ชายวัยกลางคนที่มีนามว่าจักรพรรดิจ้องมองไปยังชายชราพลางยกยิ้มขึ้นนิดๆ หลังจากที่อยู่ภายในที่แห่งนี้มาหลายสิบปี ในที่สุดเขาก็ได้มีเพื่อนคุยกับเขามั้ง
"เหอะๆ เจ้ายังนิสัยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากอดีตเลยนะ หวังจื่อ จำได้ไหมเมื่อหลายแสนปีก่อนที่นิกายเทียนตี้ของพวกเจ้ายังรุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุด พวกเราก็ยังเคยมานั่งดื่มด้วยกันเลยนะ"
น้ำเสียงที่น่ายินดีดังก้องไปทั่วทั้งห้องขังแต่มันไม่ใช่กับชายชราที่เป็นถึงผู้นำสูงสุดในตอนนี้
หวังจื่อจินทำได้เพียงกัดฟันแน่นเมื่อนึกถึงเรื่องราวในวันวาน นัยน์ตาจ้องมองไปยังร่างเงาเบื้องหน้าอย่างเฉยชาพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยว
"แต่เจ้าก็กวาดล้างพวกเราจนสิ้น!! นิกายเทียนตี้ในอดีตไปทำอะไรให้พวกเจ้าราชวงศ์ชิงหลงต้องอยากจะกวาดล้างละ..!!"
ชิงหลงหวู่เทียนเมื่อได้ฟังก็หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น เรื่องราวที่เนิ่นนานเขานั่นได้ทำเรื่องที่โหดร้ายลงไปมากซะจนไม่มีใครที่คิดจะให้อภัย ราชวงศ์ชิงหลงได้เดินบนเส้นทางที่ผิดนับแต่ที่เปิดมหาสงครามกับนิกายเทียนตี้ในอดีตแล้ว
"ข้าถูกครอบงำด้วยพลังอำนาจที่มากล้น ข้านั่นได้สัมผัสเข้ากับพลังงานที่ไร้เทียมทานจนไม่หลงเหลือสติหรือสิ่งอื่นใด อารมณ์ทั้งหมดเต็มไปด้วยความโหดร้ายและบ้าคลั่ง โหยหาแต่พลังอำนาจที่ไม่สิ้นสุดแต่ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของข้าก็ค่อยๆกลับคืนมา เจ้ารู้สึกใช่ไหมว่าที่ราชวงศ์ชิงหลงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้เป็นเพราะอะไร"
น้ำเสียงที่เขาพูดออกมาราวกับว่าทำเรื่องบางสิ่งที่โหดร้ายลงไป
"แน่นอน เผ่าพันธุ์อาชูร่ายังไงละ ข้าขอเดานะ ที่เจ้าต้องถูกกักขังเช่นนี้คงจะเป็นเพราะว่าตัวตนของเจ้านั่นกลับคืนมา แล้วพวกอาชูร่าก็เห็นว่าการควบคุมเจ้าในสภาพนี้นั่นไม่สามารถทำได้ จึงจำเป็นต้องกังขังทรมานเจ้าอยู่เช่นนี้ ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ฆ่านะหรอ ข้าก็คิดว่าถ้าพวกมันมีเหตุสุดวิสัยอะไรกับจักรพรรดิตัวปลอม พวกมันก็ใช้เจ้าเป็นข้ออ้างต่างๆได้ ข้าพูดถูกไหม..!!"
หวังจื่อจินเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีรอ เขานั่นมั่นใจในประโยคของตนถึงขีดสุด
ชายวัยกลางเมื่อได้ฟังก็จ้องมองไปยังชายชราอย่างอึ้งๆ เขายกยิ้มขึ้นนิดๆพลางส่ายหัวออกมา
"ให้ตายสิ สมแล้วที่ในอดีตเป็นถึงผู้อาวุโสกลยุทธ์แห่งนิกายเทียนตี้ เจ้ามันฉลาดจริงๆ เป็นอย่างที่เจ้าว่านั่นละ การที่ข้าไม่ได้ถูกพวกมันครอบงำแล้วก็ทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ส่วนที่ข้าเริ่มฟื้นคืนตัวตนได้นั่นก็เป็นเพราะว่าภรรยาที่เป็นคนรับใช้ภายในราชวงศ์ นางนั่นเริ่มที่จะตั้งท้องลูกเพียงคนเดียวของข้า มันเลยทำให้ห้วงอารมณ์ในการเป็นพ่อคนของข้าตื่นขึ้นและไปหักล้างพลังชั่วร้ายที่ครอบงำข้าอยู่"
"เจ้ารู้ไหมว่าพลังอันใดยิ่งใหญ่ที่สุด แน่นอนว่ามันคือความรักยังไงละ ความรักที่ข้ามีให้กับภรรยาและลูกมันทำให้ข้าฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์'
"แต่ทว่าเขาก็ยังไม่ทันที่จะได้ลืมตาดูโลก เมื่อสติของข้ากลับคืนมาความโกลาหลของราชวงศ์ชิงหลงก็อุบัติขึ้น สถานการณ์ในช่วงนั่นเรียกได้ว่าย่ำแย่สุดๆ ข่าวลือที่ทุกคนภายในทวีปชิงหลงได้ยินว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนเกิดการชิงบัลลังค์นั่นไม่เป็นเรื่องจริงเลย"
"เรื่องจริงก็คือข้าเข้าต่อกรกับพวกอาชูร่าที่ทรงพลัง พยายามที่จะให้ใช้ตัวของตนส่งภรรยาเพียงคนเดียวของข้าให้หนีไป แต่มันก็ดีที่ภรรยาของข้านั่นหลบหนีไปกับลูกเพียงคนเดียวของข้าได้ ส่วนข้านั่นถูกเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัสและถูกขังไว้ภายในที่แห่งนี้ตลอดมาเป็นเวลากว่าหลายสิบปี นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมข้าจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ถึงต้องมากลายเป็นเช่นนี้"
ชิงหลงหวู่เทียนอธิบายออกมาอย่างยาวเหยียด เรื่องราวนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครรู้เลยก็ว่าได้ยกเว้นก็เพียงแต่ชายชราเบื้องหน้าที่เขาเพิ่งเล่าให้เขาฟัง
หวังจื่อจินที่ได้ฟังก็ทำได้เพียงจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนอย่างเห็นใจ ใครจะไปคิดว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกเขาจะไม่ใช่ราชวงศ์ชิงหลงกันละ พวกมันคือเผ่าพันธุ์อาชูร่า ถ้าเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนจักรพรรดิชิงหลงไม่ถูกพวกมันใช้พลังเข้าครอบงำมีหรือที่จะเกิดสงครามขึ้นเช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดคงจะคานสมดุลอำนาจกันอย่างเช่นเดิม ทวีปจะสงบสุขจนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
"เหอะ แต่เรื่องที่เจ้าทำมาตลอดแสนปีมานี้ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ พวกเรายังไม่ลืมคืนวันที่นิกายเทียนตี้ของพวกเราถูกกวาดล้างและเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านั่นอีก นิกายเทียนตี้ไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้วจะเหลือก็เพียงข้าเพียงผู้เดียว เป็นผู้นำสูงสุดที่อ่อนแอและไม่ได้เรื่อง"
ร่างที่เหี่ยวย่นหลับตาลงพลางเอ่ยรำพึงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย หยดน้ำตาเล็กๆของผู้แข็งแกร่งไหลลงมาอยู่เล็กน้อย หลังจากที่เขาหมดสติไปในตอนนั่นก็พอจะรับรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นและเมื่อเขาถูกขังอยู่ภายในคุก ข่าวสารต่างๆก็ถูกส่งออกมาเหมือนกับว่าจะเยาะเย้ยเขา พวกมันทรมานเขาไปยังจิตใจราวกับว่าจะให้ตายทั้งเป็น เพียงแค่เรื่องนี้ก็ทำให้เขาแทบจะเป็นบ้าแล้ว ชายชราเช่นเขายังอยากจะคิดฆ่าตัวตายตามลูกหลานหรือคนอื่นๆไปซะ
แต่ทว่าเมื่อเขานึกถึงหน้าหลานชายเพียงคนเดียวก็อดที่จะยกยิ้มอยู่ไม่ได้ เขาได้แต่บอกกับตนเองว่าตัวของเขาจะยังตายในตอนนี้ไม่ได้ หลานรักหลินตงของเขานั่นจะมาเป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งและชายชราก็อยากจะเห็นวันนั่นด้วยตาของตนเอง เขาอยากจะเห็นราชวงศ์ชิงหลงถูกกวาดล้างจนสิ้นไม่เว้นแม้แต่เจ้าพวกอาชูร่าที่น่าสะเอียนนั่น
ชิงหลงหวู่เทียนก็ไม่ได้สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อเรื่องราวมันเกิดไปแล้วการจะให้ไปแก้ไขในอดีตก็ไม่สามารถที่จะทำได้แล้ว เขาทำได้เพียงภาวนาให้กับขุมพลังอื่นๆที่ถูกราชวงศ์ชิงหลงกวาดล้างไปก่อนหน้านั่น
ตัดกลับมาที่หลินตง เขาตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนหัวของพญาอินทรีปีกทองคำอย่างเช่นเคยแต่ทว่าในตอนนี้รูปลักษณ์ของมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ขนสีทองที่เปล่งประกายเริ่มถูกแซมไปด้วยขนสีแดงเพลิงราวกับเป็นนกฟินิกซ์เพลิงสวรรค์ที่เคยเห็นในภาพความทรงจำ ส่วนพลังของเขาหลังจากห้าปีมานี่คงจะไม่ต้องพูดถึง เขานั่นทะลวงพลังขึ้นสู่สัตว์อสูรระดับแปดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับอีกห้าตนนั่นเรียกได้ว่าสุดยอดเป็นอย่างมาก เจ้าหมายเลขหนึ่งที่ติดตามชายหนุ่มมานานที่สุดตอนนี้ก็มีพลังถึงระดับเจ็ดเลยทีเดียวแถมสายพันธุ์ของมันก็ยังพัฒนาไปอย่างมหาศาล หมาป่าเขี้ยวขนเงินได้กลายเป็นราชันย์หมาป่าสีเงินที่มีลวยลายสีดำอหังการ
ส่วนแร้งมัจจุราชนั่นก็ยิ่งหย่อนไม่แพ้กัน ไม่ใช่สิ มันเหนือกว่านั่นไปอีกขั้น มันทะลวงไปสู่ระดับเจ็ดและมีสายเลือดอสูรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏออกมา ตัวของมันตอนนี้จากที่มีสีดำทมิฬก็แปรเปลี่ยนเป็นสีทองประกายอร่าม หัวที่ล้านของมันก็เต็มไปด้วยขนที่ประกายเช่นเดียวกันและดูเหมือนว่าบนหัวจะมีเขาโค้งงอที่แปลกประหลาดถึงสองข้างงอกออกมาด้วย ยังไม่หมดแค่นั่นหางของมันก็เสมือนกับว่าเป็นขาอีกข้างนึงยังไงยังงั้น มันอาจจะดูขัดกลับรูปลักษณ์แต่พอลองมองดูดีๆก็ต้องหวาดสะพรึงเป็นแน่
ใช่ฟังไม่ผิด แร้งมัจจุราชตอนนี้ได้ย้อนคืนสายเลือดของตนจนกลายร่างเป็นอีกาทองคำสามขาในตำนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันนี่แหละคือสุดยอดสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังไม่แพ้จิ้งจอกน้ำแข็งสามหางเลยซักนิด
หลินตงที่เห็นมันก็ยังต้องอึ้งให้กับพลังของพวกเขาทั้งหก เพียงแค่ห้าปีพื้นที่จิตยุทธแห่งมังกรก็มอบบางสิ่งบางอย่างให้กับทุกตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว