกทีหรือขอรับ?” คนสนิทหยิบตะเกียบขึ้นมาก่อนจะตรวจดูภายในอาหารว่ามีอะไรหรือไม่เมื่อครู่ตรวจพิษดูแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ อาหารพวกนี้ไม่ได้มีพิษใส่อยู่อย่างแน่นอนหรือว่าจะมีส่วนผสมที่เปลี่ยนไป?
เซียวหนิงเฉิงสั่งให้คนเอาจานเปล่ามาก่อนจะเริ่มแยกส่วนอาหารที่อยู่บนโต๊ะหลังจากที่คีบวัตถุดิบออกมาทั้งหมดแล้วท่านเทพก็ชี้ไปยังจานหนึ่งพร้อมทั้งเท้าคางลงกับโต๊ะ
ประหยัดเวลาเขาได้มากทีเดียว
“ส่งคนไปบอกนายเหนือฮูหยินของเขาล้มป่วยเพราะอาหารเป็พิษ มีคนตั้งใจวางยาฮูหยินแห่งป้าเตาต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน”
ครึ่งชั่วยามต่อมา
“หนิงเฉิง!” ร่างสูงของนายเหนือแห่งป้าเตาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนดังปังจนสาวใช้ต้องรีบก้มหน้าก้มตาเพราะไม่มีคนกล้าสู้หน้าประมุขดวงตาคมปลาบวาวโรจน์เมื่อเห็นว่าภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงนั้นหน้าซีดเผือดเซียวหนิงเฉิงค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นแต่นายเหนือรีบเข้ามาเพื่อประคองให้นอนลงดังเดิม
“ท่านจะลุกขึ้นมาทำไม” มือหนาแตะแก้มของภรรยาที่ซีดเซียวตอนที่เขาได้ยินจากองครักษ์ว่าเซียวหนิงเฉิงถูกวางยาเขาก็ไม่รอช้าที่จะรีบกลับมาที่ป้าเตาในทันทีเขาออกไปจากเรือนยังไม่ทันจะถึงสามชั่วยามด้วยซ้ำก็เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นแล้วรึ
“ข้าไม่เป็ไร”
“จะไม่เป็ไรได้อย่างไร ตามหมอมาแล้วหรือยัง”
“ตามมาแล้ว กลับไปแล้ว” เซียวหนิงเฉิงโกหกหลังจากที่รู้ว่ามีคนสับเปลี่ยนวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารจากเครื่องเทศให้กลิ่นหอมเป็สมุนไพรที่มีฤทธิ์ขัดขวางการเดินลมปราณเซียวหนิงเฉิงก็ขจัดฤทธิ์ของสมุนไพรออกไปแล้วเพราะกินเข้าไปแค่คำเดียวเท่านั้นมันจึงไม่ได้ส่งผลอะไรมากเรียกได้ว่าไม่ส่งผลเลยดีกว่าเพราะเซียวหนิงเฉิงขจัดฤทธิ์ของมันออกไปได้ทัน
ถึงเซียวหนิงเฉิงจะฝึกวิชาจนอยู่ในขั้นที่สมุนไพรธรรมดาแบบนี้จะไม่มีผลแต่ไม่ให้อยู่ในร่างกายนานๆย่อมต้องเป็ผลดีกว่าเขาไม่อยากเสียเวลาหลายวันในการขจัดมันออกไป
“อาการตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือปวดตรงไหนท่านต้องรีบบอกข้านะ” ท่านเทพพยักหน้าให้คนเอาสมุนไพรชนิดนั้นมาให้เซียวเฟิงเหยียนดูทันทีที่เห็นสมุนไพรนั้นนายเหนือก็รู้ได้ทันทีว่ามันมีไว้ทำอะไร
“เป็แค่สมุนไพรที่ขัดขวางการเดินลมปราณเท่านั้นข้ากินเข้าไปแค่คำเดียวจึงไม่มีผลอะไรมาก ตอนนี้ขจัดฤทธิ์ของมันออกไปได้หมดแล้ว”เซียวหนิงเฉิงเล่าให้ฟังแม้จะอยากเล่นงานเขาแต่ก็ไม่ได้ใจกล้าถึงเพียงนั้นทำได้เพียงแค่ลอบกัดด้วยสมุนไพรที่ฤทธิ์ไม่แรงสำหรับเซียวหนิงเฉิงมันย่อมออกฤทธิ์ไม่รุนแรงแต่หากเป็คนอื่นผลที่ได้ย่อมแตกต่างกว่านี้อย่างแน่นอนนับว่าเป็โชคดีที่เป็เซียวหนิงเฉิงที่กินมันเข้าไปหากเป็คนอื่นเส้นลมปราณคงจะติดขัดจนเคลื่อนไหวไม่ได้ไปแล้ว
“คนครัวของวันนี้เป็ใคร”
“ข้าให้คนเรียกตัวมาแล้ว แต่ที่นี่เป็เรือนของเราคงไม่เหมาะที่จะให้คนอื่นเข้ามา จึงให้คนเรียกตัวไปที่เรือนหลัก” ท่านเทพให้เหตุผล ถึงอย่างไรที่นี่ก็ควรมีเพียงแค่คนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นแล้วเซียวหนิงเฉิงก็ไม่อยากจะตัดสินโทษใครที่เรือนพำนักของพวกเขาด้วย
“ข้าเข้าใจแล้ว ที่เหลือข้าจะจัดการเองท่านพักผ่อนอยู่ที่นี่เถอะ” มือหนาเกลี่ยแก้มภรรยาอย่างแ่เบาหากเขาสืบรู้ว่ามีเจตนาที่จะทำร้ายภรรยาของเขาเขาจะไม่เอามันไว้แน่
นายเหนือเดินออกไปจากเรือน เซียวหนิงเฉิงให้คนสนิทตามไปด้วยหนึ่งคนกับเื่นี้เซียวเฟิงเหยียนจะต้องโกรธมาก เขาไม่อยากให้สามีต้องโกรธมากเกินไปจึงให้คนสนิทไปช่วยอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
แต่เื่ที่แน่นอนวันนี้คือจะต้องมีคนถูกกำจัดออกไปจากป้าเตาอย่างไม่มีข้อยกเว้น
“จัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย” ท่านเทพหันไปสั่งหน่วยลับที่รอรับคำสั่งอยู่พวกเขาเร้นกายหายไปทำตามคำสั่ง เซียวหนิงเฉิงล้มตัวลงนอนมองไปยังเพดานห้องนอนที่แกะสลักเป็ลวดลายประณีต
เขารู้ว่าเป็ใครที่ทำและทำไปทำไมเซียวหนิงเฉิงจะจัดการเื่นี้เองก็ได้แต่เพื่อให้คนที่ทำรู้ว่าเซียวเฟิงเหยียนไม่ใช่คนที่ใครจะเล่นงานได้ผู้ใดที่คิดร้ายต่อนายเหนือ นั่นหมายถึงเป็ศัตรูของท่านเทพและผู้ใดที่คิดร้ายต่อท่านเทพ นั่นหมายถึงเป็ศัตรูกับนายเหนือเช่นกัน
และที่เซียวหนิงเฉิงให้สามีออกหน้าหนนี้ก็แค่ไม่อยากให้สามีโกรธที่มารู้เื่นี้ในภายหลังก็เท่านั้น
เขาไม่อยากให้สามีโกรธนี่สีหน้าตอนโกรธไม่ใช่สีหน้าที่เซียวหนิงเฉิงชื่นชอบเสียด้วย
ที่เรือนหลักนายเหนือนั่งอยู่บนที่นั่งประธานมองมายังคนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเขาแทบจะไม่ต้องสอบสวนเสียด้วยซ้ำ เจตนามันชัดเจนั้แ่ที่รู้ว่าใครเป็คนทำ
“พวกเ้าจะบอกว่าตัวเองตรวจตราเครื่องเทศไม่ดีจึงไม่รู้ว่าเครื่องเทศนั้นถูกสับเปลี่ยน?” ประมุขแห่งป้าเตาเอ่ยถามตรวจตราไม่ดี? สิ่งนั้นใช้เป็ข้ออ้างได้ด้วยรึ
“พวกข้าไม่ได้ตั้งใจจะละเลยการตรวจสอบเพียงแต่ในยามนั้นมีเื่ยุ่งมาก พวกข้าจึงไม่ได้ตรวจสอบให้ดีขอรับ”
“ยุ่งมาก? ครัวที่พวกเ้าทำหน้าที่อยู่เพียงแค่ทำอาหารให้ข้ากับภรรยาข้าทำอาหารแค่สามครั้งต่อวันยุ่งมากขนาดนั้นเชียว?” คิดว่าเซียวเฟิงเหยียนเป็ใครถึงได้กล้าคิดว่าข้ออ้างแบบนี้จะใช้ได้ผลคิดจะดูเบาสติปัญญาของเขาหรืออย่างไร
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นขอรับที่กำลังยุ่งตอนนั้นเพราะมีวัตถุดิบใหม่ถูกส่งเข้ามา….”
“ข้าจำได้ว่าวัตถุดิบที่จะถูกส่งมาจะเป็วันที่สิบสองและวันที่ยี่สิบสองของเดือนวันนี้ไม่ใช่มิใช่หรอกรึ”
“เป็วัตถุดิบที่ส่งมาล่าช้าจึงต้องรีบตรวจสอบก่อนที่มันจะเน่าเสียขอรับ”
“วันนี้มันวันที่เท่าไหร่แล้วส่งมาล่าช้าถึงเพียงนี้คงต้องยกเลิกการสั่งวัตถุดิบให้ส่งมาที่พรรคแล้วรายการวัตถุดิบที่ส่งมาวันนี้ล่ะ?” นายเหนือยื่นมือมาขอกับคนสนิทเื่พวกนี้นายเหนือไม่จำเป็ต้องตรวจสอบด้วยตัวเองแต่บางครั้งพวกผลผลิตหรือวัตถุดิบที่ส่งมาก็มักจะมีรายการที่ไม่ถูกต้องปะปนมาด้วยดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและทำการส่งคืนสินค้าที่ไม่ได้สั่งกลับไปพวกเขาทำเช่นนั้นมาเสมอ แน่นอนว่าต้องมีรายการที่ตรวจสอบของที่ถูกส่งมาคนสนิทส่ายหน้า
“ข้าไม่ได้รับรายงานว่าวันนี้จะมีการส่งวัตถุดิบที่ล่าช้าเข้ามาเพราะก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจสอบมาแล้วว่าวัตถุดิบทั้งหมดถูกส่งมาครบถ้วนแล้วขอรับ”คนสนิทรายงาน จะมีวัตถุดิบที่ถูกส่งมาล่าช้าได้อย่างไรกัน ป้าเตาสั่งวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารจากร้านที่ทำการค้าด้วยกันมาหลายสิบปีพวกเขาย่อมไม่มีทางผิดพลาดโดยการส่งของมาไม่ครบอย่างแน่นอน
“นายเหนือกำลังสงสัยว่าพวกข้าจะวางยาฮูหยินหรือขอรับ”
“ข้าพูดแบบนั้นั้แ่เมื่อไหร่พวกเ้าบอกว่าพวกเ้ากำลังยุ่งมาก บอกว่ากำลังตรวจสอบวัตถุดิบที่ส่งมาล่าช้าสิ่งที่ข้าถามหาคือใบรายการที่ปกติพวกเ้าจะเขียนมาให้ดูอย่างเรียบร้อยข้าแค่ถามถึงสิ่งที่ควรมีจากคำพูดของพวกเ้ามิใช่หรอกรึ” เมื่อถูกกล่าวเช่นนี้คนครัวทั้งสองจึงเงียบปากถูกอย่างที่นายเหนือพูดมาทั้งหมดสิ่งที่นายเหนือ้าก็เพียงแค่สิ่งที่พวกเขาเคยทำมาเป็ประจำไม่ได้บอกว่าพวกเขาเป็คนวางยาเลยแม้แต่น้อย
“คุณชายใหญ่ นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น” หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาภายในเรือนหลักสาวใช้ประสานมือคำนับให้แก่นางแต่นายเหนือแห่งป้าเตายังนั่งอยู่ที่เดิม
“เกรงว่าแม่ใหญ่คงจะทราบแล้วเื่ที่ภรรยาข้าล้มป่วยเพราะอาหารเป็พิษ”
“เื่นั้นข้าทราบแล้ว แต่อาหารเป็พิษเกี่ยวข้องอันใดกับการทำงานของคนครัวด้วยอย่างนั้นรึ”นางหันมามองคนครัวทั้งสองที่นั่งคุกเข่าอยู่คนครัวทั้งสองเหมือนจะมีทางรอดเมื่อนายหญิงของตระกูลหวงปรากฏตัวที่นี่เพราะเมื่อครู่พวกเขาตกหลุมพลางของนายเหนือจนทำให้เผยพิรุธออกมาให้เห็น
“หลังสอบสวนเสร็จจะได้รู้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง”
“แต่ว่าพวกเขาเป็คนครัวที่รับใช้คุณชายใหญ่มานาน แค่อาหารเป็พิษจะนับว่าเป็การทำร้ายได้อย่างไร”
“ข้าถึงได้ถามพวกเขาว่าความจริงแล้วเื่มันเป็อย่างไรหากมิใช่เพราะไว้ใจข้าจะเรียกตัวมาถามรึ ข้าคงให้คนบั่นคอพวกเขาโทษฐานที่คิดทำร้ายฮูหยินแห่งป้าเตาและประมุขแห่งเผิงหลายไปแล้ว”นี่ไม่นับว่าเป็การไว้หน้าให้แล้วหรอกรึเซียวเฟิงเหยียนอดทนมากที่จะไม่คว้ากระบี่ที่อยู่ข้างๆขึ้นมาฟันร่างของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าทำอาหารให้เขากินมาหลายต่อหลายครั้ง
“หากมีความผิดจริงก็เป็แค่ความผิดพลาดเล็กน้อย นายเหนือจะถึงขั้นบั่นคอบ่าวรับใช้เชียวรึ”หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างใจเย็นแค่ใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์ขัดขวางการเดินลมปราณจะต้องถึงขั้นบั่นคอกันเลยรึ
“ความผิดเล็กน้อย? แม่ใหญ่รู้หรือเปล่าว่าเป็อะไรที่ใส่อยู่ในสำรับของหนิงเฉิง?”ดวงตาคมปลาบมองมายังหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ ความผิดเล็กน้อยรึหากความผิดเล็กน้อยนั่นทำให้คนถึงตายมันจะยังเล็กน้อยอยู่หรือไม่
“สิ่งที่หนิงเฉิงกินเข้าไปคือสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ขัดขวางการเดินลมปราณแม่ใหญ่รู้หรือเปล่าว่ามันหมายถึงอะไร?” ลมปราณที่ติดขัดนั้นอันตรายมากสำหรับผู้ที่ฝึกยุทธ์หากมันเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่กำลังต่อสู้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่แต่นางกลับบอกว่านี่คือความผิดเล็กน้อย?
“ท่านเทพฝึกวิชามานาน พลังยุทธ์สูงส่งสมุนไพรเพียงแค่นั้นจะทำอะไรเขาได้”
“เขาล้มป่วยอยู่แบบนี้ยังนับว่าทำอะไรไม่ได้? แล้วแม่ใหญ่รู้ได้อย่างไรว่าสมุนไพรแค่นั้นทำอะไรเขาไม่ได้ข้าเอาให้ดูแล้วรึ” สมุนไพรที่ออกฤทธิ์ขัดขวางการเดินลมปราณนั้นมีอยู่หลายประเภทประเภทที่สามารถนำมาแอบใส่อาหารได้ก็มีไม่น้อยแต่ละอย่างก็ออกฤทธิ์รุนแรงแตกต่างกันนางรู้ได้อย่างไรว่าที่เซียวหนิงเฉิงกินเข้าไปคือสมุนไพรแบบใด
เว้นแต่จะเป็นางที่จะเป็คนสั่งให้คนครัวใส่มันลงไปในอาหารของเซียวหนิงเฉิง
“ข้าก็พอรู้เื่สมุนไพรพวกนี้อยู่บ้างที่พอจะหาได้จนลักลอบนำเข้ามาในป้าเตาแห่งนี้ได้คงจะมีแค่สมุนไพรที่ออกฤทธิ์ไม่แรงมากมิเช่นนั้นมันคงไม่ผ่านสายตาองครักษ์เข้ามาจนถึงในนี้ได้” ฮูหยินใหญ่ให้เหตุผลเพราะคนที่กำลังถูกสอบสวนอยู่ตอนนี้เป็คนของตระกูลหวงนางถึงได้ออกหน้ามาช่วยเองอย่างนั้นรึ
“ที่แม่ใหญ่พูดมาก็มีเหตุผลแต่ก็มีอีกวิธีที่สามารถนำสมุนไพรนี้เข้ามาได้แล้วยังผ่านหูผ่านตาองครักษ์มาได้อีกด้วย”คิดหรือว่าเื่นี้จะเอาไปโทษองครักษ์ของเขาได้เื่นี้องครักษ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกำลังเกิดขึ้น แล้วก็องครักษ์ของป้าเตานั้นไม่ว่าเื่ไหนก็จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดพวกเขาจะไม่ยอมให้สมุนไพรที่อันตรายเช่นนี้เล็ดลอดเข้ามาอย่างเด็ดขาด
“วิธีอื่น?”
“มันถูกนำเข้ามาโดยคนที่ไม่จำเป็ต้องตรวจสอบ” ดวงตาสีดำสนิทมองไปยังหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ดวงตานั้นไม่ปกปิดความสงสัยเอาไว้แม้แต่น้อย ฮูหยินใหญ่หัวเราะ
“คุณชายใหญ่พูดอะไรกัน ข้าหรือจะทำเช่นนั้น”
“ข้าบอกว่ามันถูกนำเข้ามาโดยคนที่ไม่จำเป็ต้องตรวจสอบข้าไม่ได้หมายถึงแม่ใหญ่ แม่ใหญ่เป็ฮูหยินของท่านพ่อ เป็คนของป้าเตามิใช่หรอกรึแม่ใหญ่จะทำร้ายคนของป้าเตาได้ลงได้อย่างไร จริงหรือไม่?” ใบหน้าหล่อจัดยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเอ่ยถึงสถานะของนางในตอนนี้เพื่อเป็การย้ำเตือนว่านางควรเลือกฝั่งไหนหากนางเลือกป้าเตา เขาในฐานะลูกบุญธรรมและนายเหนือแห่งป้าเตาจะยังปกป้องคุ้มครองนางจากตระกูลหวงแต่หากนางเลือกอีกฝั่ง นางก็จะตายตกตามกันไปพร้อมกับตระกูลของนาง
แต่นางไม่ยอมเปลี่ยนแม้กระทั่งสกุลมาใช้สกุลเดียวกับท่านพ่อนี่คงจะถือว่านางเลือกข้างมาั้แ่ต้นแล้วกระมัง
“คุณชายใหญ่พูดถูกแล้ว ท่านเทพเป็ลูกสะใภ้ของข้าข้าจะทำร้ายเขาได้อย่างไร” ฮูหยินใหญ่ยิ้มรับ
“ว่าแต่…..รายการวัตถุดิบที่ข้าขอไปล่ะ?” ร่างสูงยกยิ้มอย่างไม่สะท้านอะไรกับการมาปรากฏตัวที่นี่ของฮูหยินใหญ่นางมาแล้วอย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับสอบสวนของเซียวเฟิงเหยียนมิใช่หรอกรึ
“เื่นั้นยังจำเป็ด้วยหรอกรึ” ฮูหยินใหญ่ทำหน้าอึ้งนางอุตส่าห์มาถึงที่นี่เซียวเฟิงเหยียนยังจะทำการสอบสวนต่ออีกรึ
“เื่ที่ต้องทำก็ต้องทำให้แล้วเสร็จแม่ใหญ่บอกว่าจะไปเยี่ยมภรรยาของข้ามิใช่หรอกหรือ อย่ารั้งเสียเวลาอยู่ที่นี่เลยหากแม่ใหญ่ไปเยี่ยมและอยู่จิบชาพูดคุยกับเขาเขาจะต้องอาการดีขึ้นอย่างแน่นอนข้าต้องรบกวนแม่ใหญ่ไปอยู่เป็เพื่อนเขาจนกว่าข้าจะกลับ” คิดจะมาช่วยคนของตัวเองรึเซียวเฟิงเหยียนไม่ปล่อยให้นางทำเช่นนั้นแน่เขาเองก็อยากจะกำจัดคนของตระกูลหวงออกไปให้ได้มากที่สุดดังนั้นสองคนนี้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากนางอย่างเด็ดขาด
“หากคุณชายใหญ่พูดเช่นนั้น….” นางมองไปยังคนครัวที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่สองคนนี้จะเอ่ยปากพูดถึงนางหรือไม่ จะหาทางเอาตัวรอดกันได้หรือเปล่า
“สาวใช้ พาแม่ใหญ่ไปที่เรือนข้าจัดเตรียมน้ำชาให้นางได้ดื่มพูดคุยกับฮูหยินด้วย” เมื่อเห็นว่าฮูหยินใหญ่ยังรั้งที่จะอยู่ต่อไม่ยอมเดินออกไปเซียวเฟิงเหยียนก็หันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่นางรับคำแล้วประคองฮูหยินใหญ่ออกไปจากเรือนหลักเมื่อนางไปจนลับตาแล้วนายเหนือก็หันกลับมามองคนที่นั่งอยู่
“ไปเอาบันทึกการเข้าออกของป้าเตาในวันนี้มาให้ข้าส่วนพวกเ้า ตราบเท่าที่พวกเ้ายังไม่พูดก็นั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้จนกว่าจะพอใจกันเถอะนะ ข้าลางานที่ค่ายองครักษ์มาแล้วมีเวลามองพวกเ้านั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้ทั้งวัน” ระหว่างที่พูดก็ให้คนสนิทเอาน้ำชากับสำรับยามว่างมาให้เซียวเฟิงเหยียนพยายามที่จะไม่โกรธหรือใจร้อน เขาทำงานองครักษ์มานานรับมือกับพวกโจรและคนที่ก่อความผิดต่างๆมามากมายทำให้รู้ถึงวิธีที่จะใช้จัดการคนแต่ละประเภทยิ่งปากแข็งมากเท่าไหร่การทรมานหรือการขึ้นเสียงย่อมยากที่จะเอาความลับออกมาได้ปล่อยให้อดทนเก็บความลับอยู่เบื้องหน้าของคนที่ต้องปกปิดความลับจะยิ่งทำให้ลนลานเหงื่อไหลจากความกดดัน จนในที่สุดก็จะเอ่ยปากพูดออกมาเอง
ยิ่งต้องอดทนมากเท่าไหร่ความกดดันก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นและเซียวเฟิงเหยียนเองก็ไม่เหนื่อยที่จะนั่งรอเช่นเดียวกับหน่วยลับของเซียวหนิงเฉิงที่กำลังรอคอยให้เหยื่อต้องหวาดกลัวจนตัวสั่น
บังอาจวางยาท่านเทพ อย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตอย่างที่ใจปรารถนา
หันคมดาบใส่ประมุขที่ถือครองอำนาจของจักรพรรดิบทสรุปสุดท้ายจะยังเป็สิ่งใดได้อีก
ไม่ว่าจะพูดหรือไม่พูด ตราบเท่าที่มีหลักฐานชี้ตัว บทสรุปสุดท้ายมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่