บทที่ 40 อาวุธระดับพิเศษขั้นสูงสุด!
หลิน ฟาน ที่ได้ทำความสะอาดหน้าทางเข้าประตูเมืองเสร็จเรียบร้อยเขาก็ได้ปัดฝุ่นที่ตัวของเขาออก และก็ได้พุ่งกลับไปยังปราสาทของจักรพรรดิในทันที
เมื่อ ชิว ซานฟู่ที่มองตามไปยังเส้นทางที่เศษชิ้นส่วนของประตูเมืองกระเด็นไปก็ถึงกับตกตะลึงขึ้นในทันที เพราะว่ามันมีจิตสังหารจากสถานที่แห่งนั้นได้แพร่กระจายออกมาจนถึงดินแดนต้องห้ามที่พวกเขากำลังยืนอยู่นั่นเอง
ชิว ซานฟู่ เริ่มคิดในใจแล้วว่า ‘หรือว่าเขาจงใจที่จะก่อสงคราม? จิตสังหารที่แผร่ออกมาขนาดนั้นไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ ดินแดนต้องห้ามจะต้านทานไหวแล้วเขาคิดยังไงถึงได้ทำเช่นนี้กันแน่’
แต่ ชิว ซานฟู่ก็ไม่ได้คิดอะไรให้วุ่นวายอีก เพราะยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่ดีเขาจึงกล่าวออกไปยังกลุ่มของเขาว่า “ไหนๆพวกเราก็มาถึงกันแล้วไม่ลองเข้าไปเยี่ยมชมกันสักหน่อยหรือ”
ทุกคนก็ได้ตอบกลับไปพร้อมกัน “พวกเราก็อยากที่จะเข้าไปเยี่ยมชมดินแดนต้องห้ามกันแล้วขอรับ”
และแล้วทุกคนก็ได้ไปเดินดูในเมืองแห่งดินแดนต้องห้าม ที่มีผู้คนแออัดอยู่เต็มไปหมด
ทางด้านของ หลิน ฟานที่กลับไปยังปราสาทแล้ว ก็ได้ไปเข้าพบกับ จักรพรรดิในทันที
หลิน ฟาน ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ท่านจักรพรรดิ เหล่าผู้คนที่มาบุกดินแดนต้องห้ามของเราดูเหมือนจะไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรขอรับ และพวกมันยังมอบสิ่งของเพื่อเป็นการขอโทษมาให้เราอีกด้วย”
หลิน ฟาน ก็ได้นำห่อผ้าที่ ชิว ซานฟู่มอบให้กับเขาไว้ออกมา ยื่นให้กับจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามดู
เมื่อจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเห็น ก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากและเขาก็ได้คิดในใจว่า ‘พวกมันเล่นตลกอะไรกันอีกหละทีนี้ ทำไมถึงได้มอบห่อขยะอะไรมาให้กับข้ากันนี่หรือสิ่งของที่จะเอามาขอโทษ ไหนข้าจะลองเปิดมันออกดูก่อนก็แล้วกัน’
เมื่อ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้นำห่อผ้าเก่าๆที่ห่อหุ้มสิ่งของระดับพิเศษเอาไว้อยู่ก็ถึงกับตกตะลึงขึ้นอย่างแท้จริงในรอบนี้ และเขาก็ได้ตะโกนออกมาว่า “นี่มันสมบัติระดับพิเศษขั้นสูงสุด! เป็นไปได้ยังไง มันเป็นของที่ไม่ควรจะมีอยู่บนดาวดวงนี้อย่างแน่นอนนี่...หรือว่าข้าจะฝันอยู่กันแน่”
หลิน ฟานที่เป็นคนนำห่อผ้านั่นมาก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน ‘ของชิ้นนี้มัน...ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ’
สมบัติระดับพิเศษที่อยู่ข้างในห่อผ้าเก่าๆอันนั้นก็คือ อาวุธมีดสั้นสำหรับมือสังหาร ที่ประดับไปด้วยด้ามจับรวดลายสีเงินวาววับใครเห็นก็จำเป็นที่จะต้องอยากสัมผัส ส่วน ตัวใบมีดของมัน ก็เรียวแหลมเป็นอย่างมาก ถ้าเกิดใครได้สัมผัสกับคมมีดนี้เข้าไปหละก็คงจะบาดเจ็บอย่างแน่นอน
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้ออกคำสั่งไปยังเหล่าองครักษ์ในเมืองโดยทันที ว่า “ข้ามีคำสั่งมาให้กับพวกเจ้าทำในตอนนี้ได้มีคนมาเยี่ยมชมดินแดนต้องห้ามของเราและเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถ้าพบเห็นพวกมันเข้าที่ไหน ก็ควรที่จะช่วยอำนวยความสะดวกด้วยเพื่อที่จะได้ไม่เป็นปัญหาอะไรให้วุ่นวายอีก”
“ขอรับ” เหล่าองครักษ์ ตอบกลับไปเสร็จ ก็เริ่มแยกย้ายออกไปดูแลดินแดนต้องห้ามในทันที
จักรพรรดิเมื่อเห็นว่าทุกคนไปแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก ‘เฮ้อ~...กลุ่มคนพวกนี้มันอันตรายเกินไป ถ้าเกิดพวกเราดันขืนไปมีปัญหาเข้าหละก็พวกมันจะเอาอาวุธระดับใดมาต่อกรกับพวกเราก็ยังไม่รู้เลยแค่นี้พวกเราก็เสียเปรียบเห็นๆอยู่แล้ว เอาไว้ข้าจะไปเชิญท่านพวกนั้นมาที่ปราสาทด้วยตนเองก็แล้วกัน’
ส่วนทางด้านของ ชิว เหวินเจี้ยน และชิว หลิงซี
หลังจากที่พวก ชิว เหวินเจี้ยนรับประทานอาหารเสร็จกันแล้ว เมื่อมองตรงไปเขาก็ได้เห็นร้านเครื่องประดับที่มีของสวยงามเต็มไปหมดเขาจึงพา ชิว หลิงซี ที่มาด้วยกัน เดินเข้าไปหาซื้อของข้างในร้านค้านั้น
ชิว เหวินเจี้ยน ได้กล่าวขึ้นมาว่า “แม่สาวน้อยเจ้าชื่นชอบเครื่องประดับหรือไม่เราจะเดินทางเข้าไปข้างในร้านกัน”
ชิว หลิงซี ตอนนี้เกิดอาการหน้าแดงนางเขินเป็นอย่างมากที่คิดว่า ชิว เหวินเจี้ยน จะซื้อเครื่องประดับมาให้นางใส่นางจึงกล่าวตอบกลับไปว่า “อ..อื้ม...ท่านเดินนำทางไปได้เลย”
ชิว เหวินเจี้ยนก็ได้เดินนำเข้าร้านไป และเขาก็ได้มองไปเจอกับชิ้นส่วนที่เหมือนเกล็ดปลาแต่ดูใหญ่กว่านิดหน่อยมันมีสีดำแวววาวชวนให้หลงใหล พลังแห่งความชั่วร้ายก็ได้ออกมาจากชิ้นส่วนอันนั้นเช่นกัน
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน มองเห็นไอแห่งความมืดเขาก็ได้คิดในใจว่า ‘เป็นพวกมันจริงๆด้วยสินะ อย่าบอกนะว่า...เป็นพวกเผ่ามารที่มาแอบแฝงตัวอยู่ในดวงดาวแห่งนี้!!’