“พวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว” ฉู่จวินหลันยังไม่ทันตอบโต้สีหน้าฉู่หวาถิงก็หม่นลงทันที เขาผุดลุกขึ้นแล้วสั่งเป่าเล่อว่า“พาข้าไปหาอนุหวังเดี๋ยวนี้ คนอื่นได้รับ เหตุใดถึงไม่มีของหลันหลัน!”
“ขอรับ!”เป่าเล่อก็โกรธแทนเช่นกัน เขารีบประคองฉู่หวาถิงออกไปทันที
ฉู่จวินหลันพลันรู้สึกอบอุ่นในใจนางรีบจับแขนฉู่หวาถิงไว้พลางเอ่ยปลอบ “พี่ชายใหญ่จะเดือดดาลทำไมเ้าคะข้าไม่เคยใส่ใจของพวกนั้น อีกทั้งไม่คิดจะไปงานหาคู่ที่เรียกว่า‘งานชุมนุมผู้สูงศักดิ์’ อะไรนั่นด้วย”
เมื่อได้ยินน้องสาวเอ่ยตรงๆว่าเป็งาน ‘หาคู่’ฉู่หวาถิงก็ได้แต่ถอนหายใจ “แม้งานนั้นจะหรูหราสง่างามแต่ก็ไม่ใช่เพื่อหาคู่ครองเท่านั้น”
“แต่คนในจวนเราไปเพื่อเื่นั้นหากเข้าตาเชื้อพระวงศ์หรือคุณชายผู้สูงศักดิ์สักคน อาจได้ปีนขึ้นที่สูงในสักวัน”ฉู่จวินหลันประคองให้ฉู่หวาถิงนั่งลง “ทว่าข้าไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ข้าไม่คิดพึ่งใครเพื่อไต่เต้า สิ่งที่ข้า้า ข้าจะไขว่คว้ามาด้วยตนเอง”
ฉู่หวาถิงพยักหน้าอย่างชื่นชม“ดีแล้ว แม้เป็สตรี แต่มีความคิดเช่นนี้ก็นับว่าน่ายกย่อง”
แต่เมื่อคิดว่าน้องสาวถูกหมั้นหมายกับคนโง่แห่งจวนกงติ้งอ๋องฉู่หวาถิงก็อดเศร้าสร้อยไม่ได้
ฉู่จวินหลันมองออกทันทีว่าเขาเศร้าสร้อยเพราะเหตุใดนางครุ่นคิดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่เอ่ยความลับของเซียวซวี่ออกมาแม้นางเชื่อใจในคุณธรรมของฉู่หวาถิงว่าเขาจะไม่ปากพล่อยแต่ความลับยิ่งมีคนน้อยรู้เท่าไร ย่อมยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้นดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเื่ถาม “พี่ชายใหญ่ยังไม่ได้บอกเลยว่าปีนั้นผู้ที่รับผิดชอบคดีของท่านแม่คือใคร”
เป่าเล่อกับจื่อเยียนสบตากันต่างตึงเครียดไม่กล้าส่งเสียง
ฉู่หวาถิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงเบา“เขาผู้นั้นร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราหนาเมื่อสืบถามก็รู้ว่าเขาชื่อหยวนคังหู่ต่อมาเหมือนจะได้เลื่อนเป็มือปราบของศาลซุ่นเทียน”
“ข้ารู้แล้ว”ฉู่จวินหลันจดจำชื่อหยวนคังหู่เอาไว้ในใจ หากนางคิดจะสืบเื่ในอดีตก็ต้องเริ่มจากบุคคลผู้นี้
เมื่อเห็นฉู่จวินหลันเงียบไปฉู่หวาถิงก็อดเตือนไม่ได้ “หลันหลันจำไว้ว่าห้ามใช้สมบัติที่จวนองค์หญิงใหญ่ส่งมาสุ่มสี่สุ่มห้าโดยเด็ดขาดนั่นคือเงินที่ใช้ซื้อสมุนไพรรักษาคุณชายเย่”
เห็นพี่ชายเตือนด้วยความจริงจังฉู่จวินหลันก็หัวเราะเสียงเบา เอนกายเข้าไปกระซิบข้างหูเขา“แท้จริงแล้วนั่นเป็เพียงข้ออ้างที่องค์หญิงใหญ่สร้างขึ้นเพื่อรักษาหน้าข้าหาไม่แล้วนางคงแค่ส่งเงินมาก็พอแล้ว จะส่งสมุนไพรล้ำค่ามาให้มากมายทำไมกันเล่า”
ฉู่หวาถิงหาใช่คนโง่เขลาเขาเข้าใจขึ้นมาทันที “เป็เช่นนี้นี่เอง! เพียงแต่คนเ่าั้เป็เชื้อพระวงศ์ข้าเกรงว่าเ้าจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่วางใจ”
“วางใจเถิดข้าเป็เพียงหมอคนหนึ่งเท่านั้น” ฉู่จวินหลันยิ้มอย่างมั่นใจ
ฉู่จวินหลันอยู่เป็เพื่อนฉู่หวาถิงครู่หนึ่งแล้วจึงกลับไปยังเรือนเล็กฝั่งตะวันตก ศึกษาอาการคนไข้สามรายที่มีอยู่ในมือพร้อมทั้งหาเวลาฝึกพลังภายใน แม้ยามเย็นจะได้ยินลวี่ถีกับลวี่หลัวสนทนากันในลานเรือนว่าวันนี้คุณหนูรองกับคุณชายสี่ออกไปดูบัณฑิตผู้เลื่องชื่อเดินขบวนก็ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
รุ่งเช้าวันถัดมา ฉู่จวินหลันสั่งจื่อเยียนว่า“ไปเตรียมเสื้อคลุมผ้าแพรสีครามให้ข้าและต้องใช้เครื่องประดับหยกเขียวห้อยเงินแท้เส้นนั้น”
ฉู่จวินหลันรูปโฉมสะคราญแต่เดิมเป็คนชอบความงามยิ่งนักทว่าั้แ่ฟื้นขึ้นมากลับไม่ชอบเครื่องประดับที่ซับซ้อนและมักแต่งกายเรียบง่ายสะอาดตา นางไม่อยากให้ดูผิดแผกไปจากผู้อื่นนักต่อให้แต่งเรียบๆ ก็ต้องดูดีไม่ทรุดโทรม
วันนี้นางล้วนเลือกผ้าเนื้อดีและเครื่องประดับงดงามทว่าพอจัดเข้าด้วยกันแล้วกลับให้ความรู้สึกประหลาดคล้ายจะเรียบจนดูด้อยค่า
เมื่อเห็นฉู่จวินหลันนั่งหน้ากระจกทองแดงเพ่งเขียนคิ้วอย่างบรรจงลวี่หลัวกับลวี่ถีก็เหลือบตาสบกัน แอบเม้มปากเบ้หน้าในที
คุณหนูสามผู้นี้ช่างมีรสนิยมประหลาดนัก!เสื้อผ้าที่เลือกแต่งวันนี้ช่างไม่เข้ากันเลยต่อให้แต่งหน้างดงามเพียงใดก็ยากจะกลบเกลื่อน
ฉู่จวินหลันเป็คนแรกที่ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าตอนเช้าเช่นเคย
“หลันเจี่ยร์มานี่มานั่งข้างๆ ย่าเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานสาวด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา
ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่บ้านเดิมมานานพอมาถึงเมืองหลวงก็มีเพียงหลานสาวที่เกิดจากภรรยาเอกผู้นี้ที่ใกล้ชิดและให้ความเคารพนับถือตนที่สุดไม่เพียงมาคารวะเป็คนแรกทุกวัน ยังช่วยชงชาเทน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว
ฮูหยินผู้เฒ่ากำชับด้วยความรักใคร่“หลันเจี่ยร์ อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์แล้วเ้าควรเตรียมตัวไว้บ้างนะ วันหน้าจะต้องไปอยู่จวนกงติ้งอ๋องต้องเริ่มเรียนรู้การสร้างเส้นสายเสียแต่เนิ่นๆ สามีเ้าคงพึ่งไม่ได้เ้าก็ยิ่งต้องคิดหาทางวางรากฐานเอง ่นี้ย่าเห็นทั้งอิ๋งเจี่ยร์ เจียวเจี่ยร์ต่างตระเตรียมกันแม้แต่ซานเจี่ยร์ยังตัดชุดใหม่เ้าจะคิดว่าตัวเองมีคู่หมั้นแล้วเลยไม่สนใจงานนี้ไม่ได้งานชุมนุมนี้ยังมีบรรดาฮูหยินจากตระกูลต่างๆ มารวมกันมากมายล้วนเป็ผู้ที่เ้าควรผูกไมตรีด้วยทั้งนั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา
ฉู่จวินหลันพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเอ่ยด้วยความซาบซึ้งว่า “ขอบพระคุณท่านย่า หลานจำใส่ใจแล้วเ้าค่ะ”
ั์ตาใสกระจ่างของนางเต็มไปด้วยความเคารพรักไม่ปิดบังทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกอบอุ่นใจนัก พลันมีอารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้นจึงกำชับฉู่จวินหลันต่อ “ต้องตั้งใจแต่งตัวให้ดีผู้คนย่อมเคารพในเสื้อผ้าก่อนจึงจะเคารพในคน…”
ฉู่จวินหลันพยักหน้ารับทุกถ้อยคำก่อนถอนหายใจเบา “หลานเข้าใจสิ่งที่ท่านย่ากล่าวมาดีเ้าค่ะเพียงแต่สภาพเรือนเรายามนี้ตึงเครียดนัก ทุกสิ่งมีจำกัดพวกพี่น้องก็ยังไม่มีผู้ใดหมั้นหมาย แต่หลานมีคู่หมั้นแล้วจึงไม่อยากแย่งของเ่าั้กับพวกน้องๆ ขอเพียงไม่ให้เสียหน้าตระกูลฉู่ของเราก็พอแล้วเ้าค่ะ”
ฉู่จวินหลันหัวเราะอย่างขื่นขมก่อนจะพูดต่อ“ท่านย่า หลานได้แต่บอกความในใจแก่ท่าน อาจมีคนคิดว่าหลานมีหีบสมบัติตั้งสองใบทั้งยังมีไข่มุกราตรี ทว่าท่านก็รู้ว่านั่นล้วนเป็ของที่จวนองค์หญิงใหญ่มอบให้หลานจะกล้าใช้ของเหล่านี้ตามอำเภอใจได้อย่างไร หลานล้วนต้องรายงานสมุนไพรที่ใช้รักษาคุณชายเย่อย่างชัดเจนหากพลาดพลั้งทำหายไปสักชิ้น เกรงว่าจะนำภัยมาสู่ตระกูลฉู่ของเราเมื่อถึงตอนนั้นชื่อเสียงที่บิดารักษามาชั่วชีวิตคงพังทลายสิ้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็พยักหน้า“เด็กดี เ้าช่างรู้ความนัก”
สองย่าหลานสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นบรรดาอนุทั้งหลายก็ทยอยกันเข้ามาพร้อมลูกหลานของตน
เมื่อวานนี้เพิ่งเปิดห้องคลังในจวนแต่ละเรือนต่างก็ได้รับของโดยเฉพาะฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่หวาจางบุตรของอนุหวังที่ได้ของดีและมากที่สุด
เหล่าคนหนุ่มสาวย่อมรักสวยรักงามเป็ธรรมดาฉู่เมิ่งอิ๋งและฉู่หวาจางนำพี่น้องทั้งหลายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมเครื่องประดับศีรษะก็ล้วนเป็ของใหม่เมื่อบรรดาคุณชายคุณหนูวัยเยาว์ก้าวเข้ามาในเรือนก็ราวกับหมู่มวลดอกไม้ผลิบานทั่วห้อง เต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส
ฮูหยินผู้เฒ่ามองฉู่จวินหลันที่แม้แต่งกายเรียบง่ายจนแทบดูยากจนแต่กลับงดงามสะคราญ แล้วหันไปมองหลานชายหลานสาวที่เกิดจากอนุ พลันกรอกตาก่อนสีหน้าจะหม่นลง
ฉู่จวินหลันเห็นสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าก็เพียงยิ้มบางก้มหน้าหลุบตาลงเล็กน้อย
“อนุหวัง!”ฮูหยินผู้เฒ่าตบโต๊ะเสียงดัง “เ้าช่างกล้าทำเื่เช่นนี้!”
อนุหวังถูกเสียงตวาดอย่างกะทันหันทำให้ใสะดุ้งรีบตบอกพลางเอ่ยตะกุกตะกัก “ฮูหยินผู้เฒ่าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือเ้าคะผู้น้อยทำสิ่งใดผิดพลาดหรือ”
“ยังกล้าถามอีก!เ้ากล้าลำเอียงกดขี่บุตรหลานที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ เ้าคิดสิ่งใดอยู่!เป็เพียงอนุแท้ๆ เ้าคิดว่าตนเป็ฮูหยินเ้าของเรือนแล้วหรืออย่างไร!”