ปลายรุ้ง3
เสียงประกาศเตือนผู้โดยสารให้รัดเข็มขัดทำให้ซึลกีสะดุ้งตื่นจากผวังสำนึกได้ว่าตอนนี้เขากำลังไปให้พ้นจากชีวิตเก่าๆ ที่คุ้นเคยช่างน่าใจหายกับชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายจากเขาคนเก่าที่เคยสดใสร่าเริงกลายเป็ที่คนที่คู่หมั้นไม่้า
ร่างบางนั่งนิ่งแขนขาอ่อนล้าเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นช้าผิดจังหวะทุกการเต้นก็ร่ำร้องถึงความผิดหวัง เกิดความเ็ปหม่นหมองไปทั่วทั้งร่างกาย
เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพนักงานประกาศถึงจุดหมายปลายทางร่างบางก้าวออกไปจนถึงหน้าอาคารสนามบิน ร่างบางยืนเคว้งคว้างอยู่ริมถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่คุ้นกับท่าทางการแต่งตัวหรือแม้แต่สำเนียงพูดของพวกเขา เขาตัดสินใจเดินไปถึงป้ายจอดรถรับจ้างชายอายุกลางคนร่างเล็กกำลังยืนอยู่แถวนั้นมองหน้าร่างบางแล้วถามอย่างไม่กระตือรือร้นอะไรนัก
"จ้างรถไหมแม่หนู"
"อ๋อเอาสิครับ" ซึลกีรีบตอบอย่างยินดีและยิ้มให้อย่างฝากตัว
"อ้าว!ผู้ชายรึเนี้ย" ร่างบางยิ้มแห้งๆ
"กำลังคิดอยู่เลยว่าจะไปยังไงมองไม่เห็นรถบัสโดยสารสักคัน"
"แล้วคุณจะไปถึงไหนละครับ"ชายร่างเล็กถามเรียบๆ
"ไปชุมทางเขาซอลัคครับตรงนั้นมีร้านชำของลุงชู"
"แน่ใจหรือว่าคุณจะไปที่นั้น"สายตาของคนขับรถมองมาเขม็ง คงเพราะการแต่งตัวของเขาเสื้อสูทสีเทาเข้มกับเสื้อเชิร์ตสีขาว ยิ่งรองเท้าหนังกลับส้นเตี้ยเขายิ้มอย่างขำๆ เมื่อเข้าใจสายตาคู่นั้น
"แน่ใจสิครับผมจะไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ท่านมีบ้านอยู่บนเขาใกล้ๆ กับชุมทางเชิงเขานั่นไงครับ"
"อ้อ...ไปเยี่ยมญาติ"คนขับรีบกุรีกุจอเปิดท้ายรถแล้วยกกระเป๋าเดินทางของซึลกีใส่เข้าไปอย่างเรียบร้อย
"ผมจะรู้จักไหมนะ"
"ท่านชื่อฮัล ยอนฮวาครับ"
คราวนี้ใบหน้าของชายร่างเล็กเต็มไปด้วยความเป็มิตรทีเดียวเขาเปิดประตูรอให้ซึลกีก้าวขึ้นไปแล้วปิดให้อย่างนอบนอมกว่าปกติ
"เชิญเลยครับผมจะพาไปที่นั้นเอง" คนขับขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างคล่องแคล่ว
"ไม่นึกเลยว่าคุณเป็หลานของคุณท่านยอนฮวานึกว่าเป็นักท่องเที่ยวสะอีก แต่พวกนั้นไม่ค่อยไปที่ชุมทางเชิงเขาหรอก ทั้งๆที่แถบนั้นทิวทัศน์สวยที่สุด ไว้คุณหนูไปถึงก่อนเถอะ แล้วคุณหนูจะรู้ว่าคุณท่านเธอเลือกที่อยู่ได้อย่างวิเศษเพียงใด"
ซึลกีรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่าคนขับรถนั้นไว้ใจได้แน่ๆ"คุณลุงรู้จักคุณย่าของผมดีรึครับ"
"ก็ไม่สนิดกับคุณท่านนักหรอกครับคุณหนู ท่านไม่ค่อยลงมาจากูเานอกจากมีงานตลาดนัดเท่านั้น แต่ผมกับชูน่ะเพื่อนสนิดกันบางครั้งก็มาค้างดื่มกับเขา อากาศสบายจริงๆ ที่บ้านเขานะ"
"อากาศก็ดีวิวก็สวย..แล้วทำไมไม่สร้างรีสอร์ตหรือบ้านพักละครับ นักท่องเที่ยวจะได้มากันมากๆ"
"หึๆคนพวกนั้นมีแต่จะมาทำตัววุ่นวาย ไม่คุ้มกันหรอกครับที่จะลงทุนเพื่อเรียกให้เขามาทำลายความสงบของพวกเรา"
"แต่เขาก็จ่ายให้เรางามไม่ใช่หรือครับ"
"ถึงได้มากก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรที่นี้เป็เมืองเล็กๆ ค่าครองชีพก็ไม่บีบคั้นเหมือนเมืองใหญ่ๆ "
"แล้วคนที่อยู่บนูเาละครับ"
"นั้นยิ่งสบายใหญ่เลยคนเมืองใหญ่อาจเห็นว่าเขาล้าหลัง แต่พวกเขาก็มีความสุขกันแบบนั้นไม่มีใครอยากเห็นคนนอกมาสร้างความเจริญจนทำลายธรรมชาติให้หมดไปผมถึงแปลกใจที่มีคนเมืองใหญ่จะขึ้นไปบนูเาไงครับ แต่พอรู้ว่าคุณหนูเป็ญาติของคุณยอนฮวานั้นก็อีกเื่หนึ่ง"
รถแล่นผ่านบ้านเรือนแบบโบราณแต่สะอาดน่าดูเรียงรายอยู่สองฝากถนนทุกบ้านมีสวนดอกไม้และสนามหญ้าไม่ช้าก็เข้าสู่ถนนขรุขระและสองข้างทางก็คือทุ่งนาสุดสายตามีทั้งทางเลี้ยวลาดชันหรือไม่ก็ไต่สูงขึ้นไปบนไหล่เขาที่หน้าหวาดเสียวจนซึลกีร้องด้วยความใเมื่อรถเลี้ยวหักมุมกระทันหัน เขาหลับตาแน่น คิดถึงหุกเหวอย่างใจหายใจคว่ำ
"หึหึหึไม่ต้องกลัวครับ ยังไม่มีใครขับรถตกเหวสักครั้ง"
เมื่อรถจดสนิท ซึลกีมองเห็นทางเดินเลียบริมลำธารเชิงเขาน้ำไหลเชี่ยวแต่ใสแจ๋วเป็ประกายดุจมีกากเพชร ลำธารดูลึกพอสมควรมีแก่งหินระเกะระกะดูน่ากลัวโดยเฉพาะเมื่อน้ำไหลเชียวทำให้เกิดระลอกคลื่นจนเป็ฟองขาวอยู่ตลอด
"ถึงแล้วครับคุณหนู ชุมทางเชิงเขาซอลัค ตรงนั้นไงร้านของลุงชูแล้วใครที่จะไปหมู่บ้านบนเขาก็ต้องมาที่นี้แล้วต้องใช้สะพานแขวนเพื่อข้ามลำธาร" ซึลกีมองดู สะพานแขวนที่คนขับรถชี้ให้ดูอกสั่นขวัญหายนึกไม่ออกเลยว่าจะเดินข้ามได้ไหม
"ผมคงต้องส่งคุณหนูได้แค่นี้นะครับ"
ในบรรยากาศที่เงียบสงัดนั้นซึลกีถอนหายใจยาวเมื่อเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมายืนด้วยขาที่สั่นเทาคนขับรถยกกระเป๋าลงแล้วเดินนำไปที่ร้านค้าของลุงชู ทางเข้าร้านเป็ประตูบานพับทาสีฟ้าร่างบางเดินตามคนขับเข้าไปข้างใน
"เฮ้!ชู เอาผู้โดยสารมาส่งคนหนึ่งแน่ะ เป็ญาติของคุณท่านยอนฮวา เธอมาเยียมและคงพักอยู่ระยะหนึ่งนะ"
"ญาติของคุณยอนฮวาย่อมได้รับการต้อนรับอย่างดีที่สุดแน่นอนท่านเป็สุภาพสตรีที่เราเคารพมากนะครับ"
"ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นครับลุงชู" ซึลกีรีบตอบด้วยเสียงละมุนละม่อมตามธรรมชาติวิสัยของเขา
"บ้านคุณย่าอยู่ที่ไหนครับลุง?"
"ขอโทษครับคุณหนู ผมคงต้องขอค่าโดยสารก่อน ผมแค่อยากกลับเข้าเมืองก่อนฟ้าจะมืด"คนขับรถพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
"แย่แล้ว!ขอโทษจริงๆ ครับ" จ่ายค่าโดยสารเสร็จ คนขับรถก็ร่ำลาลุงชูแล้วหมุนตัวเดินออกประตูไป
"ว่าแต่คุณท่านยอนฮวารู้รึยังครับว่าคุณหนูจะมาหาเธอวันนี้"
"อ้อทราบสิครับ คุณพ่อส่งโทรเลขมาั้แ่เช้าแล้วครับ"
"ตายละกว่าเธอจะได้รับก็ต้องเป็พรุ่งนี้ตอนเช้าโน่นละมิน่า เธอถึงไม่ลงมารับคุณหนู"
ซึลกีต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ"โทรเลขนะครับลุง ทำไมล้าช้ายังงั้นละครับ"
"บุรุษไปรษณีย์มีคนเดียวครับจดหมายหรือโทรเลขจะส่งมารวมกันที่ร้านลุงแล้วคนบนูเาก็จะลงมารับวันละครั้งในทุกเช้านี้ก็เย็นแล้วไม่มีใครลงมาหรอกครับ"
"แล้วผมจะทำยังไง"เขาครางเสียงแหบโหย น้ำตาเรื่อขึ้นที่ขอบตาทันที แต่ก็กระพริบตาแล้วเริ่มตั้งสติแล้วส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา
"ขอโทษครับลุงชูคือว่าคุณพ่อสั่งไม่ให้ร้องไห้ ก็เลยหัวเราะออกมาแทนนะครับ"
"โอไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แค่กำลังคิดว่าคุณมีปัญหาอะไรแค่นั้น"
"ก็คิดว่าคุณย่าจะรู้ได้ยังไงว่าผมมาถึงแล้ว"
"คุณนี่คุณลูกชายของฮัล ซองชิว รึเปล่า"
"ใช่ครับผมชื่อซึงกีครับ ฮัล ซึงกี"
"แล้วที่นี้ลุงชูช่วยบอกทางไปบ้านคุณย่าให้ทีสิครับผมจะได้ไปหาเธอสักที"
ลุงชูพยักหน้าแล้วเดินนำออกไปที่ระเบียงซัลกีเดินตามออกไปอย่างว่าง่าย ลุงชูชี้ให้ร่างบางมองไปยังลำธารอีกสายที่ต่ำลาดลงไประหว่างหุบเขา
"ข้ามลำธารนั่นไปก่อนแล้วเดินไปสุดทางก็จะถึงทางเดินขึ้นเขา บ้านของคุณยอนฮวาอยู่บนเทือกเขานั้นละครับคุณหนู ระยะทางประมาณกว่าครึ่งกิโลนิดหน่อยเท่านั้นเองไม่ไกลหรอกครับ"
