การเดินทางไปยังดินแดนแห่งธาตุทองในครั้งนี้เป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันสิ้นสุดสำหรับอาเฟย ตั้งแต่วินาทีแรกที่จางอี้บังคับให้เขาและเสี่ยวเหลียนต้องมาร่วมภารกิจนี้ เขาก็รู้ดีว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายกว่าความตายเสียอีก
นั่นคือการได้เห็นผู้หญิงที่เขารักถูกลวนลามต่อหน้าต่อตาเขา
ในช่วงสามวันสามคืนของการเดินทาง อาเฟยต้องทนเห็นจางอี้แสดงความเป็นเจ้าของเสี่ยวเหลียนอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้นางป้อนอาหาร การลูบไล้ร่างกายของนางอย่างไม่อาย หรือการพูดจาที่เต็มไปด้วยนัยยะทางเพศ
แต่สิ่งที่ทำให้อาเฟยรู้สึกสับสนและอับอายกับตัวเองมากที่สุด คือความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจลึกๆ ของเขา
ในช่วงพักผ่อนกลางวัน เมื่อจางอี้สั่งให้เสี่ยวเหลียนป้อนอาหารให้เขาอย่างเปิดเผย อาเฟยรู้สึกเหมือนมีไฟเผาไหม้อยู่ในอก ความโกรธและความเจ็บปวดที่เห็นผู้หญิงที่เขารักถูกดูถูกเหยียดหยามทำให้เขาอยากจะพุ่งเข้าไปฆ่าจางอี้ให้ตาย
*"เสี่ยวเหลียน... ข้าเหนื่อยเกินกว่าจะยกตะเกียบได้... เจ้าช่วยป้อนข้าหน่อยสิ"*
เสียงของจางอี้ที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำให้อาเฟยกำมือแน่นจนเล็บฝังเข้าไปในฝ่ามือ เขาเห็นสายตาขอโทษของเสี่ยวเหลียนที่มองมาหาเขา และเขาก็พยายามทำใจยอมรับ
*"ไปเถอะ เสี่ยวเหลียน... ข้าไม่เป็นไร"*
แต่เมื่อเขาเห็นจางอี้เริ่มลูบไล้ร่างกายของเสี่ยวเหลียนอย่างเปิดเผย มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนไปตามแขนเรียวของนาง ไล้ไปตามเส้นโค้งของเอวเล็กๆ อย่างช้าๆ และเจตนา อาเฟยรู้สึกเหมือนจะระเบิดด้วยความโกรธ
*"อาหารอร่อยจริงๆ เสี่ยวเหลียน... แต่ที่อร่อยกว่าคือมือของเจ้าที่สัมผัสริมฝีปากของข้า..."*
เสียงแหบพร่าของจางอี้ทำให้อาเฟยสั่นด้วยความโกรธ แต่แล้วเขาก็เห็นจางอี้ใช้ลิ้นเลียปลายนิ้วของเสี่ยวเหลียนเบาๆ ทำให้นางสะดุ้งและหน้าแดงก่ำ
*"ข้าสงสัยว่าส่วนอื่นของเจ้าจะอร่อยขนาดไหนนะ?"*
ในวินาทีนั้น อาเฟยรู้สึกถึงสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน ท่อนเนื้อระหว่างขาของเขาที่เงียบสงบมาตลอดเริ่มค่อยๆ ตื่นตัว ความรู้สึกแปลกๆ วิ่งผ่านร่างกายของเขาเหมือนกระแสไฟฟ้า
*ไม่... ไม่ใช่... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้...*
เขาพยายามปฏิเสธความรู้สึกนั้น แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายของเสี่ยวเหลียน เห็นวิธีที่นางกัดฟันอดทน ท่อนเนื้อของเขากลับแข็งขึ้นเล็กน้อย
*ข้ามันเป็นอะไรไป... ทำไมข้าถึงรู้สึกแบบนี้...*
ความรู้สึกผิดหวังและความสับสนทำให้เขาไม่สามารถทนอยู่ที่นั่นต่อไปได้ เขาลุกขึ้นอย่างกะทันหันและเดินหนีเข้าไปในป่า
*"ข้าไปหาฟืนและน้ำ"* เขาพูดเสียงแหบพร่า ก่อนจะหายตัวไปในป่าทึบ
เมื่ออยู่คนเดียวในป่า อาเฟยพิงกับต้นไผ่ใหญ่และหอบหายใจหนัก ท่อนเนื้อของเขายังคงแข็งอยู่ และเขารู้สึกอับอายกับตัวเองอย่างมาก
*ข้ามันเป็นอะไรไป... ทำไมข้าถึงตื่นเต้นกับการเห็นเสี่ยวเหลียนถูกลวนลาม...*
เขาพยายามปฏิเสธความรู้สึกนั้น แต่ภาพของเสี่ยวเหลียนที่หน้าแดงก่ำและสั่นสะเทือนใต้การสัมผัสของจางอี้กลับวนเวียนอยู่ในหัวของเขา
*ไม่... ข้าไม่ควรคิดแบบนี้... เสี่ยวเหลียนเป็นผู้หญิงที่ข้ารัก... ข้าควรปกป้องนาง ไม่ใช่...*
แต่ท่อนเนื้อของเขากลับแข็งมากขึ้น เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการแข็งตัวที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย
จู่ๆ เสียงครางเบาๆ ของเสี่ยวเหลียนก็แว่วมาจากทิศทางที่เขาทิ้งมา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเสียวซ่านและความอับอาย
*"อ๊า... ท่าน... อย่า..."*
เสียงครางของเสี่ยวเหลียนทำให้ท่อนเนื้อของอาเฟยเต้นตุบๆ และแข็งจนเจ็บปวด เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
*ข้าเป็นคนเลว... ข้าเป็นคนเลว...*
เขาคิดในใจขณะที่มือเอื้อมไปจับท่อนเนื้อที่แข็งผ่านกางเกง ความรู้สึกผิดและความตื่นเต้นผสมผสานกันทำให้เขาสั่นสะเทือน
*"อึก... ท่าน... มันแปลกๆ..."*
เสียงครางของเสี่ยวเหลียนที่แว่วมาอีกครั้งทำให้อาเฟยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาแก้กางเกงออกและจับท่อนเนื้อที่แข็งกร้าวไว้ในมือ
*ข้าเป็นคนเลว... แต่ข้าทำอะไรไม่ได้...*
เขาเริ่มขยับมือขึ้นลงตามจังหวะ ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพของเสี่ยวเหลียนที่ถูกจางอี้ลูบไล้ ภาพของนางที่หน้าแดงก่ำและสั่นสะเทือน
*เสี่ยวเหลียน... เสี่ยวเหลียน...*
เขาคิดถึงใบหน้าของนาง คิดถึงวิธีที่นางพยายามขัดขืนแต่ร่างกายกลับตอบสนอง คิดถึงเสียงครางหวานๆ ที่นางส่งออกมา
*"อ๊าา... ไม่ไหวแล้ว..."*
เสียงครางที่แว่วมาอีกครั้งทำให้อาเฟยเร่งจังหวะการขยับมือ เขาจินตนาการว่าเขาเป็นคนที่ทำให้เสี่ยวเหลียนครางแบบนั้น จินตนาการว่าเขาเป็นคนที่สัมผัสร่างกายนุ่มนวลของนาง
*ข้าอยากเป็นคนนั้น... ข้าอยากเป็นคนที่ทำให้เสี่ยวเหลียนรู้สึกแบบนั้น...*
ความรู้สึกผิดและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันทำให้เขาใกล้จะถึงจุดสุดยอด เขาจินตนาการภาพของเสี่ยวเหลียนที่เปลือยกายและสั่นสะเทือนใต้การสัมผัสของเขา
*เสี่ยวเหลียน... ข้ารักเจ้า... ข้าต้องการเจ้า...*
ด้วยความคิดนั้น เขาก็ปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง ของเหลวขาวข้นพุ่งออกมาและกระเซ็นไปที่ต้นไผ่ เขาหอบหายใจหนักและรู้สึกอับอายกับตัวเองอย่างมาก
*ข้ามันเป็นอะไรไป... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้กับการเห็นเสี่ยวเหลียนถูกลวนลาม...*
เขานั่งลงบนพื้นและฝังหน้าไว้ในมือ ความรู้สึกผิดท่วมท้นจิตใจของเขา
*ข้าเป็นคนเลว... ข้าไม่สมควรได้รักเสี่ยวเหลียน...*
หลังจากทำความสะอาดตัวเองและเก็บฟืนจริงๆ อาเฟยก็กลับมายังที่พัก เขาพยายามทำเป็นปกติ แต่ในใจยังคงรู้สึกอับอายกับสิ่งที่เขาทำไป
เมื่อเขากลับมา เขาเห็นเสี่ยวเหลียนนั่งอยู่ข้างจางอี้อย่างเงียบๆ ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำเล็กน้อย และมีรอยแดงเล็กๆ บนลำคอที่ดูเหมือนจะเป็นรอยจูบ
*จางอี้มันทำอะไรกับเสี่ยวเหลียนไปอีก...*
ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เขาเพิ่งค้นพบ ท่อนเนื้อของเขาเริ่มตื่นตัวอีกครั้งเมื่อเขาจินตนาการว่าจางอี้ทำอะไรกับเสี่ยวเหลียนไปบ้างขณะที่เขาไม่อยู่
*"เสี่ยวเหลียน... เจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย?"* เขาถามด้วยความกังวล
*"ข้าไม่เป็นไร อาเฟย"* นางตอบเสียงเบา แต่ไม่กล้ามองตาเขา
จางอี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ *"เราแค่คุยกันเท่านั้น อาเฟย... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"*
แต่อาเฟยรู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน เขาเห็นวิธีที่เสี่ยวเหลียนหลีกสายตาเขา เห็นรอยแดงบนลำคอของนาง และเขาก็รู้สึกถึงความโกรธที่ปะปนกับความตื่นเต้นแปลกๆ
เมื่อพวกเขาตั้งแคมป์ในคืนนั้น จางอี้สั่งให้อาเฟยไปหาฟืนและน้ำอีกครั้ง อาเฟยรู้ดีว่าจางอี้ต้องการเวลาอยู่กับเสี่ยวเหลียนเพียงลำพัง
*"ไปเถอะ อาเฟย"* จางอี้สั่งด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ *"ข้าจะดูแลเสี่ยวเหลียนให้... อย่าห่วง"*
อาเฟยมองเสี่ยวเหลียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องทำตามคำสั่งของจางอี้
เมื่อเขาเดินออกไปจากแคมป์ ความรู้สึกขัดแย้งในใจของเขาก็เริ่มต่อสู้กัน ส่วนหนึ่งของเขาไม่อยากทิ้งเสี่ยวเหลียนไว้กับจางอี้ แต่อีกส่วนหนึ่งกลับรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
*ข้าเป็นคนเลว... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้...*
เขาเดินไปไม่ไกลนัก แล้วซ่อนตัวอยู่หลังต้นไผ่ใหญ่ที่สามารถมองเห็นแคมป์ได้ เขารู้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ไม่นานนัก เขาก็เริ่มได้ยินเสียงครางเบาๆ ของเสี่ยวเหลียน
*"ท่าน... อย่า..."*
เสียงของนางที่เต็มไปด้วยความอับอายและความเสียวซ่านทำให้ท่อนเนื้อของอาเฟยแข็งขึ้นทันที เขาจับกิ่งไผ่แน่นจนมือขาว
*"อึก... อึก... มัน... มันแปลกๆ แต่..."*
เสียงครางของเสี่ยวเหลียนที่ดังขึ้นทำให้อาเฟยแทบจะคลั่ง เขาจินตนาการว่าจางอี้กำลังทำอะไรกับนางอยู่ จินตนาการภาพของนางที่ถูกสัมผัสและลูบไล้
*"อึก... อึก... อย่า... อย่าแตะตรงนั้น..."*
เสียงครางที่เต็มไปด้วยความเสียวซ่านทำให้อาเฟยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาแก้กางเกงออกและจับท่อนเนื้อที่แข็งกร้าวไว้ในมือ
*ข้าเป็นคนเลว... แต่ข้าหยุดไม่ได้...*
เขาเริ่มขยับมือขึ้นลงตามจังหวะของเสียงครางที่ดังมาจากแคมป์ ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพของเสี่ยวเหลียนที่ถูกจางอี้เล้าโลม
*"อ๊าา... ไม่ไหวแล้ว..."*
เสียงกรีดร้องของเสี่ยวเหลียนทำให้อาเฟยเร่งจังหวะการขยับมือ เขาจินตนาการว่าเขาเป็นคนที่ทำให้นางกรีดร้องแบบนั้น
*เสี่ยวเหลียน... ข้าอยากเป็นคนที่อยู่กับเจ้า... ข้าอยากเป็นคนที่ทำให้เจ้ารู้สึกดี...*
เสียงครางและเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากแคมป์ทำให้เขาใกล้จะถึงจุดสุดยอด เขาจินตนาการภาพของเสี่ยวเหลียนที่เปลือยกายและสั่นสะเทือนใต้การสัมผัสของเขา
*"อ๊าาาา!"*
เสียงกรีดร้องสุดท้ายของเสี่ยวเหลียนทำให้อาเฟยปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง ของเหลวขาวข้นพุ่งออกมาและกระเซ็นไปที่พื้น เขาหอบหายใจหนักและรู้สึกอับอายกับตัวเองอย่างมาก
*ข้ามันเป็นอะไรไป... ข้าทำแบบนี้ได้ยังไง...*
เขานั่งลงบนพื้นและฝังหน้าไว้ในมือ ความรู้สึกผิดและความอับอายท่วมท้นจิตใจของเขา
*ข้าเป็นคนเลว... ข้าไม่สมควรได้รักเสี่ยวเหลียน... ข้าแม้แต่จะปกป้องนางก็ไม่ได้ แต่กลับมาช่วยตัวเองขณะที่นางถูกลวนลาม...*
หลังจากทำความสะอาดตัวเองและรอให้อารมณ์สงบลง อาเฟยก็กลับมายังแคมป์พร้อมกับฟืนและน้ำ แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
เสี่ยวเหลียนนั่งบนตักของจางอี้อย่างสนิทสนม ใบหน้าของนางแดงก่ำและเหงื่อไคลเคลีย ผมของนางรุ่งรัง และเสื้อผ้าดูเหมือนจะถูกใส่ใหม่อย่างเร่งรีบ
*"เจ้าทำอะไรกับเสี่ยวเหลียน!"* อาเฟยตะโกนด้วยความโกรธ ทิ้งฟืนและน้ำลงพื้น
แต่ในขณะเดียวกัน ท่อนเนื้อของเขาก็เริ่มแข็งขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาเห็นภาพของเสี่ยวเหลียนที่นั่งบนตักของจางอี้ เขาจินตนาการว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่
*"ข้าทำอะไรนางไปเยอะเลย"* จางอี้ตอบอย่างไร้เดียงสา *"เราแค่ทำรักกันอย่างเร่าร้อน และเพิ่งสุขสมไป ถ้าเจ้าไม่กลับมาข้าว่าจะทำต่ออีก... แต่เสี่ยวเหลียนเหนื่อยจากการเดินทาง ข้าเลยให้นางพักผ่อน"*
คำพูดของจางอี้ทำให้อาเฟยรู้สึกโกรธจนแทบคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ท่อนเนื้อของเขาก็แข็งมากขึ้นเมื่อเขาจินตนาการภาพที่จางอี้บรรยาย
*"เสี่ยวเหลียน! เจ้าไม่เป็นไรใช่มั้ย?"* อาเฟยถามด้วยความกังวล
*"ข้า... ข้าไม่เป็นไร"* นางตอบเสียงสั่น *"ท่านจางอี้ไม่ได้ทำอะไรข้า... เราแค่คุยกันเท่านั้น"*
แต่อาเฟยเห็นวิธีที่นางหลีกสายตาเขา เห็นรอยแดงใหม่บนลำคอของนาง เห็นวิธีที่นางนั่งบนตักของจางอี้อย่างไม่สบายตัว
*"เจ้าเชื่อนางเหรอ"* จางอี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ *"เสี่ยวเหลียนตอบสนองข้าอย่างเร่าร้อน แต่บอกเจ้าว่าไม่มีอะไร... เจ้าไร้เดียงสาไปแล้ว อาเฟย"*
ความโกรธและความรู้สึกขัดแย้งในใจของอาเฟยทำให้เขาแทบจะคลั่ง เขาอยากจะพุ่งเข้าไปฆ่าจางอี้ แต่ในขณะเดียวกัน ท่อนเนื้อของเขาก็แข็งจนเจ็บปวด
*"เสี่ยวเหลียน... เจ้าแน่ใจว่าไม่มีอะไรหรือ?"* เขาถามอีกครั้ง
*"ข้าแน่ใจ"* นางตอบ แต่เสียงยังคงสั่น *"ท่านจางอี้พูดล้อเล่นกับเจ้า เขาเป็นคนดี... เขาดูแลข้าเป็นอย่างดี ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย"*
จู่ๆ เสี่ยวเหลียนก็ส่งเสียงครางเบาๆ ออกมา *"อึก..."*
*"เสี่ยวเหลียน? เจ้าเป็นอะไร?"* อาเฟยถามด้วยความกังวล
*"ข้า... ข้าแค่เหนื่อย"* นางแก้ตัวอย่างเร่งรีบ *"การเดินทางทำให้ข้าปวดหลัง"*
แต่อาเฟยสังเกตเห็นวิธีที่จางอี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ และวิธีที่เสี่ยวเหลียนสั่นเล็กน้อย เขาเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ
*"อ๋อ... งั้นเจ้าพักผ่อนก่อนนะ"* อาเฟยเชื่อคำอธิบายของนาง
เขาเดินไปจัดเตรียมที่นอนสำหรับคืนนั้น แต่ท่อนเนื้อของเขายังคงแข็งอยู่ เขาต้องหมุนตัวไม่ให้เสี่ยวเหลียนสังเกตเห็น
ขณะที่เขาจัดเตรียมที่นอน เขาได้ยินเสียงครางเบาๆ ของเสี่ยวเหลียนอีกครั้ง เขาหันไปมองและเห็นจางอี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่เสี่ยวเหลียนพยายามกลั้นเสียง
*เกิดอะไรขึ้นกันแน่...*
ความสงสัยและความตื่นเต้นทำให้ท่อนเนื้อของเขาแข็งมากขึ้น เขาจินตนาการว่าจางอี้กำลังทำอะไรกับเสี่ยวเหลียนอยู่ขณะที่เขาไม่สังเกต
*"ข้าจะดูแลเสี่ยวเหลียนให้"* จางอี้บอกอาเฟย *"เจ้าไปจัดเตรียมที่นอนสำหรับคืนนี้ได้แล้ว"*
อาเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท่อนเนื้อของเขาแข็งจนเจ็บปวด และเขาต้องการที่จะจัดการกับมันอย่างเร่งด่วน
*"ข้า... ข้าจะไปหาน้ำเพิ่มอีกหน่อย"* เขาแก้ตัว
*"ไปเถอะ"* จางอี้ตอบด้วยรอยยิ้มที่รู้ทุกอย่าง
อาเฟยเดินออกไปจากแคมป์อีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้ซ่อนตัวมองแคมป์ แต่เดินไปไกลพอที่จะไม่ถูกเห็น แล้วจัดการกับท่อนเนื้อที่แข็งของเขา
*ข้าเป็นคนเลว... ข้าเป็นคนเลวที่สุด...*
เขาคิดในใจขณะที่ขยับมือขึ้นลงอย่างรุนแรง ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพของเสี่ยวเหลียนที่นั่งบนตักของจางอี้ ภาพของนางที่ครางและสั่นสะเทือน
*เสี่ยวเหลียน... ข้าอยากเป็นคนที่อยู่กับเจ้า... ข้าอยากเป็นคนที่ทำให้เจ้ารู้สึกแบบนั้น...*
ความรู้สึกผิดและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันทำให้เขาปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง เขาหอบหายใจหนักและรู้สึกอับอายกับตัวเองมากกว่าเดิม
*ข้ามันเป็นอะไรไป... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้... แต่ข้าหยุดไม่ได้...*
เขารู้ว่าความรู้สึกนี้จะทำลายเขา แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ความรักที่เขามีต่อเสี่ยวเหลียนเริ่มผสมผสานกับความปรารถนาที่มืดมนและความรู้สึกผิดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
*เสี่ยวเหลียน... ข้าขอโทษ... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้... แต่ข้าก็หยุดไม่ได้...*