ตอนที่เจ็ดสิบสาม To Crush enemy
อย่างที่เงินตราคือข้อจำกัดของนักเวทย์หรือผู้เล่นอย่างที่ว่า
ผมไม่แปลกใจที่ฝ่ายบีสต์แมนจะจับคนไปสังเวยเพื่อทำเวทย์พิธีกรรมที่ให้กำลังทหารมากพอที่จะโหมจู่โจมนอร์ดการ์ด
แม้แต่ผมเองหากมีเงิน 200,000 g ก็สามารถสร้างกองทัพโกเล็มทองคำได้อย่างที่ว่าไว้
แม้การชนะหรือแพ้ของผมคงจะตัดสินกันที่ว่าผมจะเอาชนะลุงร้านตีเหล็กป้าร้านขายเสื้อหรือ อีวานร้านปรุงยาได้หรือไม่ก็ตาม
แต่อย่างน้อยก็ยังมีความหวังว่าจะชนะ
แน่นอนวิธีที่ฉลาดที่สุดคือการพยายามสืบว่าฝ่ายบีสต์แมนทำอะไรรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในเมืองต่างๆและทุกคน
พอได้ข่าวแล้วก็นำไปแจ้งให้กับทางราชสำนักที่ไม่เชื่อใจเราในตอนแรกทราบ
เมื่อสามารถเกลี้ยกล่อมราชสำนักให้เชื่อใจเราได้ก็วางแผนตอบโต้..แผนการมาตรฐานของนักผจญภัย
แต่ปัญหาคือ.
ผมมันเป็นบาบาเรี่ยนนี่สิ
ไม่ใช่คนที่มีทักษะการเจรจาเก่งกาจเสียด้วย
ที่ผมถนัดน่าจะเป็น ข่มขู่ Intimidation
แต่ผมไม่อยากทำอย่างนั้นมากมายในเมืองเพราะคงจะมีดราม่ามากมายกับราชินีที่ทำท่าไม่แคร์ผมหลังจากนั้นนั่นล่ะ
ก็ดีเพราะอย่างนั้นผมถึงได้มีคลอฟอร์ดไว้คอยป้องกันพวกสาวชนชั้นสูงที่จะนำปัญหามาให้
การตัดสินใจจึงเป็นเรื่องของเวลา
ผมจะไปหาข่าวในสมรภูมิน่าจะดีกว่า
สถานที่ที่ผมพอจะใช้การข่มขู่ได้แบบไม่ค่อยเกรงใจใครเท่าไร
แน่นอนแม้กระทั่งผมหากลอบไปในรังของแวมไพร์ก็อาจจะไม่รอดมาก็ได้หากเจอพวกกับดักไปพอสมควร
ดังนั้นเราอย่าไปทำสิ่งที่ไม่ถนัดและสนใจแต่สิ่งที่ตนเองถนัดดีกว่า
To Crush Enemy
กำจัดศัตรูซะ
“คลอฟอร์ดดูแลอุปกรณ์ให้ดีเท่าชีวิตของเจ้า เอาเครื่องยิงธนูขนาดยักษ์ไปฝากไว้ที่ร้านคุณเวเนียร์ขายม้าหนึ่งอันและกระจายอาวุธไปให้กับทุกคนที่สนใจพรุ่งนี้พวกเราจะไปปราบบีสต์แมนกัน”
ผมกล่าวต่อคลอฟอร์ดที่จับหอกควงไปมาอยู่