ติ๊ง
เสียงใสๆ ราวกับระฆังแก้วใบใหญ่ที่ถูกเคาะเพื่อปลุกภวังค์อันมืดมิดให้ตื่นรู้
มันคือสัญญาณที่อคินทั้งโหยหาและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
"เฮือก!"
ชายหนุ่มกระชากลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดจนสุดแรง
เปลือกตาของอคินเปิดโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนที่เขาดัดแปลงให้เป็นป้อมปราการ
กลิ่นอับชื้นของพรมเก่าที่ถูกรื้อทิ้ง กลิ่นฝุ่นผง และกลิ่นสนิมจางๆ ลอยมาปะทะจมูก... กลิ่นของความเป็นจริง
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า ตัดกับความมืดมิดรอบกาย แสงของมันสะท้อนในดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่เต็มที่
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 3 มีนาคม]
ตัวเลขสีฟ้าเริ่มนับถอยหลังทันที วินาทีแห่งชีวิตของเขาเริ่มเดินอีกครั้ง
อคินสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาซ้ายเซเล็กน้อยเหมือนศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไปกะทันหัน
แต่เพียงครู่เดียวสัญชาตญาณบางอย่างก็สั่งให้เขาทรงตัวได้อย่างมั่นคง
มั่นคงเกินกว่าคนเพิ่งตื่นนอน ราวกับว่าร่างกายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองที่ฉับไว
โฮ่ง! บรู๊ววว...
เสียงเห่าทักทายดังมาจากหน้าประตูห้องพักที่เปิดแง้มไว้
เงาตะคุ่มสามร่างขยับไหวๆ อยู่ตรงนั้น
เจ้าโบ้ สุนัขพันทางสีน้ำตาลหูตั้ง ลุกขึ้นยืนเป็นตัวแรก
ตามด้วยเจ้าด่างและเจ้าขาว พวกมันกระดิกหางระริกจนตัวโยนเมื่อเห็นเขาเดินออกมา
แปลก... ปกติสุนัขจะระแวงคนแปลกหน้า หรือคนที่เพิ่งตื่น
แต่พวกมันมองเขาด้วยสายตาคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด จมูกเปียกชื้นของพวกมันสูดดมฟุดฟิดในอากาศ
ไม่ใช่เพื่อดมกลิ่นกายมนุษย์ แต่เหมือนพวกมันกำลังดมหา 'กลิ่นอื่น' ที่ซ้อนทับอยู่บนตัวเขา... กลิ่นที่ทำให้พวกมันวางใจ
"ไงพรรคพวก... ตื่นมารอกันพร้อมหน้าเลยนะ"
อคินย่อตัวลงเกาหลังหูเจ้าโบ้ สัมผัสหยาบกรานของขนสัตว์ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นจริง
"หิวกันแล้วล่ะสิ คืนนี้เราต้องทำงานหนักหน่อยนะ เสบียงเราเริ่มร่อยหรอแล้ว"
เขาลูบหัวพวกมันทีละตัว ก่อนจะเดินไปคว้าเป้ใบเก่าและขวานดับเพลิงคู่ใจที่วางพิงผนัง
ด้ามจับยางสีแดงที่เริ่มซีดจางกระชับเข้ากับอุ้งมือของเขาได้อย่างพอดี
ความหนักอึ้งของมันคือความปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวที่จับต้องได้
อคินเดินออกจากตัวบ้าน สู่ลานดินกว้างที่เขาแผ้วถางไว้
แสงจันทร์คืนข้างแรมสาดส่องลงมาเพียงเลือนราง
แต่สำหรับดวงตาของเขา มันเพียงพอที่จะมองเห็นรายละเอียดของเส้นลวดที่ขึงระโยงระยาง
"ดีล่ะ... ตรงนี้อีกนิด"
เขาพึมพำกับตัวเองขณะใช้คีมดึงลวดหนามเส้นสุดท้ายให้ตึงเปรี๊ยะ เสียงโลหะเสียดสีกันดัง เอี๊ยด เบาๆ ในความเงียบ
เขากำลัง 'พอใจ' กับชีวิตนี้
ที่นี่คือ "บ้าน" ของเขา บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่ถูกทิ้งร้าง
ซึ่งเขายึดเป็นฐานทัพแห่งนี้ คือสวรรค์บนดินอย่างแท้จริงในโลกที่ล่มสลาย
เขามีแผงโซลาร์เซลล์ที่ยังทำงาน มีเครื่องกรองน้ำที่ทำให้น้ำสะอาดพอจะดื่มได้ มีรั้วรอบขอบชิด...
และที่สำคัญที่สุด คือบ่อปลาขนาดใหญ่ข้างบ้าน ที่ดูเหมือนจะมีปลาช่อนและปลาดุกให้จับกินได้ไม่รู้จักหมด
แฮ่ก... แฮ่...
เสียงหอบหายใจอย่างอารมณ์ดีดังขึ้นข้างๆ โบ้นั่งมองเขาทำงานด้วยแววตาจงรักภักดี
ลิ้นของมันห้อยยาวแตะพื้นหญ้าที่ชื้นน้ำค้าง
ข้างๆ กันนั้น ด่างกับขาว สองสหายนักล่าตัวใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมฝูง
ก็กำลังนอนเกลือกกลิ้งเอาหลังไถไปมาบนพื้นหญ้าอย่างสบายอารมณ์
อคินมองภาพนั้นแล้วยิ้มบางๆ
'ฉันทำได้... ฉันสร้างที่นี่ขึ้นมาได้'
เขาคิดในใจ
'ฉันจะสร้างรั้วชั้นที่สอง จะขุดคูน้ำเพิ่ม ที่นี่จะเป็นป้อมปราการที่แท้จริง ไม่มีอะไรจะพรากความสงบสุขนี้ไปจากฉันได้อีก'
ตึ๊ง! ตึ๊ง! ตึ๊ง!
เสียงเตือนภัยดังกระชากความเงียบสงบจนขาดสะบั้น!
"อึก!"
อคินยกมือกุมขมับ พร้อมกันนั้น... โลกทั้งใบในสายตาของเขาก็ถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน
มันไม่ใช่แสงจากภายนอก แต่เป็นฟิลเตอร์สีแดงก่ำที่ฉายทับการมองเห็นของเขาจากด้านใน
หน้าต่างระบบที่เคยเป็นสีฟ้าสงบ บัดนี้กลายเป็นสีเลือดที่กะพริบเตือนอย่างบ้าคลั่ง
[คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการก่อตัวของกองทัพอสูร! เรดบอสกำลังจะปรากฏตัวในพื้นที่!]
[ตรวจพบพลังงานความตาย หนาแน่นปกคลุมพื้นที่]
ข้อความสีแดงเข้มกะพริบถี่ๆ อยู่ตรงหน้า จนน่าเวียนหัว
"เรด... บอส!?"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาอย่างแหบพร่า
อคินรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นจากปลายเท้าขึ้นมาจับที่ขั้วหัวใจ
มันไม่ใช่ความหนาวของอากาศ แต่มันคือสัญชาตญาณดิบที่กำลังกรีดร้องว่า 'ความตาย' กำลังมาเยือน
โฮ่งงงง!
แฮ่... หงิง...
ฝูงหมาทั้งสามตัวลุกพรวดขึ้นพร้อมกันในวินาทีเดียวกับที่เขาได้รับคำเตือน
ขนที่แผ่นหลังของพวกมันลุกชันตั้งตรงเป็นแนว หูของพวกมันลู่ไปด้านหลัง
พวกมันแยกเขี้ยวคำรามใส่ความมืดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ... ทิศทางเดียวกับที่ระบบแจ้งเตือน
แต่สิ่งที่ทำให้อคินขนลุกซู่ยิ่งกว่า คือหางของพวกมัน... หางของนักล่าที่เคยชูชันอย่างมั่นใจ
บัดนี้ม้วนหดเข้าไปอยู่ใต้หว่างขา ตัวของเจ้าขาวสั่นเทาอย่างรุนแรง
พวกมันไม่ได้กำลังจะสู้... พวกมันกำลังจะหนี
ติ๊ง!
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมาทับการแจ้งเตือนสีแดง ข้อความนี้ไม่ได้ดูแข็งกระด้างเหมือนข้อความระบบปกติ มันดู... ร้อนรน
[รีบซ่อนตัวเร็วเข้า! อย่าออกไปนะ! มันอันตรายเกินไป!]
อคินชะงัก ลมหายใจติดขัด ข้อความนั้น... มันเหมือนมีคนกำลังตะโกนใส่หน้าเขา
"ระบบ..."
เขาพึมพำ
"นี่มันอะไรกัน? คลื่นอสูรเหลือเวลาอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ"
[นี่ไม่ใช่คลื่นอสูร แต่น่าจะเป็นพวกอสูรที่เหลือรอดจากคลื่นก่อนๆรวมตัวกันเป็นกองทัพ]
ความรู้สึกอบอุ่นประหลาดวาบขึ้นมาในอกท่ามกลางความหวาดกลัว
เขากำหมัดแน่น ใช่แล้ว เขาไม่ได้อยู่คนเดียว ระบบยังอยู่กับเขา ระบบผู้รอบรู้กำลังบอกให้เขาหนี
"เข้าบ้าน! เร็ว! โบ้! ด่าง! ขาว! เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!"
อคินตะโกนสุดเสียง ลืมเรื่องการสร้างรั้วไปจนหมดสิ้น เขาคว้าคอเสื้อของโบ้แล้วลากมันไปทางประตูบ้าน
สุนัขทั้งสามตัววิ่งแซงหน้าเขาเข้าไปในตัวบ้านอย่างตื่นตระหนก แทบจะเหยียบกันเองตรงธรณีประตู
ปัง!
เขากระแทกประตูไม้สักปิดลง สับกลอนประตูเหล็กที่เขาดัดแปลงเสริมเข้าไป
ลากตู้เหล็กเก่าๆ ที่เตรียมไว้มาขวางทับอีกชั้นเพื่อความแน่ใจ
"ฮื่อ..."
โบ้ครางในลำคอ มันพยายามมุดเข้าไปใต้โต๊ะกินข้าว
"ไม่... ตรงนั้นไม่ปลอดภัย ไป! เข้าห้องนิรภัย!"
เขาต้อนพวกมันเข้าไปในห้องนอนชั้นในสุดที่ไม่มีหน้าต่าง
ห้องที่เขาดัดแปลงผนังให้หนาขึ้นด้วยกระสอบทรายและแผ่นไม้ เมื่อทุกคนเข้ามาครบ เขาปิดล็อกประตูเหล็กชั้นในสุด
กริ๊ก...
เสียงล็อกประตูดังขึ้น ตามมาด้วยความเงียบสงัดที่ชวนอึดอัด
โลกภายนอกพลันเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของเขากับฝูงหมา และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในหู
อคินทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพง กอดขวานด้ามเหล็กไว้แนบอก เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
เขาเอื้อมมือไปดับตะเกียงไฟฉาย
แสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่คือแสงจันทร์ริบหรี่ที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ เท่าฝ่ามือที่อยู่ติดเพดาน
เขาระแวดระวัง... เฝ้าฟังเสียงจากข้างนอก
เขากลั้นหายใจ... เพ่งสมาธิ... ใช้ทักษะฟังเสียง ที่เขาเชื่อว่าเป็นผลพวงจากการอัปเกรดของระบบ
ซ่า... ซ่า...
เขาได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้...
แกรก...
เขาได้ยินเสียงกิ่งไม้แห้งที่เสียดสีกัน...
และจากนั้น... เขาก็ได้ยิน 'เสียงฝีเท้า'
ตึก... ตึก... ตึก... ตึก...
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าเดียว และไม่ใช่เสียงวิ่ง
มันคือเสียงฝีเท้านับร้อย... นับพัน... ที่กำลังย่ำลงบนพื้นดินอย่างพร้อมเพรียง หนักแน่น แต่ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ไร้ซึ่งเสียงคำราม
อคินค่อยๆ ยันตัวขึ้น เขาต้องรู้ว่าข้างนอกนั่นเกิดอะไรขึ้น เขาปีนขึ้นไปบนลังไม้ แนบสายตาเข้ากับช่องระบายอากาศเล็กๆ นั้น
ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง
ภายใต้แสงจันทร์สีแดงฉานที่ดูผิดธรรมชาติ... ถนนสายหลักที่ตัดผ่านหน้าบ้านของเขา ซึ่งปกติจะร้างผู้คน บัดนี้เต็มไปด้วย "คลื่นสีดำ"
ซอมบี้มนุษย์... ซอมบี้กอบลิน... ซอมบี้สัตว์กลายพันธุ์... และซอมบี้อสูรที่เขาเคยเห็นและไม่เคยเห็น... พวกมันกำลังเดิน
พวกมันไม่ได้วิ่งพล่านหาเหยื่ออย่างบ้าคลั่งเหมือนทุกที
พวกมันไม่ได้สนใจบ้านของเขา ไม่ได้สนใจกลิ่นเนื้อสดๆ ของหมาที่ลอยออกไป
พวกมันเดินทื่อๆ สายตาเหม่อลอยจ้องตรงไปข้างหน้า
มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ... ทิศทางเดียวกับที่ระบบแจ้งเตือนถึง 'เรดบอส'
"พวกมัน... กำลังไปรวมพล?"
อคินกระซิบเสียงสั่น
เขาเห็นซอมบี้ออร์คร่างยักษ์เดินผ่านหน้าบ้านไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามองรั้วลวดหนามที่เขาภาคภูมิใจ
มันเดินผ่านไปราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผง
บรรยากาศรอบตัว 'เงียบผิดปกติ' แมลงกลางคืนไม่ร้อง
สายลมหยุดนิ่ง ราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่มองไม่เห็น
นี่ไม่ใช่การล่า... นี่คือการเกณฑ์ทหารของมัจจุราช
เขารู้สึกตัวเล็กจ้อยเหลือเกิน ท่ามกลางพลังอำนาจที่เขามองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความตายที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
อคินถอยหลังลงมาจากช่องมอง ขาของเขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เขากลับลงมานั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางฝูงหมาที่นอนตัวสั่นเทา
"ระบบ..."
เขาพึมพำกับหน้าต่างสีฟ้าที่ยังคงเรืองแสงจางๆ อยู่ตรงมุมสายตา
"ขอบใจนะ... ที่เตือนฉัน"
ถ้าเขาออกไปล่าในคืนนี้... ถ้าเขาบังเอิญไปขวางทางเดินทัพของพวกมัน... เขาคงไม่เหลือแม้แต่กระดูก
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน
หนึ่งชั่วโมง... สองชั่วโมง... เสียงฝีเท้าด้านนอกยังคงดังต่อเนื่องเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหยุดไหล
สามชั่วโมง... ท้องฟ้าทางทิศเหนือสว่างวาบขึ้นเป็นระยะด้วยแสงสีม่วงและเขียวคล้ำ
ตามมาด้วยเสียงระเบิดทุ้มต่ำที่ดังก้องมาตามพื้นดิน
ตูม... ตูม...
สงคราม... ใครบางคนกำลังต่อสู้อยู่ตรงนั้น... ต่อสู้กับสิ่งที่สามารถบงการกองทัพความตายนี้ได้
อคินจ้องเขม็งไปที่ความมืด เขาไม่ได้ขยับตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งค้างจนปวดร้าว แต่เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับเปลี่ยนท่านั่ง
เขานั่งตัวแข็งทื่อแบบนั้น... จนกระทั่งเสียงเตือนสุดท้ายดังขึ้น
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:10]
ตัวเลขสีแดงนับถอยหลัง ความรู้สึกเหมือนถูกดึงวิญญาณเริ่มกลับมาอีกครั้ง ร่างกายเริ่มหนักอึ้ง แขนขาชาหนึบ
"ปลอดภัย... คืนนี้เราปลอดภัย"
เขาบอกตัวเองและฝูงหมา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง... ความรู้สึกเหมือนถูกดูดลงเหวลึกกระชากสติของเขาให้ดับวูบไป ต้านทานไม่ได้ และหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ คือความมืดมิดในห้องนิรภัย และความรู้สึกโล่งใจที่เขายังมีชีวิตอยู่... เพื่อที่จะตื่นขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้