มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 132 ฉันอยากเรียนทำอาหาร

    ผลัวะ!


    เสียงตบเข้าที่คางที่พันแผลไว้ของพี่กางดังออกมาให้ได้ยิน แม้ว่าเขาจะหน้าเสียเพราะตบนี้ เขาก็ไม่พูดอะไร ยังคงยืนทื่ออยู่ตรงนั้นเหมือนขอนไม้


    ที่ฝั่งตรงข้าม มีชายท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสีขาวยืนอยู่


    ชายคนนั้นดูดี และมีแว่นกรอบทองวางอยู่บนจมูกของเขา


    รอยยิ้มแขวนอยู่มุมปาก เย็นชาและน่ากลัว ซึ่งสร้างความกลัวฝังลงไปในใจ


    นี่คือบุคคลบรรจุอยู่ในจงกรุ๊ป จงเหลียงกัว


    แม้ว่าพี่กางจะทำตัวอวดดีแค่ไหนข้างนอก แต่ตรงหน้าชายหนุ่มที่สง่างามและท่าทางที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นี้ เขาก็เสียมันไปทั้งหมด


    คนที่คุ้นเคยกับชายคนนี้ รู้ว่านิสัยจริงๆ ของเขาเป็นยังไง เหมือนกับแมงป่องพิษ ถ้าถูกเขาต่อย พิษจะคร่าชีวิตของคุณไป


    ฉะนั้น แค่ตบปากเพียงอย่างเดียว แม้ว่าต่อให้ถูกเขาแทงหัวใจ พี่กางก็ไม่กล้าแม้แต่ผายลม


    “แกรู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงตบแก?” จงเหลียงกัว นั่งลงบนโซฟาหนัง พลิกหน้ากระดาษ และถามโดยไม่หันมามอง


    “ผมล้มเหลวในการจับตัวเหลียวชาชา...และสูญเสียพี่น้องไปมาก...”


    พี่กางก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหัวขึ้น


    “ผิด!” จงเหลียงกัวแสยะยิ้ม เปลี่ยนหน้า และพูด “ฉันตีนายไม่ใช่เพราะนายจับเหลียวชาชาไม่ได้ แต่เพราะก่อนที่แกจะรู้เบื้องหลังทั้งหมดของบอดี้การ์ดนั่น แกก็เริ่มปฏิบัติการโดยไม่ลังเล”


    เขาพูด และทันใดนั้นก็ตบเปรี้ยงเข้าที่โต๊ะ


    พี่กางยืนอยู่ที่นั่น ทันใดนั้นก็รู้สึกหนาว ราวกับอยู่ในบ้านน้ำแข็ง ทำให้ร่าง และ ฟันสั่น หลังจากที่ข้ามมาสู่โลกของอาชญากร เขาสามารถบอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่จิตสังหาร แต่ความรู้สึกมันเหมือนกับผีที่ปีนขึ้นมาจากหลุม


    พี่กางหันไปกลับไปมองโดยไม่คิด และพบว่า ชายในชุดที่ถูกคลุมไปด้วยเสื้อผ้าสีดำปรากฏตัวข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รูปร่างของชายคนนี้ ผอมแห้ง มองแรกๆ เขาดูเหมือนโครงกระดูก


    โดยเฉพาะตาของเขาที่จมลึกลงไปราวกับหลุมดำ


    ร่างกายของชายคนนั้นเหมือนกับร่างของคนตาย มองแค่ครั้งเดียว พี่กางก็กระโดดขึ้นด้วยความกลัว และแทบทรุดลงกับพื้น


    “ใคร แกเป็นใคร!” เขากระโดดไปข้างๆ ดึงปืนออกมาโดยไม่คิด และชี้ไปที่ชายคนนั้น “อย่ามายุ่งกับนายน้อยจง ไม่อย่างนั้น ฉันจะยิงแก!”


    พร้อมกันนั้น พี่กางก็ขยับเล็กน้อย และยืนอยู่ตรงหน้าจงเหลียงกัว


    ชายคนนั้นยื่นมือออกมา และพี่กางจู่ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเหมือนกำลังนอนอยู่ข้างในโลกศพน้ำแข็ง ในจังหวะนี้ ความรู้สึกด้านลบกระแทกเข้าไปในวิญญาณของเขา


    ความเศร้า ความเสียใจ และความตกต่ำ และความทรงจำไม่ดีต่างๆ พากันผุดขึ้นในใจของเขา


    พี่กาง ชายที่เลือดหลอมมาจากเหล็ก ทันใดนั้นก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง เข่าทรุดลงกับพื้น มือกุมหัว และระเบิดน้ำตาออกมา


    ปืนถูกขว้างทิ้งไปด้านข้าง และกลิ้งไปใต้โต๊ะ


    เมื่อเห็นท่าทางร่ำไห้ของลูกน้อง ไม่เพียงจงเหลียงกัวจะไม่รู้สึกขายหน้า เขายังรู้สึกตื่นเต้นอีกด้วย


    “สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญจากนิกายหยานโล่ว คุณเจิ้งมีความสามารถจริงๆ”


    จงเหลียงกัวปรบมือ “ด้วยการปรากฏตัวของคุณเจิ้ง แม้แต่เจ้าคนที่ถูกเรียกว่าบอดี้การ์ดที่ดุร้ายนั่น เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อกร”


    “อย่าลืมซะล่ะ” คุณเจิ้งคนนั้นพูด น้ำเสียงของเขาเย็นเป็นน้ำแข็ง และกลิ่นเหม็นจากกระเพาะของเขาไหลออกมาทางปาก “เรามาพูดเรื่องราคากันก่อน ตราบเท่าที่แกจ่าย ฉันจะช่วยแกจัดการปัญหาให้”


    “คุณเจิ้งช่างเป็นผู้ชายที่พูดตรงจังเลยนะครับ” จงเหลียงกัวปรบมืออีกครั้ง ไม่นานชายในชุดสูทก็เข้ามาพร้อมกับเช็ค


    “คุณเจิ้ง นี่เช็คราคาห้าแสน ถ้าจัดการปัญหาเรื่องนั้นเสร็จ ยังจะได้รับอีกห้าแสน อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าคุณเจิ้งจะรักษาสัญญาของพวกเรา”


    “วางใจได้เลย” หลังจากเห็นเช็ค น้ำเสียงของคุณเจิ้งก็อ่อนลง “ฉันเป็นผู้บงการผี ตราบเท่าที่เด็กของฉันสามารถเข้าไปในร่างของเหลียวชาชาได้ ยัยคุณหนูนั่นก็จะตกอยู่ภายใต้ความเมตตาของนายน้อยจง หลังจากควบคุมเหลียวชาชา นายน้อยจงสามารถควบคุมตระกูลเหลียวได้ทั้งหมด”


    “ดี เอาตามนี้!” จงเหลียงกัวยื่นเช็คให้ มีเช็คในมือ รอยยิ้มน้อยๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าแข็งทื่อของเขา


    “หึ!” รอยยิ้มปรากฏเต็มหน้าจงเหลียงกัว แต่ในใจของเขาสบถ ‘ผู้เชี่ยวชาญอะไรกัน ไม่ใช่ก็แค่ชายหิวเงินคนหนึ่งหรอกเหรอ? ไม่แปลกที่มันจะพูดถึงแต่เงิน’


    ................


    “ในที่สุด ก็ปลอดภัยถึงบ้าน!” หลังจากเป็นทุกข์มาครึ่งวัน ในที่สุดหยูลู่ก็ได้ต้อนรับฉินเฉา และเหลียวชาชากลับเข้าบ้าน


    ไม่ใช่แค่หยูลู่ แม้แต่อู๋ซิ่นและนักเรียนคนอื่นๆ ก็รออยู่ในบ้านพักตระกูลเหลียว เมื่อเห็นฉินเฉาและเหลียวชาชากลับมา พวกเขาต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    “ฉินเฉา นายไม่เป็นไรนะ!” อู๋ซิ่นที่นั่งในห้องโถงพร้อมตาแดงๆ วิ่งเข้ามากอดฉินเฉา และฝังหัวเข้ากับหน้าอกของเขา


    เมื่อรู้สึกถึงหน้าอกที่งดงามทั้งสองข้างกดลงมาบนหน้าอก ท่อนล่างของฉินเฉาก็ผงาดทันที ซึ่งทำให้เขาอาย หญิงหน้าอกโตจะฆ่าผู้ชายด้วยสิ่งนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้คนจะเรียกมันว่าอาวุธมหาประลัย


    “แฮ่ม นี่ แน่นอน ฉันไม่เป็นไร...”


    “เฮ้ เฮ้!” เหลียวชาชาที่ตื่นขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ก็ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงรุนแรง “คนที่ถูกลักพาตัวคือฉันนะ ทำไมเขาต้องเป็นอันตรายด้วย!”


    “ฮึ เราจะจดบัญชีนี้ไว้กับจงกรุ๊ป!” หยูลู่ที่อยู่ใกล้ๆ พูดอย่างเย็นชา รังสีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอแอบทำให้ทุกคนกลัว


    หยูลู่คนนี้ไม่ธรรมดาเหมือนท่าทางที่แสดงออกมา! เมื่อเขามองเข้าไปในตาของเธอ ฉินเฉาแอบคิดไม่ได้ว่าเขาเคยมีอะไรกับผู้หญิงคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง


    แต่ไม่นาน อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยน ราวกับสัมผัสนุ่มๆ ที่ได้จากสายลมฤดูใบไม้ผลิ เธอพูดกับพวกเขาอย่างอ่อนโยนว่า


    “ทุกคนต่างพากันตกใจกลัว ดังนั้น ฉันจะทำซุปให้ทุกคนเย็นนี้”


    ทุกคนอ้าปากค้าง ทำไมเธอถึงเปลี่ยนอารมณ์เร็วจัง!


    “ดี ดี!” เหลียวชาชากระโดดออกมาอย่างดีใจ “ฉันชอบซุปของพี่ลู่ลู่ ฉินเฉา นายก็แสดงความสามารถให้ทุกคนดูด้วยสิ!”


    “บอดี้การ์ดตัวร้ายอย่างนายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?” หลิวหยานและคนอื่นๆ ท่าทางไม่เชื่อ หลังจากแสดงพลังที่สวนสนุก นักเรียนเหล่านี้พากันยอมรับความแข็งแกร่งของฉินเฉา


    แม้แต่หลี่เจ๋ออันก็ยังมองมาที่ฉินเฉาด้วยสายตาหวาดกลัว


    ชายคนนี้เหมือนกับเทพปีศาจ เขาไม่กล้าไปยุ่งกับอีกฝ่ายอีกแล้ว เขากลัวว่าถ้าชายคนนี้โกรธ แค่ตบธรรมดา เขาคงถูกจัดการจนตายได้


    “แน่นอน ฉันได้ชิมซุปที่เขาทำมาแล้ว!” เหลียวชาชาโบกมือของเธอ “คำหนึ่ง”


    ฉินเฉาพูดไม่ออก เขาไม่อยากจะเชื่อยัยเด็กนี่เลย ใครคือคนที่เขาต้องเข้าไปช่วยแทบเป็นแทบตาย แต่เมื่อเธอปลอดภัย เธอก็เริ่มยั่วยุเขา


    “เชื่อมั้ย ฉันสามารถส่งเธอกลับไปให้อาชญากรพวกนั้นได้นะ!” ฉินเฉาจ้องเธอเขม็ง และพูดอย่างโกรธๆ ว่า “พวกนั้นพูดว่าจะข่มขืนและฆ่าเธอ! และจากนั้นก็จะข่มขืนและฆ่าอีกครั้ง!”


    “ฮึ! ทำไมนายไม่ลองล่ะ! มาสิ ทำสิ!” สาวน้อยยืดอกและเดินวางมาดเข้ามา สายตาของเธอยังคงตกอยู่ที่อู๋ซิ่น นานแล้ว แต่แม่วัวสาวนี่กลับใช้โอกาสนี้อยู่ในอ้อมแขนของฉินเฉาต่อ


    “ด้วยหน้าอกเล็กๆ และอารมณ์ดุร้ายของเธอ พวกอาชญากรจะไปสนใจเธอได้ยังไง” ฉินเฉารีบปล่อยหมัดเด็ด ทำลายล้างพลังการต่อสู้ของเหลียวชาชา


    “นาย นาย!” เธอกระทืบเท้าด้วยความโกรธ “ไป ไปทำซุป!”


    “ฉันจะไปช่วยเตรียมซุป” อู๋ซิ่นในที่สุดก็เงยหน้าขึ้น หน้าแดง และพูดว่า “ฉันก็ทำอาหารเป็น”


    “ดี....” หยูลู่ไม่ได้ปฏิเสธคำขอนี้ “ตามมาเลย แล้วก็คนอื่นไปรอที่ห้องอาหารก่อนนะ ลุงฟู่!”


    หยูลู่ปรบมือของเธอ พ่อบ้านวัยกลางคนทันใดนั้นก็เข้ามา และพยักหน้าให้หยูลู่


    “คุณหยู”


    “พาเด็กๆ พวกนี้ไปห้องทานอาหาร เราจะไปทำอาหารในห้องครัว”


    “ครับ คุณหยู” ในบ้านพักตระกูลเหลียว สถานะของหยูลู่สูงมาก แม้แต่พ่อบ้านยังพูดกับเธอด้วยความเคารพ


    เขารีบนำนักเรียนที่เหลือไปที่ห้องทานอาหารที่โอ่อ่า


    หยูลู่ ฉินเฉา อู๋ซิ่น และเหลียวชาชา ทั้งสี่คนไปที่ห้องครัวพิเศษของหยูลู่


    “เรากำลังจะไปเตรียมอาหาร เธอมาทำอะไรที่นี่!?” เมื่อเห็นสาวน้อยตามมาด้วย ฉินเฉาอดแหย่ออกไปไม่ได้


    “ฉันก็จะทำซุปด้วย ทำไม นายจะบอกว่าฉันทำไม่ได้งั้นเหรอ?” เหลียวชาชาตอบอย่างห้วนๆ


    “ชาชาอยากจะเรียนทำอาหารเหรอ?” หยูลู่เหมือนจะตื่นเต้น เหลียวชาชาชอบเล่นวิดีโอเกม โดยเฉพาะเกมต่อสู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กผู้ชายชอบเล่น


    แต่เหลียวชาชาไม่เคยทำอะไรที่เด็กผู้หญิงทำเลย


    เมื่อตอนนี้ได้ยินเหลียวชาชาบอกว่าอยากทำอาหาร หยูลู่เลยรู้สึกดีใจ


    “เอิ่ม เมื่อมองทุกคน ฉันก็อยากจะเรียนมั่ง” เหลียวชาชาพูด


    “ได้ ได้เลย!” หยูลู่เริ่มจุกจิก “พวกเราผู้หญิงต้องเรียนทำอาหาร ตอนนี้ผู้หญิงหลายคนไม่รู้วิธีทำอาหาร นี่ไม่ถูกต้อง อย่างที่ผู้คนพูด ถ้าผู้หญิงอยากจะเข้าไปในใจของผู้ชาย เธอต้องเติมกระเพาะให้เขาก่อน...”


    แม้ว่าเหลียวชาชาจะต่างออกไป แต่หัวใจของเธอก็กระตุกด้วยคำนี้ เธอมองไปที่ฉินเฉาที่อยู่ใกล้ๆ ที่กำลังหั่นผักอยู่ ‘ชายคนนี้เห็นกันอยู่ว่าชอบพี่ลู่ลู่ หรือเป็นเพราะพี่ลู่ลู่ทำอาหารอร่อย?’


    ‘ฮึ ฉัน เหลียวชาชาทำได้ทุกสิ่ง! ทั้งท่าทาง รูปร่าง...เอิ่ม สมอง!’


    ‘ทำอาหารไม่เห็นจะยาก ในมือคุณหนูคนนี้ มันก็แค่เรื่องง่ายๆ! ฮึ ฉินเฉานายจะต้องประหลาดใจแน่ๆ!’


    หลังจากคิดเรื่องนี้ เหลียวชาชาก็เริ่มหยิบวัตถุดิบ หยิบหม้อ และเริ่มเตรียมปรุงกลั่นซุปที่แสนอร่อย!


    “เฮ้ เฮ้ เฮ้! ไฟเตาแก๊สไม่ใช่เล็กๆ นะ เดี๋ยวก็ระเบิดหรอก!” เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของเหลียวชาชา ฉินเฉารีบเบิกตากว้างและตะโกนออกมา


    แต่สายไปแล้ว พร้อมเสียงดังตูม ไฟแก๊สพุ่งขึ้นข้างบน หม้อทำอาหารสีม่วงถูกโยนขึ้นข้างบนด้วยแรงดันไฟ และตกใส่หัวเหลียวชาชา


    โชคดี ที่มือของฉินเฉาไว เขายื่นมือออกไปจับหม้อทำอาหารสีม่วงไว้ในมือ


    “ดูนู่น!” ฉินเฉาชี้ไปที่รอยไหม้บนผนัง และพูดกับเหลียวชาชาที่ยังตกใจและกลัวอยู่ “เธออยากจะทำซุป หรือระเบิดที่นี่ทิ้งกันแน่!”


    “ชาชาเป็นอะไรมั้ย?” แม้ว่าหยูลู่จะรู้สึกไม่ดีเรื่องห้องครัว แต่เธอเป็นห่วงเหลียวชาชามากกว่า


    “ฉัน ฉันไม่เป็นไร...” มองออกไป เหลียวชาชาพูดด้วยน้ำเสียงทื่อๆ


    “ชาชา นี่คือวิธีใช้เตา...” ด้วยความใจดี อู๋ซิ่นเลยเข้ามาและค่อยๆ สอนเหลียวชาชาทีละขั้นๆ ในการเปิดแก๊ส


    “ว้าว สุดยอด! ให้ฉันลองมั่ง!” เหลียวชาชาที่จิตวิญญาณกลับมาอีกครั้ง เข้าไปใกล้เตาแก๊ส และเล่นกับแก๊สโดยหมุนมันไปซ้ายทีขวาที ทุกคนกลัวแทบบ้า ‘เฮือกกก ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป มันจะมีระเบิดที่ใหญ่กว่านี้อีก และจะไม่มีใครเหลือ’


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน