มธุรดาจึงสอดปากว่า“นั่งลงก่อนเถอะคุณ คนเลวๆอย่างมัน ไม่สมควรที่จะให้มือคุณต้องแปดเปื้อนหรอกอย่างมัน ก็ต้องจ้างคนเลวๆเหมือนกันไปจัดการ”
คำพูดของคนไข้อีกเตียงทำให้กะทิได้สติเขานั่งลงอย่างห่อเหี่ยวใจ ไหล่ตกลู่ เจ็บใจตัวเองที่ไม่อาจปกป้องคนในครอบครัวได้เขามองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ถามว่า “แสดงว่าคุณก็โดนมัน...?”
มธุรดาพยักหน้ารับ“ใช่ ฉันก็ถูกมันข่มขืนถ่ายคลิปไว้เหมือนกัน”
“หา!”มธุรสปากอ้าตาค้าง ลมตีขึ้นจนหน้ามืด “โอย โอย...”
“แม่!”มธุรดาตกใจรีบลุกขึ้นมาจับไหล่แม่เอาไว้ กะทิก็รีบถลันเข้าไปช่วย “คุณป้าสูดหายใจลึกๆครับ หายใจลึกๆ”
มธุรสพยายามหายใจเข้าลึกๆอยู่พักใหญ่ กว่าอาการจะดีขึ้นมา เธอหันไปมองลูกสาวแล้วน้ำตาไหล อย่างเจ็บปวดใจ ไม่คิดเลยว่าลูกจะตกเป็นเหยื่อคนชั่วช้าเลวทรามแบบนี้เธอโผเข้าไปกอดลูกแน่นแล้วร้องไห้โฮๆ “โฮๆ รดา ฮือๆๆ-----”
มธุรดาน้ำตาไหลรินเห็นแม่ร้องไห้ทำให้เธอเสียใจเป็นที่สุด
“ใคร๊!ใครมันทำกับรดาแบบนี้! บอกแม่มาแม่จะไปฆ่ามัน!” มธุรสตะโกนอย่างคลั่งแค้นเจ็บปวด ดีที่อยู่ในห้องส่วนตัวเสียงจึงไม่ได้ดังออกไปมากนัก ห้องข้างๆ 2ฝั่งก็เป็นห้องว่างไม่มีคนไข้
มธุรดากอดแม่แน่นพูดว่า “ก่อนจะฆ่ามัน! รดาต้องลบคลิปก่อน ไม่งั้นรดาไม่มีทางสบายใจได้เลย”
“ใช่เราต้องทำให้มันยอมบอกก่อนว่ามันเก็บคลิปไว้ที่ไหนบ้าง? แล้วจัดการลบให้หมด ไม่งั้นอนาคตฉันก็จะพังเหมือนกัน”กรกนกพูด หันไปมองมธุรดาอย่างใจตรงกัน
“พี่จะช่วยอีกคน”กะทิเอ่ยเสียงแข็งกร้าว
“งั้นพี่กะทิพอจะรู้จักใครที่จะรับงานอุ้มคนมั่ง?”กรกนกถาม
“พอจะรู้จักอยู่บ้าง”กะทิบอกอย่างไม่มั่นใจ
มธุรสปาดน้ำตาทิ้งผละตัวออก แล้วพูดว่า “ถ้าคนที่จะทำงานด้านเลวๆน่ะป้ารู้จักดีเพราะป้าโตมาในย่านสลัม พ่อค้ายา มือปืน อะไรพวกนี้ ป้ารู้จักดีทีเดียว”
มธุรดาปากอ้าตาค้างคิดไม่ถึงว่าแม่จะรู้จักคนแบบนั้น เธอจ้องหน้าแม่ตัวเองเขม็งเอ่อ...นี่ใช่แม่รสของฉันป่ะ?
“ถ้าป้ารู้จักคนพวกนั้นดีงั้นป้าก็น่าจะมีวิธีติดต่อพวกเขาโดยไม่เป็นปัญหาทีหลัง...” กะทิพูดยังไม่ทันจบมธุรสก็พูดแทรกว่า “คุณหมายถึงว่ากลัวว่าพวกเขาจะย้อนกลับมาแบล็คเมล์พวกเราน่ะรึสบายใจได้ ป้ามีวิธีติดต่อกับคนพวกนี้โดยที่พวกเขาจะไม่มาเป็นปัญหากับเราทีหลังแน่นอน”แล้วเธอก็หันไปถามลูกสาวว่า “ทีนี้หนูเอาชื่อกับรูปไอ้ชั่วนั่นมาให้แม่เดี๋ยวแม่จะให้คนไปจัดการมันเอง ส่วนคลิปมันเก็บไว้ที่ไหนบ้าง ส่งต่อให้ใครบ้างแม่จะรีดพวกมันมาให้หมด”
“แม่แน่ใจนะรดาไม่อยากให้แม่ไปเสี่ยง” มธุรดาพูดอย่างเป็นห่วง
“เอามาเถอะน่าเดี๋ยวแม่จัดการเอง” มธุรสบอกอย่างมั่นใจ แววตากร้าวแกร่งเหี้ยมเกรียม จนอีกสามคนรู้สึกว่า ป้าคนนี้ใช่คนๆเดียวกับป้าคนเมื่อครู่ที่ยังดูใจดีแน่เหรอ?มธุรดามองหน้าแม่ตัวเองอย่างมึนงง เธอหันไปจะเอื้อมมือหยิบกระเป๋ามธุรสก็รีบคว้าให้
มธุรดาเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วก็เสิร์จชื่อภาสกรขึ้นมา เธอจิ้มๆหน้าจออยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้แม่ดู จากนั้นมธุรสก็เอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมา เม็มชื่อถ่ายรูปภาสกรเอาไว้ แล้วเธอก็กดโทรศัพท์โทรออก รอฟังเสียงอยู่ครู่หนึ่งปลายสายก็รับสาย
“ฮาโหล”
“เฮียมาหารสที่โรงพยาบาล........ห้อง..........ด่วน!”
“ได้ๆๆ”เสียงปลายสายรับคำแล้วมธุรสก็ตัดสาย แล้วก็เก็บโทรศัพท์ มธุรดาก็ถามว่า“แม่โทรหาใครเหรอคะ?”
“เดี๋ยวเขามา รดาก็รู้เองแหละลูก”มธุรสบอกแล้วก็กวาดตามองลูกสาว “ว่าแต่รดาเจ็บตรงไหนบ้าง? มันทำอะไรกับรดาบ้างรดาต้องเล่ามาให้หมดนะ ห้ามปิดบังแม่เด็ดขาด เข้าใจไหม?”
มธุรดากำลังจะเปิดปากเล่าพลัน! มธุรสก็ขัดว่า “เดี๋ยวรอคนมาแล้วค่อยเล่าทีเดียวเถอะจะได้ไม่ต้องเล่าซ้ำหลายที”
มธุรดาจึงหุบปากลงได้แต่สงสัยว่าแม่โทรหาใคร? กะทิกับกรกนกก็สงสัยเช่นกันแต่ดูท่าทางแล้วคุณป้าคนนี้คงไม่พูด พวกเขาจึงไม่ถามให้เสียเวลา แล้วกะทิก็ถามน้องว่า“หิวไหมกร? เดี๋ยวพี่ไปซื้ออะไรให้กินเอาไหม?”
“กรอยากกินติ่มซำอ่ะ”กรกนกถือโอกาสออดอ้อนญาติผู้พี่ กะทิก็พยักหน้า “ได้ซิ เดี๋ยวพี่สั่งให้”แล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์มาจิ้มๆสั่งอาหาร แล้วก็เงยหน้าบอกว่า “สั่งแล้ว”
“ฮื้มขอบคุณค่ะพี่กะทิสุดหล่อของน้องกร” กรกนกยิ้มหวานออดอ้อน
“ฮื้อ!!! ขนลุก” กะทิลูบๆแขนตัวเองคล้ายจะแกล้งน้องเล่น กรกนกก็ค้อนขวับๆให้สองทีกะทิก็ยิ้มขำ แล้วเขาก็หันไปพูดกับเตียงข้างๆว่า“ผมสั่งมาเผื่อคุณป้ากับคุณรดาด้วยนะครับ”
“ขอบคุณจ้ะพ่อหนุ่มนี่ถ้าป้ามีลูกสาวอีกคนจะขอมาเป็นลูกเขยเลยเชียว” มธุรสแซวกะทิก็ยกมือลูบๆท้ายทอยอย่างเขินๆ
“น้องกรพี่รดาขอเบอร์หน่อยซิ” มธุรดาหันไปพูดกับกรกนก กรกนกก็บอกเบอร์อย่างไม่อิดออด “0..........”
มธุรดาก็เม็มเบอร์เอาไว้แล้วก็กดโทรออก เสียงโทรศัพท์ของกรกนกดังขึ้น มธุรดาก็ตัดสาย บอกว่า “เบอร์พี่ค่ะ”
กรกนกก็ขยับจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋ากะทิก็รีบเอื้อมมือไปหยิบให้กรกนกก็เปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูแล้วก็เม็มเบอร์ พลางถามว่า“ชื่อจริงของพี่ชื่ออะไรคะ?”
“มธุรดาค่ะ”มธุรดาตอบแล้วก็ถามว่า “แล้วน้อง...?”
“กรกนกค่ะ”กรกนกตอบ
ท่าทีของผู้หญิงทั้งสองทำให้มธุรสกับกะทิรู้ว่าทั้งสองคนเพิ่งจะมารู้จักกันไม่นานนี่เองกับคนเพิ่งรู้จัก กะทิก็ไม่อยากซักถามอะไรน้องมากนักก็คนเราสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนี่นา เขาจึงก้มหน้าจิ้มๆโทรศัพท์เล่นเกมส์กรกนกก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้ววางกระเป๋าไว้ข้างหมอน แล้วยื่นมือไปสะกิดพี่ชาย“พี่กะทิ กรหิวน้ำ”
กะทิก็รีบลุกขึ้นรินน้ำให้ดื่มเขาเอาหลอดใส่แก้วแล้วประคองหัวน้องขึ้นมาแล้วเอาหลอดจ่อปากกรกนกก็ดูดน้ำจนเกือบหมดแก้ว
มธุรสก็หันไปถามลูกสาวว่า“หิวน้ำไหมรดา?”
มธุรดาส่ายหน้ามธุรสก็ยื่นมือไปกุมมือลูกสาวเอาไว้ มธุรดาก็ขยับตัวลงนอน มธุรสรีบลุกขึ้นช่วยประคองลูกนอนลง
“ขอบคุณค่ะแม่”มธุรดาพูดพลางยิ้มให้แม่อย่างซึ้งใจ เธออยากให้แม่สบายไม่ต้องลำบากจึงได้เลือกแต่งงานกับผู้ชายมีฐานะ แต่ถึงแม้เธอจะให้เงินแม่ใช้เดือนละหลายหมื่นแม่ของเธอก็ยังไม่เลิกเปิดร้านขายของชำ เธอจึงได้แต่ตามใจแม่ ปล่อยให้แม่ขายของไป
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทิก็ผุดลุกไปดูเห็นพนักงานส่งของยืนอยู่หน้าห้องเขาก็เดินไปเปิดประตูให้พนักงานเข้ามา
“อาหารที่สั่งมี......... ครับ” พนักงานส่งของหยิบอาหารออกมาวางบนโต๊ะ “สินค้าได้รับครบนะครับ”
“อืม ครบ”กะทิพยักหน้าแล้วก็จ่ายเงิน พนักงานยกมือไหว้ รับเงินแล้วก็ออกไป
กะทิก็เข็นโต๊ะปรับระดับไปที่เตียงของคนไข้ทั้งสองคนเขาเข็นไปที่เตียงน้องก่อนจากนั้นก็เป็นเตียงมธุรดา แล้วก็เอาอาหารไปวางบนโต๊ะ จัดแจงอาหารให้คนไข้ทั้งสองเสร็จแล้วเขาก็เดินไปปรับเตียงคนไข้ขึ้นมาจากนั้นก็เดินไปจัดแจงอาหารให้คุณป้าคนนั้น พอจัดเสร็จเขาก็บอกว่า“เชิญคุณป้าครับ”
“แหมพ่อหนุ่มนี่มารยาทดี๊ดี” มธุรสเอ่ยชม แล้วพูดต่อว่า “ขอบคุณจ้ะ”
กะทิก็ยิ้มรับอย่างเขินๆกรกนกกับมธุรดามองอาหารแล้วก็รู้สึกหิวขึ้นมาเพราะพวกเธอกินข้าวผัดเย็นชืดไปเพียงเท่านั้น แล้วก็ยังไม่ได้กินอะไรกันอีกเลยทั้งสองจึงไม่รอให้ใครเชิญ จัดแจงกินอาหารตรงหน้าทันทีมธุรสก็ลุกไปนั่งกินอาหารที่โต๊ะ กะทิก็ถอยไปนั่งจิ้มโทรศัพท์เล่นเกมส์ต่อ
ครั้นกินกันอิ่มแล้วกะทิก็ลุกไปเก็บกล่องออกไปทิ้งถังขยะนอกห้อง กลิ่นอาหารจะได้จางไปเร็วๆแล้วเขาก็เดินกลับไปนั่งเล่นเกมส์ต่อ เขาไม่ได้ติดเกมส์ แต่ในเวลาที่ไม่มีอะไรจะทำแบบนี้ก็ช่วยได้เยอะอยู่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทิลุกไปดู เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องเขาคิดว่าคงเป็นคนที่คุณป้าคนนั้นโทรตามล่ะมั้ง เขาเดินไปเปิดประตูผู้ชายคนนั้นก็มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็ชะเง้อมองเข้าไปในห้องท่าทางระแวดระวังราวกับกลัวจะถูกใครซุ่มยิงยังไงอย่างงั้นแล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาในห้อง กวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวดระวังกะทิก็หันไปถามว่า “คุณเป็นใคร?”
ผู้ชายคนนั้นไม่ตอบก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องอีก กะทิก็เดินตามไปอย่างระวังตัวคิดว่าหากมีท่าทางไม่ดีเขาก็จะล็อคตัวลากออกไปทันทีผู้ชายคนนั้นพอเห็นคุณป้าก็เดินเข้าไปหา โค้งคำนับ เอ่ยว่า “ซ้อ”
มธุรสมองผู้ชายที่เข้ามาพยักหน้ารับ พูดว่า “แหม กว่าจะมาได้ นี่ถ้าลูกกำลังจะตายก็คงมาทันแค่เก็บศพแล้ว”
“ศพเสิบอะไรอารสเฮียก็รีบมาแล้วนะ” เสียงคนพูดอยู่ข้างหลัง กะทิหันไปมองทันที เห็นผู้ชายอายุราว 60 กว่าๆคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูข้างหลังผู้ชายคนนั้นมีผู้ชายอีกหลายคนสวมเสื้อผ้าลักษณะเหมือนกับผู้ชายคนแรกที่เข้าไปทักคุณป้าคือสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำ รองเท้าหนังสีดำขัดจนเงาวับส่วนผู้ชายอายุ 60 กว่าๆคนนั้นสวมเสื้อยืดโปโลกับกางเกงสแลคสีดำ
กะทิยืนมองอย่างงงๆผู้ชายอายุ 60 กว่าก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเดินไปหามธุรส ถามว่า “มีเรื่องอะไรอารส?”
“ก็มีเรื่องซิถึงได้โทรตามไม่มีเรื่องจะโทรตามทำแป๊ะอะไร” มธุรสพูดคล้ายประชดประชัดอยู่ตลอดเวลาแล้วเธอก็หันไปชี้นิ้วไล่ลูกน้องของชายวัย 60 กว่าๆ “ออกไป”
“ครับซ้อ”ผู้ชายที่เข้ามาคนแรก โค้งคำนับรับคำแล้วก็เดินออกไปยืนเฝ้าหน้าห้องมธุรดากับกรกนกก็ลุกขึ้นมานั่งมองอย่างงงๆ แล้วมธุรสก็หันไปพูดกับลูกสาวว่า“รดาไหว้คุณพ่อซิลูก”
มธุรดางุนงงหนักมองแม่กับชายวัย 60 กว่าๆ อย่างงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ส่วนชายวัย 60 กว่าก็มองมธุรดาน้ำตาคลอเอ่ยเสียงเบาว่า “ลูก”
“นี่มันอะไรกันคะแม่?รดางงไปหมดแล้วค่ะ” มธุรดามองแม่กับชายคนนั้นสลับไปสลับมา มธุรสก็พูดว่า “เขาคือพ่อของรดาแม่โกหกรดาว่าพ่อตายแล้ว แต่จริงๆแล้วพ่อรดายังไม่ตาย”
มธุรดารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆเธอหันไปจ้องแม่เขม็ง “แม่ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหมคะ?”
“เรื่องแบบนี้จะเอามาพูดเล่นได้ยังไง”มธุรสดุ แล้วก็เริ่มต้นเล่าว่า “คือพ่อของรดาเป็นเจ้าพ่อแม่ไม่อยากให้รดาโตมากับธุรกิจดำมืดที่ต้องคอยระวังว่าจะถูกดักยิงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แม่จึงได้ตกลงกับพ่อของรดาว่าเราจะแยกกันอยู่ อีกอย่างรดาเป็นลูกสาวคุณย่าของรดาเลยไม่ได้สนใจนักรดาก็รู้นี่ว่าครอบครัวคนจีนให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาวการที่แม่แยกออกมาจึงไม่มีใครคัดค้านแม่ไม่ให้พ่อรดามาเจอมาหารดาก็เพราะแม่กลัวว่าเขาจะทำให้พวกเราพลอยถูกดักฆ่าไปด้วย”
มธุรดาฟังแล้วก็อ้าปากค้างกรกนกกับกะทิก็อ้าปากค้างเช่นกัน ที่จู่ๆ ก็รับรู้ว่ามธุรดาเป็นลูกสาวเจ้าพ่อเรียกให้เข้าใจง่ายตามประสาคนรุ่นใหม่ก็คือ ‘ลูกสาวมาเฟีย’ นั่นเอง
“ดูเหมือนอารสจะทำให้ลูกช็อคแล้วงั้นเฮียไปรอข้างนอกนะ” ชายวัย 60 กว่าพูดแล้วก็หมุนตัวก้าวเท้าออกไป จู่ๆมธุรดาก็เรียกว่า “คุณพ่อ” ชายวัย 60 กว่าหันกลับมามองพยักหน้ารับ เรียกว่า “ลูกรดา”
มธุรดาน้ำตาไหลยื่นมือไปจับมือแม่เอาไว้แน่น ชายวัย 60 กว่าก็ยืนมองนิ่งอยู่อย่างนั้นเขารับรู้มาตลอดว่าลูกสาวสุขสบายดีแต่เขาก็ไม่กล้ามาหาลูกเพราะกลัวว่าตัวเองจะพลอยทำให้ลูกกับเมียถูกทำร้ายไปด้วยเขามีเมียหลายคน อยู่ร่วมบ้านเดียวกันบรรดาเมียๆเหล่านั้นก็คลอดลูกชายลูกสาวให้เขาหลายคนจนกระทั่งเขารับมธุรสเข้าบ้านมา มธุรสก็อยู่อย่างไม่มีปากเสียงอะไรจนกระทั่งเธอตั้งท้อง อัลตร้าซาวน์ดูเพศแล้วเป็นผู้หญิง เธอก็พูดกับเขาว่าต้องการจะแยกตัวไปอยู่ตามลำพัง เธอไม่อยากให้ลูกเติบโตมากับธุรกิจสีดำ ช่วงแรกๆเขาก็ไม่ยอม แต่พอลูกและเมียคนอื่นๆต้องมารับเคราะห์แทนบ่อยครั้งเข้าเขาจึงได้ยอมให้เธอแยกไปอยู่ตามลำพัง โอนเงินผ่านลูกน้องให้เธอใช้ทุกเดือนเธอก็อยู่อย่างมัธยัสถ์ในบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่เธอซื้อเอาไว้แถวนนทบุรีเปิดร้านขายของชำ จ้างแม่บ้านคนหนึ่งมาช่วยงาน เธอเลี้ยงลูกมาอย่างดีจริงๆ
มธุรดาร้องไห้อยู่นานจนในที่สุดก็ค่อยๆหยุดร้อง แล้วเธอก็ปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ มองผู้เป็นพ่อเอ่ยปากถามว่า “เอ่อ...รดายังไม่รู้เลยว่าคุณพ่อชื่ออะไร?”
“กิมเองพ่อรดาชื่อกิมเองจ้ะ” มธุรสตอบ มธุรดาก็เอ่ยเรียกว่า “คุณพ่อกิมเอง”
กิมเองก็พยักหน้ารับยิ้มดีใจจนน้ำตาคลอ “ลูกรดา”
“เอ้าๆๆๆเดี๋ยวค่อยมาสวิทหวานซึ้งทีหลัง มาพูดเรื่องที่ลูกถูกคนเอ่อ...” มธุรสพูดไม่ออกกิมเองก็รอฟังว่าเมียจะพูดว่าอะไร มธุรสสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วก็พูดว่า “เรื่องที่ลูกถูกคนข่มขืนถ่ายคลิป”
กิมเองอ้าปากค้างรู้สึกเหมือนโดนตีแสกหน้าด้วยท่อนเหล็ก เขานิ่งอยู่นานมาก กว่าจะเอ่ยถามว่า“มันเป็นใคร?”
มธุรสก็ขยับไปยืนข้างๆกิมเองล้วงโทรศัพท์ออกมา เอาชื่อเอารูปให้ดู กิมเองเห็นรูปก็กัดฟันกรอดๆ “ไอ้ภาสกรมึงไม่ตายดีแน่!”
“เฮียรู้จักมันเหรอ?”มธุรสถาม กิมเองก็พยักหน้า “เคยเจอมันอยู่บ้างตามงานเลี้ยงของพรรคพวกกันแต่เฮียก็ไม่ได้สนใจมัน เพราะมันเป็นเด็กรุ่นลูก”
“งั้นเฮียก็อุ้มมันให้รสหน่อยจัดการได้แล้วก็โทรมาบอกด้วย มันถ่ายคลิปรดาไว้กับแม่หนูคนนั้นก็โดนด้วย”เธอชี้นิ้วไปทางกรกนกกิมเองก็มองไปที่หญิงสาวคนนั้นที่อยู่ในชุดคนไข้อีกเตียงหนึ่ง กิมเองขมวดคิ้ว“เอ...หนูคนนี้คุ้นๆหน้า เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ?”
แล้วเขาก็หันไปมองคนอีกคนที่ยังยืนอยู่ในห้องทักว่า “เอ๊ะ? นี่คุณใช่เพื่อนตะวันที่ผมเจอในงานแต่งคืนนั้นรึเปล่า?”
กะทิรีบพยักหน้าเขานึกออกแล้วว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหนที่แท้ก็เป็นคนที่คุยกับตะวันตอนนั้นนั่นเอง! เขารีบแนะนำตัวว่า “ผมชื่อกะทิครับ”
“แหมชื่อน่าทำกับข้าวนะ” กิมเองเอ่ยคล้ายเย้าหยอก แล้วเขาก็หันไปมองคนไข้อีกคน ถามว่า“แล้วหนูล่ะ?”
“หนูชื่อกรกนกค่ะ”กรกนกตอบ แล้วกิมเองก็หันไปมองลูกสาวถามจริงจังว่า “รดาเล่าเรื่องทั้งหมดซิว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?”
มธุรดาหันไปมองแม่มธุรสก็พยักเพยิด มธุรดาจึงเริ่มต้นเล่า
>>>>>START<<<<<
หลังจากไปส่งสามีที่สนามบินแล้วมธุรดาก็นัดเพื่อนไปเที่ยวผับตามประสาสาวโสดชั่วคราว เธอแค่อยากไปเม้าท์มอยกับเพื่อนไม่ได้คิดจะไปหาเด็กหรือหาคู่นอนอะไรเลยเธอขับรถ BMW รุ่นใหม่ที่สามีเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงานปีที่ 3 เธอไม่ได้อยากเอารถไปอวดใครๆแต่เผอิญว่ารถคันเก่งของเธอเกิดสตาร์ทไม่ติดขึ้นมา เธอจึงต้องขับรถคันใหม่ไปทำให้ภาสกรซึ่งกำลังมองหาเหยื่อเกิดสะดุดตาขึ้นมาจึงเข้ามาทำทีตีสนิทกับกลุ่มของเธอภาสกรเข้ามาล้วงข้อมูลจากเพื่อนๆของเธออย่างแนบเนียน ทำให้เขารู้ว่าเธอมีสามีรวยและช่วงนี้สามีก็ไม่อยู่ถึง 3 เดือนประเมินจากรถจากเสื้อผ้าเครื่องประดับแล้วภาสกรจึงได้แอบใส่ยาเสียสาวในแก้วเหล้าของเธอ ทำให้เธอมึนเมา จึงขอตัวกลับก่อนส่วนเพื่อนๆก็ยังสนุกกันต่อไปภาสกรเห็นเหยื่อเดินออกไปคนเดียวก็ทำทีขอตัวกลับเช่นกัน
เมื่อมธุรดาเดินไปถึงรถเธอก็ล้วงเอากุญแจออกมากดปลดล็อค ภาสกรเดินตามไปทำทีเข้าไปช่วยประคอง“คุณเมามากแล้ว เดี๋ยวผมขับรถไปส่งนะ”
“คราย?”มธุรดาถามเสียงอ้อแอ้ เดินเซๆทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ภาสกรก็ประคองแขน“คุณเมามากขนาดนี้ขับรถไม่ไหวหรอก ให้ผมไปส่งดีกว่า”
มธุรดารู้สึกมึนงงจึงพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว ภาสกรก็ดึงกุญแจรถไปแล้วประคองเธอไปนั่งในฝั่งคนนั่งแล้วเขาก็เดินไปนั่งในฝั่งคนขับ เสียบกุญแจสตาร์ทรถ มองดูภายในรถที่ใหม่เอี่ยมอย่างมาดหมายแล้วก็ขับรถออกไป เขาพามธุรดาไปที่คอนโดตัวเอง ประคองเธอขึ้นห้องแล้วก็พาเธอเข้าไปในห้องเชือด ตั้งกล้องถ่ายคลิป หลังจากตั้งกล้องเสร็จแล้วเขาก็ขยับเข้าไปถอดเสื้อผ้ามธุรดาออกตัวเขาก็ถอดเสื้อผ้าเช่นกัน มธุรดานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงมึนงงเวียนหัวไร้เรี่ยวแรง ภาสกรก็หยิบมือถือมาถ่ายจ่อไปตามร่างกายของมธุรดา ยื่นมือไปขยำนมอวบใหญ่
“อื้อ!”มธุรดาปัดมือออก ภาสกรก็วางมือถือแล้วจับข้อมือมธุรดากดไว้ก้มลงไปดูดนมอย่างหื่นกระหาย
“อี๊...ผัวขาเมียเสียว” มธุรดาครางอย่างไม่ได้สติ ภาสกรก็ดูดเม้มเค้นคลึงอย่างรุนแรงจนเต้าอวบมีแต่รอยแดง
“อูย ผัวขาทำไมวันนี้รุนแรงจัง โอย...” มธุรดาครางอย่างไม่ได้สติ
ภาสกรดูดนมอยู่พักใหญ่แล้วก็ขยับตัวไปจับขามธุรดาถ่างอ้าออกจ่อท่อนลำกับปากรูแล้วกดเข้าไปในรูสวาทพรวดเดียว
“โอย...”มธุรดาร้องเจ็บ ภาสกรก็กระแทกกระทุ้งใส่อย่างเมามันจนเสียงดังตับๆๆๆ “อูย มันค**ชิ**หาย”
“โอย...อา...อ๊า...”มธุรดาครางอย่างไม่รู้ตัว ภาสกรก็กระหน่ำไม่ยั้งจนกระทั่งเสร็จ“โอ้วววว...รับน้ำกูไปให้เต็มมดลูกเลย อ**ดอก”
สักพักมธุรดาก็หลับไปภาสกรจึงถอนท่อนลำออก ลุกไปจัดการเก็บคลิป โหลดคลิปลงมือถือเอาไว้แล้วก็จับมธุรดาถ่ายรูปเปลือยท่าทางสารพัดแบบ ราวกับเธอเป็นนางแบบนู้ดเอากุญแจมือมาใส่ให้เธอแล้วก็จับถ่ายรูปแนว S&M เอาผ้ามาปิดตาเธอเอาเชือกมามัดตัวเธอเป็นปล้องๆ เอาดิวโด้เสียบเข้าไปในรูสวาทแล้วก็ถ่ายรูปเธอทุกซอกทุกหลืบ สารพัดแบบสารพัดท่าเท่าที่เขานึกออกเธอถูกถ่ายรูปเป็นพันรูปเลยทีเดียว จนเขาง่วงนอนแล้วจึงได้หยุดถ่ายรูปนอนลงข้างๆเธอซึ่งถูกมัดด้วยท่วงท่าลามก
จนสายมธุรดาตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง “โอย...”
ภาสกรซึ่งตื่นก่อนแล้วก็เอายาพารามายัดใส่ปากเธอ 2 เม็ด แล้วกรอกน้ำตามมธุรดากลืนยาลงไปน้ำก็หกรดตัวเธอเล็กน้อย ความเย็นของน้ำทำให้เธอตื่นเต็มตาเธอเห็นใบหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งที่จัดว่าหล่อเหลาพอประมาณอยู่ตรงหน้าเธอขยับตัวก็พบว่าแขนขาถูกมัดเอาไว้
“นี่มันอะไรกัน?”เธอถามอย่างตกใจ งุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ