“ ราชครูน้อยท่านทูตบอกว่า เจ้ามีความรู้เรื่องการแพทย์ด้วยหรือ” จักรพรรดิอยากรู้อีก
“ ใช่แล้ว พระเจ้าค่ะ”
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าลองดูซิในท้องพระโรงแห่งนี้มีใครป่วยหรือไม่ และป่วยเป็นอะไร”
จักรพรรดิลองตรวจสอบดูว่าเทียนรู้จริงหรือไม่ เทียนมองไปที่ใบหน้าทุกคนล้วนป่วยกันแทบทุกคน แต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไร แค่เป็นไข้เจ็บคอ ปวดหัว ตัวร้อน แต่มองมาที่องค์จักรพรรดิเทียนเริ่มหยุด เพราะเห็นมีริ้วรอย สีเขียวขึ้นที่หน้าผากบาง ๆ
“ ทุก ๆ คนล้วนมีล้วนปกติกันหมด มีคนเดียวที่ถูกพิษร้าย ไม่เกิน 3 วันคนผู้นั้นอาจต้องตายก็ได้พระเจ้าค่ะ” เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ว่าคนอื่นๆ ได้ยินแล้วตื่นตระหนกยิ่งนัก
“ ใครกัน” จักรพรรดิเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ คนผู้นี้ มีอาการนอนไม่หลับ แต่ถ้านั่งถึงจะหลับได้ และมีอาการปวดหัวทุกครั้งเวลาตื่นนอน มีอาการถ่ายท้องผูก ถ่ายไม่ออกเป็นสัปดาห์ สามวันที่ผ่านมามีการอาเจียนเป็นเลือดในเวลาเที่ยงของทุกวัน เท้าทั้งสองข้ามเวลานี้มีอาการบวม
ปัสสาวะจะปวดมาก เล็บทั้งสิบเวลานี้เขียวคล้ำ ตามหลักคนผู้นี้คงต้องตายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ว่าคงจะมีหมอให้กินโสมแสนปีกับถังเช่าแสนปีเข้า เลยยืดชีวิตได้อีก 30 วัน แต่ไม่เกิน 3 วันไม่รอดแน่” เทียนกล่าวจบ จักรพรรดิลุกขึ้นยืนทันที
แล้วทรงไอออกมาเป็นเลือด ฮองเฮาตะโกนเรียกหมอหลวงให้รีบมาโดยด่วน
ขันทีรีบพยุง จักรพรรดิเข้าไปในห้องด้านหลังทันที เทียนยืนมองด้วยความสงบนิ่ง
ยังไม่พูดอะไร ได้สังเกตกิริยาแต่ละคน แล้วเก็บเอาไว้ในสมอง เทียนยังยืนนิ่งไม่ไปไหน สักพักมีขันที มาเชิญเทียนให้เข้าไป องค์จักรพรรดิเรียกเข้าพบ พอเทียนเข้าไป คนทั้งหมดก็ถอยออกไปจนหมด แต่ละคนเริ่มร้องไห้ สะอึกสะอื้น
หมอหลวงกว่าสิบคนยืนอยู่มุมหนึ่งส่ายหัวบอก จักพรรดิไม่รอดแล้วอยู่ได้ไม่เกินสามวัน จักรพรรดิไม่มีแม้แต้เสียงจะเอ่ยออกมา แต่ว่าเทียนรู้พระองค์จะพูดว่าอะไร
“ ทุกคนองค์จักรพรรดิต้องการความสงบ โปรดออกไปรอข้างนอก ขอให้อยู่เฉพาะฮองเฮาเท่านั้น คนอื่นขอให้ออกไปให้หมด” เทียนพูดออกไปตามที่จิตของจักรพรรดิบอกออกมา องค์จักรพรรดิพยักหน้าบอกเทียนพูดถูกต้องแล้ว ทุกคนเลยออกไปรอที่ด้านนอก
“ พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วง กระหม่อมจะรักษาพระองค์เอง” เทียนเอ่ยจบจักรพรรดิก็ค่อยหลับตา เทียนบอกให้ฮองเฮาช่วถอดเสื้อ จักรพรรดิออก เทียนจับชีพจรดูให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วเทียนก็หยิบเข็มออกมา เกือบร้อยเข็ม แล้วปักไปที่ร่างกายขององค์จักรพรรดิ เข็มทั้งร้อยเล่ม ดูดพิษออกจากร่างกาย ของจักรพรรดิ เข็มเกือบร้อยปรากฏว่าเป็นสีเขียวทั้งร้อยเล่ม เทียนดึงออกมาทั้งหมดแล้วปักเข้าไปใหม่อีกรอบเพื่อดูดพิษ จนพิษออกมาแค่ครึ่งเข็ม ใบหน้าจักรพรรดิเริ่มดีขึ้น
เทียนก็เก็บเข็มที่เหลือทั้งหมดออกมา จากนั้น ใช้เครื่องเอกซเรย์ที่ติดมาจากโลก ตรวจดูก็พบไข่แมลงวันพิษ จึงรีบกดจุดห้ามเลือด และ ฝังเข็มกดประสาทไม่ให้รู้สึกเจ็บ เทียนสวมถุงมือ แล้วใช้ผ้าปิดจมูก แล้วใช้มีดผ่าตัด เริ่มผ่าหน้าท้องของจักรพรรดิออก แล้ว แหวกเอาไขมันออก แล้ว ใช้มีดผ่ากระเพาะอีกชั้น แล้วก็หยิบเอาไข่แมลงวันพิษ ที่เกาะอยู่ที่ผนัง กระเพาะด้านในออกมา แม้ว่าในกระเพาะจะมีกรดทำลายเศษอาหาร แต่ไข่แมลงวันพิษสามารถขยายพันธุ์ได้ และทนต่อฤทธิ์กรดในกระเพาะได้อีก เทียนสั่งใช้พลังเทพเซียนบริสุทธิ์ฟื้นฟูกระเพาะจนเป็นปกติ แล้วใช้ฝ่ามือปิดแผลที่ท้องแล้วปล่อยพลังเทพเซียนบริสุทธิ์รักษาแผลที่ผ่า ไม่นานก็เป็นปกติเหมือนเดิม เทียนให้จักรพรรดิดื่มน้ำทิพย์ 1 ขวดพอเทียนคลายจุด ถอดเข็มออก จักรพรรดิก็หายดี ลุกขึ้นนั่งได้ตามปกติ
เทียนให้ยื่นไข่แมลงวันพิษที่ติดอยู่ในกระเพาะให้จักรพรรดิดู ทรงตะหนกตกใจยิ่งนัก หันไปมองฮองเฮา ที่ยืนตัวสั่นปิดปาก พูดอะไรไม่ออกเทียนก็เข้าไปประคอง แล้วถ่ายพลังเทพเซียนบริสุทธิ์ไปให้ ฮองเฮา ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น แขนขามีแรงเหมือนเก่า
“ เสด็จพี่” ฮองเฮาโผเข้าหา จักรพรรดิทันที ที่เห็นจักรพรรดิฟื้นขึ้นมาเป็นปกติ
“ ข้าไม่เป็นอะไรสักหน่อย เจ้าจะร้องไห้ไปทำไม” จักรพรรดิเอ่ยกับฮองเฮาปานกระซิบ
“ เสด็จพี่ ไม่เห็นเหมือนที่หม่อมฉันเห็นนี่เพคะ”
“ เห็นอะไร”
“ ราชครูน้อยเอามีดผ่าท้องพระองค์ แล้วก็แหวกเครื่องในพระองค์ออกมา แล้วหยิบไข่แมลงออกมา โอ้ย ไม่พูดแล้วจะเป็นลม” ฮองเฮาจะเป็นลมให้ได้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างเถอะเวลานี้ข้าหายแล้ว ต่อไปเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าอีกแล้ว ราชครูน้อยขอบใจเจ้ามากข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรกับเจ้าดี” จักรพรรดิเอ่ย
“ เรื่องนี้อย่าได้ใส่พระทัย เป็นหน้าที่หมออยู่แล้ว”
“ ว่าแต่นี่คือแมลงวันพิษ แล้วมันเข้าไปในร่างกายข้าได้อย่างไร”จักรพรรดิสงสัย
“ ทางน้ำดื่มก็ได้ ทางอาหารก็ได้ พวกท่านไม่มีวันตรวจพบเลย เพราะมันยังไม่มีพิษตอนที่มันเป็นไข่ แต่พอมันเริ่มเป็นตัวอ่อน มันถึงจะค่อยเป็นพิษทำลายร่างกายอวัยวะภายใน พระองค์อยากรู้ไหมว่าใครทำ” เทียนถามตรงๆ จักรพรรดิพยักหน้า
เทียนนำลูกแก้วออกมา แล้วใช้มือสัมผัสขวดแก้วที่ใส่ไข่แมลงวันพิษ แล้วอีกมือมาวางบนลูกแก้ว ปรากฏว่ามีชายผู้หนึ่งถือไข่แมลงวันพิษเข้ามาแล้วโรยใส่ในอาหารให้กับ จักรพรรดิแทบทุกจาน ฝ่าบาทจำมันได้แม่น มันคือกุนซือหลิว คนสนิทของรัชทายาท ปัง จักรพรรดิทุบโต๊ะด้านข้างจนพังพินาศ
“ ไอ้ลูกชั่ว กล้าบังอาจวางยาข้าเชียวหรือนี่ เงาทมิฬออกมา” จักรพรรดิเอ่ยจบ
ก็มีเงาสีดำไหลออกมาจากด้านบนหลังคาค่อยๆ ลงมาที่พื้นกลายเป็นคนอยู่สามสี่คน คุกเข่าต่อองค์จักพรรดิ
“ ไปจับรัชทายาทกับกุนซือหลิวมาเดี๋ยวนี้” เงาทมิฬ 3 คนไหลหายออกไปเช่นเดิม เทียนคิดในใจ ทำไมมันไม่เดินออกไปเหมือนคนอื่นเขานะ
เหมือนองค์รัชทายาทจะรู้ตัวรีบออกจากตำหนักแล้วเรียกตุลาการทั้งห้าคนมารับเพื่อหลบไปที่ค่ายทหารลับนอกเมือง ส่วนกุนซือหลิวหนีไม่ทันถูกจับได้ พอมาอยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ ก็ได้ตอบทุกคำถาม
“ ทำไม่รัชทายาทต้องวางยาพิษข้า”
“ รัชทายาทต้องการรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเป็นอาณาจักรเดียว ใช้กฏหมายเดียว เงินตราเดียว ภาษาเดียว” กุนซือหลิวเอ่ยตามจริง
“ แล้วถึงกับต้องสังหารข้าผู้เป็นพ่อมันเชียวหรือ”
“ ใช่แล้ว พระองค์ทำสัญญาเลือดเอาไว้ ถ้าก่อสงคราม ลูกหลานต้องตายหมด
มีทางเดียวพระองค์ต้องตาย สัญญาเลือดจึงจะไม่มีผล” กุนซือหลิวเอ่ย
“ บ้า มันบ้าไปแล้ว รวมแผ่นดินบ้าบออะไร ทุกวันนี้ก็สงบสุขดีอยู่แล้ว มันไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน” จักรพรรดิถึงกับเหนื่อยใจ แล้วสั่งให้นำกุนซือหลิวไปขัง อีก 3 วันเอาไปประหาร เทียนยังอยู่ในวังหลวงพักที่เดียวกับองค์หญิงหยวนอี้
เวลานี้องค์ชายใหญ่ก็มาพบกับองค์หญิงได้ปกติ ไม่มีใครว่า องค์ชายรองซีหยาง
ก็มาขอพบองค์หญิงทุกวัน นางกำนัลก็ส่งเสริมองค์ชายซีหยาง จนมีโอกาสได้คุยกับองค์หญิง แต่องค์หญิงหยวนอี้ก็พูดพอเป็นพิธี ไม่ได้รังเกียจเหมือนแต่ก่อน
จนฝ่ายท่านทูตเข้ามาเจรจาเรื่องวันประกอบราชพิธีอภิเษกสมรส ก็ทั้งสองฝ่ายเลยตกลงกันไว้อีก 7 วันค่อยจัดราชพิธี เทียนยังสงสัย อยู่หลายเรื่อง ซึ่งเวลานี้กุนซือหลิวสามารถแหกคุกหนีออกไปได้ แล้วยังองค์ชายรัชทายาท ที่หนีหายไปแล้วยังจับไม่ได้ ทำไมจะต้องรีบจัดพิธีอภิเษกด้วย แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
จึงได้แต่คอยระวังภัยให้องค์หญิงหยวนอี้ จนกว่าจะอภิเษก เสร็จพิธี แล้วก็คงพาองค์ชายใหญ่กลับ
วันนี้เทียนเดินไปมาดูความเรียบร้อย ภายในตำหนัก อีก 7 วันองค์หญิงหยวนอี้จะเข้าพิธีแล้วเทียนสังเกต องค์หญิงดูไม่มีความสุขเท่าไร
“ พี่สาวองค์หญิง ท่านดูไม่มีความสุข ใกล้วันแต่งงานเจ้าสาวควรยิ้มแย้มกว่านี้นะ” เทียนทักทาย
“ ข้ารู้สึกแปลก ๆ แต่ไม่รู้เรื่องอะไร องค์ชายซีหยาง ก็ดูปกติ แต่บางครั้งข้าดูในตาเขาแล้วเกิดความรู้สึกกลัวบอกไม่ถูก” องค์หญิงหยวนอี้พูดถึงองค์ชายซีหยางแบบนี้ แสดงว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน เพราะว่าเทียนไม่เคยคุยกับองค์ชายซีหยางเลยไม่สังเกต
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะลองสืบเรื่องนี้ดู หากแต่งงานกันไปแล้วมีความรู้สึกแบบนี้ก็แย่นะซิ ข้าขอสิ่งของที่องค์ชายซีหยางมอบให้ท่านสักชิ้น” องค์หญิงเอากำไลที่องค์ชายซีหยางมอบให้เทียน จากนั้นเทียนก็เข้ามาในห้องส่วนตัว แล้วหยิบยันต์ขึ้นมาเขียนแล้วแปะไว้กับกำไล แล้ววางไปบนลูกแก้ว ภาพขององค์ชายซีหยางก็ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เทียนสัมผัสได้ว่าเขาไปพบหรือพูดใครมาบ้าง ในที่สุดก็มีการพบคนที่น่าสงสัยคนหนึ่ง นั่นคือ กุนซือหลิว เทียนสัมผัสได้ว่ากุนซือหลิวเป็นจอมเวทย์ระดับ 7 แต่ทำไมถึงติดต่อกับองค์ชายซีหยางได้
วันนี้เทียนไม่ไปไหน นั่งอยู่ระหว่างองค์หญิงหยวนอี้ กับ องค์ชายซีหยาง
“ องค์ชายซีหยาง ท่านรู้จักกับกุนซือหลิวเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า” เทียนถามตรงๆ
“ เขาเป็นกุนซือ ของรัชทายาท พวกเราก็ย่อมรู้จักทักทายกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา” องค์ชายซีหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ
“ เวลานี้เขาเป็นนักโทษทางการแล้ว ท่านยังพบกับเขาอีกไหม”
“ ไม่นี่ ไม่เคยพบเลย” องค์ชายซีหยางยังทำเสียงปกติ
“ นั่นซิ นักโทษคนนี้จะมาพบกับองค์ชายซีหยางได้ยังไง” เทียนรู้แล้วว่าไอ้หมอนี่โกหก มันต้องมีอะไรแน่ ๆ
“ ข้าขอแนะนำ เวลานี้องค์ชายซีหยางไม่สมควรมาพบกับองค์หญิงหยวนอี้อีก จนถึงวันราชพิธีภิเษก” เทียนพูดออกมาตามตรง ทำให้องค์หญิงรู้สึกถึงความผิดปกติ
“ ได้ ตามธรรมเนียมข้าไม่ควรมาจริง ๆ” องค์ชายซีหยางรีบเอ่ยขอลาองค์หญิงไปทันที
“ เกิดอะไรขึ้น ท่านสืบได้เรื่องแล้วใช่ไหม” องค์หญิงรีบเอ่ยทันที
“ ก็แค่เบาะแสบางอย่าง ยังไม่แน่ชัด ขอเวลาอีกหน่อย ถ้าคนทำผิด มันต้องร้อนรนไม่อยู่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน” เทียนเอ่ยออกไปแล้ว กลับไปมองลูกแก้วในห้องพัก จริงอย่างที่คิด กุนซือหลิวอยู่กับ องค์ชายซีหยาง กำลังคุยกันอยู่ จากนั้นกุนซือหลิว ก็นำยันต์ออกมา แล้วแปะเข้าที่ตัวองค์ชายซีหยาง ทำให้ภาพที่ลูกแก้วหายไปในทันที
“ ว้า รู้ตัวซะแล้ว” เทียนเอ่ยขึ้นมา
เทียนเข้าวังหลวงทันทีเพราะอยากรู้ประวัติขององค์ชายรองซีหยางหากสอบถาม
องค์จักรพรรดิคงไม่เป็นการสมควรแน่ ต้องถามกงกง น่าจะรู้เรื่องดีที่สุด เทียนมาถึงพระตำหนักของจักรพรรดิ พบกับกงกง เดินออกมาพอดี จึงรีบเดินเข้าไป
“ ราชครูน้อย ต้องการพบฝ่าบาทหรือ” กงกงเอ่ยถามทันที
“ ไม่ ข้ามาหาท่าน มีเรื่องสอบถาม” เทียนกล่าวตามตรง เวลานี้เทียนสามารถเข้าออก ในพระราชวังแห่งนี้ได้โดยไม่มีใครกล้าห้าม เพราะเป็นคำสั่งองค์จักรพรรดิ
เทียนพากงกงมานั่งคุยที่ศาลาข้างตำหนัก พอนั่งลงได้ เทียนเอ่ยถามทันที
“ ช่วยเล่าประวัติตั้งแต่เด็กขององค์ชายซีหยาง ให้ข้าฟังหน่อย”
“ องค์ชายซีหยาง เป็นโอรสจักรพรรดิกับพระสนมจี เติบโตมาก็เหมือนเด็กทั่วไป
มีอาการเก็บกดบ้างในบ้างครั้ง เพราะถูกองค์รัชทายาทรักแกตั้งแต่เด็ก แต่องค์รัชาทายาทก็รังแกทุกคนอยู่แล้ว ไม่ได้รังแกแค่องค์ชายรองเท่านั้น แต่พอโตขึ้นมาก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน แล้วราชครูน้อยจะถามเรื่องนี้ไปทำไม” กงกงสงสัย
“ ข้าอยากรู้ว่าองค์ชายซีหยางเป็นคนที่เหมาะสมที่ข้าจะฝากชีวิตของ องค์หญิงไว้ได้หรือไม่เท่านั้นเอง” เทียนเอ่ยตามตรง
“ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องห่วง องค์ชายถูกอบรมจากราชวงศ์ตั้งแต่เล็ก เรื่องสิ่งใดควรไม่ควรเขารู้อย่างแน่นอน แล้วยิ่งเขามีความรักแท้ต่อองค์หญิงหยวนอี้แบบนี้ด้วยแล้ว น่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างยืนยาวแน่นอน” กงกงเอ่ย
“ แต่ทำไมข้ารู้สึกว่าสายตาของฝ่าบาทมององค์ชายซีหยาง แปลกๆ ดูห่างเหินชอบกล ผิดกับเวลาพูดถึงองค์รัชทายาท ขนาดทำผิด ถึงขั้นส่งคนมาวางยาพิษ
พระองค์ ยังไม่ประกาศจับ และยังไม่ปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาท เพียงแต่ให้เงาทมิฬ ไปตามจับมาเท่านั้น ถ้าองค์ชายซีหยางดีพร้อมจริง ๆ องค์จักรพรรดิทำไมไม่แต่งตั้งองค์ชายซีหยางเป็นรัชทายาทต่อเลย หรือว่าพระองค์มีความลับอะไรที่บอกใครไม่ได้” เทียนสงสัยเลยจี้ถามกงกง
“ เรื่องนี้ข้า..ไม่ทราบ ท่านอย่าถามข้าเลย” กงกงพูดอึกอัก อยู่ในลำคอ เทียนยิงดัชนีลมสะกัดจุดกงกงเอาไว้ แล้วใช้มือสัมผัสที่หัวกงกง ทันทีไม่อยากเสียเวลา ในที่สุดเทียนก็รู้ความจริง
“ เฮ้อ ที่แท้เรื่องเป็นแบบนี้เอง...”