หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ป่วนสนามประลอง

    การปิดด่านได้เสร็จสิ้นลง ลั่วอู่หลินเดินออกจากห้องและบิดขี้เกียจเล็กน้อยกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ สิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าตอนนี้คือหลี่อิงและหยางเหม่ยกุ้ยที่กำลังประลองกันอยู่ที่ลานกว้างหน้าตำหนักด้วยทักษะที่พวกเขาเเลกเปลี่ยนมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว

     

    ในตอนนี้หลี่อิงร่ายรำกระบี่เปลวเพลิงไปมาท่วงท่าของเขาทั้งงดงามและแข็งกร่าวอีกทั้งยังต่อเนื่องกันราวกับไม่มีที่สิ้นสุดอย่างไรอย่างนั้น ส่วนทางด้านหยางเหม่ยกุ้ยท่วงท่าการใช้หอกของนางพริ้วไหวและงดงามทั่วทั้งร่างกายเวลานี้ประดับไปด้วยชุดเกราะที่ดูคล้ายคลึงกับชุดเกราะของสวีปิงเอ่อร์เป็นอย่างมากจะแตกต่างกันก็แค่ของสวีปิงเอ่อร์เป็นธาตุน้ำแข็งส่วนของหยางเหม่ยกุ้ยเป็นธาตุไฟเท่านั้น

     

    เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ลั่วอู่หลินอดคิดไม่ได้ว่าบรรพบุรุษของตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงและตำหนักเทพสวรรค์ที่สร้างสองทักษะนี้ขึ้นมาอาจจะรู้จักกัน ไม่เช่นนั้นองค์ประกอบของชุดเกราะน้ำแข็งและเปลวเพลิงคงจะไม่เหมือนกันขนาดนี้

     

    "อ้าวศิษย์น้องออกมาแล้วงั้นหรือ เจ้าปิดด่านไปสองเดือนพวกเราไปรับทรัพยากรมาให้แล้ว"เมื่อสังเกตุเห็นลั่วอู่หลินทั้งสองพลันหยุดมือในทันทีก่อนที่จะเดินมาหาพร้อมกับยื่นแหวนมิติให้ ชายหนุ่มแย้มยิ้มและรับพวกมันเอาไว้ของด้านในไม่เพียงเป็นทรัพยากรที่ได้จากตำหนักเท่านั้นแต่ยังเป็นขอที่อาจารย์หลินชิงหลวนมอบให้อีกด้วย

     

    "ขอบคุณศิษย์พี่"

     

    "ขอบคุณอะไรกัน เรื่องแค่นี้เอง.......หืม.....กษัตริย์ขั้นที่เจ็ด!!"หยางเหมยกุ้ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ สองเดือนเลื่อนสองระดับนี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ พรสวรรค์ของศิษย์น้องคนนี้ของนางจะน่ากลัวเกินไปแล้ว

     

    "ฮ่าๆๆแค่โชคดีเท่านั้น แล้วช่วงสองเดือนที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้างไหมขอรับ"ชายหนุ่มกล่าวถาม

     

    "เรื่องใหญ่ๆไม่มีหรอก จะมีก็แค่เรื่องเล็กๆอย่างการเลื่อนระดับไปบรรพชนขั้นแปดของศิษย์พี่หลินเฉินซึ่งเป็นหลานของท่านอาจารย์น่ะ "เป็นหลี่อิงที่กล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ในช่วงสองเดือนทั้งหลี่อิงและหยางเหมยกุ้ยได้พบกับศิษย์ที่ชื่อหลินเฉินหนึ่งครั้ง อีกทั้งชายคนนั้นยังคิดจะเกี้ยวหยางเหมยกุ้ยอีกด้วย หลี่อิงจึงประกาศตนว่าเป็นคู่หมั้นของหญิงสาวในทันทีทำให้อีกฝ่ายถอยหล่นไป

     

    "เป็นเช่นนั้นเอง"ลั่วอู่หลินก็ดูไม่ได้แปลกใจอะไรมาก เพราะนี่ผ่านไปแค่สองเดือนเองจะให้มีข่าวสารอะไรมากมายคงเป็นไปไม่ได้

     

    'ถึงเวลาที่ข้าต้องสร้างความวุ่นวายเสียหน่อยแล้วกระมัง'ชายหนุ่มยกยิ้มในใจ ในเวลาเดียวกันนั้นทั้งหยางเหม่ยกุ้ยและหลี่อิงก็บอกลั่วอู่หลินว่าจะปิดด่านบ้างซึ่งลั่วอู่หลินก็ยิ้มรับ ทั้งสามจึงแยกย้ายกันออกไป

     

    หยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงติดป้ายเอาไว้ที่หน้าประตูห้องของตนเองและเข้าไปด้านในและทำการปิดด่านในทันที ส่วนลั่วอู่หลินนั้นเขาเดินออกไปข้างนอกอย่างเริงร่ายิ่ง ในเวลานี้สมควรที่เขาจะหาอะไรสนุกๆทำแล้ว

     

    "ไปสนามประลองก็แล้วกัน"ชายหนุ่มเมื่อกำหนดพื้นที่ได้ก็เดินไปในทันที ในเวลานี้สนามประลองของศิษย์สายนอกยังคงคึกคักยิ่ง ลั่วอู่หลินเมื่อมาแล้วก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปยังโต๊ะสมัครในทันที ก่อนที่ตัวเขาจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่ได้มาเมื่อครู่เดิมพันไปที่ตัวเองอย่างไม่ลังเล

     

    "เจ้าหนู กติกาของสนามประลองเจ้ารู้หรือยังถึงได้เดิมพันเยอะเช่นนี้"ชายที่คุมโต๊ะเดิมพันกล่าวขึ้น ลั่วอู่หลินพยักหน้าให้ กติกาของสนามประลองช่างง่ายดาย เมื่อชนะการประลองหากมีผู้ท้าชิงแล้วเขาเลือกที่จะยอมรับการคำท้าทายนั้นการประลองก็จะดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

     

    หลังจากที่ลั่วอู่หลินรอมาเนิ่นนานในที่สุดก็ถึงคราวที่เขาจะขึ้นสนามประลอง ด้วยตบะระดับกษัตริย์ของชายหนุ่มแน่นอนว่าย่อมมีคนเย้ยหยันและลงเดิมพันฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    คู่ต่อสู้คนแรกของเขาคือชายร่างกำยำระดับจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งที่เป็นศิษย์มาใหม่เช่นเดียวกัน ลั่วอู่หลินเมื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามก็ทำท่าทางนิ่งเฉย ในใจกำลังคิดว่าทำอย่างไรเขาถึงจะทำให้สนามประลองและสนามเดิมพันนี้ขาดทุนได้ก่อนจะผุดความคิดหนึ่งออกมา

     

    "เฮ่ เจ้าหนูข้าว่ายอมแพ้ดีกว่าหรือไม่ ข้าเองก็ไม่อยากจะทำร้ายเด็กอย่างเจ้าเสียด้วย ฮ่าๆๆ"ชายร่างกำยำกล่าวเยาะเย้ย ลั่วอู่หลินทำสีหน้ากวนประสาทก่อนกล่าวสวนกลับไป "สนามประลองนี้เขาใช้ปากประลองหรืออย่างไรกัน แน่จริงก็เข้ามาไม่ต้องพูดมาก"

     

    "ดี ดีมาก!! ในเมื่อรนหาที่นักข้าจะจัดให้ หากตายก็อย่ามาโทษกันละ"ชายร่างกำยำกล่าวก่อนปะทุพลัง วงเวทย์เทียนจินด้านหลังปรากฏขึ้นมาพร้อมกับร่างที่พุ่งเข้าไปหาลั่วอู่หลินพร้อมกับปลดปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงพุ่งใส่ชายหนุ่มจนกระเด็นไปไกล

     

    ลั่วอู่หลินล้มลงในทันทีกัดปากตัวเองและแสร้งทำเป็นกระอักเลือดออกมา ชายหนุ่มร่างกำยำเมื่อเห็นเช่นนั้นแววตาก็เผยความเย้ยหยันและพุ่งตรงมาใส่ลั่วอู่หลินพร้อมกับโจมตีด้วยกระบวนท่าต่างๆอย่างไม่หยุดยั้ง โดยที่ชายหนุ่มไม่คิดจะป้องกันเลยสักนิดประดุจว่าไม่มีทางสู้อีกฝ่ายได้

     

    "ฮ่าๆๆไหนละไอ้คนที่ปากดีเมื่อครู่ ที่แท้ก็มีดีแค่ปากเท่านั้น"ชายร่างกำยำกล่าวอย่างได้ใจ ลั่วอู่หลินฉีกยิ้มขึ้นและสวนการโจมตีจนมันกระเด็นติดกำแพงไปและสลบไสลในทันทีก่อนที่ลั่วอู่หลินจะใช้ความรวดเร็วของตนเองชกไปที่แขนเพื่อให้เกิดรอยบอบช้ำและแสร้งทำเป็นเหนื่อยหอบเพื่อให้เห็นว่าเขากำลังบาดเจ็บอยู่จริงๆ

     

    "บูม!"

     

    เมื่อร่างของคู่ต่อสู้ล่วงหล่นแล้วล้มลงไป ทำให้ผู้ชมทั้งหลายกลายเป็นอึ้งงันในทันที ภาพเมื่อครู่เกิดขึ้นแล้วมากจนมองไม่ทัน ทว่าส่วนใหญ่ก็คิดไปว่าฝ่ายชายร่างกำยำคงจะประมาทจนโดนสวนกลับเป็นแน่แท้ถึงได้พ่ายแพ้เช่นนี้ได้

     

    "ผู้ชนะอู่หลิน"เมื่อเสียงประกาศของศิษย์ที่หน้าที่เป็นกรรมการกล่าวเช่นนั้น ทำให้ผู้ชมด้านล่างพลันส่งเสียงฮือฮายกใหญ่ ซึ่งส่วนมากพวกเขาต่างพากันก่นด่าชายร่างกำยำที่ทำให้พวกเขาเสียทรัพยากรเดิมพันไป ในเวลานั้นเองเสียงของกรรมการก็ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ทุกคนต่างพากันเงียบไป

     

    "อู่หลินตอนนี้มีคนมากมายอยากจะประลองกับเจ้าๆจะประลองต่อหรือไม่"

     

    "ประลอง"คำตอบสั้นๆของชายหนุ่มทำให้พวกศิษย์สายนอกทั้งสายพากันฉีกยิ้มและลงเดิมพันอักครั้ง แน่นอนว่าลงฝ่ายตรงข้ามกับลั่วอู่หลินทั้งหมดเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บมากจากการประลองรอบแรก ลั่วอู่หลินจึงใช้ทรัพยากรทั้งหมดรวมถึงที่ได้จากการเดิมพันเมื่อครู่เดิมพันในฝ่ายของเขา นั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่สนามประลองหน้าซีดเซียวเพราะทรัพยากรที่ชายหนุ่มใช้ในการเดิมพันมันมากยิ่งกว่าการเดิมพันของเหล่าศิษย์ในครั้งนี้ถึงสองเท่า และนั่นจะทำให้จุดเดิมพันจะต้องจ่ายส่วนต่างนี้หากว่าลั่วอู่หลินเกิดชนะขึ้นมา

     

    ในขณะเดียวกันบนสนามประลองเบื้องหน้าลั่วอู่หลินคือศิษย์คนหนึ่งที่ดูเย็นชาในมือถือกระบี่ท่วงท่าเต็มไปด้วยความสง่างาม เมื่อสัญญาณการประลองเริ่มขึ้นก็เป็นเช่นเดิม ชายหนุ่มโดนไล่ต้อนและหลบกระบี่ด้วยท่าทางที่ยากลำบากยิ่ง ทำให้เสียงเฮดังลั่นขึ้นมา แต่ทว่าในช่วงท้ายของการประลองก็ยังคงเป็นลั่วอู่หลินที่หาจังหวะและสวนคืนชายเย็นชาคนนั้นกระเด็นติดกับกำแพงไปไม่ต่างอะไรจากชายคนเมื่อครู่มากนัก

     

    ในตอนนี้ทุกคนต่างพากันเงียบสงัด เจ้าหน้าที่ที่ควมคุมการเดิมพันเริ่มที่อยู่ไม่สุขเสียแล้วในเวลานี้ ลั่วอู่หลินยกยิ้มอย่างยากลำบากเมื่อมีคนท้าประลองอีกลั่วอู่หลินจะประกาศประลองต่อในทันที พร้อมด้วยใช้ทรัพยากรทั้งหมดในการที่ได้รับมาเดิมพันข้างตัวเองอีกครั้ง

     

    อีกทั้งคราวนี้ศิษย์ที่กล้าได้กล้าเสียก็เริ่มที่จะเดิมพันข้างของลั่วอู่หลินเช่นเดียวกันจึงทำให้สมดุลการเดิมพันนั้นเสียไป หากลั่วอู่หลินชนะในครั้งนี้เมื่อไรจุดเดิมพันจะต้องติดต่อกับทางนิกายเพื่อหาส่วนต่างนี้มาให้กับชายหนุ่ม และนี่คือเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่ก่อตั้งนิกายมา

     

    เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลั่วอู่หลินชนะติดต่อกันสิบครั้งแล้วพร้อมกับบาดแผลเต็มร่างกาย เสียงเฮดังขึ้นมาไม่ขาดสายเนื่องจากตั้งแต่การประลองครั้งที่ห้า เหล่าศิษย์สายนอกส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเดิมพันข้างลั่วอู่หลินมาโดยตลอดจนทำให้พวกเขากอบโกยกันไปได้มากมาย

     

    ในเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ควบคุมการเดิมพันถึงกับเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ ทรัพยากรที่ลั่วอู่หลินกอบโกยจากการประลองสิบครั้งนั้นหากให้เปรียบก็น่าจะใช้เพื่อแจกจ่ายศิษย์สายนอกทั้งหมดได้เกือบปีเลยทีเดียว นี่ยังไม่รวมกับเหล่าศิษย์ด้านล่างที่พากันเดิมพันข้างของลั่วอู่หลิน สถานการณ์เช่นนี้หากเป็นนิกายเล็กมันก็เพียงพอที่จะล่มจมเลยก็ว่าได้

     

    "วะ วันนี้สนามประลองปิดแล้ว"เจ้าหน้าที่สนามประลองกล่าวขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ลั่วอู่หลินกอบโกยไปได้มากกว่านี้ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รับเดิมพันก็ติดต่อไปทางเหล่าผู้อาวุโสทันทีถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะการที่จะเบิกจ่ายทรัพยากรมากมายมหาศาลเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน และพวกเขาไม่อาจทำโดยพละการได้

     

    ลั่วอู่หลินและเหล่าศิษย์ทุกคนแม้จะไม่ค่อยพอใจเท่าไรแต่ก็พอเข้าใจสนามประลองได้ และนั่งรอสินเดิมพันที่ตนได้รับต่อไป เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เชื่อว่านิกายจะไม่โกงศิษย์อย่างพวกเขาอย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน