
ตอนที่123 โลงศพแก้ว
กริชเพชรทะยานขึ้นกลางอากาศเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ปล่อยมีดดาบซามูไรสีดำที่สร้างมาจากอาวุธเหนือโลกของเขา มันสะบัดกวัดแกว่งเหมือนกงจักรฟันคอเจ้ามนุษย์หินที่เดินเข้ามาใกล้เขาที่สุดนั้นขาดกระเด็น
ควับ!
ตูบ!
หัวมันกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นแต่เสียงเดินของมันยังมั่นคงยกแขนขึ้นต่อยกริชเพชรเต็มกำลัง ชายหนุ่มยกแขนบังแรงอัดของพลังชกของเจ้าก้อนหินไร้หัวทำให้เขากระเด็นไปติดข้างฝา
ตูบ! โครม!
"อ้าาาส์! ..กรอด! "
ก่อนที่จะรูดลงพื้น ดาบซามูไรก็เปลี่ยนเป็นกงจักรสังหารตามความคิดของชายหนุ่ม มันพุ่งย้อนกลับมาเหมือนมุมแมลง โจมตีเจ้ายักษ์ใหญ่ฟันมันจนแขนขาดเสียงปุ๊ เกิดขึ้นพลังความเย็นที่มากับกงจักรสังหาร ฟาดฟัน บดเจ้ามนุษย์ยักษ์หินตนนั้นแตกละเอียดเป็นผุยผง พลังละอองสีขาวของมันกระจายไปทั่วห้อง
วูบๆ ๆ! ควับบบ!! สวบ! โครม!
ถุงมือเนรมิตของเขาก็ดูดซับกินพลังของมันเข้าไปด้วย เหมือนกับว่าถุงมือเนรมิตนี้กำลังพัฒนาตัวเองขึ้น จากการฆ่ามอนเตอร์ สูบพลังพวกมันเข้าไปในอาวุธเหนือโลก
กริชเพชรรู้สึกว่าพลังจิตอสูรได้รับการถ่ายทอด พลังจากถุงมือเพิ่มขีดระดับความสามารถ ในตัวของเขาไปด้วย ขณะที่กำลังต่อสู้
ก่อนที่ตัวอื่นจะทะยานเข้าโจมตีชายหนุ่ม พวกมันระดมโจมตีทั้งหมัดทั้งศอกแม้แต่ตะปบกัดก็ยังทำ เล่นเอากริชเพชรต้องหลบหลีกเป็นพัลวันดาบกงจักรของเขา ก็พุ่งเข้าทำลายมันเคลื่อนไปที่ไหนก็ฟาดฟันเหล่ามนุษย์ยักษ์ก้อนหินเหล่านั้นแตกกระจายออกไปมากมาย
ชายหนุ่มเรียกอาวุธกลับคืนมาในมือทะยานขึ้นกลางอากาศ ความคิดเขาอยากเปลี่ยนให้มันเป็นค้อนขนาดใหญ่ มันก็แปรสภาพเป็นค้อนสีดำฟาดลงบนหัวของมนุษย์ศิลาแตกกระจายระเบิดดังปุ๊
ตูม! ปุ๊!
ความเย็นกลายเป็นฝุ่นละออง ค้อนนี้ ใช้กับหินแล้วมันสุดยอด กระแทกอัดเข้าใส่มนุษย์ก้อนหิน ที่ก่อตัวขึ้นมายี่สิบกว่าตัว แหลกลาญลงไม่ถึงหนึ่งจิบชา
ชายหนุ่มก็ปราบมันลงแหลกสลายหมดห้อง ก่อนที่เขาจะพลิกข้อมือเรียกค้อนเนรมิตกลับเข้าสู่ถุงมืออีกครั้ง มันเป็นอาวุธต่อสู้ที่เหนือโลกจริงๆ ความเย็นของมันเมื่อศัตรูสัมผัสก็แตกกระจาย แม้ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม
กริชเพชรค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศไปยืนอยู่บนแท่น เดินรอบๆ รถมอไซค์บิ๊กไบค์คันนั้น แม้ว่ามันจะมีรูปร่างเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เขาเคยขับขี่แต่คล้ายกับว่า ถูกหล่อขึ้นจากทองมากกว่า
มันไม่มีเครื่องยนต์กลไก ลูกล้อที่ถูกสร้างขึ้นก็เป็นล้อสีทองไม่ใช่ล้อยางทั่วไป มันเหมือนโมเดลมอเตอร์ไซค์ที่ทำมาจากทองคำ
ชายหนุ่มเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นทดสอบค้นหาพลังวิญญาณที่อยู่รอบๆ ในห้องไม่มีสิ่งใดหลบซ่อนอยู่
วาบ!!
กริชเพชรจึงนึกสนุก ทะยานลอยตัวขึ้นไปคร่อมบนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จับแฮนด์มันทั้งสองข้างเบิ้ลคันเร่งเล่นเหมือนกับที่เคยทำเมื่อครั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ต้องขับรถซอกแซกไปตามหนทางที่มีรถทุกประเภท และไฟแดงอย่างมากมายที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง
บรรยากาศเก่าๆ เข้ามาในจิตใจของชายหนุ่ม ทำให้รู้สึกดีเมื่ออยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ กริชเพชรลืมการต่อสู้ที่บ้าเลือดเมื่อสักครู่ไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความอยากได้ของชายหนุ่มเขารีบกัดนิ้วมือของตัวเองร่ายคาถาผูกสัญญากับรถบิ๊กไบค์คันงามยึดเป็นของตนทันที
วืดๆ ๆ! วืดดด!!
เสียงวืดๆ ดังขึ้นถุงมือเนรมิตเกล็ดราชินีเงือกของเขา มันทำงานน้ำสีดำไหลจากถุงมือเข้าประสานกับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ฉับพลันตัวรถสีทองก็ดูดซึมพลังจิตอสูรของชายหนุ่มเข้าไป เกิดส่องประกายแสงสีทองวูบวาบ
ควับ!! ควับ! บึ้น! บึ้นๆ!
วาบๆ!!
เมื่อชายหนุ่มบิดคันเร่งมันก็พุ่งทะยานลงสู่พื้น วิ่งไปเหมือนรถบิ๊กไบค์ที่มีความเร็ว และความแรงสูง กริชเพชรตกตะลึงยกล้อม้วนขึ้นเหยียบก้อนหิน ตีลังกากลางอากาศ
ฉับพลันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ก็แยกตัวออกจากกัน เป็นสองท่อน มือของชายหนุ่มคว้าจับที่แกนโช๊ค ด้านหลังมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ครึ่งท่อน
มือซ้ายของเขายังกำแฮนด์ไว้แน่น หมุนคว้างออกควงเป็นอาวุธลูกล้อมันหมุนติ้วๆ เหมือนกงจักรสังหาร เป็นเหมือนใบเลื่อนที่ใช้ตัดต้นไม้ใหญ่
'โอ้สวรรค์! ..นี่มันไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์..มันเป็นอาวุธต่างหาก..'
กริชเพชรรำพึงขึ้นขณะที่ในหัวสมองของเขาถูกตัวอักขระที่สลักอยู่บนแฮนด์ของรถ วิ่งขึ้นไปบนความคิดของชายหนุ่ม มันเป็นกระบวนท่าการต่อสู้ โดยใช้อาวุธทั้งสองชิ้นจู่โจม เหมือนใบเลื่อยตัดไม้ขนาดใหญ่ ควงสะบัดไปมาเป็นภาพสลับซับซ้อนต่อเนื่อง
"กงจักรสังหารสองมือ"
ชื่อของมันเกิดขึ้นในสมองเขามันซึมซับไปในความรู้สึกของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เขาเรียนกระบวนท่าเหล่านี้อย่างช่ำชอง สามารถใช้รถบิ๊กไบค์ครึ่งท่อน ควงต่อสู้ยิ่งกว่าบรูซลี ควงกระบองสองท่อนเสียอีก
"อาชากงจักรสังหาร"
ท่านี้กลับเป็นท่าที่กริชเพชรสามารถประกอบมอเตอร์ไซค์ครึ่งท่อนทั้งสองเข้าด้วยกัน กลายเป็นบิ๊กไบค์คันงามสีทอง ชายหนุ่มสามารถขึ้นควบได้และลูกล้อมันก็หมุนวิ่ง ทะยานไปบนพื้นกระโจน ขึ้นไปกลางอากาศ
เหมือนพวกที่ขับบิ๊กไบค์ยกล้อกระโดดผาดโผนยังไงยังงั้น กระบวนท่าเหล่านี้สลับซับซ้อน แต่เมื่อกริชเพชรเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ประสานกับพลังจิตอสูร ก็ส่งพลังไปขับเคลื่อนอาวุธบิ๊กไบค์ที่สุดยอดนี้
เป็นขบวนท่าต่อสู้ประชิดตัวที่ร้ายกาจเมื่อนำสองกระบวนท่านี้มาต่อคอมโบกัน มันจะทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีอย่างต่อเนื่อง สูญเสียอิสรภาพในการป้องกันตัวไปอย่างสิ้นเชิง
สุดท้ายชายหนุ่มก็เรียนรู้กระบวนท่าของรถบิ๊กไบค์ทองคำนี้จบลง มันถูกจารึกไว้ว่าอาวุธชิ้นนี้เป็นอาวุธพลังจิตธาตุเพชร ของแม่ทัพใหญ่แห่งนครใต้บาดาล
มันคืออาวุธพลังจิตขั้นเพชรที่ต้องขับเคลื่อนด้วยพลังจิตเท่านั้น จึงจะสามารถต่อสู้ได้เต็มประสิทธิภาพขบวนท่าที่สามและที่สี่ ยังปิดผนึกไว้ไม่สามารถเปิดได้ จนกว่าพลังจิตของกริชเพชร จะเลื่อนระดับถึงขั้นเพชรเสียก่อน
ชายหนุ่มนึกเสียดายในใจรู้สึกกระบวนท่าการขับขี่บิ๊กไบค์ ต่อสู้กับคนอื่นมันช่างเท่ห์โคตรๆ เท่าที่เขาได้เห็นมา อยากจะลองเอาไปต่อสู้กับพวกปีศาจอสูรในโลกใต้พิภพอีกสักยก ดูซิว่าพลังการทำลายล้างมันจะแข็งแกร่งกว่าถุงมือเนรมิตน้ำดำขององค์ราชินีอมนุษย์ได้หรือเปล่า
ตั้งแต่กริชเพชรเกิดขึ้นมาในโลกอสูรอาวุธชิ้นนี้ที่เขาได้รับ มันเป็นอาวุธที่ถูกใจชายหนุ่มโคตรๆ อยากขับไปอวดคนอื่นเหลือเกิน
"แม่นางหลงไป๋เจ้าออกมาข้างนอกหน่อยซิ.."
ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวให้ออกมาจากถุงนิมิตอยากจะโชว์ออฟ ขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ทองคำคันนี้ให้นางดู
ฉับพลันหญิงสาวก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายของชายหนุ่ม ดวงตาของนางจ้องมองรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีทองคันงาม ด้วยดวงตาที่น่าพิศวง
"หลงไป๋เจ้าดูนี่สิมันเป็นอาวุธพลังจิตขั้นเพชร ของแม่ทัพใหญ่ผู้ปกป้องดินแดนใต้พิภพแห่งนี้
กริชเพชรชี้ไปให้หลงไป๋ดูอยากอวดหญิงสาว เขาฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ หลงไป๋พยักหน้ารับรู้ให้ชายหนุ่มขณะที่เขาหันหลังให้นาง
ดวงตาของหญิงสาวกะพริบถี่ๆ ลูกตาดำของนางก็ปรากฏขึ้น ฉายแววเดือดดาล
"แม่นางหลงไป๋เดี๋ยวข้าจะขับอาวุธพลังจิตขั้นเพชรชิ้นนี้ให้เจ้าดูนะ ข้าได้เรียนรู้กระบวนท่าการใช้จนช่ำชองพอสมควร
กริชเพชรกระโดดขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์
"บิ๊กไบค์ของข้าทะยานเหินหาวไป..."
เสียงของชายหนุ่มดังก้องห้องเขาเร่งเร้าพลังจิตอสูรธาตุทองขั้นหกออกควบคุมรถบิ๊กไบค์ในท่าที่สอง
เรียกว่าอาชากงจักรสังหาร แต่กริชเพชรเรียกมันเสียใหม่ว่าบิ๊กไบค์ทะยานเหินหาว มันวิ่งออกไปลูกล้อสีทองคมกริบปั่น ก้อนหินแตกกระจายเป็นร่อง
เขายกล้อม้วนตัวขึ้นกลางอากาศล้อก็พุ่งปราดเข้าไปตัดฝาผนังด้านข้างขาดออกเป็นชิ้นๆ แล้วชายหนุ่มตีลังกาลงมาแยกรถมอเตอร์ไซค์ออกเป็นสองส่วน ปล่อยให้ลูกล้อทั้งสองข้างในมือซ้ายขวาหมุนติ้วร่ายรำออกเป็นกระบวนท่า ฉวัดเฉวียน กระโดดโลดเต้นอยู่กลางอากาศเหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่
กริชเพชรโชว์ออฟสุดๆ ต่อหน้าหญิงสาว เขาจะประกอบมันเข้ากันทั้งซ้ายและขวา คืนเป็นรถบิ๊กไบค์คันสีทองอีกครั้ง ก่อนที่จะคร่อมบนเบาะดริฟล้อหลัง เบิ้ลรถเสียงดังสนั่นกลิ่นไหม้ของล้อทองคำ เสียดสีไปกับพื้นควันกระจายไปทั่วห้อง มันโคตรสะใจชายหนุ่มสุดๆ
เขาเบิ้ลรถทะยานมาคว้าหลงไป๋ขึ้นไปนั่งซ้อนเบาะหลังนางเอื้อมมือไปกอดเอวซบใบหน้าลงบนซอกคอของชายหนุ่ม
ดวงตาสีดำของหญิงสาวกะพริบถี่ๆ เหมือนกับว่า กำลังมีความสับสนเกิดขึ้นในจิตใจของนาง
"องค์ชายสิบสี่ท่านไปช่องนั้นดีไหม? .."
หญิงสาวชี้มือไปขณะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของชายหนุ่ม ที่ขับพุ่งไปตามช่องที่คดเคี้ยวในอุโมงค์ ขณะที่พวกเขาออกมาจากห้องสีขาว
"ใช่ข้าก็จะไปทางนั่นแหละ ทางนั้นน่าจะมีจุดสำคัญที่สุด ที่พวกเราต้องเข้าไปค้นหา ในนครใต้บาดาลแห่งนี้ เหมือนว่ามันจะเป็นที่สำคัญมากๆ เพราะมีดวงตาเป็นดาวสีแดง ปรากฏอยู่ในแผนที่เจ้าจะเข้าไปในถุงมิติก่อนไหม? เผื่อเกิดมีการต่อสู้กันเจ้าจะได้ไม่มีอันตราย.."
กริชเพชรเอียงหน้าไปพูดกับนางขณะที่ใช้พลังจิตของตัวเองขับเคลื่อนเจ้าบิ๊กไบค์อาวุธคู่ใจชิ้นใหม่ทะยานออกไป สู่จุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายชายหนุ่มก็หลุดออกจากอุโมงค์ มันเป็นเหมือนถ้ำขนาดใหญ่ทอดยาวไปสุดหูสุดตา สิ่งก่อสร้างที่อยู่แถวนี้มันเหมือนกับห้องโถงในราชวังถูกประดิษฐ์ตกแต่งขึ้นมาจากหิน มีข้าวของวางเรียงรายกันไปเหมือนกับราชวังแห่งหนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ในใต้พิภพดุจรังปลวกขนาดใหญ่ บานประตูมีห้องต่างๆ อยู่ระหว่างทาง เชื่อมต่อกันสุดระยะของอุโมงค์ใหญ่
กริชเพชรไม่ได้สนใจห้องเหล่านั้นเพราะแผนที่ มันชี้ตรงไปด้านหน้าสัญลักษณ์ไข่ปลาเริ่มสีแดงเข้มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะไปสิ้นสุดหน้าพระราชวังขนาดใหญ่ มีประตูม่านบาเรียกั้นไว้ ชายหนุ่มพลิกข้อมือขึ้นก็เอาลูกกุญแจ ที่เอามาจากหลังตู้กระจกในห้ององค์ราชินีอมนุษย์ เขายกมือขึ้นแสงสีเขียวของม่านบาเรีย ก็ดูดซับลูกกุญแจดวงนั้นเข้าไปผนึกเป็นเนื้อเดียวกันกับม่านมิติ
ม่านนั้นก็เปิดออกปรากฏเป็นห้องโถงที่สวยงามประดับตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดาและมุกทะเล กริชเพชรและหลงไป๋เดินข้ามธรณีประตูเข้าไปต้องตกตะลึงเขาเห็นโลงแก้ว สองโลงตั้งอยู่กลางห้องโลงหนึ่ง
มีซากศพของคนครึ่งปลาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้หญิงใส่ชุดเกราะนอนแห้งเหมือนมัมมี่อยู่ในนั้น ส่วนโลงที่สูงขึ้นไปเป็นโลงแก้วเช่นกันแต่ประดับประดาด้วยอัญมณีที่มีค่ามากมาย เหมือนกับเป็นที่บรรจุศพของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินใต้พิภพแห่งนี้
เมื่อกริชเพชรเดินไปดูใกล้ๆ เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ในโลงนั้นหามีร่างกายผู้ใดอยู่ไม่ มันเป็นโลงศพแก้วเปล่าๆ
...........................................................................................................................