สุดท้ายไป่เยว่ก็ต้องเป็ฝ่ายพาเด็กชายเข้านอน คำพูดแปลกประหลาดมากมายหลั่งไหลออกมาจากปากของผู้เมามาย ใน่แรกทั้งคู่ต่างหัวเราะกับเื่นี้ ด้วยมองเห็นเป็เื่น่าขบขัน คิดว่าตงหยางคงร่ำเรียนตำรามามากมาย ถึงล่วงรู้เื่ราวต่าง ๆ ได้หลากหลายมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
ไป่เยว่ เดินกลับมายังโต๊ะอาหารที่หลิวหยุนนั่งรออยู่ ชายหนุ่มก้มลงมองบนโต๊ะ ที่มีรอยขีดเขียนจากก้อนถ่าน
“พวกนี้คืออะไร องค์ชายของเ้า เขาชอบเขียนสิ่งประหลาดเช่นนี้หรือ”
“ข้าเคยพบเศษกระดาษที่ถูกวาดภาพเช่นนี้เพียงไม่กี่ครั้ง แต่มันถูกขยำทิ้งไว้ใต้โต๊ะหนังสือ แต่ครั้งนี้ ทั้งหมดที่ท่านเห็น ภาพพวกนี้ท่านคิดว่ามันคืออะไร”
ชายหนุ่มจ้องมองภาพเขียนที่โยงเส้นไปมาระหว่างจุดต่อจุด “เหมือนตำแหน่งดวงดาว เส้นที่ถูกลากโยงเชื่อมเข้าหากัน น่าจะเป็การเคลื่อนย้ายของดวงดาว”
หลิวหยุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ดวงดาวเช่นนั้นรึ เส้นเชื่อมดวงดาว การโคจรย้ายตำแหน่งของดวงดาว ในแต่ล่ะ่เวลาแบบนั้นถูกหรือไม่”
ไป่เยว่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าตามหลิวหยุน แสงจากดวงดาราในคืนข้างแรม ดูเหมือนช่างเป็ใจให้ตำแหน่งดวงดาวทั้งหมดบนท้องฟ้าดูงดงาม “องค์ชายรู้ถึงการโคจรของดวงดาว นอกจากพละกำลังที่เกินตัว ความรู้ของเขา กำลังทำให้ข้าประหลาดใจนะหลิวหยุน” ไป่เยว่พูดออกมาทั้งที่ดวงตาของเขา ยังคงจ้องมองดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรีกาล
“องค์ชายชอบมองดาว บ่อยครั้งที่ข้าต้องยืนเฝ้ารอคอย เพื่อส่งพระองค์เข้านอน บางทีภาพที่ท่านเห็นอาจไม่ใช่ความวิเศษอะไร เพียงแต่มันคือจินตนาการของเด็กผู้หนึ่ง ที่วาดฝันถึงสิ่งที่ชอบก็เท่านั้นเอง”
“ถูกของเ้า แต่ข้าก็ยังเชื่อต่อหัวใจตนเอง องค์ชายจ้าวตงหยาง มีอะไรพิเศษสำหรับข้าจริง ๆ หากเ้าไม่เชื่อ ต่อจากนี้ไป เ้าจงเฝ้าจับตาดูเขาให้ดี แล้วเ้าจะรู้เองว่าสิ่งที่ข้าคิดอยู่ถูกหรือไม่”
หญิงสาวพยักหน้าให้ชายหนุ่มแล้วกลับมากินข้าวที่เหลืออยู่
“่นี้ฝนตกบ่อย ข้าคิดว่าจะเสริมหญ้าบนหลังคาเพิ่ม ขาเ้าดีขึ้นแล้วหรือยัง หลิวหยุน”
“ดีขึ้นมากแล้ว ยาขี้ผึ้งของท่านหมอซุนดีมาก จะเหลือก็เพียงอาการเจ็บภายในอาจมีหนองคาในแผล”
“เช่นนั้นรึ กินข้าวเถอะ เสร็จแล้วข้าจะทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ…” หลิวหยุนมีท่าที่เอียงอาย “ขาของข้าเท้าของข้า ข้าดูแลมันได้ ไม่รบกวนท่านดีกว่า อีกอย่างาแของข้าก็ไม่น่าดู”
“จะได้เช่นไร ท่านหมอสั่งข้าไว้ ให้ดูแลเ้าให้ดี หลายวันนี้ข้ามัวแต่ยุ่งเสาะหาเสบียงอาหารเข้ามากักตุน เลยไม่ได้ดูแลเ้า ให้ข้าช่วยเถอะ ขาของเ้าเท้าของเ้าข้าก็เห็นแล้ว หรือหากเ้าถือสา จะมาเป็ภรรยาของข้า ข้าก็ยินดี”
“ไป่เยว่ ท่านพูดอะไรออกมา”
“หลิวหยุน รังเกียจข้าหรือไม่ เ้ารังเกียจแม่ทัพตกอับไร้แผ่นดิน ไร้เบี้ยหวัดไร้เกียรติยศวาสนาเช่นข้าหรือไม่ รังเกียจบ้านเก่าทรุดโทรมหลังนี้หรือไม่ เ้าจะสู้อดทนต่อความยากลำบากไปกับข้าหรือไม่”
“ท่านไป่เยว่ ข้าหลิวหยุนจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ ในหัวใจของหลิวหยุนก็มีเพียงท่านเท่านั้น หากในวันนั้นข้าไม่ได้ท่านช่วยชีวิตเอาไว้ ข้าคงจมน้ำเสียชีวิตไปนานแล้ว มาถึงวันนี้ก็เป็ท่านอีก ที่เข้ามาช่วยชีวิตองค์ชายกับข้าเอาไว้ แม้วันเวลาแปรเปลี่ยนเด็กชายที่ข้าเคยพบในวันนั้น ได้เลื่อนขั้นเป็ถึงแม่ทัพน้อยประจำด่านชายแดน ข้าหลิวหยุนก็ยังคงรอคอยท่านอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
ชายหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “อ้อมค้อมไปไย ตกลงเ้าจะเป็เ้าสาวของข้าใช่ไหม”
หลิวหยุนหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มกรุ้มกริ่มก้มหน้าหลบสายตาแทะโลมของไป่เยว่ “ตาบ้า ข้าจะแต่งกับคนบ้านพังได้เช่นไร เ้าซ่อมมันให้ดีก่อนได้หรือไม่ ขาข้าก็ยังไม่หาย เ้าแต่งกับหญิงขาพิการ ไม่อายชาวบ้านเขารึไง ดูแลรอบหมู่บ้านให้ปลอดภัยด้วย ข้าศึกเต็มไปหมด หากเ้าจัดการได้ แล้วข้าจะแต่งกับเ้า”
“รับปากข้าแล้วนะ หลิวหยุน ได้ทุกอย่างที่เ้า้า ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย ช่างวิเศษนัก ข้าปรารถนามาตลอด อยากเป็เพียงชาวนา ใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย มีภรรยาน่ารักอ่อนหวานเช่นเ้า มีลูกหลาย ๆ คน ไม่คิดเลยภายใต้ความเศร้าหมองของบ้านเมือง ข้ากลับได้เ้ามาเคียงกาย”
“เบาเสียงเ้าหน่อยไป่เยว่ องค์ชายอยู่ด้านในนะ”
“ไม่เป็ไร เขาเมาขนาดนั้น กว่าจะตื่นก็สาย ๆ วันพรุ่งนี้ เ้าอย่าสนใจเขาเลย สนใจข้าสิถึงจะถูก มา ๆ ข้าให้ผัดผักเ้านะฮูหยิน”
“พอแล้ว ๆ ข้ากินแต่ผัก จนจะเป็หมูอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มเปิดจุกไม้ปิดขวดน้ำเต้าออก “เช่นนั้นเ้าดื่มกับข้า เราสองคนควรฉลอง ให้แสงดาวทั่วท้องฟ้าเป็พยาน หลิวหยุนรับปากเป็เมียข้าแล้ว ต่อจากนี้ข้าไป่เยว่ จะมีนางเป็ภรรยาเพียงหนึ่งเดียว ร่วมทุกข์สุขจนวันตาย” ชายหนุ่มยิ้มให้สตรีตรงหน้าแล้วกระดกเหล้าเข้าปากพร้อมรอยยิ้ม
เสียงพูดคุยหยอกล้อหัวเราะต่อกระซิก ดังเข้ามาถึงภายในห้องนอนของจ้าวตงหยาง เด็กชายได้แต่นอนยิ้มหวาน เมื่อได้ยินเื่ราวความรักของชายหนุ่มหญิงสาว ที่ร่วมเป็ตายมาด้วยกัน แม้จะผ่านความเศร้าหมองหดหู่ใจมา แต่ความรักที่เกิดขึ้น กลับทำให้หมู่บ้านทรุดโทรมแห่งนี้ กลับอบอวลไปด้วยความสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
เฉิงวั่งซู นอนตะแคงข้าง มองดูสาวใช้คนงามปักผ้าพร้อมขับบทเพลงพื้นเมืองเสียงใสไพเราะ ด้ายสีแดงสดในมือนาง ถูกฝีเข็มดึงขึ้นลงผ่านผืนผ้าที่รั้งไว้ด้วยสะดึงจนตึงเรียบ ภาพสตรีร่างบางในชุดสีแดงยังไม่แล้วเสร็จดี แต่ก็พอดูออกว่านั่นคือเ้าสาว
“พี่ลู่เสี่ยน ท่านอยากเป็เ้าสาวเช่นนั้นหรือ”
ลู่เสี่ยนหยุดลงเข็มปักผ้าลง เงยหน้ามองผู้เอ่ยถาม “มีสตรีคนใดบ้าง มิ้าสามีที่ดีมาเคียงกาย ข้าน้อยแม้เป็เพียงสาวใช้ ก็มีสิทธิใฝ่ฝันมิใช่รึ วันนึงข้างหน้า ท่านก็จะเป็เ้าบ่าว ส่วมชุดแดงแต่งภรรยาเข้าจวน หรือท่านจะปฏิเสธ”
“ข้าไม่รู้ ยังไม่พบสตรีที่ถูกใจ”
ลู่เสี่ยนชะงักมือเล็กน้อย แล้วถอนหายใจแ่เบา คำพูดของวั่งซูทำให้จิตใจของนางห่อเหี่ยว ที่ผ่านมานางคิดไปเองหรือเด็กชายไม่ประสาที่จะมีรัก
“เส้นไหมแดงนี่งามนัก ท่านไปได้มาจากที่ไหน”
“ข้าได้มาจากพ่อค้าชรา น่าจะมาจากต่างเมืองเ้าค่ะ เห็นสีสดงดงามถึงเลือกซื้อมา”
“สวยจริง ๆ เส้นไหมเงางามนัก เ้าช่วยถักเชือกผูกข้อมือให้ข้าสักเส้นได้ไหม ข้าจะรอ”
“คืนนี้เลยหรือ มันดึกมากแล้วนะคุณชาย”
“ข้าจะเอา พรุ่งนี้ข้าจะไปเรียนยุทธกับท่านอาจารย์เป่าจง มองเห็นเชือกจะได้เหมือนเห็นเ้า อย่างน้อยในเวลาเช่นนี้ มีเ้ารอกลับบ้านก็ดีกว่าไม่มีใครเลย”
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu