จารึกที่ 231 : ประชันความมั่งคั่ง : อหังการแห่งมหาเศรษฐีวิถีสูญตา
"ปัง!"
เสียงค้อนศิลาหยกในมือของผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งหอสุวรรณดาราทุบลงบนแท่นประมูลอย่างหนักหน่วง ดึงสติของผู้คนนับพันในโถงใต้ดินให้กลับคืนมาจากความตื่นตะลึง
"โอสถประสานชีพจรบรรพกาล 古脉融合丹 (กู่ม่ายหรงเหอตาน)... ตกเป็นของแขกผู้มีเกียรติในห้อง VIP หมายเลขหนึ่ง ด้วยราคาหนึ่งแสนศิลาปราณระดับกลาง!"
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งโถงประมูลก็เกิดเสียงฮือฮาดังอื้ออึงประดุจรังผึ้งแตกรัง ผู้ฝึกตนชั้นล่างต่างซุบซิบนินทากันอย่างออกรส ว่าเศรษฐีสติเฟื่องผู้ใดกันที่กล้าทุ่มเงินมหาศาลเกินราคาตลาดไปกว่าเท่าตัว เพียงเพื่อซื้อโอสถไปเป็น 'ค่าขนมกินเล่น' อีกทั้งยังกล้าเอ่ยวาจาลบหลู่ตัวแทนจากเจ็ดมหาอำนาจอย่างไม่ไว้หน้า!
ทว่าในห้อง VIP หมายเลขสี่ บรรยากาศกลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"ฮ่าๆๆ! ไอ้บ้าตายยาก! ไอ้หน้าเงินเอ๊ย! รอดตายมาได้ก็ทำเป็นอวดเบ่งรึ!" เฟิงอวี้หรานทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมพันปี หัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด รอยยิ้มกวนประสาทประจำตัวกลับคืนมาสู่ใบหน้าอีกครั้ง ความกดดันที่แบกรับไว้ตลอดหลายเดือนมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
"อาเจีย... ไอ้เด็กแสบ! รอดตายมาได้แทนที่จะส่งข่าว กลับมานั่งอวดรวยสร้างเรื่องวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น!" หลินชิงเสวี่ยแค่นเสียงดุ ใบหน้าที่งดงามดุจเทพธิดาแดงซ่าน นางแสร้งทำเป็นหงุดหงิด ทว่ามือที่เคยกุมด้าม 'กระบี่สีเงินประกายรุ้ง' แน่นจนเล็บจิกฝ่ามือกลับคลายออก ความโล่งอกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เย่ปิงอวิ๋นผู้เยือกเย็นดุจขุนเขาเหมันต์ เพียงแค่ระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง นางลูบคลำด้าม 'พู่กันกระบี่เหมันต์' ของตนเองเบาๆ ในใจลอบคิดว่าสหายผู้นี้ช่างสรรหาความตื่นตระหนกมามอบให้พวกนางได้เสมอ
ส่วนเฟิงหลิงเอ๋อร์นั้นไม่ต้องพูดถึง สาวน้อยเนตรดารากระโดดโลดเต้นไปมาหน้ากระจกม่านปราณ ร้องตะโกนเชียร์ 'พี่อาเจีย' อย่างออกหน้าออกตาจนเฟิงอวี้หรานต้องส่ายหน้าด้วยความระอาปนเอ็นดู
ขณะเดียวกัน ในห้อง VIP หมายเลขหนึ่ง...
"ไอ้ศิษย์ล้างผลาญ! นั่นมันเครดิตหนึ่งแสนก้อนนะโว้ย ไม่ใช่ใบไม้ร่วง! เจ้าทุ่มเงินไปเพื่อซื้อยาที่ราคาตลาดแค่สี่หมื่นเนี่ยนะ! หัวใจตาเฒ่าอย่างข้าจะวายตายอยู่แล้ว!"
นักพรตหมื่นอีแปะกระโดดเหยงๆ บีบคอเสื้อตัวเองราวกับขาดอากาศหายใจ ชายชรามองอาเจียที่นั่งจิบชาปราณเซียนอย่างสบายอารมณ์ด้วยสายตาอาฆาตแค้น ราวกับชายหนุ่มเพิ่งขโมยเงินเก็บทั้งชีวิตของเขาไป
"เงียบน่าตาเฒ่า เครดิตพวกนี้ข้าหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ข้าจะโปรยเล่นมันก็เป็นสิทธิ์ของข้า" อาเจียยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ปั้นหน้าหล่อเหลาไร้กังวล ทว่าความเป็นจริงเบื้องหลังผ้าพันตาเปื้อนเลือดนั้น... หัวใจของชายหนุ่มกำลังกรีดร้องและหลั่งเลือดเป็นสายน้ำด้วยความปวดร้าวที่ต้องสูญเสียศิลาปราณก้อนโต!
(อาเจีย... เจ้าทำเช่นนี้ เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับขุมอำนาจอื่นที่ต้องการโอสถนั่นเลยนะ) เสียงของปรมาจารย์มู่เฉินดังแว่วขึ้นมาในห้วงจิต น้ำเสียงของยอดคนยุคเก่าแฝงไปด้วยความกังวล ทว่าก็พยายามส่งกระแสจิตอย่างแผ่วเบาที่สุด เพราะเกรงจะไปปลุกตัวตนลี้ลับที่หลับใหลอยู่ภายในพู่กันนิรันดร์ให้ตื่นขึ้นมางอแง
'มู่หลางกับอวี้หรานก็อยู่ที่นี่ ข้าจะกลัวอะไร! มีเครดิตฟรีมาประเคนให้ทั้งที ก็ต้องวางมาดเปย์ให้พวกเขาสิขอรับท่านปรมาจารย์! ถึงพอเห็นตัวเลขหดหายไปแล้วใจข้าจะสั่นเป็นเจ้าเข้าก็เถอะ!' อาเจียตอบกลับในใจ พยายามข่มความงกเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
การประมูลดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด สินค้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกนำออกมาเสนอ ทว่าสำหรับอาเจีย นี่คืองานเลี้ยงต้อนรับสหายที่เขาตั้งใจจะจัดขึ้น... ด้วยเงินของหอสุวรรณดารา!
"สินค้าชิ้นต่อไป... 'ศิลาหทัยดารา 星心石 (ซิงซินสือ)' อัญมณีล้ำค่าที่ดูดซับแสงดาวมานับพันปี! ราคาเริ่มต้นสองหมื่นศิลาปราณระดับกลาง!"
ในห้อง VIP หมายเลขสี่ เฟิงหลิงเอ๋อร์ดวงตาเป็นประกายวาววับ ทว่าผู้เป็นพี่ชายกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะเงินทุนถูกเตรียมไว้สำหรับเป้าหมายหลักในคืนนี้
"สามหมื่นศิลาปราณ!" เสียงเย่อหยิ่งดังมาจากห้อง VIP หมายเลขเจ็ด "บุตรชายแห่งประมุขสำนักวิเศษโอสถขอรับชิ้นนี้ไป!"
สัมผัสวิญญาณอันเฉียบคมของอาเจีย รับรู้ได้ถึงเสียงถอนหายใจด้วยความเสียดายของสาวน้อยเนตรดารา มุมปากของไอ้หนุ่มหน้าเงินพลันแสยะกว้าง เขากดปุ่มหยกกระจายเสียงทันที
"ห้าหมื่นศิลาปราณ! ของพรรค์นี้ ข้าจะเอาไปให้เจ้าถุงเงิน... เอ่อ แมงมุมสัตว์เลี้ยงของข้ากลิ้งเล่นแก้เบื่อ!" อาเจียประกาศกร้าวอย่างอหังการ แม้ภายใต้โต๊ะ มืออีกข้างจะจิกต้นขาตัวเองแน่นด้วยความเจ็บปวดที่ต้องจ่ายแพงกว่าปกติถึงสองหมื่นก้อน!
ทั่วทั้งโถงฮือฮาอีกครั้ง ตัวแทนแห่งสำนักวิเศษโอสถถึงกับทุบโต๊ะดังปังด้วยความโกรธจัด ทว่าก็ไม่อาจสู้ราคาที่สูงลิ่วเกินความเป็นจริงนี้ได้ หลิงเอ๋อร์ที่ได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงซ่าน นางรู้ดีว่า 'แมงมุม' เป็นเพียงข้ออ้าง... พี่อาเจียของนางตั้งใจซื้อมาให้นางอย่างแน่นอน!
"ชิ้นต่อไป! 'หมึกเหมันต์พันปี 千年寒墨 (เชียนเหนียนหานมั่ว)' และ 'กระดาษไผ่หยกพฤกษา 绿玉竹纸 (ลวี่อวี้จู๋จื่อ)' ชุดเครื่องเขียนวิเศษระดับปฐพี! ราคาเริ่มต้นสามหมื่นศิลาปราณ!"
อาเจียสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่กระตุกวาบของชิงเสวี่ยและปิงอวิ๋นทันที บัณฑิตเฒ่าจากสำนักอักษรเทวะเพิ่งจะเสนอราคาไปสี่หมื่นศิลาปราณ อาเจียก็ไม่รอช้าที่จะเหยียบย่ำความหวังนั้นให้จมดิน
"แปดหมื่นศิลาปราณ! ส่งมาให้หมด! ข้าจะเอาหมึกนั่นมาทาสีเล็บให้พยนต์เทวะของข้า และเอากระดาษไผ่นั่นมาพับนกเหินเวหาเล่น!"
คำพูดสุดยียวนทำเอาบัณฑิตเฒ่าถึงกับกระอักเลือดด้วยความแค้น ในขณะที่หลินชิงเสวี่ยที่แอบใช้สัมผัสวิญญาณฟังความเคลื่อนไหวถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมา ก่อนจะรีบปั้นหน้าบึ้งตึงสวมวิญญาณผู้คุมกฎตามเดิม ทว่าดวงตากลับทอประกายอบอุ่น
"ชิ้นต่อไป! 'ศัสตราประกอบกระบี่ทะลวงมิติ 破空剑部件 (พั่วคงเจี้ยนปู้เจี้ยน)' ชิ้นส่วนโบราณที่หายากยิ่ง! ราคาเริ่มต้นสี่หมื่นศิลาปราณ!"
คราวนี้ อาเจียรับรู้ถึงลมหายใจที่เปลี่ยนจังหวะของฉินมู่หลางได้ทันที ทว่ามีเสียงดุดันดังขัดขึ้นมาจากห้อง VIP หมายเลขเก้าเสียก่อน
"ห้าหมื่นศิลาปราณ! สำนักอัสนีบาตต้องการศัสตราประกอบชิ้นนี้!"
ทันทีที่ได้ยินชื่อ 'สำนักอัสนีบาต' ศัตรูคู่อาฆาตที่เคยบุกโจมตีสำนักของเขา เตาหลอมปราณจำลองในตันเถียนของอาเจียก็หมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด ความตระหนี่ถี่เหนียวมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงเจตจำนงแห่งการฟาดฟัน
"หกหมื่นศิลาปราณระดับกลาง! พวกสำนักอัสนีบาตมีแต่พวกขอทานตกอับรึไง ถึงได้เสนอราคาทีละหมื่นสองหมื่นให้ระคายเคืองหูของข้า!" อาเจียตะโกนด่าทอกลับไปอย่างไร้ความปรานี
"เจ้า! ไอ้สารเลวห้องหมายเลขหนึ่ง! กล้าท้าทายสำนักอัสนีบาตเชียวรึ! ข้าให้เจ็ดหมื่น!"
"เก้าหมื่นศิลาปราณ! ข้าคือใครน่ะรึ? ข้าก็คือคนที่กำลังจะใช้เงินฟาดหน้าพวกเจ้าจนกว่าจะสำนึกตัวไงเล่า! หากแน่จริงก็สู้ราคามาสิไอ้พวกนอกด่าน!"
การเสนอราคาทีเดียวเก้าหมื่นศิลาปราณ ทำเอาตัวแทนสำนักอัสนีบาตถึงกับใบ้กิน ศัสตราประกอบชิ้นนี้จึงตกเป็นของอาเจียอย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ไอ้หนุ่มถังแตกที่พยายามวางมาดเป็นมหาเศรษฐี ได้ผลาญเครดิตของหอสุวรรณดาราไปแล้วถึงสามแสนสองหมื่นศิลาปราณ! เขากวาดล้างสมบัติทุกชิ้นที่สหายต้องการอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งให้ตัวแทนจากมหาอำนาจอื่นๆ ต้องนั่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น
นักพรตหมื่นอีแปะนอนหงายหลังอยู่บนพรมขนอสูร ชายชราตาลอย ปากพะงาบๆ พึมพำแต่คำว่า "สามแสนสองหมื่น... สามแสนสองหมื่น..." ซ้ำไปซ้ำมา
"เอาล่ะ... กวาดซื้อของฝากจนครบแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาของจริงเสียที" อาเจียยิ้มกริ่ม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พยายามซุกมือที่กำลังสั่นระริกด้วยความเสียดายเงินไว้ในแขนเสื้อให้มิดชิดที่สุด รอคอยช่วงเวลาสำคัญของค่ำคืนนี้
บรรยากาศในโถงประมูลเงียบสงัดลง ผู้อาวุโสลำดับที่สามสูดหายใจลึก พนักงานหญิงสาวสองคนเดินถือถาดหยกขึ้นมาบนเวที
"แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน... บัดนี้ถึงเวลาของสมบัติชิ้นเอก... สมบัติระดับปฐพีขั้นสูงสุด ที่สามารถเบิกเนตรแห่งความเป็นจริงได้!"
ผู้อาวุโสปลดกลวิธานออก เผยให้เห็นต้นหญ้าสีเขียวมรกตที่เปล่งแสงเรืองรอง มีหยดน้ำค้างเกาะอยู่ประดุจดวงตา กลิ่นอายชีวิตที่บริสุทธิ์แผ่ซ่านไปทั่วโถง
"หญ้าคืนวิญญาณเบิกเนตร 唤魂开明草 (ฮ่วนหุนไคหมิงเฉ่า)! ราคาเริ่มต้น... สามแสนศิลาปราณระดับกลาง! การประมูล... เริ่มได้!"
สงครามความมั่งคั่งที่แท้จริง เพื่อช่วงชิงแสงสว่างของอดีตคนจนผู้กำลังทำตัวหน้าใหญ่... ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!