เสียงนกขับร้องก้องกังวานผืนฟ้าสีส้มปนเเดง ตะวันดวงน้อยค่อยๆ พ้นจากพื้นดินขึ้นสู่นภาเบื้องบน แสงเเดดยามเช้าอุ่นๆ ชวนปลุกให้ผมตื่นจากนิทรา แต่มันจะไปสู่เสียงเรียกโหวกเหวกโวยวายของเเม่และอาม่าผมได้อย่างไร
" แอร๊ยยย ตายแล้วๆ ทำไมโหงวเปี้ยถึงไม่ครบกัน อาเหมามาดูนี่สิ" เนี้ยเสียงอาม่าของผมเอง ส่วนร่างอวบอ้วนที่วิ่งเหยาะๆ มานั่นแม่ผมเอง
"จ้ะม๊า โหงวเปี้ยไม่ครบหรอจ้ะ ไหนดูสิขาดอะไรไปบ้าง"
"หนี่ดูแลขนมไหว้ยังให้ของไม่ครบกัน ไอโยวอีก2วันต้องไปเหอหนานเเล้วหน่า"
ใช่แล้วครับอีก2วันครอบครัวผมจะต้องไปจีน อ่ะนั่นๆ ตัวการเื่ที่ทำให้อาม่ากับแม่เสียงดังลั่นบ้าน ตัวที่อวบหน่อยๆ กับหน้าที่โค-ตะ-ระกวนฝ่าพระบาทของผม 'เฉิง' น้องเล็กหนึ่งเดียวของบ้านเรา
"ส่งเสียงดังอะไรกันนักกันหนาเนี่ย คนจะนอน"
"ไม่ต้องพูดมากเลยไอ้เฉิงแกซื้อขนมไหว้ไม่ครบ อาม่าเลยบ่นแม่เนี่ย" ผมเดินมาที่โต๊ะของห้องครัวตรงชั้น1 สายตาผมกวาดมองดูขนมไหว้ที่ซื้อมาแล้วโดยน้องชายสุดที่รักและสุดที่ลืม ลืมซื้อขนมหนึงเปี้ย จนเป็สาเหตุที่ทำให้ผมตื่นนอนก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นตรงหัวเสียอีก
"อ้าวหรอโทษที เดียวไปซื้อเอาตอนอยู่ที่จีนก็ได้เนาะม๊าซื้อทุกอย่างมาเยอะขนาดนี้ถ้าเกิดเอาขึ้นเครื่องไปไม่ได้ต้องทิ้งไว้นี่เสียของหมดพอดี "
"ไม่ได้ๆ อาเฉิง หนี่ออกไปซื้อแทนม๊าไป ม๊ากับม่าต้องเตรียมของอีกเยอะ ไปๆ"
"โห้ม่า ทำไมเป็เขาอ่า ดูสิให้พี่ชุนไปไม่ได้หรอ" เอ้าไอ้น้องคนนี้ ลืมซื้อเองก็ต้องไปซื้อสิจะใช้พี่ไปซื้อแทนได้ยังไง ไม่ได้ๆ
"อาม่า หว่ออยากช่วยอาม่ากับม๊าจัดของมากกว่าอ่านะ อาม่าให้ไอ้เฉิงไปซื้อเถอะถ้ามันได้จัดของนะมีหวังพอไปถึงจีนได้ลืมของเหมือนปีที่เเล้วๆ เเน่" เป็ไงล่ะครับอาม่าเชื่อผมฮิฮิ ใครจะอยากไปยืนรอเข้าแถวที่ยาวเป็หางว่าวกันล่ะ แถมแถวนั้นนะรถติดเป็ว่าเล่นตะวันยังไม่ทันโด่งรถก็ติดละ
"อาเฉิงหนี่ลืมซื้อก็ไปซื้อเสีย อย่าใช้พี่เขา ไปเลยๆ อย่าช้าเดี๋ยวรถจะติดหนักกว่าเดิม"
"ม่าอ่าาาา"
หน้าชุนปรากฏรอยยิ้มที่ดูจะชั่วร้ายใส่น้องชายอย่างไม่หลบซ่อน เป็นัยเยาะเย้ยที่เฉิงกล้ามาก กล้าที่จะให้เขาไปเดินกลางแดดร้อนๆ แลรถลาที่ติดจนไม่มีวี่แววว่าจะขยับสักนิด ชุนเดินไปที่กองกล่องพัสดุข้างๆ ตู้หนังสือ เรียวนิ้วยาวค่อยๆ ไล่ชื่อรายการของที่เตรียมแพ็คเพื่อส่งไปที่บ้านของอาจิน พี่สาวคนละแม่ของอาม่า
ในวัยเด็กครอบครัวของอาม่าได้ย้ายมาอยู่ที่ไทยกันทั้งหมดและได้เปิดร้านขายยาตามตำรับจีน แต่แม่ของอาจินป่วยออดๆ แอดๆ ไม่สู้ดีหนักกินยาที่ร้านเท่าไรก็ไม่หาย ให้หมอแผนไทยช่วยก็ยิ่งเป็หนักเข้าไปอีก จึงต้องย้ายกลับไปอยู่ที่จีนเหมือนเดิม ได้แต่คิดว่าคงเพราะร่างกายปรับเข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทยไม่ได้ถึงได้ป่วยจนอิดโรยแค่ลุกขึ้นยังอยากลำบาก
พอได้กลับไปอยู่จีนอาการของแม่อาจินก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายดีเป็ปลิดทิ้งอย่างกับไม่เคยป่วยหนักเช่นนี้มาก่อน จากนั้นก็ย้ายมาอยู่ไทยเหมืนเดิมแต่มี่ที่โตเป็สาวต้องย้ายกลับไปจีนอีกครั้งเพราะแต่งงานกับคนจีนทางฝั่งนั้น
ก๊อก! ก็อก! ก็อก!
"อาเหมา อาเจี่ย อยู่บ้านกันป่าว"
มือหยาบเเห้งกร้านรอยเหี่ยวย่นที่บ่งบอกถึงอายุค่อนข้างที่จะมาก เ้าของเสียงที่คุ้นหู ชุนรู้ได้ทันทีว่าบุคคลที่3เป็ใคร
ชุนเอื้อมมือไปเปิดประตูไม้เผยให้เห็นหน้าของ'ป้าหมวย'ที่มือหอบของพะรุงพะรังเยอะแยะไปหมด
"อ้าวป้าหมวยหวัดดีครับมาหาม่ากับม๊าหรอครับ"
"ป้าเอาของฝากจากนคร์มาให้เเน่ะ ม่ากับม๊าเองยุ่งอยู่ไหมละ ถ้ายุ่งก็ไม่เป็ไรเดี๋ยวคราวหน้าป้าค่อยมาคุยด้วยใหม่ อะนี่ๆ" ป้าหมวยยื่นของฝากมาให้ผมมีแต่ขนมทั้งนั้นเลย กินหมดนี่เบาหวานถามหาก่อนพอดี
"ขอบคุณครับป้า ไว้ผมกลับมาจากจีนเดี๋ยวเอาของฝากไปให้นะครับ"
"โอ้ยยย ไม่ต้องหรอกป้าเกรงใจ แต่ขอเป็ด้ายแดงแทนนะไม่เอาของกินฮ่าฮ่าฮ่า"
"ได้ครับผม จะเอามาเยอะๆ เลยเผื่อฝากขายด้วย"
"แหมม เอาสิๆ เดี๋ยวนี้หน่าคนเขาเริ่มนิยมซื้อด้ายแดงกันทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนแบ่งน่ะเดี๋ยวค่อยตกลงกันทีหลังละกันนะชุน"
"ผมยังไงก็ได้หมดครับป้า"
"ชุน ชุน ว่างๆ มาที่ศาลเหอหนานบ้างสิ"
"มีของขลังๆ มาขายผมหรอครับ" ผมพูดติดตลกอย่างที่ทำกับป้าแกตลอด แต่ดูจากสีหน้าป้าหมวยตอนนี้แกดูจริงจังจนปมต้องหุบปากแบบฉับพลันเลยทีเดียว
"ป้าน่ะเห็นพลังงานด้านลบในตัวแก เลยอยากให้ไปทำพิธีปัดเป่าที่ศาลบ้าง ยิ่งจะเดินทางไปจีนแล้วด้วยใจคอป้าไม่ดีเลย" แถวหมู่บ้านที่ผมอยู่มีศาลที่เรียกว่า'ศาลเหอหนาน'อารมณ์คล้ายๆ ศาลหลักเมืองหรือศาลเ้าทำนองนั้น ศาลเหอหนานครอบครัวของป้าหมวยดูแลมาหลายชั่วอายุคน ป้าเขาคงมีเซนส์เลยอยากให้ผมไปที่ศาล
"ไว้ว่างๆ ผมจะไปแน่นอนครับป้า"
"พูดแบบนี้ป้าค่อยโล่งใจหน่อย อย่าลืมมาด้วยล่ะ เอ่อฝากทักทายม่ากับม๊าเขาด้วยล่ะ ป้าไปก่อนละกันรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะชุน"
"สาธุครับป้า บ๊ายบายครับ" ป้าเเกชอบกังวลเวลาบ้านเราจะไปเที่ยวหรือเดินทางจะไปไหนตลอด ซึ่งมันก็ดีอย่างนะ เพราะแกเป็ห่วงเลยบอกซึ่งผมนับถือป้าหมวยเหมือนป้าแท้ๆ คนหนึ่งเลยละ
"อาชุน ใครมาหรอม่าได้ยินเสียงคนเรียกแว่วๆ"
"อ๋อ ป้าหมวยเอาฝากมาให้นะม่า มีขนมของโหงวเปี้ยด้วย"
"อาดีๆ เดี๋ยวเอาไปเก็บให้ดีด้วยล่ะไม่งั้นมดได้ขึ้นพอดี เสร็จแล้วมาช่วยม่าติดเทปบนกล่องด้วย"
"ครับม่า"
"ม่าผมกลับมาแล้ว นี่!ขนมผมซื้อมาเรียบร้อยไม่ลืมเหมือนคราวก่อนด้วย"
"ไอโยว แค่ซื้อขนมหนึ่งอย่างถ้าหนี่ลืม ม่าก็ไม่รู้สรรหาคำมาว่ามาดุยังไงละ เอานี่เอากล่องพัสดุพวกนี้ไปส่งด้วยส่งแบบEMSหน่า เข้าใจไหมอาเฉิง" อาม่าชี้นิ้วไปที่กองกล่องพัสดุ
"ม๊าาาา ม่าใช้เก๋าอีกเเย้วอ่าาา"
ม๊าที่กำลังยกกล่องพัสดุที่ถูกแพ็คเสร็จเรียบร้อยแล้วมาเรียงที่ลานกว้างหน้าบ้านถึงกับส่ายหน้าส่ายหัวเอือมระอากับลูกคนเล็ก
"เอาไปส่งได้แล้วเฉิงเดี๋ยวจะกลับดึก ม๊าไม่รอกินข้าวด้วยแล้วนะ"
"ม๊าอ่ะ ม่าใจร้ายกับเก๋าตลอดทีพี่ชุนนะ"
"ไปๆ อย่าช้า"
อาม่าเร่งเฉิงให้รีบช่วยอาเหมายกกล่องพัสดุขึ้นรถ แม้เ้าตัวจะบ่นอุบอิบระหว่างที่ยกแต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบใจที่ถูกสั่งให้ทำงาน เพราะชุนมีปัญหาสุขภาพและสาเหตุของปัญหานั้นที่เกิดขึ้นก็เพราะเฉิง
หลายปีก่อน
"พี่ชุนๆ ดูสิน้องอยากเล่นว่าวบ้างอ่ะ พี่ขอแม่ให้เฉิงหน่อยสิ"
"จะเล่นงั้นหรอ เราเล่นเป็ไหม"
"ผมเล่นไม่เป็หรอก แต่ค่อยไปหาวิธีเล่นเอาก็ได้นะนะพี่ชุน"
"ม๊าไม่ซื้อหรอกซื้อมาก็รกบ้านเปล่าๆ ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหนอีก"
"พี่ชุนนนน"
เฉิงขอชุนด้วยเสียงออดอ้อน มือป้อมๆ ของเด็กน้อยที่เกาะแขนพี่ชายก็เริ่มเขย่าไปมาจนตัวชุนสั่นเป็เ้าเข้า พอไม่ได้อย่างใจที่้าเฉิงก็ร้องไห้งอแงจนคนที่เดินผ่านไปมาตรงลานทุ่งหญ้าที่เหล่าเด็กน้อยใหญ่มักมารวมกลุ่มเล่นหันมาสนใจ ชุนทำตัวไม่ถูกจะดุก็ไม่ได้เดี๋ยวเฉิงร้องหนักกว่าเก่า จะตีก็กระไรอยู่กับเื่ขี้ปะติ๋ว
"ก็ได้ๆ ถ้าพี่ซื้อให้ต้องหยุดร้องนะและถ้าแม่ว่าเฉิงต้องรับผิดชอบด้วย"
"จริงนะพี่ พี่ซื้อให้ผมจริงใช่ไหม"
"อือ คำไหนคำนั้น"
"พี่ชุน ดูสิมันลอยขึ้นแล้ว"
"เห็นแล้ว อย่าวิ่งเร็วละเดี๋ยวได้ล้มกันพอดี"
ชุนและเฉิงหลังจากซื้อว่าวก็ถูกอาม่าดุจนบ้านแทบลุกเป็ไฟผิดจากที่คิดว่าม๊าจะดุ เด็กตี๋ทั้ง2ยอมให้ม๊าตัวเองดุยังดีเสียกว่า จะถูกอาม่าโมโหใส่ก็ไม่แปลกทั้งชุนและเฉิงซื้อว่าวที่ราคาค่อนข้างจะสูงโดยที่ไม่ปรึกษาคนในบ้านสักคนเดียว
"หนี่และก็หนี่ยังเป็เด็กเป็เล็กคิดจะซื้ออะไรไม่เคยคิดถึงคนที่ทำงานหรอก กว่าจะหาเงินได้มาแต่ละบาทมันเหนื่อยแค่ไหน!!"
"ม่าอย่าว่าเฉิงเลย ผิดที่ชุนเองแหละที่ซื้อให้น้อง"
"ไม่ต้องมารับผิดคนเดียวเลยอาชุน! หนี่ไปเอาเงินที่ไหนมาตั้งเยอะไปซื้อว่าวให้เสี่ยวเฉิง ต่อให้หนี่จะใช้เงินออมของหนี่แต่หนี่รู้ไหมว่าเงินมันหายาก"
"ม๊าพอเถอะอย่าไปว่าชุนกับเฉิงเลย มันยังเด็กอยากซื้ออะไรก็ไม่ทันคิดหรอก" แม่เข้ามาคุยกับอาม่าหวังให้ความโกรธของเ้าตัวลดลง
"หนี่ไม่ต้องเข้ามาห้ามเลย ดูสิมันแอบขโมยเงินไปซื้อว่าวมาแน่ๆ ว่าวบ้านไหนมันราคาตั้งร้อยกว่าๆ หว่อเห็นตามงานวัดงานวาแค่49บาทเอง"
"จริงหรอชุน นี่ลูกไปซื้อว่าวตั้งร้อยกว่าเลยหรอ"
"เฉิงบอกชอบว่าวนั้นเพราะมันสวยน่ะแม่ชุนก็เลยซื้อไม่ทันคิดว่ามันแพงเกินไป"
"เราขโมยเงินแม่กับอาม่าไปหรอ"
"ป่าวๆ ชุนไม่ได้ขโมยนะ! ชุนใช้เงินเก็บของชุนเองจริงๆ"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เงินทองหายากหนี่ใช้แบบไม่คิด ต่อให้เสี่ยวเฉิงอยากได้หนี่ก็ต้องห้ามปรามน้องบ้างอยากตามใจไปเสียหมดเข้าใจไหม" หน้าแดงคิ้วผูกเป็ปมของหญิงชราที่ฉายแววความโกรธอยู่แต่เสียงที่เปล่งออกมามีความห่วงใยอยู่ลึกๆ ยุคนี้เงินทองหายากลำบากข้าวของก็แพงขึ้นทุกวันโจรก็ออกปล้นเป็ว่าเล่น ถึงฐานะทางบ้านค่อนไปทางดีไม่ถึงกับรวยมากมีแค่ร้านยาจีนเล็กๆ ร้านนี้นี่แหละที่เป็รายได้ทางเดียว อาม่าคอยพร่ำสอนชุนและเฉิงให้ประหยัดอดออมตลอดเผื่อวันข้างหน้าต้องปิดกิจการร้านยาจีน อย่างน้อยก็ยังมีเงินเก็บใช้ในยามฉุกเฉิน
"ผมขอโทษครับอาม่า ม๊า"
"เราล่ะเฉิงไม่เห็นขอโทษม๊ากับอาม่าบ้างเลยหืออ" แม่ทักท้วงเฉิง
"ผมเห็นคนอื่นเล่นเลยอยากเล่นบ้าง ขอโทษครับ"
"ทีหลังถ้าหนี่อยากได้อะไรก็มาอาม่ากับม๊าด้วยเข้าใจไหม พวกหนี่ยังเด็กเวลาจะซื้อของผู้ใหญ่เขาจะโกงเอาได้ อย่างว่าวนี้ม่าให้ไม่เกิน80บาทนี่ขายให้เราเท่าไรนะ" อาม่าชี้นิ้วไปที่ว่าวครั้นถามชุน
"140บาทครับ"
"ไอหยา กูว่าแล้วแม่งขายแพงให้หนี่เกินราคา" หญิงแก่ถึงกับเอามือกุมขมับเดินเซไปมาเลยทีเดียวเมื่อรู้ว่าหลานชายของตนถูกพ่อค้าโกงราคาว่าวแพงจนหูฉี่