เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 88 ความขัดแย้ง

    ชายกักขฬะผู้นั้นหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มรูปงามกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาก็คิดว่าตนเองช่างโชคดีเมื่อในที่สุดก็จะได้ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นไว้  


    หลงเฉินมิอาจจินตนาการได้เลยว่าชายผู้นั้นจะมีรสนิยมวิกลจริตและน่ารังเกียจถึงเพียงนี้    เขามิได้พึงใจในตัวหญิงสาว หากแต่มีใจใฝ่หาเด็กหนุ่มอย่างหลงเฉิน


    แววตาที่เขามองมานั้นทำให้หลงเฉินอยากจะซัดให้หมอบ


    ‘นี่มันบ้าบออะไรกัน? คนผู้นั้นต้องการสิ่งใดกันแน่?’


    หลงเฉินยังคงไม่เข้าใจ


    เวลานี้  ชายวัยกลางคนผู้นั้นหัวเราะเบา ๆ และเอ่ยขึ้น


    “หนุ่มน้อย มานี่เถอะ ท่านลุงผู้นี้จะคอยดูแลเจ้าเอง”


    เฉินหลงเกือบจะโต้กลับเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้  เขานึกขึ้นได้ว่ามีชายผิดเพศที่ไม่สนใจผู้หญิง หากแต่เป็นผู้ชาย เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นคนประเภทนั้น


    เมื่อเสียงของเขาเงียบลง  ชายประหลาดผู้นั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว  แต่อย่างไรก็ตาม  ร่างของหลงเฉินกลายเป็นเพียงภาพติดตาชั่วขณะเบื้องหน้าเขา


    เงาเลือนรางที่ว่องไวนั้นทำให้ชายจากลัทธิเซียนโลหิตต้องหรี่ตามอง


    ‘ยังอ่อนเยาว์นัก หากแต่รู้จักทักษะยุทธ์มากมาย  คงเป็นยอดฝีมือจากตระกูลท้องถิ่นสักตระกูล หากได้เล่นกับเจ้าเด็กนี่คงเพลิดเพลินน่าดูชม!’


    ด้วยไม่ทันแม้แต่จะคิด ก่อนที่ความเร็วของเงาหลงเฉินจะเพิ่มมากขึ้นนับร้อยเท่า  ชายผู้นั้นทำได้เพียงกะพริบตาก่อนที่หลงเฉินจะอันตรธานหายไป


    ครู่ต่อมา  การโจมตีอันหนักหน่วงก็พุ่งเข้าใส่ท้องจนทำให้เขาแทบจะอาเจียนเอาอาหารมื้อสุดท้ายออกมา  ชายกักขฬะผู้นั้นร้องลั่นและร่วงลงไปกองกับพื้น  ตัวงอราวกับกุ้ง


    ‘เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดความเร็วของเด็กนั่นถึงได้มากมายถึงเพียงนี้?  การเคลื่อนไหวเมื่อครู่คือทักษะยุทธ์งั้นรึ?  หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่?’


    ด้วยเป็นจอมยุทธ์ที่ผ่านศึกและการต่อสู้นองเลือดมานับไม่ถ้วน  ถึงแม้ชายผู้นั้นรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากในช่องท้อง แต่เขาก็ยังไม่หมดสติ


    เมื่อคิดว่าหลงเฉินอาจเป็นลูกหลานของกลุ่มอิทธิพลสักกลุ่ม  เขาจึงอดทนกับความเจ็บปวด จากนั้นก็คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตด้วยน้ำตานองและน้ำมูกที่ไหลย้อยลงมาตามใบหน้า


    “นายน้อยผู้เยี่ยมยุทธ์  ข้ามีนามว่าหลี่หยาน ชีวิตนี้ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายและไม่ได้คุกคามท่านแม้แต่น้อย  ข้าหวังว่านายน้อยจะมีเมตตาและไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”


    “เช่นนั้นรึ? แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งพูดว่าจะคอยดูแลข้ามิใช่หรืออย่างไร บิดาเจ้าเถอะ!”


    น้ำเสียงของหลงเฉินที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดังเข้าไปในโสตประสาทของหลี่หยาน


    “ข้าจะกล้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไรเล่านายน้อย? ฝีมือของนายน้อยช่างร้ายกาจ  มีหรือที่คนโง่เขลาอย่างข้าจะกล้าล่วงเกิน”


    หลี่หยานเอ่ยอย่างน่าเวทนา


    ‘ชายผู้นี้แสร้งทำตัวน่าสมเพช แต่ทว่าข้า...หลงเฉินมิใช่คนที่จูงจมูกได้ง่าย ๆ ตัวเขามีกลิ่นเลือดคละคลุ้งและตลอดชีวิตของเขาคงทำร้ายผู้คนมามากมายนับไม่ถ้วน  ลัทธิเซียนโลหิตนี่ช่างลึกลับเสียจริง  และมันคงไม่ใช่สถานที่สำหรับผู้ที่มีจิตใจเมตตาอย่างแน่นอน’


    เดิมทีหลงเฉินต้องการเอาชีวิตเขา แต่แล้วก็คิดได้ว่าเขาอาจจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า  ทันใดนั้นหลงเฉินก็เตะเข้าที่ใบหน้าของหลี่หยานจนหัวของเขากระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น  ก่อนที่หลงเฉินจะกระทืบลงไปอย่างโหดเหี้ยม


    การกระแทกครั้งที่สองทำให้หลี่หยานเจ็บปวดมากขึ้นอีก   เขาคงนึกไม่ถึงว่าหลงเฉินที่ดูราวกับไม่มีพิษมีภัยจะโจมตีเขาอย่างร้ายกาจถึงเพียงนี้!


    ความเจ็บปวดที่ร้อนผ่าวอยู่บนหน้าผากในตอนนี้ทำให้หลี่หยานมึนงง แต่เขาก็ยังไม่ได้หมดสติไป  เท้าที่กดลงมานั้นราวกับใบมีดที่วางอยู่บนหลังศีรษะของเขา


    หลี่หยานไม่รู้เลยว่าเหตุใดตนเองถึงกลายเป็นฝ่ายถูกทำร้าย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากร้องขอความเมตตา  ชะตากรรมของเขาอยู่ในมือของหลงเฉินแล้ว


    “ข้าจะไม่เสียเวลากับเจ้าอีกแล้ว  ข้าจะให้ทางเลือกกับเจ้าแค่สองข้อ หนึ่งคือตาย และสอง... ก็ตายอยู่ดี”


    หลี่หยานหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก  สีหน้าของเขาเริ่มเผือดซีดเมื่อคิดว่าตนเองอาจจะต้องตายอยู่ในที่แห่งนี้  ใบหน้าของเขาซึ่งถูกกดจมลงไปโคลนนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง


    เมื่อเห็นว่าชายผู้นี้ยังคงร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด ไม่ว่าผู้ใดก็บอกได้ว่าเขามิใช่คนที่มีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่  หลงเฉินรู้สึกพอใจอยู่ลึก ๆ


    “เลิกร้องโวยวายได้แล้ว ข้า...บิดาเจ้า เพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ข้าจะให้ทางเลือกกับเจ้าสองข้อ ข้อแรกก็คือตาย ส่วนข้อสองก็คือเจ้าต้องพาข้าไปที่รังของพวกลัทธิเซียนโลหิต”


    หลี่หยานอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ทว่าเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายเขาก็รู้สึกโล่งอกในทีแรก  แต่จากนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกที่หลงเฉินพูดเช่นนั้นออกมา  แม้ว่าหลี่หยานจะไม่ใช่คนโง่  แต่เขาก็รู้ว่าเป้าหมายของหลงเฉินในคราวนี้คือลัทธิเซียนโลหิต!


    ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ความคิดมากมายก็พลุ่งพล่านอยู่ในหัวของเขา


    ‘เด็กคนนี้จงใจสร้างความวุ่นวายเพื่อล่อลวงให้ข้าออกมา  จากนั้นก็ถามถึงที่ตั้ง  ดูจากการกระทำของเขาแล้ว  เขาจะต้องพยายามช่วยเด็กสาวที่พวกเราจับมาจากเมืองหยานลั่วแน่ ๆ!’


    ‘เจ้าหนุ่มนี่จะต้องกล้าบ้าบิ่นอย่างสุดโต่งที่บุกขึ้นเขามาลำพังด้วยอายุเพียงเท่านี้  เช่นนั้นก็เอาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไป ดูสิว่าเจ้าจะทุกข์ทรมานเพียงใดเมื่อต้องเจอกับผู้คุมกันทั้งสอง  เจ้าทำร้ายข้าถึงสองครั้ง ข้า...หลี่หยานจะจดจำเอาไว้!’


    เมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของชายผู้นี้  หลงเฉินก็ตระหนักดีว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่


    เขาเป็นตัวแปรสำคัญที่จะนำไปสู่ที่ตั้งฐานลับของลัทธิเซียนโลหิต  สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้  เขาจะให้หวงเฟยหยางเป็นผู้รับมือ  เขาจึงไม่สนใจกับแผนการที่หลี่หยานวางเอาไว้แม้แต่น้อย


    “เอาล่ะ เสียเวลามามากแล้ว ตัดสินใจได้หรือยัง?  แต่เจ้าคงจะเลือกความตายอยู่แล้วสินะ?”


    หลี่หยานหวาดกลัวลนลานจนรีบพูดออกมา


    “นายน้อย ข้าเลือกข้อสอง! ข้าน้อยขอเลือกข้อสอง!  เข้าจะพาท่านไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!”


    “โอ้?”


    หลงเฉินมองเขาด้วยความสงสัย


    “เจ้าคงไม่ได้วางแผนอะไรอยู่ใช่ไหม?”


    “ข้าน้อยมิบังอาจ!”


    หลงเฉินยิ้มอย่างเฉยเมยและเอ่ยขึ้น


    “ตราบใดที่เจ้าอยู่ในมือข้า  หากข้าเห็นว่าเจ้าเล่นไม่ซื่อแม้เพียงนิดเดียวละก็  ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้เลยทีเดียว ถึงอย่างไรลัทธิเซียนโลหิตก็ไม่ขาดแคลนคนอย่างเจ้าอยู่แล้ว  แม้เจ้าตายข้าก็แค่จับมาอีกสักคน  และข้าก็ต้องหาฐานที่ตั้งของลัทธิเซียนโลหิตพบจนได้”


    “แน่นอน  แน่นอน  นายท่านพูดถูกทุกอย่าง!”


    เมื่อหลี่หยานพยักหน้าอย่างเร็ว  หลงเฉินก็ปล่อยเขาในทันที  เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนผู้นี้มีสีหน้าเชื่อฟังและลุกขึ้นยืน  หลงเฉินก็จับจ้องเขาด้วยแววตาแข็งกร้าวก่อนที่หลี่หยานจะรีบนำทางไปในทันที


    หลงเฉินส่งสายตายั่วยุให้หวงเฟยหยาง  จากนั้นก็ตามหลี่หยานไป


    ในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไป  สายตาของหวงเฟยหยางเย็นชาขึ้นทันทีเมื่อเห็นสายตาเยาะเย้ยของหลงเฉินที่มองมา


    “มันน่าภูมิใจอะไรนักหนา? ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องถึงเวลาตายขอเจ้าอยู่ดี”


    “น้องหวง หลงเฉินผู้นี้เป็นนักรบอสูรมิใช่รึ? เขาบรรลุเพียงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปด  แต่ในเมื่อเขาไม่ได้แปลงร่าง แล้วเขาเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับเดียวกันอย่างง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร?”


    เมื่อนึกถึงเรื่องนี้  เหวินหยารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ


    หวงเฟยหยางเองก็นิ่วหน้าและเอ่ยขึ้น


    “ดูเหมือนว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยหากเทียบกับตอนที่เข้ารับการคัดเลือก เขาคงจะบรรลุขอบเขตพลังอีกครั้ง และอาจบรรลุถึงขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้าแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก!”


    “หลงเฉินผู้นี้มีพรสวรรค์บางอย่าง  แม้พวกเราจะได้ประจักษ์เพียงน้อยนิด  ทว่าทักษะการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ก็ถือได้ว่าน่าประทับใจยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม  เหตุใดทักษะยุทธ์นั้นถึงได้ดูคุ้นตานักนะ?”


    “มันคือเคล็ดวิชาของตระกูลหลิงอู่... [มังกรสวรรค์ย่างก้าว]”


    แม้ว่าเขาจะไม่อยากเชื่อเลยก็ตาม  แต่หวงเฟยหยางก็เอ่ยออกมาด้วยความขุ่นเคือง


    “เขาเพิ่งได้รับเคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] ไปเมื่อห้าวันก่อน  แต่เขากลับใช้มันได้แล้ว  ภายในสำนักสุริยันมรกตของเรา  ข้าคิดว่ามีเพียงเฟิงอู่เทียนเท่านั้นที่มีพรสวรรค์เช่นนั้น หากแต่เหวินหยา...”


    หวงเฟยหยางเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


    “คนเช่นนี้เราควรถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก!”


    “หาไม่แล้ว หากเขามีเวลาได้เติบโตละก็  เขาจะต้องสร้างปัญหาไม่รู้จบอย่างแน่นอน”


    แม้ว่าเขาจะไม่อยากเป็นศัตรูกับหลงเฉิน  ทว่าเขาเป็นสหายที่ดีกับหวงเฟยหยาง  เหวินหยาจึงไม่มีทางเลือก


    “ไปกันเถอะ จัดการเจ้าตัวปัญหานั่นให้สิ้นซากเสีย”


    เมื่อข้ามเนินเขาของภูเขาหยานตะวันออกไปเล็กน้อย  พวกเขาก็มาถึงบริเวณป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้เหี่ยวเฉา  สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพื้นดินขรุขระและก้อนหินรูปร่างพิลึกพิลั่น  อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เปลี่ยวร้างอย่างที่สุด


    สัตว์อสูรในบริเวณนี้ถูกกำจัดไปจนหมดด้วยฝีมือของพวกลัทธิเซียนโลหิต  ถ้ำที่เคยเป็นของสัตว์อสูรเหล่านี้กลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและเป็นคุกสำหรับเด็กสาวที่ถูกจับตัวมา…


    “น...นายน้อย ตรงไปทางนี้แหละ  พวกเด็กสาวถูกจับตัวไว้ในถ้ำลึกที่พี่น้องข้ากำลังดื่มกินอย่างสำราญ ข้าให้คำสัตย์แก่ท่านว่าพวกนางไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ...”


    เมื่อหลงเฉินมาถึง  เขาก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยของคนจำนวนหนึ่งและยังได้กลิ่นสุราและเนื้อ  ในพุ่มไม้ที่ห่างออกไป มีควันจากกองไฟลอยออกมา


    หลี่หยานจึงไม่มีประโยชน์อีกแล้วในตอนนี้


    หลี่หยานมองหลงเฉินด้วยท่าทีประหวั่นพรั่นพรึง  นี่คือเวลาที่จะตัดสินความเป็นความตายของตนเอง  เขาจึงเตรียมการไว้อย่างเต็มที่ รอจังหวะเหมาะเพื่อจู่โจมหลงเฉินและหนีไป


    เขาไม่จำเป็นต้องเอาชนะหลงเฉิน  แค่หนีรอดไปให้ได้ก็เพียงพอ  หลังจากนั้นก็ปล่อยให้คนจากลัทธิเซียนโลหิตช่วยปกป้องเขา


    เมื่อเห็นว่าลัทธิเซียนโลหิตอยู่ใกล้แค่เอื้อม  หลี่หยานจึงคิดว่าหลงเฉินคงพุ่งตัวเข้าไปทันที  ทว่าหลงเฉินกลับหยุดและมองมาที่หลี่หยานพร้อมรอยยิ้ม


    “นายน้อย  คนของเราอยู่ข้างในนั้น...  นายน้อย ท่านสัญญาว่าจะปล่อยข้าไป ท่านคิดจะกลับคำอย่างนั้นรึ?”


    “ไม่มีอะไรหรอกน่า ข้าแค่กำลังรอใครบางคนอยู่”


    หลงเฉินพูดด้วยท่าทีไม่รีบร้อน


    “รอใครบางคนงั้นรึ?”


    หลี่หยานงุนงง แต่เพียงไม่นาน ยอดฝีมือสองคนก็ปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังและออกมาจากพุ่มไม้  พวกเขามีดวงตาดุดันและร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังปะทุออกมา  พลังเช่นนี้รุนแรงกว่าหลงเฉินมากนัก


    หลี่หยานหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน แล้วเขาก็รู้ตัวว่าตนเองประมาทหลงเฉินมากเกินไป ด้วยคิดว่าหลงเฉินเป็นเพียงคนเลือดร้อนที่บุกตะลุยขึ้นมาบนภูเขาเพียงลำพังเพื่อช่วยหญิงสาวและต่อสู้กับคนจำนวนมากของลัทธิเซียนโลหิต เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนอีกสองคนอยู่เบื้องหลัง!


    เมื่อคนสามคนปรากฏตัวขึ้นและทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือหนุ่ม  ความคิดที่น่าพรั่นพรึงผุดขึ้นในหัวของเขา!


    “พวกเจ้า... มาจากตระกูลหลิงอู่งั้นรึ!?”


    “เจ้าเดาถูกแล้ว!”


    หวงเฟยหยางและเหวินหยาปรากฏตัวเบื้องหน้าหลี่หยาน   หวงเฟยหยางหัวเราะอย่างเลือดเย็นและเหวี่ยงหมัดไปที่หน้าอกของหลี่หยาน  แม้ว่ามันจะเป็นเพียงหมัดธรรมดา ๆ ทว่าสำหรับยอดฝีมือในระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น --- หากหลี่หยานโดนเข้าเขาคงตายคาที่


    สีหน้าของหวงเฟยหยางนั้นชั่วร้ายกว่าหลงเฉินมากนัก  เมื่อหวงเฟยหยางปรากฏตัวขึ้น หลี่หยานก็รู้ว่าตนเองคงต้องตายแน่แล้ว


    เมื่ออยู่ระหว่างความเป็นความตาย เขาถึงกับระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่เพื่อหลบหนี!


    “เจ้าคิดว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือข้าได้รึ?”


    หวงเฟยหยางที่สะกดกลั้นความโกรธมานาน  ทว่าเขายังไม่สามารถโจมตีหลงเฉินได้  ดังนั้นเขาจึงระบายความโกรธใส่หลี่หยานและปล่อยให้หลงเฉินได้เจอกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า!


    ระดับพลังของหลี่หยานและหวงเฟยหยางนั้นห่างชั้นกันมาก  พวกเขายืนห่างจากกันเพียงเล็กน้อยและเขาก็ไม่มีโอกาสหลบหนี  นับตั้งแต่วันที่เขาเลือกเดินในเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้  หลี่หยานก็เตรียมใจที่จะตายมานานแล้ว


    อย่างไรก็ตาม เขายังคงไม่ยอมจำนนที่จะตายด้วยน้ำมือของหวงเฟยหยาง!


    ขณะที่หลี่หยานสูญสิ้นซึ่งความหวังทั้งหมด  ทันใดนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา  และเพลงหมัดที่เจิดจ้าราวแสงดาวก็ทำให้หวงเฟยหยางถึงกับต้องถอยออกมา!


    เมื่อหลี่หยานหันไปมองก็ตระหนักได้ว่าคนผู้นั้นคือหลงเฉิน!


    *********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179