ตอนที่ 157 เสียงระเบิดที่หน้าป่าดาราฉาย
อกไก่ที่ไวทเคานต์ได้ลองชิม มันช่างนุ่มและเด้งสู้ฟัน เหมือนกับส่วนอื่นๆ ของไก่อย่างสะโพกไม่มีผิด แม้สัมผัสของมันอาจจะยังเป็นรองอยู่บ้าง แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ไวทเคานต์นิคกินเข้าไปคือ อกไก่
ที่ทุกคนต่างก็รู้ดี ว่ามันทั้งแห้งเหมือนกับกินกระดาษมากแค่ไหน การที่อกไก่นุ่มได้ขนาดนี้ แถมรสชาติก็ไม่เป็นสองรองจากส่วนอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากทีเดียว
“ท่านไลท์...ท่านทำให้อกไก่พวกนี้นุ่มได้อย่างไร?”
ไวทเคานต์นิคยังคงดื่มด่ำไปกับรสชาติของอกไก่นุ่มพริกไทยดำที่ยังกระจายไปทั่วปาก พลางหันมาถามกับไลท์ เพื่อให้คลายความสงสัย
หากแต่ว่า ถึงไวทเคานต์จะถามเพื่อให้คลายความสงสัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าขุนนางผู้นี้จะอยากรู้ถึงวิธีการทำจริงๆ จากไลท์เสียหน่อย
ไวทเคานต์นิคไม่ได้ต้องการคำตอบ เขาแค่ถามเพื่อแสดงออกถึงความอร่อยของอกไก่ก็เท่านั้น
“มันพอจะมีเคล็ดลับและวิธีการอยู่นิดหน่อยครับ” ไลท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีและอ่อนน้อมตามประสาของเขา
“ท่านไลท์ครับ อกไก่พวกนี้ยังพอจะมีเหลืออีกไหมครับ พวกเราเองก็อยากลองชิมเหมือนกัน...ไม่สิ พวกเราจะซื้อมัน หากท่านไลท์ยอมขายให้กับพวกเรา” การที่ได้เห็นทั้งคุณผู้หญิงและท่านไวทเคานต์ดูเอร็ดอร่อยกับอกไก่นุ่ม เหล่าลูกค้าที่อยู่ภายในร้านต่างก็ให้ความสนใจขึ้นมาและอยากที่จะลิ้มลองอกไก่นี้ดูสักครั้ง
“ทุกคนอยากจะลองชิมเหรอครับ...หว่า น่าเสียดายจัง ที่ผมไม่ได้ทำสำรองเตรียมไว้เลย” ไลท์ทำท่าทางเหมือนกับเสียดายที่ไม่อาจตอบรับคำขอร้องจากลูกค้าที่กำลังโหยหาความอยากนี้ได้
โดยให้เหตุผลไปว่า เขาไม่ได้ทำเผื่อไว้สำหรับขายเลย ทั้งหมดที่เขาทำมาล้วนแล้วแต่เพื่อภรรยาของท่านไวทเคานต์และพนักงานภายในร้านเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว คาห์นที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ เตรียมที่จะวิ่งเข้าไปในครัว เพื่อนำอกไก่อีกจำนวนหนึ่ง ที่ไลท์ได้ทำเสร็จแล้ว ออกมาเสิร์ฟในทันทีที่ไลท์ให้สัญญาณ
กระนั้น อกไก่ก็ยังมีเหลืออยู่อีกเยอะแยะ...เหตุไฉน พ่อครัวหนุ่มถึงบอกว่ามีเพียงเท่านี้ไปได้?
คาห์นและแมท รู้สึกงุนงงกับคำตอบของไลท์ แต่ก็ได้แต่เก็บงำเรื่องนี้เอาไว้ รอไต่ถามถึงเหตุผลกับไลท์ หลังจากลูกค้าทั้งหมดกลับไปก็ยังไม่สาย
“ไม่ได้ทำเผื่อเอาไว้เลยเหรอครับ น่าเสียดายจริงๆ” กลุ่มลูกค้าต่างนั่งคอตกด้วยความผิดหวังกันไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ผิดหวังกันมากนัก เพราะตรงหน้าของพวกเขาก็มีทั้ง ไก่ย่างและไก่ทอด รวมไปถึงทุเรียนให้กินกันจนอิ่มหนำอยู่แล้ว
“เอาไว้วันพรุ่งนี้ ผมจะเตรียมอกไก่ให้ ให้พอสำหรับทุกคน ที่อยากจะลองชิมนะครับ ขอบคุณที่อุดหนุนครับ” หลังจากกลุ่มลุกค้าโต๊ะสุดท้ายได้ลุกจากไป ไลท์และพนักงานภายในร้านก็ต่างบอกลา พวกเขาด้วยความขอบคุณ
ซึ่งไม่ลืมที่จะย้ำถึง อกไก่นุ่ม ที่ในวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะทำเผื่อให้กับทุกคนได้ทดลองชิมกันนั่นเอง
“พวกเราจะตั้งตารอกันนะครับ ว่าแต่มื้อเย็นของวันนี้เป็นสุกี้หรือหมูกระทะครับท่านไลท์?”
“น่าเสียดายจังเลย พวกผมคิดว่าจะเดินทางกลับบ้านกันในวันพรุ่งนี้เสียด้วย T.T”
กลุ่มลูกค้ามีบางส่วนที่ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ชิมอกไก่นุ่ม แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่ไม่อาจเลื่อนวันกลับบ้านกันได้อีกแล้วอยู่อีกมากพอสมควร
อันที่จริงแล้ว วันนี้เหล่านักผจญภัยหลายกลุ่มก็เลือกที่จะเดินทางกลับบ้านกันในวันนี้ หากแต่พวกเขาอยู่รั้งรอต่อก็เพื่อ กินอาหารของไลท์กันเป็นวันสุดท้ายเพื่อสั่งลา จนเลื่อนกำหนดการกลับบ้านกันไปอีกวัน
แต่กระนั้น งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เหล่านักผจญภัยยังไงเสียก็ต้องกลับบ้านกันสักวัน
สิ่งที่ไลท์กำลังทำอยู่ก็คือการประคับประคอง เหนี่ยวรั้งลูกค้าเอาไว้ เท่าที่ตัวเขาจะทำได้
ซึ่งอกไก่นุ่มก็ถือเป็น หนึ่งในสิ่งเหนี่ยวรั้งที่ไลท์พยายามนำมาใช้ แม้จะรู้ว่า อกไก่นุ่มที่แสนอร่อยจะดึงดูดลูกค้าได้เพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น
“ผมพอจะเข้าใจแล้วครับ ว่าทำไมท่านไลท์ถึงไม่นำ อกไก่นุ่มที่อยู่ในครัวออกมาให้ลูกค้าพวกนั้นได้ชิม” คาห์นและแมท เริ่มเข้าใจกับการกระทำของไลท์ได้ด้วยตนเอง
ก่อนจะยืนยันความเข้าใจที่พวกเขารับรู้ได้ด้วยตนเองนี้กับไลท์ เพื่อความแน่ชัด
“ที่ท่านคาห์นและแมทเข้าใจก็มีส่วนถูก ผมอยากที่จะใช้อาหารของผม เหนี่ยวรั้งลูกค้าเอาไว้จริงๆ แต่นั้นเป็นเพียงเหตุผลเล็กที่นำมาประกอบเท่านั้น อันที่จริงแล้วผมปกปิดเรื่องของอกไก่ก็เพื่อที่จะให้ความสำคัญกับ ครอบครัวของท่านไวทเคานต์ต่างหาก” ไลท์อธิบายถึงเหตุผลให้กับพนักงานภายในร้านที่นอกเหนือจาก โทมัส จิม เอลล่าและแอล ยังไม่ได้รับประทานอาหารเที่ยงกันเลย ได้นั่งฟังกันไประหว่างทานข้าว
“ถึงผมจะบอกว่า ผมไม่เลือกปฏิบัติกับใครเป็นกรณีพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ควรให้เกียรติกับคุณผู้หญิง ที่เธอไว้วางใจผม ขอให้ช่วยเหลือเธอในการควบคุมอาหาร หากผมให้คนอื่นได้รับประทานทั้งๆ ที่เธอตั้งตารอมันเช่นนี้ มันดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติเธอเลยสักนิด ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะปฏิเสธลูกค้าคนอื่นๆ ไป...เพราะสำหรับผมแล้ว เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ภาพลักษณ์และคำพูดของผมที่เปรียบเสมือนหน้าตาของร้านนั้นสำคัญกว่าครับ” ไลท์พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในครัว พลางยกเอาถาดอกไก่ที่เหลืออยู่ออกมา เพื่อให้สองตายาย กับคาห์นและแมท ได้ลองรับประทานกันดู
“ถึงผมให้เกียรติคุณผู้หญิงและไม่ขายอกไก่ให้กับคนอื่นๆ แต่สำหรับพนักงานของร้านอาหารสามเวลาที่เหน็ดเหนื่อยร่วมกันมา นั้นเป็นกรณีพิเศษครับ”
ในโลกก่อนของไลท์ ตามภัตตาคารและร้านอาหารต่างๆ จะมีการทำอาหารเพื่อให้พนักงานได้กินกันอยู่แล้วตามปกติ
เวลามีเมนูใหม่หรือสูตรอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะเป็นพนักงานภายในร้านนั่นแหละที่จะได้เป็นคนทดลองชิมเป็นคนแรกๆ เพื่อเก็บเสียงติชมและข้อปรับปรุง ดังนั้นไลท์จึงตั้งใจยกวัฒนธรรมนี้มาไว้ที่ร้านอาหารสามเวลาของเขาด้วยเลย
และนี้เองก็ยิ่งทำให้คาห์นและแมท ที่ถือเป็นพนักงานที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไลท์ โดยตรง รู้สึกดีที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารสามเวลาอย่างเต็มตัว
“ไลท์ช่างเอาใจใส่ทุกคนได้ดีจริงๆ” คุณยายเฮลีย์ ลูบไปที่ศีรษะของไลท์เบาๆ ประหนึ่งผู้อาวุโส เอ็นดูลูกหลาน
เรือนผมสีดำขลับของไลท์ ตามแบบฉบับของคนไทย ได้ถูกมืออันเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความรักจากคุณยายเฮลีย์ที่เคยช่วยเหลือชีวิตของเขาไว้ ตอนที่ทะลุมิติมายังโลก The Gloria ลูบด้วยความแผ่วเบา
ก่อนที่ในตอนนั้นเอง ในระหว่างที่พนักงานภายในร้านกำลังพักทานข้าวกันอยู่ ด้านนอกของร้าน ตรงบริเวณหน้าทางเข้าป่าดาราฉายที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านรวงและร้านกระทะทอง
จู่ๆ ก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้น ‘ตูม!’ มีเสียงระเบิดดังขึ้นตรงบริเวณนั้น มันเป็นเสียงกัมปนาทที่รุนแรงคล้ายกับเสียงของระเบิด
“ด้านนอกเกิดอะไรขึ้น?!”
ไลท์ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ก่อนจะมองไปทางต้นตอของเสียงระเบิดดังกล่าว
และทันใดนั้นเอง ภายในร้านอาหารสามเวลา ก็พลันมีโทมัสและจิม เจ้าชายหนุ่มและองครักษ์พุ่งทะยานร่างออกไปด้วยความเร็วแสง จนทุกคนภายในร้านต่างเห็นร่างเงาอันเลือนรางของพวกเขา เพียงแค่หลังไวๆ
เฝ้ารอเพียงไม่ถึงนาที ฟุบ~!
“ร้านรวงพวกนั้นกับเจ้าของร้านกระทะทองกำลังต่อสู้กันอยู่ครับ” จิมที่มีความสามารถในการลอบเร้นและมีความแข็งแกร่งทางด้านความปราดเปรียวได้วิ่งกลับมารายงานถึงเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ให้กับไลท์ได้รับทราบ
โดยไม่กี่อึดใจต่อมาทางด้าน โทมัส ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของจิม ประหนึ่งว่าไล่ตามความเร็วของจิมที่มาถึงก่อนได้ไม่ทัน จนช้าไปครึ่งก้าวนั่นเอง
“แห่กๆ ความเร็วของนายเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนนะจิม”
โทมัสหอบหายใจเล็กน้อย หลังจากระเบิดความเร็วสูงสุดที่ทำได้ เพื่อกลับมารายงานถึงเสียงของระเบิดที่เกิดขึ้นด้านหน้าของป่าดาราฉาย
“ตอนนี้ทางด้านทหารของท่านไวทเคานต์กำลังเข้าไปควบคุมผู้ก่อเหตุไว้แล้วครับ และจากที่ผมฟังมาจากนักผจญภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าว่าคนที่ก่อเรื่องนั้นคือ เจ้าของร้านกระทะทองครับ”
โทมัสได้รายงานถึงสถานการณ์ให้กับคนในร้านได้รับทราบ แน่นอนว่าทันทีที่รู้ว่าทหารองครักษ์ของท่านไวทเคานต์กำลังออกปฏิบัติการ คาห์นก็ดูเหมือนจะรีบกินอาหารให้หมดเร็วๆ เพื่อที่จะได้ไปช่วยคุ้มกันท่านไวทเคานต์ตามหน้าที่เดิมของตัวเอง
จนหลงลืมไปแล้วว่า หน้าที่ของคาห์นในตอนนี้คือการอารักขา เอลล่าและแอล องค์ชายและองค์หญิงที่ปลอมตัวอาศัยอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ต่างหาก
คาห์นแอบลอบตีกระบาลตัวเองเพื่อตั้งสติ พร้อมกับเดินไปใกล้ๆ กับเอลล่าและแอล เพื่อคุ้มกันหากมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดั่งเช่นเจ้าของร้านกระทะทองเกิดคลุ้มคลั่งมาระเบิดร้านอาหารสามเวลาอะไรทำนองนั้น
“คาห์น แมท ฝากดูแลร้านให้กับฉันด้วย คอยดูแลเอลล่าและแอลให้ดี…ส่วนโทมัส จิมและเจ้าโปริ่ง มากับฉัน” ไลท์เลือกที่จะออกไปดูเหตุการณ์ด้วยตาของตัวเอง ว่าด้านหน้าของป่านั้นเสียหายมากน้อยแค่ไหน
ปร่อย~!
เจ้าโปริ่งที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับอาหาร เมื่อได้ยินไลท์ร้องเรียกมันก็ได้เขมือบอกไก่เข้าไปคำโต ก่อนจะรีบกระโดดไล่ตามไลท์ไปในทันที พร้อมกับเกาะกุมอยู่บนไลท์ของพ่อครัวหนุ่มตามเดิม
สีหน้าของมันที่เคยนุ่มนิ่ม ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นแววตาที่ดูดุดัน ภายใต้ร่างอันอ้วนกลมจ้ำม่ำ
ทั้งสามคนเดินไปยังสถานที่เกิดเหตุ โดยมีนักผจญภัยจำนวนต่างยืนมุงกันอยู่นับร้อยคน
ถึงกระนั้นแม้พวกเขาจะยืนมุงกันอยู่มากมาย แต่นักผจญภัยในโลก The Gloria ก็ไม่มีนิสัยเป็นไทยมุง ที่จะยืนล้อมรอบเกะกะให้สถานการณ์มันวุ่นวาย
พวกเขายืนดูอยู่ตามขอบข้างทางที่ค่อนข้างคับแคบกันอย่างเป็นระเบียบ ปากกระซิบกระซาบถึงการต่อสู้ โดยที่ไม่มีใครคนใดยืนเกะกะขวางทางกลุ่มทหารที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์เลยสักคนเดียว
“ท่านไลท์ก็มาดูด้วยเหรอครับ? มาตรงนี้สิครับ หมอนี้คือคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น” ลูกค้าขาประจำได้เปิดทางให้กับไลท์เข้ามายังกลุ่มของพวกเขา ก่อนจะชี้ไปยัง นักผจญภัยชายคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสู้หน้าไลท์ เพราะมื้อเที่ยงในวันนี้นักผจญภัยคนดังกล่างได้พาพรรคพวกของตัวเอง ไปกินอาหารที่ร้านกระทะทองและร้านรวง ที่ปักป้ายลดราคากันนั่นเอง
“ไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ?” ไลท์จดจำนักผจญภัยที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้ เพราะชายผู้นี้คือลูกค้าของร้านเขา เพียงแต่ว่าวันนี้อาจจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนรสชาติไปกินร้านกระทะทองก็เท่านั้น
ซึ่งไลท์ไม่ได้ถือสาอะไรเลย กลับกันนักผจญภัยคนนั้นเมื่อรู้ว่าไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาจากไลท์ได้
ก็พลันโห่ร้อง ประหนึ่งเด็กน้อย โผเข้าหาไลท์ที่เอ่ยถามถึงอาการ ว่าตัวของชายผู้นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บหรือโดนลูกหลงจากการปะทะ
“พวกผมผิดไปแล้วครับ พวกผมเห็นแก่ของฟรีจนหน้ามืดตามัว...แต่ตอนนี้พวกผมรู้แล้วครับ ไม่มีอาหารร้านไหนจะสู้อาหารของท่านไลท์ได้ งือ~” นักผจญภัยที่ร่างกายกำยำกำลังร้องไห้ ช่างเป็นภาพที่ไลท์ ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี เขาทำแค่เพียงตบไหล่อีกฝ่ายกลับไป
“ไม่ได้รับบาดเจ็บก็ดีแล้วครับ...ถ้าอย่างนั้นช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟังได้หรือไม่ ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy