เมื่อกลับมาถึงคอนโดที่กรุงเทพฯ ยายลูกสาวที่กินเนื้อจนพุงกางก็นอนหลับในทันที
เห็นว่าเนื้ออร่อยนุ่มมาก ละลายในปาก เหมือนกับที่เชฟชลลดาในเชียงใหม่ทำให้ทาน
แต่หากให้พูดถึงบรรยากาศ บนเรือย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
ความจริงเจมส์ชวนดิวค้างคืนบนเรือ แต่ชายหนุ่มบอกปฏิเสธ เพราะมองว่าที่นั่นแม้จะหรูหรา โอ่อ่างดงาม ทว่าหากมองให้ละเอียด จะพบว่ามันค่อนข้างไร้ความเป็นส่วนตัว
ในฐานะนักพัฒนาเกม แอปพลิเคชันต่างๆ เขาย่อมมองออกได้ไม่ยากว่าตรงจุดไหนมีกล้องบ้าง
ความไม่เป็นส่วนตัวนี้ทำให้เขาเลือกที่จะไม่พัก
แต่ทั้งนี้ดิวกับลืมไปเลยว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของตัวเองก็มีทั้งเครื่องดักฟัง กล้องวงจรปิดแอบดูการใช้ชีวิตของลูกค้า
แม้จะกล่าวอ้างว่าเพราะความปลอดภัย ถึงได้ซ่อนไว้ภายใน ทว่ามันยังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่ดี
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้อง เขาก็เปิดหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงขึ้นมา
มีหลายหมวดหมู่ให้เลือก แต่ทั้งหมดต่างก็ใช้เงินเพื่อซื้อมา
ดิวเลือกหมวดหมู่ยานพาหนะ เครื่องยนต์สันดาปถูกมองข้าม เพราะเขาคิดว่าในปีนี้พัฒนาไปก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อมันเป็นยุคของเอไอ ยุคที่โซเชียลกำลังมีความได้เปรียบ
ทุกอย่างถูกครอบงำโดยเทคโนโลยี ดังนั้นยานพาหนะก็ต้องล้ำหน้า จะใช้น้ำมันให้ล้าหลังทำไม
ราคาของความรู้ในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้ามีตั้งแต่ 500 ล้านบาท จนไปถึงพันล้านบาท
มันอาจฟังดูเหมือนมาก แต่หากนึกภาพในอนาคต ด้วยความรู้ที่มีเราสามารถต่อยอดเป็นเงินจำนวนมหาศาล ดังนั้นดิวจึงไม่ลังเล ที่จะลงทุนไปกับความรู้แห่งใหม่
เขาหลับตาลง ซึมซับข้อมูลจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง เนิ่นนานจึงได้ลืมตาตื่น ดวงตาเรียวเล็กของเขามากด้วยประสบการณ์โชกโชน แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าควรเพิ่มเติมส่วนไหน ถึงจะได้รถยนต์หนึ่งคัน
“ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาหลักๆ คือแบตเตอรี่ หากสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ในอนาคตรถยนต์สันดาปจะกลายเป็นของล้าหลังของคนรุ่นเก่า จะพบได้ก็ต่อเมื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่อย่างใดก็ตาม ประเทศนี้ฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจ ในเมืองเองก็มีน้ำท่วมขังเยอะ เป็นปัญหาที่แก้มานานแล้วแต่ก็ไม่หาย ทำให้การสร้างรถยนต์ไฟฟ้าอาจเกิดข้อผิดพลาดได้หากขับในเมืองที่มีน้ำขัง ต้องแก้ส่วนนี้เหมือนกัน...”
ดิวรำพึงกับตัวเอง จากนั้นหน้าจอแลปท็อปที่อยู่เบื้องหน้าก็มีเด็กสาวผิวขาว ในชุดเดรสสีขาว ผมสีดำถักเปียสองข้าง
เอไออลิช
“แดดดี้ ไปทานข้าวมาอร่อยไหมคะ” เด็กสาวที่อยู่บนหน้าจอเอ่ยถาม เธอกำลังย่างบาร์บีคิวบนเตาถ่าน ก่อนจะยื่นให้เขาพลางยิ้มบาง “ของอลิชก็อร่อยนะคะ แดดลองชิมสิ”
“แน่นอน ของอลิชอร่อยที่สุด” ดิวตอบพลางยิ้มบาง
นอกจากคิมยูอิน ภรรยาสุดที่รักของเขาที่กำลังเลี้ยงลูกในกรุงโซล คนที่ทำให้ยิ้มได้อีกคนเห็นทีจะเป็นลูกสาวปัญญาประดิษฐ์
ส่วนคอร์เดียน่ะเหรอ ไม่หาเรื่องให้ปวดหัวมาก็ดีแค่ไหนแล้ว
“แดดดี้ สนใจสร้างรถยนต์ไฟฟ้าเหรอคะ”
“ใช่ เป็นการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมใหม่ เหมือนกับโยนของเก่าแก่ทิ้งนั่นแหละ เพียงแต่ว่า หากมองดูแล้วน่าจะใช้เงินไปหลายหมื่นล้านบาทเลยล่ะ” ดิวนวดขมับ ข้อนี้เองก็ถือเป็นปัญหาใหญ่
แม้เขากำลังรุ่ง แต่ใช่ว่าจะถลุงเงินไปทำอะไรก็ได้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
“งั้นก็กู้ยืมสิคะ ทางธนาคารหลายแห่งไม่คิดดอกเบี้ยแดดอยู่แล้ว หลายบริษัทเองก็ทำแบบนี้ทั้งนั้น พวกเขาไม่ได้ใช้เงินตัวเองลงทุน แต่ใช้บริษัทตัวเอง ชื่อเสียงที่สั่งสมมา นำไปลงทุน” เด็กสาวกล่าวพลางกินบาร์บีคิวคำโต
“ก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมสิว่าตอนนี้มีหุ้นส่วนรายใหญ่ เขาเป็นถึงคนร่ำรวยอันดับหนึ่งก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นแล้ว...เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา” ดิวเองก็รู้เรื่องข้อได้เปรียบของคนที่มีบริษัทเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขามีวิธีดีกว่านั้น
“คิคิ นั่นสิคะ หากมีคุณเจมส์หนุนหลังเรื่องทรัพยากร ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร แต่ว่าก็ว่าเถอะค่ะ คุณเจมส์เนี่ยดูลึกลับจังนะคะ จากที่อลิชได้ตรวจสอบเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'มันราวกับว่า ไม่ใช่เทคโนโลยีของยุคนี้ เหมือนกับมาจากอนาคต...”
“และหากเป็นอย่างนั้นจริง ชายคนนี้ก็ถือว่าอันตรายมาก เขามีเทคโนโลยีอยู่แล้วแต่กับมาจับมือกับแดด เจตนาน่าสงสัยชัดๆ หรือว่าเขากำลังสนใจโลกเสมือนจริงของ X Room' กันนะ”
สิ่งที่อลิชพูดถึงมันมากกว่าคำว่าเกม มันเป็นโลกเสมือน และคุณสามารถทำทุกอย่างได้ที่นั่น
ดังเช่นว่าธุรกิจ กาาทำธุรกรรม ออกเดท ซื้อที่ดินในโลกเสมือน มันกลายเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลให้ดิว ค่อยๆ ขยับขยายไปทีละส่วน
จำนวนคนหลายคนเริ่มมองเห็นช่องทางทำกำไร บ้างก็หันมาค้าที่ดินในโลกเสมือน ขายไอเทม สร้างชุดสวยๆ และอวาตารหน้าตาดี
ทุกอย่างสามารถสร้างเงินได้ ไม่จำเป็นต้องเดินไปทำงานถึงบริษัท แค่อยู่ที่บ้านแล้วเข้าไปใน X Room'
ด้วยข้อดังกล่าว หลายประเทศเริ่มมีการวิเคราะห์ถึงการเติบโตของ X Room' ทำให้เริ่มมีการเพิ่มวิชาเข้ามาในหลักสูตร มองว่าเป็นวิชาที่ต้องเรียน ไม่เหมือนกับบางแห่ง ยังต้องเข้าป่าผูกเงื่อนอันเป็นที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสมอง สังคม และการค้าขายในภายภาคหน้าซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ยังคงใช้กระบองร่ายรำ สงสัยคงติดซีรีย์จีนจนเกินไป
“เจมส์สนใจ X Room'...ไหมเหรอ ก็มีความเป็นไปได้ แต่ดูๆ แล้ว หากเขาจะพัฒนาจริง อย่างแรกเลยที่ต้องมีคือเอไอ เพราะหากปราศจากเอไอ การสร้างโลกเสมือนก็เป็นไปไม่ได้” ดิวหัวเราะว่า
ตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้วตั้งแต่เปิดตัว X Room' กระทั่งคิมยูอินคลอดลูก เขาก็ยังไม่เห็นว่าจะมีบริษัทไหนเลียนแบบเอไออลิชได้
แม้แต่บริษัทกรูกราที่โด่งดังจากระบบปฏิบัติการณ์คอมพิวเตอร์ ก็ยังไม่สามารถทำได้ ดังนั้นกล่าวอย่างตรงๆ ก็คงจะบอกว่า ดิวครอบครองตลาดเอไอและโลกเสมือนโดยสมบูรณ์
แน่นอนว่ามีใครหลายคนอยากจะแฮกเข้ามาดูข้อมูล แต่ผลก็อย่างที่เห็น พ่ายแพ้ไม่เป็นท่า
“เอาล่ะ เรามาทำตัวอย่างรถต้นแบบกันดีกว่า อลิช ช่วยพ่อคนนี้ทีนะ”
“ได้เลยค่ะ”
ดิววางมือลงบนคีย์บอร์ด นัยน์ตาคู่นั้นของเขาดูตื่นเต้นเมื่อเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
นิ้วทั้งสิบเริ่มขยับไหวท่ามกลางเงามืดและแสงสว่างของดวงไฟ ท่วงท่าสง่างาม ราวกับนักเปียโนที่กำลังเล่นเพลงในโรงละครปารีส
ชุดคำสั่งจำนวนมากปรากฏบนหน้าจอ โดยมีอลิชคอยช่วยเหลืออีกที
พวกเขาทั้งสองทำงานเข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่าขยับนิ้วไม่มีสะดุด
............
เรือเมจิกเชี่ยน
เจมส์นั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง แม้จะดึกดื่นแล้วก็ตาม ทว่าเขายังไม่ได้พัก
“เจ้านาย ทำไมเราถึงต้องร่วมมือกับคุณดิวด้วยล่ะครับ ด้วยสิ่งที่เจ้านายมีอยู่ตอนนี้ การสร้างรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมาสักคัน ไม่ใช่เรื่องยากเลย”
ทอยกล่าวใบหน้าฉงน
“แค่ดึงนักวิทยาศาสตร์ด้านเครื่องยนต์มาสักคน และรถยนต์ไฟฟ้า ชำแหละเครื่องยนต์ เราก็จะได้รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์เรา ไม่ต้องไปหุ้นกับคนอื่นให้เสียผลประโยชน์”
ทอยถึงภายนอกจะดูต๊องๆ ไปบ้าง แต่เขาไม่ได้โง่ มองว่าอะไรที่มีผลประโยชน์ต่อเจ้านายและบริษัทฯ ก็ควรจะมุ่งเน้นสิ่งนั้นเป็นหลัก
เจมส์วางเอกสารลง ให้คำตอบว่า “เพราะเขามีเอไอ นั่นเป็นสิ่งที่ผมสนใจยังไงล่ะ”
“แค่นั้น...เหรอครับ”
“ไม่ ที่ผมสนใจจริงๆ คือศักยภาพของเขา ดิวน่ะ เขาไม่ใช่คนธรรมดา จากข้อมูลของเขาที่ผมได้ตรวจสอบ พบว่าเมื่อก่อนเป็นเพียงช่างไฟโรงงานเท่านั้น แต่อยู่ๆ เขาก็ดันลาออกจากโรงงาน และพบว่าตัวเองสามารถร้องเพลงได้”
“แปลก...แปลกจริงๆ หรือว่าเขาจะมีตัวช่วยให้เก่งกันครับ” ทอยเอามือลูบคาง ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกำลังครุ่นคิด
“ใช่ไหมละ มองเพียงผิวเผินใครหลายคนอาจจะคิดว่าเขาเพิ่งค้นพบพรสวรรค์ แต่สำหรับผมไม่คิดอย่างนั้น...” เจมส์มองถุงมือสีดำของตัวเอง
หลายปีที่ผ่านมา ถุงมือนี้ไม่เคยถอดออกเลย และยิ่งใช้ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลเสียด้านลบ เพราะมันแทบจะไม่มี
“เจ้านาย ให้ผมจับตัวเขามาดีไหมครับ แล้วเค้นหาความจริง เช่นใช้สติ๊กเกอร์พูดความจริง รับรองว่าเขาจะต้องคลายความลับออกมาแน่!” พูดไปแล้วหุ่นแบนเนอร์หัวล้านก็เลียริมฝีปาก
ดูเหมือนว่าเขาอยากจะใช้กำลังเต็มแก่
“ใจเย็นๆ ผมกับดิวเราไม่ได้เป็นศัตรูกัน และผมก็ไม่คิดจะใช้วิธีการนั้นเพื่อคลายความลับของเขา” เจมส์ต้องรีบห้าม ไว้งั้นเจ้าหุ่นนี่ได้เข้าไปวุ่นวายแน่ๆ
“เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากนั้นเจมส์ก็เคลียร์เอกสาร ก่อนอาบน้ำเข้านอนกับโกมินจอง
“พี่คะ ทำงานหนักเกินไปแล้ว ไม่พักบ้างเลย เดี๋ยวร่างกายก็โทรมหมดพอดี พักหน่อยสิคะ อย่าทำงานหนักเกินไป” หญิงสาวแนะนำด้วยความเป็นห่วง
“เข้าใจแล้วครับ” กล่าวพลางลูบศีรษะเธอ “ที่พี่ทำงานทุกวันนี้ ก็เพราะว่ามันสนุกเท่านั้นแหละ ได้พบกับคนใหม่ๆ มีหัวคิดทันสมัย ทำให้กลับมามีไฟอีกครั้ง”
“โดยเฉพาะคุณดิว...เหรอคะ”