หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 ข้าอยากขี่ม้า

            สายลมวสันต์พัดแผ่ว บนทุ่งหญ้ามีเนินดินเล็กๆ เพิ่มขึ้นมาหลายลูก หนึ่งในนั้นมีหญิงชราครอบครองไว้แห่งหนึ่ง

            บนเนินดินมีหญ้าเขียวงอกขึ้นปกคลุม สิ่งมีชีวิตบนทุ่งหญ้าแห่งนี้มีจุดเด่นอย่างหนึ่ง คือพลังชีวิตแข็งแกร่งนัก

            หลุมศพของหญิงชราที่ขุดไว้ตั้งแต่ยามเหมันต์ ตอนแรกยังเป็นเพียงเนินดินเกลี้ยงๆ ลูกหนึ่ง บัดนี้กลับมีหญ้าเขียวงอกจนแน่นขนัด ยามที่หญิงชรายังร่างกายแข็งแรง นางมักจะพูดเสมอว่าวันหนึ่งหากนางสิ้นลมแล้วให้ฝังร่างนางไว้ในสุสานของท่านโหว

            แต่ความฝันของนางไม่อาจเป็นจริงได้

            บัดนี้ทิวทัศน์รอบหลุมศพของนางก็นับว่าเพลินตานัก ทั้งยังไม่ต้องโดดเดี่ยว ข้างกายมีม้าและแกะคอยรายล้อมอีกมากมาย หากนางเกิดรังเกียจหญ้าบนหลุมศพตนขึ้นมาก็มีเหล่าม้า และแพะคอยช่วยเล็มหญ้าให้อยู่เสมอ

            เพียงแต่ต้นหญ้าบนทุ่งหญ้านั้นแข็งแรงเหลือเกิน วันนี้แม้พวกสัตว์จะช่วยกันเล็มจนเหี้ยน พรุ่งนี้มันก็จะงอกขึ้นใหม่อยู่ดี

            เมื่อเป็นเช่นนี้ลูกสะใภ้คนที่สี่ของนาง ซื่อเหนียงจึงได้ดีใจนัก อย่างน้อยก็ยังมีหลุมศพ แม่สามีของนางยามมีชีวิตก็ไม่ได้ดีต่อคนอื่นเท่าใด หากว่าแค่เพียงเอาร่างของนางมาทิ้งไว้บนทุ่งหญ้าแล้วเกิดถูกสัตว์ฉีกร่างนางเข้า เกรงว่าวิญญาณของนางคงไม่อาจไปเกิดได้

            ฝังไว้ที่นี่ย่อมปลอดภัยกว่า

            ซื่อเหนียงบางครั้งก็จะถืออาหารมายังหลุมศพของนาง แล้วบ่นเรื่อยเปื่อยกับนางอยู่พักหนึ่ง

            เหล่าสตรีที่ท่านนายอำเภอส่งมานั้นนอกจากหญิงชราแล้ว ทุกคนล้วนรอดชีวิต ท่านนายอำเภอที่ตอนแรกยังกังวลใจว่าจะนำปัญหากลุ่มใหญ่มาให้หมู่บ้านไป๋กู่ ไม่คาดคิดเลยว่าแม่นางเหล่านี้จะดวงแข็งถึงเพียงนี้ ดวงแข็งเสียจนน่ากลัว

            รอจนพวกนางรักษาจนใกล้หายแล้วก็ไม่ยอมหยุดพักผ่อนต่ออีก ขอตามแม่นางในหมู่บ้านไปทำงานที่โรงทอผ้าทันที

            แม้จะทอผ้ากันไม่เป็น แต่ก็สามารถนำความรู้เดิมที่ตนมีมาพัฒนาได้

            คนรู้หนังสือก็ช่วยสอนหนังสือ คนที่เก่งงานปักก็ไปทำงานปัก คนที่ทำอาหารอร่อยก็ไปทำอาหาร แม้กระทั่งแม่นางคนหนึ่งจากตระกูลม่อที่กล่าวว่าตนนั้นรู้วิธีสร้างบ้านก็ยังได้วาดแผนผังออกมาได้อีกด้วย

            พวกนางทุกคนล้วนเหมือนแม่นางทั่วไปทุกอย่าง เว้นอย่างเดียวที่ไม่เหมือนคือพวกนางไม่ยินยอมจะออกมาพบบุรุษ

            หากพบว่ามีบุรุษอยู่ใกล้ พวกนางก็จะมีอาการหวาดกลัวราวกับวิหคหวาดเกาทัณฑ์ก็ไม่ปาน ทว่ายามอยู่กับเหล่าสตรีด้วยกัน พวกนางก็จะเงียบงันดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

            คนที่นับว่าโดดเด่นที่สุดคงจะเป็นน้องสาวของอดีตฮองเฮา แม่นางหลานอวี้ที่ในอดีตเคยมีคนนับไม่ถ้วนอยากจะแต่งนางเข้าเรือน ด้วยนางนั้นเป็นถึงน้องสาวคนสุดท้องของอดีตฮองเฮา อีกทั้งความรู้และความประพฤติยังเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งตระกูลหลานยังถือว่าอบรมลูกหลานได้ดีนัก ที่สำคัญคือรูปลักษณ์ก็ไม่เป็นสองรองใคร

            หลานอวี้เองก็เช่นกัน ทั้งร่างราวกับพราวแสงนวลระยิบระยับของหยก โปร่งใสงดงาม กระทั่งท่านแม่ของนางยังเย้าแหย่นางอยู่บ่อยๆ ว่านางพริ้มเพราถึงเพียงนี้ มิรู้ว่าบุตรชายบ้านใดจะถูกนางเอาเปรียบเข้า

            บัดนี้นางอัปลักษณ์ยิ่งกว่าผีร้าย ทั้งยังทำตัวเงียบเชียบราวกับวิญญาณ ทุกวันนางเพียงเดินทางไปทำงานที่โรงทอผ้า งานสำคัญในโรงทอผ้าล้วนแต่ถูกนางแย่งเอาไปทำ มีเพียงงานยกผ้ากองใหญ่ที่เหล่าแม่นางไหล่กว้างเอวหนายกขึ้นได้ภายในอึดใจเดียวเท่านั้นที่นางยังทำไม่ได้ แต่นางก็พยายามหอบผ้าเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด และยิ่งดูเหมือนจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนในทุกๆ วัน

            เมื่อทำงานเสร็จ ร่างอรชรนั้นก็ทรุดนั่งลงกับพื้น

            นางชอบอยู่เพียงลำพัง

            แผ่นหลังแบบบางเอนพิงผนังหลังโรงทอผ้า ปากยังเคี้ยวหมั่นโถว ยามเคี้ยวไปก็รู้สึกได้ถึงความหวาน

            ดวงตาทอดมองผืนฟ้า เหม่อมองหมู่เมฆ

            สายลมแผ่วยังคงพัดผ่านกาย

            นางยังมีชีวิตอยู่

            เมื่อเทียบกับชีวิตที่อาศัยอยู่ในนรกแห่งนั้น ที่นี่ราวกับสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน ทว่านางก็ยังคงออกแรงเคี้ยวพร้อมความขมขื่นในใจ

            มิรู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ข้างกายมีเด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่

            อืม เฉินโย่วชอบอยู่ใกล้นาง

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เด็กหญิงเองก็ไม่เข้าใจ นางรู้เพียงว่าตนชอบท่านน้าคนนี้

            แม้ว่าใบหน้าของท่านน้าจะมีรอยแผลเป็นมากมาย มันดูน่ากลัวยิ่งกว่าร่องรอยบนเปลือกไม้เก่าแก่บนภูเขาเสียอีก ทว่านางก็อดจะรู้สึกสนิทสนมกับท่านน้าตรงหน้าไม่ได้

            นางยังเลียนแบบท่าทางของท่านน้า นั่งลงพิงผนังเช่นกันแล้วจึงเหยียดขาสั้นๆ ของนางออก จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองฟ้า “ท่านน้ากำลังมองอันใดอยู่หรือ”

            หลานอวี้พลันรู้สึกไม่เป็นตัวเองขึ้นมา เสียงของนางถูกทำให้เป็นใบ้ไปแล้ว ยามพูดจึงพูดได้แค่อือๆ อาๆ

            นางรู้สึกราวกับว่าตนนั้นเป็นแม่มดเฒ่าที่เรือนร่างสะโอดสะอง แต่ใบหน้ากลับอัปลักษณ์นัก ทั้งน้ำเสียงยังแปลกประหลาด ดังนั้นนางจึงไม่เคยเปล่งเสียงออกมา

            นางเกลียดชังฮองเฮาจ้าว อีกทั้งฝ่าบาทก็ไม่ต่างกัน

            ในตอนแรกนางแค่ขอให้ตนได้ตายเท่านั้น ทว่ากลับโดนทำให้เป็นเช่นนี้ ความแค้นล้ำลึกในใจนางนั้นเป็นแรงที่คอยพยุงนางไว้ ‘อย่าเรียกข้าว่าท่านน้า เจ้าหน้าตางดงาม ท่านแม่ของเจ้าก็คงงดงาม’ หลานอวี้ไม่ได้กล่าวออกมา

            นางเพียงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขียนลงบนพื้นด้านข้างทีละตัวอักษร

            ตัวอักษรของนางงามนัก เฉินโย่วเห็นเช่นนั้นก็ส่ายหน้า

            “ท่านน้างดงามมาก ข้ามองเห็นได้ ทั้งข้ายังชอบท่านน้ายิ่ง ข้าแค่เห็นท่านก็ราวกับได้เห็นท่านแม่ ทว่าพี่ชายบอกว่าท่านแม่จากไปแล้ว ตั้งแต่เล็กข้าจึงไม่เคยเห็นท่านแม่ เป็นพี่ชายที่เลี้ยงข้าจนโต”

            กิ่งไม้ในมือหลานอวี้ขีดลงบนพื้นจนเป็นรอยลึก มือที่จับกิ่งไม้อยู่นั้นสั่นระริก ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เขียนอะไรลงไป มีเพียงรอยขีดฆ่าราวกับรอยบนใบหน้าของนางอยู่บนพื้น

            “ท่านน้า ข้าสอนท่านขี่ม้าดีหรือไม่ ยามอยู่บนหลังม้านั้นราวกับโบยบินได้เลยเชียว บินจนขึ้นไปบนฟ้าได้เลย” เฉินโย่วยื่นหน้าออกมาถาม

            หลานอวี้มองหน้าเด็กหญิง จากนั้นจึงหันไปมองทุ่งหญ้าตรงหน้า โรงทอผ้าด้านหลังก็ปิดแล้ว เครื่องทอก็หยุดทำงานแล้ว ดวงอาทิตย์บนสุดขอบทุ่งหญ้าก็ค่อยๆ ลดต่ำลง

            เด็กหญิงตัวน้อยควบม้ามาหยุดตรงหน้านาง ร่างนั้นโบกไม้โบกมือพร้อมรอยยิ้มสว่างเจิดจ้า “มาเถิด!”

            นางเห็นดังนั้นก็เดินไปทางเด็กหญิงราวกับกำลังต้องมนตร์ จากนั้นก็จับมือเล็กๆ ของเด็กหญิงก่อนจะค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนหลังม้า

            เมื่อรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของตนกางออก ส่วนล่างของร่างกายรู้สึกไม่คุ้นชินเท่าไรนัก ทั้งยังไม่อาจควบคุมร่างกายให้หยุดสั่นได้ ทว่าม้าก็เริ่มออกฝีเท้าวิ่งไปข้างหน้าเสียแล้ว

            “ท่านน้า ท่านจับแน่นๆ ไม่ต้องกลัว”

            นางได้ยินเสียงเด็กหญิงดังขึ้นพร้อมกับสายลม นางกอดเด็กหญิงแน่น หลับตาทั้งสองข้าง

            ร่างกายนางสั่นเทิ้ม ความทรงจำที่แสนเจ็บปวดประเดประดังเข้ามาจนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลของนางนองไปด้วยน้ำตา

            เจ้าม้ายิ่งออกวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือทั้งสองยิ่งกำแน่นขึ้นเช่นกัน นางพลันตาเบิกโพลง ทันใดก็พบว่านางราวกับกำลังยืนอยู่ริมขอบฟ้า

            ดวงอาทิตย์สีเหลืองทองยามอัสดง บัดนี้กำลังลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ดูราวกับเปลวเพลิงดวงโตนัก ทั้งยังกลมเกลี้ยง นางพลันรู้สึกอยากจะตะโกนออกมา

            หญิงสาวอ้าปากส่งเสียง “อ้า...อ้า...อ้า...”

            นางส่งเสียงอืออาออกมาจากลำคอ ในที่สุดนางก็เอ่ยปาก เสียงนั้นราวกับลูกศรที่อยู่ดีๆ ก็พุ่งออกมา

            นางหลงรักการขี่ม้าเข้าแล้ว ทั้งยังหลงรักเด็กหญิง หลงรักทุ่งหญ้า หลงรักดวงอาทิตย์ยามอัสดง

            ขากลับหลานอวี้จึงลืมตาขี่ม้าไปตลอดทางจวบจนถึงกระท่อมที่พวกนางอาศัยอยู่ เมื่อมาถึงหน้าประตู ใจนางก็หวาดหวั่นขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับว่าตนได้กลับไปยังสถานที่เลวร้ายแห่งนั้นอีกครั้ง ทว่านางกลับได้ยินเสียงหัวเราะสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้น “ซื่อเหนียง เจ้าแพ้แล้ว เสื้อผ้าของข้าเจ้าต้องเป็นคนซัก ฮ่าๆ”

            “ซักก็ซัก คราวหน้าข้าจะล้มเจ้าให้ ไม่มีทางแพ้อีกแน่”

            หลานอวี้กระโดดลงจากหลังม้า เงาของสตรีเอวบาง บั้นท้ายงอนงาม เรียวขาเหยียดยาว มองแล้วราวกับเทพเซียนก็ไม่ปาน

            เฉินโย่วเงยหน้ามองนาง หลานอวี้สัมผัสได้ถึงแววตาเฝ้าคอยข้างหลังตน ทว่านางก็ไม่ได้หันกลับมา

            นางเกรงว่าใบหน้าหน้าของตนจะทำให้เด็กหญิงตกใจ

            นางลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อดไม่ไหวที่จะหันกลับไป เห็นเด็กหญิงตัวน้อยโบกมือไปมาพร้อมรอยยิ้ม

            ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นปรากฏรอยยิ้มขึ้น ดูแล้วไม่ค่อยจะน่ามองนัก ราวกับดอกไม้เหี่ยวเฉาดอกหนึ่งกำลังเบ่งบาน ใบหน้านั้นช่างโหดร้าย ทว่าใบหน้างดงามของเด็กหญิงก็ยังคงยิ้มตอบให้นาง ราวกับดอกไม้งามที่กำลังเบ่งบาน หลานอวี้ราวกับได้เห็นกระจกสะท้อน

            ยามอาทิตย์อัสดง เด็กหญิงและผมจุกที่พลิ้วไหวไปมาบนศีรษะของนางก็ขี่ม้าจากไปอย่างร่าเริง

            “ท่านน้า ต่อไปข้าจะสอนท่านขี่ม้า ข้าจะปกป้องท่านเอง”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668