ขณะที่เขากำลังพิจารณานาง อีกฝ่ายก็หันมาสบตาเขาพอดี
แววตาที่เคยเ็าของหลินชิงหานพลันปรากฏร่องรอยแห่งความประหลาดใจวูบหนึ่ง นางชะงักอยู่กับที่ โจวลั่วในชุดผ้าไหมหรูหรานั้นเดิมทีมีพื้นฐานหน้าตาดีอยู่แล้ว
เมื่อผ่านการแต่งกายอย่างพิถีพิถันยิ่งขับเน้นให้เขาดูหล่อเหลาสง่างามเหนือล้ำกว่าคนทั่วไป จนทำให้หลินชิงหานที่เดิมทีมีความรู้สึกต่อต้านเื่นี้อยู่ในใจ กลับเกิดระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่อาจห้ามได้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ดึงสติกลับมาแล้วเอ่ยถามว่า "เ้าชื่ออะไร?"
"โจวลั่ว" โจวลั่วลุกขึ้นยืนพรวดพลางยืดตัวตรงและตอบด้วยท่าทางเคร่งขรึม แม้จะเป็คนสองชาติภพ แต่เมื่อต้องมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงงามล่มเมืองเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า
หลินชิงหานขมวดคิ้วเล็กน้อย นางคิดไม่ถึงว่าคนที่ตระกูลเลือกมาให้ตนจะมีรากปราณเพียงระดับเก้าเท่านั้น
"นั่งลงเถิด" หลินชิงหานกล่าวอย่างเ็า นางเดินมาหยุดตรงหน้าโจวลั่วแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ทั้งคู่สบตากันในความเงียบสงัด มีเพียงแสงเทียนที่วูบไหวเบา ๆ ทันใดนั้นหลินชิงหานก็ถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
"นี่เป็ครั้งแรกของเ้าใช่หรือไม่?"
"แค่ก ๆ " โจวลั่วเกือบสำลักกับคำถามที่โพล่งออกมาเช่นนั้น
"ข้าไม่้าให้บุรุษคนแรกของข้า เคยผ่านมือสตรีอื่นมาก่อน" เสียงของหลินชิงหานดังขึ้นอีกครั้ง นี่อาจนับเป็การต่อต้านอันน้อยนิดเพียงอย่างเดียวที่นางพอจะทำได้ต่อสิ่งที่ตระกูลจัดฉากให้
"ใช่ ข้ายังไม่เคยผ่านมือสตรีใด" โจวลั่วตอบไปตามจริง
"ดี เช่นนั้นเ้าขึ้นเตียงไปเถิด" หลินชิงหานกล่าวอย่างเด็ดขาดโดยไม่รีรอ จนโจวลั่วถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
ในใจเขาคิดว่า อย่างน้อยเราควรจะพูดคุยทำความรู้จักกันก่อน เพื่อทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์ก่อนจะก้าวไปสู่ขั้นต่อไปมิใช่หรือ? แต่เมื่อเห็นสายตาที่เฉียบขาดและไม่อาจโต้แย้งได้ของอีกฝ่าย โจวลั่วก็รู้ดีว่าในฐานะเขยแต่งเข้าตระกูล เขาไม่มีสิทธิ์เลือกทางอื่นเลย
เขาทำได้เพียงลุกขึ้นเดินตรงไปยังเตียง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างคล่องแคล่วแล้วมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม
หลินชิงหานชายตามองเล็กน้อยพลางถอนใจเบา ๆ นิ้วชี้ของนางขยับเพียงนิด
ฟุ่บ!
แสงเทียนดับวูบ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด ท่ามกลางความเงียบงัน มีเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่ถูกถอดออกดังขึ้นแว่ว ๆ ทันใดนั้น โจวลั่วก็ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาเตะจมูก ตามด้วยััอันอบอุ่นที่แทรกเข้ามาในผ้าห่ม ในยามที่ััถูกร่างกายอันอ่อนนุ่มนั้น เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าเ้าของร่างสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง
ดูท่าว่านางจะไม่ได้สุขุมเยือกเย็นอย่างที่แสดงออกสินะ โจวลั่วที่กำลังใจเต้นรัวอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น
...
เวลาผ่านไปชั่วพริบตา
เมื่อโจวลั่วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฟ้าก็สว่างแจ้งแล้ว หลังจากผ่านบทรักอันหนักหน่วงมาหลายคราเมื่อคืน เขารู้สึกปวดเมื่อยตามบั้นเอวไปหมด เมื่อเบือนหน้าไปมองข้างกาย ก็เห็นผิวพรรณนวลเนียนดุจหยกของหลินชิงหานที่กำลังขดตัวนอนอยู่ราวกับลูกแมว
ขณะที่เขามองอยู่นั้นขนตาของหลินชิงหานก็ขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่นางจะลืมตาขึ้น
ดวงตาคู่สวยที่เคยหยิ่งยโสคู่นั้นสั่นไหว ความเ็าเมื่อคืนเลือนหายไป กลายเป็ความอ่อนโยนของสตรีเข้ามาแทนที่
"เ้าตื่นแล้วหรือ?" โจวลั่วที่แขนขวายังโอบอีกฝ่ายอยู่ เอ่ยถามด้วยสีหน้าเก้อเขิน
"อืม" หลินชิงหานส่งเสียงครางตอบในลำคอเบา ๆ นางสวมกอดเขาไว้แล้วปิดตาลงอีกครั้ง ราวกับจะหลับต่อ
โจวลั่วค่อย ๆ จัดท่าทางการนอนให้ตรง สายตาจ้องมองไปยังเพดานเตียง ในขณะที่เขาหลับตาลงตั้งใจจะงีบต่ออีกสักพัก ทันใดนั้นในหัวก็มีเสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้น พร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก
[ระบบทายาทบันดาลโชค]
โจวลั่วสะดุ้งโหยงไปทั้งตัวด้วยความใกับสิ่งที่จู่ ๆ ก็โผล่ออกมา โชคดีที่หลินชิงหานข้างกายเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยและไม่ได้ตื่นขึ้นมา เขาหลับตาลงอีกครั้ง เพ่งมองไปยังตัวอักษรเ่าั้
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า นี่อาจจะเป็สูตรโกงของเขา!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ในใจเขาก็ลิงโลดจนปิดไม่มิด รีบเข้าไปอ่านรายละเอียดทันที และเป็ไปตามชื่อที่เห็น สูตรโกงของเขาเกี่ยวข้องกับการมีบุตร ประการแรก เมื่อคู่บำเพ็ญตั้งครรภ์ เขาจะได้รับโอกาสสุ่มรางวัล นอกจากนี้ ทุกครั้งที่มีบุตรกำเนิดมา เขายังจะได้รับรางวัลเป็อายุขัยเพิ่มขึ้นอีกด้วย
อายุขัยที่จะได้รับขึ้นอยู่กับพร์ของบุตร โดยเริ่มต้นขั้นต่ำที่สิบปี และหากให้กำเนิดบุตรที่มีรากปราณ มันยังจะส่งผลดีต่อรากปราณของตัวเขาเองอีกด้วย
สิ่งนี้ทำให้โจวลั่วที่มีรากปราณเพียงระดับเก้าอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น เพราะอุปสรรคใหญ่ที่สุดที่กั้นขวางเขาจากหนทางแห่งเซียนก็คือรากปราณนี้เอง!
รากปราณคือสิ่งที่จะกำหนดความสำเร็จสูงสุดบนเส้นทางสู่ความเป็ะ! หากสามารถพัฒนารากปราณของตนเองได้ มิใช่ว่าวันหนึ่งเขาก็จะมีโอกาสกลายเป็อัจฉริยะหรอกหรือ?
จะเป็อัจฉริยะหรือไม่นั้นเขาไม่สน ขอเพียงสามารถเข้าสู่สำนักเซียน เรียนรู้วิชาและเคล็ดลับขั้นสูงได้ เขาก็พอใจแล้ว
เพียงแต่เดิมทีนึกว่าการปรากฏของสูตรโกงจะทำให้เขาหลุดพ้นจากฐานะเขยแต่งเข้าตระกูล แต่สุดท้ายก็ยังต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมนี้อยู่ดี!
แต่ขอเพียงเขามีบุตรมากพอ อายุขัยก็จะยืนยาวต่อไปเรื่อย ๆ !
คำว่าะที่แท้จริงคืออะไร? นี่แหละคือคำตอบ! ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ได้นานพอ ในอนาคตตระกูลหลินนี้ก็อาจจะเป็ของเขาทั้งหมด!
ถึงเวลานั้นตระกูลผู้บำเพ็ญะสืบสายเือย่างตระกูลหลิน ก็อาจจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็ตระกูลโจวแทน!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ โจวลั่วก็รู้สึกปลอดโปร่งกระปรี้กระเปร่า ความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้หายเป็ปลิดทิ้ง เขาลืมตาขึ้นมองหญิงงามข้างกายด้วยความเบิกบานใจ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นทันที มือข้างหนึ่งค้ำยันร่างกายไว้พลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็ประกาย
ในเมื่อการมีลูกช่วยเพิ่มอายุขัยได้ เช่นนั้นเขาก็ต้องขยันให้มากหน่อย ว่าแล้วเขาก็โน้มตัวลงไปในทันที
...
ก็อก ก็อก ก็อก
เสียงเคาะประตูที่ดังรัวทำให้โจวลั่วที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่น เมื่อเขาได้สติก็พบว่าหลินชิงหานที่เคยนอนอยู่ข้างกายจากไปนานแล้ว
"มีอะไรหรือ?" โจวลั่วถามออกไป
"โจวลั่ว คุณหนูให้ท่านไปที่หอชิงจู๋!" เสียงเ็าดังขึ้นจากนอกห้อง
วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สาวใช้ที่มีสีหน้าเ็าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา ดูท่าทางนางจะเป็สาวใช้ที่คอยรับใช้หลินชิงหาน แต่ดูเหมือนนางจะมีท่าทีต่อเขาที่เป็นายท่านเขยไม่ค่อยดีนัก
พอมองดูแล้วก็เข้าใจได้ เขาเป็เพียงเขยแต่งเข้าตระกูลที่มีหน้าที่แค่เป็พ่อพันธุ์ หากเทียบกันตามฐานะแล้ว ตำแหน่งของเขาอาจจะไม่ได้สูงไปกว่าสาวใช้ในบ้านด้วยซ้ำ
โจวลั่วไม่ได้ถือสา เขาเลิกผ้าห่มขึ้นเตรียมตัวลุกจากเตียง
"ท่านจะทำอะไร!" ทันใดนั้นสาวใช้คนนั้นก็กรีดร้องออกมาพลางรีบเอามือปิดตา
โจวลั่วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า หลังจากบทรักเมื่อคืนเขาลืมสวมเสื้อผ้า เขาจึงรีบคลุมโปงและเอ่ยอย่างเก้อเขิน "เ้าออกไปก่อน ข้าใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วจะตามไป"
สาวใช้ลดมือลง ถลึงตาใส่เขาอย่างแรงก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป เมื่อออกไปนอกห้อง นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพเมื่อครู่ ใบหน้าพลันแดงระเรื่อขึ้นมา เขาว่ากันว่า พวกเขยแต่งเข้าตระกูลที่เลิศเลอนั้น มีความสามารถอันโดดเด่นยิ่ง ท่าจะจริงดังที่ว่า!
ไม่นานนัก โจวลั่วที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมา
"ตามข้ามา ระหว่างทางห้ามเดินเพ่นพ่านหรือมองไปทั่ว" สาวใช้ปรับอารมณ์ให้คงที่พลางเชิดหน้าขึ้นอย่างถือตัว
คฤหาสน์ตระกูลหลินมีพื้นที่กว้างขวางมหาศาล โจวลั่วไม่รู้เลยว่าตนเองพักอยู่ส่วนไหน ระหว่างทางเขายังเห็นหน้าค่าตาที่คุ้นเคยอยู่บ้าง ซึ่งก็คือพวกคนที่ถูกหลอกมาที่ตระกูลหลินพร้อมกันเมื่อวาน
'หอชิงมู่' คือชื่อของเรือนพักแห่งหนึ่ง เมื่อโจวลั่วมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนที่มีพื้นที่กว้างขวางนี้ เขาก็อดที่จะอึ้งไปไม่ได้
ให้ตายเถอะ! เรือนนี้มันจะใหญ่เกินไปแล้ว แทบจะใหญ่พอ ๆ กับสวนสาธารณะในชาติก่อนเลยทีเดียว
"คุณหนูรอท่านอยู่ข้างใน" สาวใช้เปลี่ยนท่าทีเป็นอบน้อมถ่อมตน แต่สุ้มเสียงยังคงแฝงไปด้วยความเ็า ดูเหมือนนางจะไม่คิดจะเดินเข้าไปด้วย
โจวลั่วไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเดินตรงเข้าไปในบริเวณเรือนนั้นทันที