ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.34. สมุดโบราณเล่มนั้น

    เช้าวันรุ่งขึ้น ที่หน้าห้องท่าน ผอ. เหล่าคณาจารย์ทยอยเอาซองคะแนนมาใส่ลงในกล่อง เรื่องของน้องแพทก็ยังเป็นหัวข้อร้อนแรงที่พูดคุยกันอยู่ อาจารย์นิรมลขอลางานทั้งสัปดาห์เพื่อไปดูแลลูก ดังนั้นวิชาธุรกิจอังกฤษจึงฝากอยู่ในความรับผิดชอบของอาจารย์เยาวมาลย์ชั่วคราว 

     

    บ่ายวันอังคาร ชั้นเรียนของแฮ็มกะแป็งมีเรียนเพียงสองชั่วโมง ปกติเขาจะไปเล่นกับเพื่อนๆ ที่สนามฟุตบอล หรือเข้าไปที่ห้องสมุดค้นคว้าทำรายงาน  ตอนบ่ายในวันธรรมดา ห้องสมุดไม่น่ากลัวเลย ส่วนบ่ายวันศุกร์ เขาจะไปที่ห้องกิจกรรมพิเศษ

     

    บ่ายวันอังคารนี้  แฮ็มกะแป็งและบุ๋นตั้งใจจะตามอาจารย์พิชัยไปเยี่ยมน้องแพทที่โรงพยาบาล จึงไม่เล่นบอลที่สนาม เพราะไม่สะดวกที่จะอาบน้ำที่โรงเรียน บุ๋นยังต้องการยืมหนังสือที่ห้องสมุด จึงชวนแฮ็มกะแป็งและอาเธอร์ไปที่ห้องสมุดด้วย 

     

    บ่ายอังคารวันนี้ แฮ็มกะแป็งไม่อยากไปที่ห้องสมุดเลย ยิ่งนึกถึงเรื่องของน้องแพท ยิ่งรู้สึกกลัว และรู้สึกผิด แต่มานั่งคิดอีกที เพราะความกลัวแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้เขาประมาทไม่หาตัวน้องแพทที่ตกค้างอยู่ ครั้งนี้จึงบังคับข่มใจตนให้ไม่กลัว พาอาเธอร์เดินเป็นเพื่อนบุ๋นไปยืมหนังสือที่หอคอยห้องสมุดที่เกิดเหตุแห่งนั้น 

     

    ตั้งแต่เมื่อวานที่ข่าวน้องแพทแพร่สะพัดกันไปทั่ว ห้องสมุดที่ไม่ค่อยจะมีนักเรียนเข้าไปใช้บริการ ก็ยิ่งมีจำนวนนักเรียนน้อยลงไปอีก แฮ็มกะแป็งมองลอดผ่านกระจกสีชาของห้องสมุด เห็นเงานักเรียนหญิงนั่งอยู่สองคน เขาผลักประตูเบาๆ นำหน้าบุ๋นและอาเธอร์เข้าไปในห้องสมุด 

     

    “แฮ็มกะแป็ง บุ๋น อาเธอร์ มาอ่านหนังสือหรือ?” หวันส่งเสียงทักทาย ด้วยเหตุที่ไม่มีใครอื่นอยู่ในห้องสมุดจึงกล้าส่งเสียง 

     

    ที่แท้เงานักเรียนหญิงสองคนนั้น ก็คือหวันและกระปุกนั่นเอง

     

    แฮ็มกะแป็งดีใจที่ได้เจอหวันที่นี่ ทั้งสามคนเดินตรงมาที่โต๊ะหวันกับกระปุก กระปุกเห็นเข้าก็ก้มหน้าเขียนการบ้านต่อ ไม่สนใจจะทักทายด้วย

     

    “พี่หวัน ไม่กลัวเรื่องที่เขาเล่าเกี่ยวกับน้องแพตหรือ?” บุ๋นเสียงดังถามพี่สาว

     

    “ก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จะให้กลัวอะไรล่ะ” หวันตอบยิ้ม ๆ แต่แล้วหวันก็ทำหน้าวิตกกังวล “ไม่รู้น้องแพทเป็นไงบ้างนะ? น่าเป็นห่วงจัง ถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลตั้งหลายวัน”

     

    “วันนี้เรากับบุ๋นจะตามอาจารย์พิชัยไปเยี่ยมน้องแพท หวันจะไปด้วยไหมล่ะ?” แฮ็มกะแป็งชวน คาดหวังให้หวันตอบรับไปด้วยกัน 

     

    “หรือ? หรือ? ไปสิ ไปด้วย ไปกันยังไงล่ะ?” หวันตอบรับจริง ๆ

     

    เสียงกระปุกดังขึ้นด้วยความรำคาญ 

    “นี่ทุกคน กรุณาเงียบเสียงหน่อยสิ ที่นี่ห้องสมุดเขาไม่ให้คุยกัน ไม่รู้มารยาทธรรมเนียมกันหรือยังไง?”

     

    บุ๋นเองก็ไม่ค่อยชอบนิสัยของกระปุกอยู่แล้ว ถูกต่อว่าแบบนี้ บุ๋นก็อดที่จะสวนกลับไม่ได้ 

    “เขาไม่ให้คุยกันเพราะกลัวจะไปรบกวนคนอื่น แต่นี่ไม่มีใครอื่นเลยนอกจากพวกเรา”

     

    แต่ไหนแต่ไรแล้ว กระปุกเองก็ไม่ชอบหน้าบุ๋นเหมือนกัน ก็เลยขึ้นเสียง 

    “ก็ไม่เห็นหรือไงว่าคนกำลังทำการบ้านอยู่ นี่แหละรบกวน”

     

    “เราคุยกันเรื่องคอขาดบาดตายของเพื่อนนักเรียน ไม่มีน้ำใจจะห่วงใยเขาแล้ว ยังจะมาขึ้นเสียงอีก น่าเกลียดจัง” บุ๋นเริ่มโจมตี

     

    กระปุกหน้าเขียวด้วยความโกรธที่ถูกตำหนิต่อหน้าด้วยคำพูดรุนแรง จึงลุกพรวดยืนขึ้นทันที 

    “นี่ นายบุ๋นอ้วน เป็นผู้ชายหรือเปล่าน่ะ? มายืนอัดใส่หน้าผู้หญิงแบบนี้”

     

    “นี่ห้องสมุดนะยะ ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น...” 

    บุ๋นใช้คำพูดของกระปุกเมื่อสักครู่มาย้อนคืน หน้าชาโมโหที่ถูกด่าว่า “อ้วน” ยิ่งกระปุกใช้คำพูดว่า “นายบุ๋นอ้วน” ฟังคล้าย ๆ กับ “นายหมูอ้วน”

     

    ก่อนที่จะเกิดสงครามระเบิดปรมาณู แฮ็มกะแป็งรีบมายืนขวาง เห็นหวันจับมือกระปุก หวันตกใจหน้าเสียที่บุ๋นกับกระปุกเริ่มทะเลาะกัน เธอไม่รู้จะวางตัวอย่างไร พูดอะไรไม่ออก กลัวพูดผิดจะผิดใจกันไปหมด คนหนึ่งก็น้อง อีกคนหนึ่งก็เพื่อน ส่วนอาเธอร์หน้าตาเลิ่กลั่ก ทำหน้าเหยเก ไม่รู้จะยิ้มหรือจะร้องไห้ดี 

     

    แฮ็มกะแป็งเห็นท่าไม่ดี คิดดึงความสนใจเพื่อน ๆ ไปเรื่องอื่น จึงโพล่งขึ้นมาว่า

    “เออ... เมื่อวันเสาร์เราเจอหนังสือโบราณเล่มหนึ่งล่ะ ดูลึกลับมากเลย ซ่อนอยู่ที่ชั้นหนังสือข้างในสุด ห่ออยู่ในผ้าเหมือนจีวรพระ ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก” 

     

    รู้สึกว่าการเปลี่ยนเรื่องของแฮ็มกะแป็งจะได้ผล เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับเรื่องลึกลับที่น้องแพทเจอ แล้วมีเรื่องหนังสือโบราณ ดูจะดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ดี

     

    “หนังสือโบราณอะไรวะแฮ็มกะแป็ง? ไม่เห็นมึงพูดถึงเลย” บุ๋นหันไปมองหน้าแฮ็มกะแป็ง

     

    “หนังสืออะไร? ไปเจอที่ไหนหรือ?” กระปุกหันตามไปถาม

     

    แฮ็มกะแป็งดีใจที่สามารถหยุดสงครามระหว่างบุ๋นและกระปุกได้ เขาไม่รอช้า รีบเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านในสุดที่ตนเอาสมุดข่อยเล่มนั้นวางกลับคืนไป

     

    หวันเดินตามเข้าไปเงียบ ๆ บุ๋นเห็นเข้าก็เดินตามไปด้วย กระปุกเดินตามเข้าไปเป็นคนที่สี่ พออาเธอร์เห็นเพื่อนเดินเข้าไปดูอะไรสักอย่างที่ตนเองยังไม่เข้าใจ ก็รีบลุกเดินตามหลังกระปุกเข้าไปอีกคน ดูเหมือนเล่นงูกินหางกันอยู่

     

    แฮ็มกะแป็งเห็นห่อสมุดข่อย ยังวางไว้อย่างเรียบร้อยเหมือนเดิม จึงค่อยๆ เอามือเอื้อมไปดึงห่อสมุดออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วหันกลับออกมา ความที่เคยปอดกลัวอยู่เดิม กลับเข้ามาใหม่ อยู่ ๆ ก็ขนลุกซู่ขึ้นมาเฉย ๆ อารามตกใจความคิดของตัวเอง ก็หันขวับตั้งใจจะรีบเดินกลับออกมาที่โต๊ะด้านนอก  

     

    พอแฮ็มกะแป็งหันขวับกลับไป เจอหวันที่ตามหลังเข้ามาเงียบ ๆ เขาถึงกับตกใจร้องจ๊ากขึ้นมา  หวันเองไม่ทันนึกว่าแฮ็มกะแป็งอยู่ ๆ จะร้องลั่นใส่หน้าตนขนาดนี้ ก็ร้องอุทานด้วยความตกใจ 

     

    บุ๋น กระปุก และอาเธอร์ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็ร้องกรี๊ดวิ่งกลับออกมา ปรากฏว่าอาเธอร์ขยับตัวช้า กระปุกกับบุ๋นก็เลยวิ่งมาชนอาเธอร์ ล้มทับกัน โชคดีที่ไม่ล้มทับใส่ชั้นหนังสือหรือฟาดถูกโต๊ะเก้าอี้ 

     

    พอล้มทับกันบนพื้น บุ๋นและกระปุกก็ได้สติ รีบกระวีกระวาดลุกขึ้นมา บุ๋นค่อย ๆ ฉุดดึงอาเธอร์ขึ้นมาอย่างยากเย็น พลางหันมาเอ็ดตะโรใส่แฮ็มกะแป็งและหวัน

     

    “อะไรของพี่หวันน่ะ? ร้องวี้ดขึ้นมาจนคนอื่นตกใจหมด” บุ๋นโกรธพี่และเพื่อนที่ทำให้ตัวเองล้มทับกันน่าขายหน้า “มึงเลย แฮ็มกะแป็ง มึงเสือกร้องอะไรวะ?”

     

    แฮ็มกะแป็งสีหน้าเจื่อน ๆ รู้สึกอายหวันที่ตกใจกลัวไม่มีเหตุผล จนทำให้เพื่อน ๆ ต้องพลอยตกใจไปด้วย

    “ขอโทษที ขอโทษเพื่อน ๆ ทุกคนเลย พอดีพูดถึงเรื่องลึกลับ ก็เลยใจปอด ๆ แล้วหันกลับมาเจอหวัน ก็เลยตกใจ ขอโทษจริง ๆ นะ”

     

    ทุกคนบ่นกระปอดกระแปด แฮ็มกะแป็งรีบเอาห่อผ้าสีกรักที่ห่อสมุดข่อยเล่มนั้นไปวางไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้ประตูทางออก  เพื่อน ๆ อีกสี่คนก็เดินตามเข้ามามุงดู 

     


    คล้ายกับเรื่องปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด ที่คุณอ่าน