สุดยอดนักผจญภัย

    อัสโมเดียสลอบโจมตี

    หลายวันผ่านไป 

    กองทัพเอลฟ์ได้ขยับเข้ามาภายในทวีปปีศาจและได้ตั้งค่ายทหารอยู่ห่างจากชายแดนกว่าห้าสิบกิโลเมตร 

    หลังจากที่ผ่านการต่อสู้กันมาเกือบหนึ่งเดือนในตอนนี้ฝั่งเอลฟ์มีกองทัพเหลืออยู่เพียงแปดล้านคนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข่าวดีก็คือกองทัพของมนุษย์สัตว์ได้มาถึงชายแดนของเผ่าเอลฟ์แล้วและอีกไม่ถึงสามวันก็จะเดินทางมาถึงที่ค่ายหลัก

    ทางด้านกองทัพของมนุษย์ พวกเขายังคงอยู่ในทวีปเอลฟ์อยู่แต่ก็คิดว่าอีกประมาณสิบห้าถึงยี่สิบวันก็จะเดินทางมาถึง

    ส่วนทางด้านของกองทัพปีศาจ พวกมันได้ถอยไปไกลกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรและตั้งค่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเอลฟ์บุกคืบเข้ามาได้ 

    ภายในเต็นท์บัญชาการ

    แม่ทัพทั้งหมดนั่งประจำที่โดยที่มีจักรพรรดินีแฟร์ซ่ายืนอยู่ตรงกลาง

    “ จากที่ทีโมตี้รายงานมาเธอบอกว่าพวกปีศาจเริ่มที่จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แล้ว พวกมันจะส่งแม่ทัพปีศาจมาสนับสนุนอีกเป็นจำนวนมากซึ่งจำนวนก็ไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะฉะนั้นตอนนี้พวกเรามีอยู่สองทางเลือกคือบุกเข้าไปอีกครั้งหรือจะรอให้กองทัพของมนุษย์สัตว์และมนุษย์เดินทางมาถึงที่นี้ก่อน  ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น

    ทันใดนั้นพ่อบ้านซาร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่จริงจัง

    “ องค์จักรพรรดินีบนท้องฟ้ามีวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาครับ ” พ่อบ้านซาร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ทันใดนั้นจักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพคนอื่นๆก็มองหน้ากันทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจและตกใจขึ้นมา แม้กระทั้งไลท์และเฮลเฟลชเองก็ยังตกใจด้วยเช่นกัน

    ทันใดนั้นทุกๆคนภายในเต็นท์ผู้บัญชาการก็รู้สึกถึงลางไม่ดีบางอย่างขึ้นมา

    ทั้งหมดรีบวิ่งออกมาจากเต็นท์และมองไปที่ท้องฟ้าที่ตอนนี้กำลังมีมหาเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นและปล่อยสายฟ้าทมิฬลงมาโจมตีกองทัพเอลฟ์ทั้งหมด

    เสียงกรีดร้องของกองทัพเอลฟ์ดังขึ้นมาทั่วทุกทิศทางของค่าย 

    ความแรงของสายฟ้าทมิฬทำให้ทหารเอลฟ์พากันบาดเจ็บล้มตายกันนับไม่ถ้วน

    สายฟ้าทมิฬยังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง

    “ แม้งเอ้ยเจ้าสารเลวอัสโมเดียส ” แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าตะโกนด้วยความโกรธ ส่วนแม่ทัพคนอื่นๆเองก็บ่นออกมาด้วยความโกรธเช่นเดียวกัน

    “ รีบไปหยุดมันเร็วเข้า ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าตะโกนออกมาทันทีก่อนที่ตัวเธอจะบินตรงไปยังจุดที่อัสโมเดียสอยู่

    ทางด้านแม่ทัพคนอื่นๆเองก็รีบบินตามไปทันที ไลท์และเฮลเฟลชมองหน้ากันก่อนที่ไลท์จะพูดขึ้นว่า “ พาทุกคนหนีออกจากที่นี้กันก่อน ” 

    ไม่นานไลท์และเฮลเฟลชก็มาถึงเต็นท์ก่อนที่จะพบว่าเต็นท์ของพวกเขาถูกสายฟ้าทมิฬทำลายไปแล้ว

    ไลท์ขมวดคิ้วแน่นและรีบสำรวจรอบๆเต็นท์ทันทีก่อนที่จะพบว่าไม่มีใครอยู่ในเต็นท์ตอนที่สายฟ้าทมิฬฟาดลงมา

    เครื่องมือสื่อสารของไลท์สั่นขึ้น เขารีบหยิบขึ้นมาทันทีก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

    “ พวกเธอรีบหนีออกจากวงแหวนเวทย์นี้ก่อน ถ้าหากปลอดภัยแล้วก็ค่อยกลับมา ” ไลท์พูดจบก็วางสายไป

    “ เป็นอย่างไรบ้างไลท์? ” เฮลเฟลชถามด้วยความเป็นห่วง

    “ พวกเธอปลอดภัย ก่อนหน้าที่พวกเธอกำลังไปล่าสัตว์เวทย์ในป่าเพื่อมาทำอาหารกินกันทำให้ไม่มีใครอยู่ในค่ายตอนที่อัสโมเดียสใช้มหาเวทย์ ฉันก็เลยสั่งให้พวกนั้นรออยู่ด้านนอกมหาเวทย์ไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ” ไลท์พูดขึ้น

    “ โชคดีจริงๆ ” เฮลเฟลชถอนหายใจโล่งอก

    แม้แต่ไลท์ก็ยังรู้สึกเลยว่าครั้งนี้พวกเขาโชคดีแล้วจริงๆที่ไม่ถูกสายฟ้าทมิฬฟาดใส่ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้เสียทุกๆคนไปแน่ๆ 

    “ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดจบเขาก็บินตรงไปยังจุดที่อัสโมเดียสอยู่ทันที 

    แต่ไลท์และเฮลเฟลชไปยังไม่ถึงไหนก็พบว่าจักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพคนอื่นๆก็กลับมากันแล้ว ซึ่งท่าทางแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

    “ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” ไลท์สงสัย

    “ ก็พอพวกเราไปถึงเจ้าอัสโมเดียสก็หนีไปทันที ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

    ไลท์และเฮลเฟลชที่ได้ยินก็มองหน้ากัน ทั้งสองไม่คิดเลยว่าแม่ทัพปีศาจอัสโมเดียสจะใช้วิธีกองโจรแบบนี้ 

    “ ฉันคิดว่านี้น่าจะเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ เธอหมายความว่าอัสโมเดียสจะทำแบบนี้อีกงั้นหรอ? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามด้วยความเคร่งเครียด

    “ ใช่แล้วล่ะ พวกมันต้องการที่จะปั่นประสาทพวกเราให้พวกเราไม่ได้พักผ่อน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ก็น่าจะเป็นอย่างที่ไลท์ว่ามานะ ” แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าเห็นด้วย 

    “ แล้วอย่างนี้พวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะเนี้ย ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ 

    “ กลับไปวางแผนที่เต็นท์กันก่อนดีกว่า ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น 

    ทุกๆคนก็กลับไปที่เต็นท์บัญชาการ

    ไม่นานรองแม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่าจากการที่อัสโมเดียสซุ่มโจมตีทำให้มีทหารเอลฟ์เสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่าห้าแสนคน 

    แม้แต่ไลท์ก็ยังต้องประหลาดใจเพราะเขาจำได้ว่ามหาเวทย์ของอัสโมเดียสใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆก็ประมาณห้านาทีเองด้วยซ้ำ แต่ทว่ามีทหารตายไปกว่าห้าแสนคนนี้นับว่าจำนวนมากเลยทีเดียว

    “ บอกให้ทุกๆคนช่วยกันเคลียค่ายให้เรียบร้อย ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับ ” รองแม่ทัพเอลฟ์โค้งคำนับแล้วก็เดินจากไป

    แม่ทัพทุกๆคนพากันแสดงสีหน้าเย็นชา

    “ สารเลวนั้นใช้วิธีที่ทุเรศจริงๆ ” แม่ทัพมนุษย์สัตว์ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ แน่นอนว่าเจ้าสารเลวนั้นที่ว่าก็คืออัสโมเดียส

    “ แถมนี้เพิ่งจะเริ่มเท่านั้นด้วย ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องส่งแม่ทัพหลายคนไปเฝ้าทางรอบๆค่ายแล้วล่ะ ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ ฉันเองก็เห็นด้วยนะ พวกเราควรส่งแม่ทัพออกไปเฝ้าค่ายด้านนอก ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนเสริม 

    “ แล้วพวกเราควรส่งไปทั้งหมดกี่คน อย่าลืมว่าเจ้าอัสโมเดียสมันแข็งแกร่งขนาดนั้นแล้วไหนยังจะมีแม่ทัพปีศาจอีกสี่ตัวที่ยังเหลือรอด ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนพูดขึ้น

    ทันใดนั้นทุกๆแม่ทัพทั้งหมดต่างพากันครุ่นคิดอย่างหนัก

    “ คิดอะไรกันมากมายกันละ ” ไลท์ส่ายหน้าออกมา

    แม่ทัพทั้งหมดรวมไปถึงจักรพรรดินีแฟร์ซ่ามองไปที่ไลท์ด้วยความสงสัย

    “ แล้วจะปล่อยให้มันมาโจมตีเราทำไม ทำไมเราไม่ไปโจมตีพวกมันก่อนล่ะ? ” ไลท์พูดขึ้น

    ทันใดนั้นทุกๆคนในเต็นท์ก็เข้าใจความหมายที่ไลท์จะสือ

    จริงด้วยแล้วพวกเขาจะรอให้อัสโมเดียสมาโจมตีค่ายพวกเขาทำไม แถมพวกเขาก็ต้องเสียเวลารออัสโมเดียสด้วยแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะโจมตีพวกเขาตอนไหน 

    “ เอาตามที่ไลท์บอก พรุ่งนี้พวกเราจะบุกค่ายพวกปีศาจอีกครั้ง ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    วันต่อมา 

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่า แม่ทัพเอลฟ์และแม่ทัพมนุษย์สัตว์อีกสิบสามคนบินตรงไปยังค่ายปีศาจทันที 

    เพียงแต่ทุกๆอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาต้องการ

    หลังจากที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพคนอื่นๆออกจากค่ายไปประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้ว จู่ๆท้องฟ้าเหนือค่ายทหารเอลฟ์ได้ปรากฏวงแหวนเวทย์มหาเวทย์ของอัสโมเดียส

    “ หัวหน้าวงแหวนเวทย์ของอัสโมเดียสโผล่มาอีกแล้วครับ ” คอลรุยรีบวิ่งเข้ามาในเต็นท์ของไลท์ด้วยความตกใจ

    ไลท์ที่กำลังนั่งเล่นกับเบเรียลอยู่ก็รีบลุกขึ้นและวิ่งออกมานอกเต็นท์ทันที

    “ ไปบอกให้ทุกคนรีบหนีจากที่นี้ทันที ” ไลท์ตะโกนด้วยความตกใจ

    เบเรียลและคอลรุยรีบวิ่งไปแจ้งข่าวกับสมาชิกคนอื่นๆทันที

    ไลท์มองไปที่มหาเวทย์ของอัสโมเดียสด้วยความจริงจัง

    “ ทำไมจู่ๆอัสโมเดียสถึงโผล่มาที่นี้กันแน่ ไม่ใช่ว่าแฟร์ซ่านำแม่ทัพบุกค่ายปีศาจอยู่งั้นหรอ คิดไปก็เปล่าประโยชน์ตอนนี้ต้องไล่อัสโมเดียสออกไปก่อนไม่งั้นค่ายทหารแห่งนี้ได้ตายกันหมดแน่ๆ ” ไลท์พึมพำเบาๆ 

    “ ไลท์ ” เฮลเฟลชรีบวิ่งมาด้วยความเร่งรีบ

    “ ไปกันเถอะเฮลเฟลช ฉันอยากจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของฉันตอนนี้พอที่จะเทียบกับอัสโมเดียสได้ไหม ” ไลท์พูดขึ้นด้วยแววตาจริงจังและเต็มไปด้วยความต้องการที่จะสู้ 

    ถ้าหากเขาสู้แบบตัวต่อตัวไม่ไหวเขาก็ยังมีเฮลเฟลชที่คอยช่วยเหลืออยู่เพราะฉะนั้นคงจะไม่เป็นอะไรมากนัก 

    จากนั้นไลท์ก็เห็นแม่ทัพเอลฟ์หลายคนบินตรงไปยังจุดที่อัสโมเดียสอยู่ทันที

    ไลท์และเฮลเฟลชเองก็บินตรงไปด้วยเช่นกัน 

    เมื่อไลท์และเฮลเฟลชไปถึงทั้งสองก็เห็นแม่ทัพเอลฟ์ห้าคนกำลังใช้มหาเวทย์โจมตีใส่อัสโมเดียสทันที

    อัสโมเดียสหยุดใช้มหาเวทย์ของตัวเองก่อนที่จะใช้เวทย์รูปแบบโจมตีใส่แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บทันที ก่อนที่เขาจะหลบมหาเวทย์ของแม่ทัพเอลฟ์คนอื่นๆอย่างสบายๆ

    แม่ทัพเอลฟ์คนอื่นๆจึงรีบถอยหนีออกมาด้วยความหวาดกลัวเพียงแค่เวทย์โจมตีบทเดียวก็ทำให้แม่ทัพเอลฟ์คนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที

    “ แข็งแกร่งจริงๆ ” แม่ทัพเอลฟ์พากันหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะบุกเข้าไปทันที

    อัสโมเดียสที่เห็นดังนั้นก็แสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะบินตรงไปยังแม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งทันที

    “ บ้าเอ้ย ” แม่ทัพเอลฟ์ที่เป็นเป้าหมายของอัสโมเดียสก็ตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะรีบใช้มหาเวทย์โจมตีใส่อัสโมเดียสทันที

    อัสโมเดียสหลบการโจมตีของแม่ทัพเอลฟ์คนนั้นได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะใช้เวทย์บทหนึ่งโจมตีใส่แม่ทัพเอลฟ์คนนั้นจนได้รับบาดเจ็บ

    “ ทุกคนถอยหายตรงนี้ให้ฉันจัดการเอง ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะบินมาตรงด้านหน้าของแม่ทัพเอลฟ์ทั้งหมด

    เมื่อแม่ทัพเอลฟ์และแม่ทัพมนุษย์สัตว์เห็นว่าไลท์เป็นคนพูดก็พากันถอนหายใจโล่งอก

    “ ท่านไลท์โปรดระวังตัวด้วย ” แม่ทัพเอลฟ์ที่ได้รับบาดเจ็บพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับก่อนที่จะมองไปที่อัสโมเดียสด้วยแววตาจริงจัง

    “ มนุษย์งั้นหรอ ” อัสโมเดียสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจก่อนที่จะฉุกคิดอะไรบางอย่างออก 

    “ เจ้าคือมนุษย์ที่สังหารลาซินใช่ไหม? ” อัสโมเดียสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ไลท์พยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า “ นอกจากลาซินแล้วฉันยังฆ่าอูก้าไปอีกหนึ่งตัวด้วยนะ ” 

    อัสโมเดียสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง เพียงแค่คนเดียวกับสังหารแม่ทัพปีศาจไปถึงสองตัว แสดงว่าไลท์เองก็ต้องแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแถมมันยังรู้ว่าไลท์สามารถฆ่าแม่ทัพปีศาจได้แบบตัวต่อตัวอีกด้วย 

    “ น่าสนใจดีนิแต่ทว่าวันนี้พวกเราคงยังไม่ได้สู้กันหรอก แต่อีกไม่นานที่พวกเราจะได้สู้กันอย่างแน่นอน ” อัสโมเดียสพูดจบมันก็บินหนีไปทันทีโดยที่ทิ้งให้ไลท์และแม่ทัพคนอื่นๆพากันสงสัย 

    ความเร็วในการบินของอัสโมเดียสนับว่าเร็วอย่างมาก แม้ว่าไลท์อยากจะหยุดอัสโมเดียสแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะการที่เขาจะตามความเร็วของอัสโมเดียสนั้นจะต้องใช้ออร่าเทวะศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งอัสโมเดียสได้บินทิ้งห่างไปไกลแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่ายังไงก็คงตามอัสโมเดียสไม่ทันแล้ว

    พวกเขาไม่เข้าใจว่านี้เป็นโอกาศดีที่อัสโมเดียสจะสังหารแม่ทัพของฝั่งเอลฟ์แต่ทำไมจู่ๆถึงได้บินหนีไปกันนะ เพียงแต่ไม่นานทุกๆคนก็ได้รับคำตอบเพราะห่างออกไปไม่ไกล จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพคนอื่นๆบินตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่ด้วยความเร็ว

    “ อัสโมเดียสไปไหนแล้ว? ” จักรพรรดินีแฟร์ว่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ มันหนีไปแล้วครับ ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งตอบ

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่ามองดูแม่ทัพเอลฟ์สองคนที่ได้รับบาดเจ็บก็แสดงสีหน้าเย็นชาขึ้นมา

    “ แล้วทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างแฟร์ซ่า? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ กองทัพปีศาจได้ถอยกลับไปยังเมืองปีศาจที่อยู่ใกล้กับชายแดนมากที่สุดแล้ว ทำให้พวกเราไม่สามารถบุกเข้าไปได้ เพราะที่เมืองปีศาจเองก็มีบาเรียป้องกันการโจมตีของระดับSSอยู่ กว่าที่พวกเราจะทำลายบาเรียได้สำเร็จก็ต้องใช้เวลานานเพราะฉะนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะกลับมาทันที ” 

    ไลท์ เฮลเฟลชและแม่ทัพคนอื่นๆพากันประหลาดใจเพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าทางปีศาจจะวางแผนการณ์ไว้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกมันรู้ดีว่าวันนี้พวกเราจะต้องบุกไปทำลายค่ายพวกมันรวมไปถึงจัดการกับแม่ทัพปีศาจทั้งสี่ให้หมดสิ้น

    พวกมันจึงวางแผนตลบหลังพวกเขาโดยที่พวกมันได้นำกองทัพปีศาจกลับไปที่เมืองปีศาจที่อยู่ใกล้ที่สุดและอัสโมเดียสได้แอบโจมตีค่ายทหารพวกเขาตอนที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพส่วนมากบุกไปหาพวกมันที่ค่ายปีศาจ 

    และเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพคนอื่นๆจะกลับมาแล้วอัสโมเดียสจึงหลบหนีไปทันที และพวกมันก็ทำตามแผนได้สำเร็จเพราะค่ายทหารได้ถูกมหาเวทย์ของอัสโมเดียสโจมตีเป็นเวลานานกว่าเดิมถึงแปดนาทีด้วยกัน 

    ขนาดเมื่อวานแค่ห้านาทีก็ทำให้ทหารเอลฟ์ตายไปกว่าห้าแสนคน แต่วันนี้มหาเวทย์ของอัสโมเดียสมีเวลานานกว่าเดิมถึงสามนาที ความเสียหายก็จะมากกว่าเมื่อวานมากเลยทีเดียว

    “ กลับกันก่อนพวกเราค่อยวางแผนอีกทีว่าจะเอายังไงกันต่อดี ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้นก่อนที่จะพาทุกๆคนกลับไปยังค่ายทหาร

    ไม่นานไลท์และคนอื่นๆก็รู้ว่าแปดนาทีที่มหาเวทย์ของอัสโมเดียสโจมตีใส่ค่ายทหารนั้นทำให้ทหารกว่าสี่แสนคนได้เสียชีวิตไป

    เนื่องจากทหารทุกคนรู้แล้วว่าวงแหวนเวทย์ที่ปรากฏบนท้องฟ้าคือมหาเวทย์ของแม่ทัพปีศาจ เพราะทันทีที่วงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นทหารทั้งหมดก็รีบเตือนคนอื่นๆให้รีบหนีออกมาจากค่ายทหาร ทำให้ทหารเสียชีวิตน้อยกว่าเมื่อวานเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน