บทที่ 3 คุณคิดว่าคุณเป็ใคร
เซียวเฉินกำลังเก็บข้าวเก็บของในบ้าน เขาคิดว่าจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักพัก แต่เพิ่งมาค้นพบ ว่าชีวิตที่สงบสุขแบบนี้ดูไม่ค่อยเหมาะกับเขาเสียเท่าไหร่
ในฐานะผู้ชาย ถ้าไม่มีความสามารถมากพอ แม้แต่ผู้หญิงข้างตัวก็คงดูแลไม่ได้ นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงการประสบความสำเร็จ
สิ่งนี้หลี่หงเป็คนสอนเขา และทำให้เซียวเฉินเข้าใจว่า การที่เขาพยายามอยู่กับผู้หญิงแบบนี้ มันไม่เหมาะเจาะลงตัวมาั้แ่แรก
ในขณะที่เซียวเฉินกำลังเก็บของ เสียงเตะประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของผู้ชาย เป็เสียงที่ฟังดูคุ้นหู
“เซียวเฉิน เปิดประตูให้ฉัน”
นึกออกแล้ว... เ้าของเสียงนี้คือลูกพี่ลูกน้องของหลี่หงนั่นเอง เขาเป็ชายร่างใหญ่ที่ปกติไม่ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน เก่งแต่ก่อเื่วุ่นวายอยู่แถวนี้ไปวัน ๆ
เซียวเฉินตั้งใจจะไปเปิดให้ แต่ประตูกลับถูกเตะทะลุเข้ามาภายในครั้งเดียว
‘เฉินฮัว’ เดินนำอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนข้างกายของเขา ยังมีชายร่างใหญ่อีกเจ็ดแปดคนตามมาด้วย คนเหล่านี้ล้วนถือไม้ขนาดใหญ่อยู่ในมือ ท่าทางโเี้
ด้านหลังของเฉินฮัว หลี่หงยืนอยู่ที่นั่น สีหน้าเย่อหยิ่งจองหอง
“เฉินฮัว หลี่หง พวกคุณมาที่นี่ทำไม?”
เซียวเฉินไม่มีทางไม่รู้จุดประสงค์ของคนพวกนี้ แต่ก็ยังแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
เมื่อได้ยินเซียวเฉินพูด หลี่หงก็รู้สึกไม่พอใจมาก เธอมองไปที่เซียวเฉิน แล้วพูดว่า “เหอะ คุณยังมีหน้ามาพูดอีก คุณทำลายโอกาสของฉัน หนี้นี้คิดว่าจะชดใช้ยังไงดีล่ะ!”
เมื่อได้ยินหลี่หงพูดจบ เซียวเฉินก็หัวเราะอย่างหมดหนทาง
“คุณเป็ภรรยาของผม แต่ดันไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น คิดว่านี่มันเื่อะไรกันล่ะ?”
จริง ๆ เซียวเฉินไม่ได้ตั้งใจจะพูดเื่พวกนี้หรอก ในเมื่อเขาคิดว่า อีกสักครู่ คนคนนั้นก็น่าจะมาถึงแล้ว
แต่หลี่หงยังไม่ทันโต้กลับ เฉินฮัวกลับพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “น้องสาวของฉันไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นแล้วยังไง? ถ้านายมีดี เธอจะไปอยู่กับคนอื่นแบบนี้หรือไง?”
สุดท้ายก็โทษว่านั่นเป็ความผิดของเซียวเฉินอยู่ดี
ผู้ชายไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แค่คุยกันเฉย ๆ ก็เรียกว่าสารเลว
แต่พอเป็ฝ่ายหญิงที่ไปอยู่กับชายอื่น ถึงขั้นหลับนอนบนเตียงเดียวกัน กลับยังถือว่าเป็แค่การเปลี่ยนวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง
ข้ออ้างนี้มันหลุดโลกเกินไปแล้วนะ
เซียวเฉินไม่อยากเสียเวลาพูดกับพวกเขาอีกต่อไปจึงถามตรง ๆ “แล้วพวกคุณจะเอายังไง บอกมาตรง ๆ เลย พูดให้มันจบ ๆ ไป ผมยังมีธุระให้รีบไปทำ”
หลี่หงครุ่นคิดสักพัก แล้วพูด “ได้ เซียวเฉิน นี่เป็สิ่งที่คุณพูดเองนะ... งั้นจ่ายค่าชดเชยมาให้ฉันหนึ่งล้าน! ”
ได้ยินหญิงสาว เซียวเฉินพลันหัวเราะออกมา
หนึ่งล้าน?
เธอหน้าด้านพอที่จะพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง
เซียวเฉินไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็พยักหน้า “อ้อ เข้าใจแล้ว พูดจบหรือยัง? ถ้าพูดจบแล้วก็ไสหัวไปซะ!”
พอเซียวเฉินพูดจบ คราวนี้หลี่หงกลับไม่ยอมแพ้
“เซียวเฉิน คุณกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง ถ้าไม่จ่ายหนึ่งล้านให้ฉัน ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากที่นี่!”
พอหลี่หงพูดจบ พวกที่อยู่ด้านหลังก็เดินมาขวางทางเอาไว้ทันที
เมื่อเห็นเ้าหล่อนอาการหนักถึงขั้นนี้ ชายหนุ่มก็หัวเราะ “คุณเป็คนแรกที่ล้อเล่นกับผมเลยนะ ตอนผมคิดว่าคุณเป็ตัวจริง คุณก็เป็เหมือนกับสิ่งมีค่า แต่ในเมื่อเื่นั้นมันไม่ใช้ความจริงอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้คุณจะเป็อะไรดีล่ะ?”
เฉินฮัวที่อยู่ข้าง ๆ แสดงสีหน้าไม่พอใจต่อคำพูดของเขา
มีคนตั้งมากมายยืนอยู่ที่นี่ แต่เซียวเฉินกลับปฏิบัติราวกับว่าพวกเขาเป็เพียงภาพลวงตา ไม่มีตัวตนอยู่จริง
ความรู้สึกแบบนี้ ทำให้เฉินฮัวชักจะหมดความอดทนแล้ว
ร่างใหญ่ก้าวไปข้างหน้า คว้าเข้าที่คอเสื้อของเซียวเฉิน “นี่ไอ้หนุ่ม กล้ามาปากดีกับน้องสาวของฉันแบบนี้ ฉันคิดว่านาย…”
คำพูดของเฉินฮัวยังไม่ทันจบ เซียวเฉินก็คว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ด้วยมืออีกข้าง ขยับเบา ๆ จนเกิดเสียงดังกังวานชัดเจนตามมา
เฉินฮัวร้าวไปทั้งร่างเพราะความเ็ปที่มากเกินรับไหว ควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้ ล้มลงไปกองบนพื้นทั้ง ๆ อย่างนั้น
“หัวหน้า คุณเป็ยังไงบ้าง!?”
คนรอบข้างเห็นเฉินฮัวเป็แบบนี้ ก็เข้าไปประคองตัวเขาเอาไว้
ลูกพี่ลูกน้องของหลี่หงกัดฟัน มือข้างหนึ่งกุมแขนข้างที่ไหล่หลุด ชี้ไปทางเซียวเฉิน “พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไม ยังไม่รีบลงมืออีก!”
หลังจบประโยคดังกล่าว คนอื่น ๆ ก็ฟื้นคืนสติกลับมา พากันพุ่งเข้าหาเซียวเฉิน
หลี่หงดีใจมากที่ได้เห็นฉากนี้ เซียวเฉินทำลายเื่ดี ๆ งาม ๆ ของเธอจนยับเยิน เธอย่อมต้องสั่งสอนอดีตแฟนหนุ่มอย่างหนัก
และตอนนี้เธอเหมือนจะได้เห็นเซียวเฉินล้มลงกับพื้น ถูกคนเหล่านี้สั่งสอนอย่างสาสมแล้ว
แต่เซียวเฉินกลับหัวเราะ “พวกนายแน่ใจว่าจะลงมือจริง ๆ เหรอ?”
เฉินฮัวก็กดข่มความเ็ปไว้และโต้ “มัวพูดพร่ำทำเพลงทำไม เข้าไปเลย อย่างแรก หักแขนทั้งสองข้างของมันให้ฉันก่อน!”
เหล่าชายร่างใหญ่เข้าใจทันที ยกไม้ที่ถืออยู่ในมือวิ่งเข้าใส่ แต่เซียวเฉินกลับหัวเราะ “น่าสนใจ ในเมื่อพวกนาย้าหักแขนของฉัน งั้น…”
ยังพูดไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็วิ่งสวนเข้าไปไม่รีรอ ความเร็วของเขามีโข มองดูแล้วรู้สึกเหมือนเงาดำวูบหนึ่งพุ่งพรวดพราดฉับพลันไม่มีผิดเพี้ยน
ผู้คนต่างรู้สึกแค่ว่ามีเสียงดังปัง ๆ เกิดขึ้น ยังไม่ทันได้สติ รู้ตัวอีกทีก็ล้มลงไปแล้ว
เมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็เช่นนี้ เซียวเฉินก็สะบัดมือปรบมันเข้าหากันเบา ๆ แล้วค่อยมองไปที่เฉินฮัวซึ่งอยู่ห่างออกไป จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาอย่างอ้อยอิ่ง
เมื่อเห็นเซียวเฉินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เหงื่อบนหน้าผากของหัวโจกร่างโตก็ไหลออกมาไม่หยุด
“นี่นายจะทำอะไร?”
เฉินฮัวอดไม่ได้ที่ถามเซียวเฉิน
“ไม่มีอะไรมาก แค่เมื่อกี้นายพูดเหมือนจะหักแขนทั้งสองข้างของฉัน ฉันเป็คนที่ยุติธรรมที่สุด ในเมื่อนายมีความอยากแบบนี้ ฉันก็จะสนองให้นายสมหวังเอง”
เซียวเฉินลงมือโดยตรงด้วยตัวเอง เสียงร้องโหยหวนราวหมูถูกฆ่าของเฉินฮัวดังขึ้น จากนั้นร่างทั้งร่างก็ทรุดลงไปกองกับพื้น
หลี่หงที่อยู่ไม่ไกลมองสถานการณ์ด้วยความตื่นตระหนก แต่พอได้สติเธอก็เป็ฝ่ายะโใส่อดีตแฟนหนุ่ม “เซียวเฉิน ไอ้คนสารเลว นายกล้าหักแขนพี่ชายของฉันเหรอ?! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
หักแขนขาแค่นี้มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว ถ้าเซียวเฉินมีใจมุ่งมั่นจริง ๆ ป่านนี้หัวของกลุ่มคนตรงหน้าคงไม่ได้อยู่บนคออีกต่อไปแล้ว
ส่วนหลี่หง เธอรู้ว่าเซียวเฉินเป็คนไม่กล้าทำร้ายผู้หญิง เธอถึงได้เหิมเกริมไม่กลัวเกรงขนาดนี้
ทว่าเื่ราวกลับถูกขัดไว้ด้วยเสียงที่ดังมาจากนอกประตู “เซียวเฉิน ทำไมยังไม่เสร็จอีกล่ะ เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ก็จัดการไม่ได้เหรอ?”
สิ้นประโยค หญิงสาวที่งดงามราวเทพธิดาก็ก้าวเข้ามา และแม้เซียวเฉินจะเคยเห็นสาวสวยมามากมาย ยามเห็นเธอเขากลับต้องยอมรับว่าหัวใจของตนเองเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
แต่คำพูดของหลี่หงกลับน่าประหลาดใจยิ่งกว่า “เธอคือหลินโหรวเหรอ?”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น ผู้คนกลับตะลึงงันกันไปหมด
‘หลินโหรว’ สาวงามอันดับหนึ่งของเจียงเฉิง เธอมาทำอะไรที่นี่?