Miracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์

    สงครามชิวหา

                “นึกไม่ถึงเลยว่าเดี๋ยวนี้เธอจะเริ่มหันมามีผู้ติดตามกับเขาบ้างเหมือนกัน”

     

              อาเบลพยักหน้ายิ้มๆให้กับเซเรน่าซึ่งเธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้เขาฟังยังไง ก่อนที่จะหันมาไล่สายตามองคนมาใหม่ทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าเขาจำไม่ผิดชายผมดำหน้าตาหล่อน้อยกว่าเขานิดเดียวจะมีชื่อเสียงไม่น้อยจากวีรกรรมในวันเข้าสอบและทักษะทางด้านร่างกายที่สูงล้ำยิ่งกว่าใครจนไม่น่าเชื่อว่าฝีมือด้านกายภาพของชายผู้นี้จะสวนทางกับทักษะทางด้านเวทมนตร์ที่เข้าขั้นดิ่งลงเหว

     

                ในขณะที่อีกคนสังเกตจากภายนอกเป็นผู้ชายที่หน้าสวยอย่างร้ายกาจ ถ้าจะมีใครบอกว่าชายคนนี้เป็นผู้หญิงใส่ชุดผู้ชายเขาก็เชื่อ แต่ดูจากฝีปากที่โต้ตอบกับชายผมดำแล้วคงไม่ใช่พวกดีแต่หน้าตา และหนำซ้ำสายข่าวของเขายังเคยรายงานมาว่าเจ้านี้ได้ประลองกับไอล์ที่เป็นตัวเต็งหัวหน้าชั้นปีหนึ่งของหอซูซาคุ ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือผู้ชายน่าสวยตรงหน้าเอาชนะไอล์ไปได้ แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงยอมสละตำแหน่งหัวหน้าชั้นปีให้เซเรน่าแล้วตัวเองต้องมาเดินถือเอกสารอยู่ต้อยๆแบบนี้

     

                นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะตัวเขาจะได้มาเจอกับคนดังถึงสองคนในเวลาเดียวกัน

     

                “ผู้ติดตาม? ไม่หรอกๆ....มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่พวกฉันต้องมาเดินตามหลังยัยนี่ต้อยๆน่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่เห็นว่าว่าจะน่าติดตามตรงไหน” โนอาห์โคลงหัวไปมาพร้อมเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว คำพูดที่ดูจะพาลไปถึงพวกเดียวกันมากกว่ามาช่วยเหลือ เป็นเหตุให้หญิงสาวที่ถูกพาดพิงถลึงตามองชายผมดำอย่างเอาเรื่อง

     

                “นี่นาย! จะมาช่วยหรือมาซ้ำเติมกันแน่ยะ!” หญิงสาวเพียวหนึ่งเดียวในที่นั้นแหวใส่ และก่อนที่จะเกิดการตีกันเองในหมู่คณะโดยไม่ใช่เหตุ เธอก็ต้องหยุดลงเพราะอารันเอามือมาแตะไหล่เธอเบาๆ พอเธอหันไปก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมพูดอะไรปล่อยให้เจ้าหล่อนหันไปเก้อ

               

                 เป็นกันทั้งคณะเลยสินะไอ้นิสัยกวนประสาทอย่างนี้น่ะ

     

                “คุณอารันแค่จะบอกว่าให้รอดูไปก่อนนะครับ อย่าพึ่งทำอะไรวู่วาม” นิกซ์ถอนหายใจก่อนทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาหน้าตาของเพื่อนตัวดีที่มองให้ลึกลงไปก็ไม่แตกต่างกับชายผมดำที่กำลังยืนจ้องหน้าอาเบลราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อซักเท่าไหร่

     

                “แต่ก็เห็นๆกันอยู่ไม่ใช่เหรอว่าตานั่นเป็นฝ่ายที่วู่วามก่อนใครเพื่อนเลยน่ะ” เซเรน่ายิ้มเจื่อนๆชี้ไปยังโนอาห์ เพื่อนของชายที่ว่าทั้งสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ฟังหญิงสาวแล้วถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่นานๆจะหัวเราะทีอย่างนิกซ์

     

                “เธอก็รู้ว่าแผนการของเจ้านั่นมันพลาดเคยพลาดซะที่ไหน” อารันหันมาขยิบตายิ้มๆให้กับเซเรน่า และหันไปมองสถานการณ์ตรงหน้าที่เริ่มจะน่าสนุกเข้าไปทุกขณะ

     

                “ใช่...มันไม่เคยพลาด เพราะมันพลาดตั้งแต่ยังไม่เริ่มแผนการเลยด้วยซ้ำ” นิกซ์พึมพำออกมาเบาๆพอได้ยินอยู่คนเดียว

     

                นิกซ์ไม่เคยเห็นเลยว่าชีวิตประจำวันของโนอาห์จะมีแต่เรื่องเรียบง่าย

               

                ไม่น่าหวาดเสียวจนน่าปวดหัวก็มีแต่ปัญหาที่รังแต่จะสร้างลำบากให้คนรอบข้างทั้งนั้น

     

                “งั้นถ้าเปลี่ยนจากเธอมาเป็นฉันล่ะ คนฉลาดอย่างพวกนายน่าจะรู้ดีว่าภายในปราสาทสีขาวหลังนี้มันไม่ได้เป็นแค่ชีวิตกินนอนของเด็กนักเรียนทั่วไป ติดตามคนอย่างเธอคนนั้นไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้พวกนายมีหน้ามีตาในสังคมของที่นี้หรอกนะ ขอรับรองว่าฉันสามารถให้ได้ทั้งชื่อเสียงเงินทองหรือจะเป็นเรื่องของอำนาจ แน่นอนว่าถ้าพวกนายเลือกที่จะเปลี่ยนข้าง ฉันสามารถจัดการย้ายหอพักให้พวกนายได้ภายในวันนี้เลย ว่าไงล่ะ...สนใจกันหรือเปล่า?” อาเบลพูดขึ้นช้าๆ มองหน้าพวกเขาทั้งสามคนสลับกันไปมาซึ่งต่างก็มีสีหน้าแตกต่างกันออกไป ทางด้านชายตัวเล็กนั้นขมวดคิ้วแน่นมีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ชายหน้าสวยก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆที่อ่านได้ยากว่าในใจคนผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่

     

                ส่วนคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นได้แต่เอามือกุมท้องหัวเราะลั่นระเบียงทางเดินไปแล้ว

     

                “โอ้ย!!....ขอโทษที ฮ่าๆๆๆๆ...พอดีมันอดไม่ได้น่ะ แย่จริงๆตัวฉัน” เขายกมือขอโทษป้อยๆหลังจากเริ่มตั้งสติขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย

     

                “น...นี่แกรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร!” หนึ่งในผู้ติดตามคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังอาเบลตะโกนขึ้นอย่างหัวเสีย หนำซ้ำยังชี้หน้ามายังโนอาห์ที่แกล้งทำเป็นเหลอหลาจนน่าถีบ

     

                อารันมองภาพเบื้องหน้าถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ ไม่ใช่ว่ามันไม่รู้เรื่องว่าคนที่กำลังคุยกับมันเป็นใครและมีความสำคัญขนาดไหนเพราะอย่างน้อยๆมันกับเขาก็พึ่งแอบฟังบทสนทนามาสดๆร้อนๆ และกิริยาแบบนั้นไม่ใช่การเขียนมังกรให้เทพยดาดูหรือแสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคนไม่รู้ประสีประสา มันแค่กำลังหาที่ระบายจากการตรากตรำขนเอกสารมาเกือบค่อนวันมากกว่า

     

                “ให้ตายเถอะน่า....ไม่ว่าที่แบบไหนประโยคแบบนี้มันก็ผุดขึ้นมาเรื่อยๆเลยแฮะ บางทีนายควรหัดให้ลูกน้องของนายจำชื่อนายซะบ้างนะอาเบล อ๊ะ! ไม่สิ แค่จำชื่ออย่างเดียวคงไม่พอ...ให้คัดชื่อของนายด้วยเลยเป็นไง? เอาแบบตัวบรรจงเต็มบรรทัดเลยเป็นไง” โนอาห์ยื่นข้อแนะนำที่ถึงกับทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นอ้าปากค้างเว้นเสียแต่อารันที่เหมือนจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า และอาเบลที่กำลังฉายแววความไม่พอใจออกมาทางสีหน้า

     

                อาเบลไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เขาเกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียง ใครต่อใครต่างพากันให้ความเคารพนับถือด้วยวิธีการต่างๆนาๆถึงเจ้าตัวจะรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่านั้นก็แค่การกระจบประแจงของคนที่อยู่ต่ำกว่าตน แต่อาเบลกลับคิดว่าการทำตัวแบบนี้มันกลับทำให้เขาดูดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดตระกูลเขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีจุดเด่นหรือความสามารถสูงพอที่จะได้รับการยอมรับจากคนในบ้านเดียวกัน ดังนั้นขอแค่ให้ตัวเองได้รู้สึกว่ามีอำนาจแม้เพียงจะเป็นแค่ละครฉากเล็กๆอาเบลก็พอใจกับละครฉากนั้น

     

                แต่ชายที่ยืนเถียงเขาอยู่ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกตรงกันข้าม

     

                “ถ้าฉันเป็นนาย....ฉันจะไม่ตอบแบบนั้น เลือกเอาว่าจะอยู่ในโรงเรียนต่อไปโดยผาสุกหรือไม่มีความสุขตลอดชีวิตการเรียนก็จงเลือกเอา” อาเบลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจขึ้นผิดหูผิดตา แววฉายประกายวาวโรจน์อย่างเก็บเอาไว้ไม่อยู่ เซเรน่ากับนิกซ์เห็นท่าไม่ดีจึงได้แต่หน้าถอดสีก่อนจะหันมาขอความเห็นจากอารันที่ตอนนี้ก็เอาแต่หันมายิ้มให้พวกเขาเหมือนอย่างเคย

     

                “ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู” ชายผมดำตวัดดวงตาสองคู่ที่คมกริบยิ่งกว่าครั้งไหนๆจับจ้องไปที่ใบหน้าของอาเบล พร้อมด้วยวาจาที่เจ้าตัวตั้งใจจะให้มันเยือกเย็นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หน้าตาของชายหนุ่มตอนนี้ไม่มีอีกแล้วซึ่งใบหน้าอารมณ์ดีที่เป็นมิตรกับคนรอบข้าง จะมีก็แต่ชายอีกคนที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าเป็นคนละคนกับโนอาห์อย่างสิ้นเชิง

     

                อาเบลที่ได้ฟังอยู่ถึงกับผงะเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ตนคุ้นเคยมาก่อน สายตาในแบบที่พวกพี่ๆและเหล่าญาติทางฝ่ายพ่อคอยมองเขา ไหนจะน้ำเสียงเยือกเย็นที่เขาได้ยินมาตลอดตั้งแต่จำความได้ แต่อะไรบางอย่างที่ชายตรงหน้าแสดงออกมากลับทำให้เขาตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งที่แตกต่างกันออกไป

     

                อย่างน้อยถึงเขาจะไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับคนในตระกูลแต่ก็ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นพวกพี่ๆหรือบรรดาญาติๆก็ไม่เคยมอบความรู้สึกเช่นนี้ให้กับเขามาก่อน ไหนจะบรรยากาศรอบๆตัวของโนอาห์ที่ดูผิดหูผิดตาไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้อาเบลฟันธงได้ทันทีว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขามันเอาจริง

     

                อาเบลเผลอจะขยับมือเรียกไม้เท้าคู่ใจมาโดยไม่ทันเพราะสัญชาติญาณของมนุษย์ที่มีไว้ป้องกันตัวยามเผชิญกับสิ่งที่ทรงอำนาจกว่า เช่นเดียวกับคณะผู้ติดตามทั้งหมดที่หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดจากและพร้อมที่จะเรียกอาวุธมาถือไว้ในมือได้ทุกถึงแม้ว่าจะผิดกฏของโรงเรียนก็ตาม

     

                “ถ้าพวกนายขยับฉันจะถือว่าฉันป้องกันตัว ถ้าพวกนายขยับปากร่ายเวทย์ฉันก็จะถือว่าฉันป้องกัน ถ้าพวกนายคิดจะทำเพื่อนๆของฉันขึ้นมา....ฉันก็จะถือว่าเป็นการป้องกันตัวเช่นกัน” โนอาห์กดเสียงให้ต่ำลงกว่าเดิม รวมถึงสลับมองใบหน้าทั้งของอาเบลและนักเรียนคนอื่นๆที่เป็นเสมือนเบ๊รับใช้อย่างแช่มช้า แต่ก็ดูว่าจะได้ผล เพราะตอนนี้ไม่มีใครซักคนที่เลือกจะขัดขืนคำพูดที่เหมือนคำสั่งของโนอาห์เลยแม้ซักคนเดียวก็ไม่มี

     

                และก่อนที่สถานการณ์จะได้เลวร้ายลงไปกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับนั้น

     

                “อ้าว!! นายมาอยู่ตรงนี้นี่เอง ฉันนี้เดินหาให้ทั่วเลยล่ะ รู้หรือเปล่าว่าทางนั้นรอนายแค่คนเดียวน่ะฮื้ม? แล้วนี่อะไรกัน พบกันโดยบังเอิญหรอกเหรอ?” มือปริศนาแตะมาที่ไหล่ของอาเบลจนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนที่จะค่อยๆผ่อนลมหายลงหลังจากพบว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร

               

                เจ้าของเรือนผมสีทอง นัยต๋ตาสีเขียวอเมทิสต์กำลังมองหน้านักเรียนปีหนึ่งทั้งหมดที่ยืนอยู่ในบริเวณสลับกันไปมา ถึงแม้จะไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนอย่างฮาร์ท ไรเซ็นถึงมาโผล่อยู่ที่นี้ได้ทั้งที่ปกติเขามักจะได้ยินว่าประธานบ้านซูซาคุคนนี้เดินตามติดนักเรียนคนสำคัญของหอเก็นบุซะยิ่งกว่าอะไรดี

     

                “ก็แค่แวะทักทายกันเล็กน้อยน่ะครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก ใช่ไหมอาเบล” โนอาห์ยิ้มร่าตบบ่าหัวหน้าชั้นปีหนึ่งหอเซย์ริวจนเจ้าถึงกับหันมามอง

     

                “แหมๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่น้อยนะ เพราะช่วงหลังมานี้ก็ไม่ค่อยมีนักเรียนต่างหอหันมาพูดจาฉันท์มิตรสหายร่วมโรงเรียนเดียวกัน เอาเป็นว่าพวกเธอรีบๆไปดีกว่านะ ผิดนัดกับยัยนั่นฉันก็ไม่รู้เหมือนว่าช่วงนี้มาตรกรทำโทษของเธอมันจะเข้มงวดไปถึงขั้นไหน” ฮาร์ทยิ้มขึ้นมาหมุนตัวอาเบลที่ตาเบิกกว้าง รีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นด้วยความรวดเร็วพร้อมๆกับกลุ่มผู้ติดตามที่ทำหน้าเลิกลั่กเร่งสาวเท้าเดินตามหัวหน้าของตนไป

     

                “ว่าแต่พี่ฮาร์ทมีอะไรกับพวกเราเหรอคะ?” เซเรน่าเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากอาเบลเดินจากไปไกลลิบแล้ว ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ว่าผู้หญิงคนที่ฮาร์ทพูดถึงคือใคร แต่ดูท่าจะมีอิทธิพลกับอาเบลไม่น้อย ถ้าให้เธอเดาอาจจะเป็นรุ่นพี่ซักคนที่มีสายงานเดียวกันกับเขา

     

                “เซเรน่านี่จริงๆเลยน้า บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้ตัดคำว่าพี่ออก ไหนๆทำงานในสภาด้วยกันทั้งทีสนิทสนมกันไว้ถึงจะถูกไม่ใช่เหรอ” ฮาร์ททำเสียงโอดครวญบ่นอิดออดจนเซเรน่าได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะทั้งเห็นว่าชายคนตรงหน้าเป็นรุ่นพี่เธอถึงสองปี อีกทั้งตลอดเวลาที่เธอทำงานเป็นหัวหน้าชั้นปีมาก็ได้ประธานหอคนนี้นี่แหละที่คอยแนะนำหรือสอนเรื่องราวต่างๆให้กับเธอ

     

                “รุ่นพี่ยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะครับ...” นิกซ์ท้วงขึ้นมาหลังจากเริ่มเห็นบรรยากาศของการสนทนาเริ่มจะเลอะเทอะไปกันใหญ่ แต่เพราะคุยกับโนอาห์มานานถึงได้รู้ว่าวิธีวกกลับเข้าประเด็นมันต้องทำกันยังไง

     

                ฮาร์ทได้ยินดังนั้นก็ทำกิริยาที่ไม่สมกับตำแหน่งของตนโดยการเดาะลิ้นขัดใจเล็กน้องก่อนจะไล่สายตามองพวกเขาทีละคน ตั้งแต่โนอาห์จนสุดท้ายก็คือนิกซ์ที่กำลังขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่ารุ่นพี่คนนี้ว่างมากถึงขนาดเดินมาคุยกับรุ่นน้องอย่างพวกเขาเลยหรือไงกัน

     

                โดยที่หนึ่งในคนเหล่านั้นไม่ได้คิดเลยว่าอารมณ์แบบนี้มันช่างคล้ายกับใครซักคนเสียเหลือเกิน

     

                “พวกเธอสองคน...โนอาห์กับอารันสินะ รีบเอาเอกสารไปส่งแล้วค่อยไปมาเจอกันกับพวกเราตรงนี้อีกที อ้อ!...ยิ่งเร็วยิ่งดีนะ ไปได้!!” ฮาร์ทพยักหน้าสั่งการเหมือนพูดคุยกับตัวเองและไม่วายปิดท้ายด้วยการชูมือขึ้นแล้วเอามือลงราวกับว่าเป็นสัญญาณออกตัว โนอาห์และอารันหันหน้ามามองคนช้าๆก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน

     

                “พวกผมไม่ได้ว่างมากถึงขนาดมาเล่นกับรุ่นพี่นะครับ” โนอาห์ยิ้มเจื่อนๆ

     

                “หรือบางทีอาจจะมีอะไรที่มันสำคัญจริงๆ” อารันยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

     

                “ก็มันเรื่องสำคัญจริงๆนี่นา เอกสารพวกนั้นถือไปก็รังแต่จะเกะกะ แต่ขอทวนอีกทีนะ...พวกเธอสี่คนคือใช่พวกที่ออกไปนอกหอในคืนวันนั้นใช่หรือเปล่า?” ฮาร์ทถามขึ้นมาซึ่งนิกซ์กับเซเรน่าถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเพราะรู้ว่าคืนนั้นที่รุ่นพี่กล่าวถึงนั้นคือคืนไหน ในขณะที่โนอาห์และนิกซ์เริ่มยิ้มเจื่อนๆเกาหัวแกรกๆ

     

                “รุ่นพี่คงไม่ได้จะเอาพวกผมไปลงโทษหรอกนะ...” โนอาห์เกาแก้มแก้เก้อ เตรียมคิดหาทางหนีของตัวเองเต็มที่ ว่าจะใช้เซเรน่าเป็นกำแพงหรือใช้นิกซ์เป็นเกราะกำบังดี

     

                “จะลงโทษได้ไงกัน ก็พวกเธอถือเป็นพยานปากสำคัญเลยไม่ใช่หรือไง” ประธานหอซูซาคุหัวเราะออกมาเบาๆ แต่บรรดาเหล่ารุ่นน้องต่างพากันแสดงปฏิกิริตาที่แตกต่างกันออกไป นิกซ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เซเรน่าขมวดนิ้วด้วยมาอย่างไม่เข้าใจ อารันแสยะยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก ในขณะที่โนอาห์ผิวปากหวือ

     

                “นั้นสินะครับ...ก็นั้นแหละน้า ใครใช้ให้หัวหน้าชั้นปีหนึ่งหอเราเป็นพวกมีนิสัยโรคจิตชอบทำตัวเป็นสโตคเกอร์กันล่ะ นี่คงจะเรียกพวกผมไปเป็นพยานเรื่องของเธอคนนั้นสินะครับ ไม่ต้องห่วง...รับรองว่าผมจะให้ความร่วมมือเต็มที่เลยล่ะ” โนอาห์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่สดใสเหลือเต็มประดา ขัดกับอีกหนึ่งคนที่ถลึงตามองมาที่เขาราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อ

     

                “เดี๋ยวเถอะ!! นายว่าใครเป็นสโตคเกอร์กันฮะ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร!!” หญิงสาวแหวใส่ขยับเดินเข้าไปใกล้โนอาห์เข้าไปทุกขณะ

     

                “เอ้า! ก็มันเรื่องจริงไม่ใช่เหรอไง แล้วเรื่องที่ฉันอยู่ในสถานะไหน...ก็ลูกน้องกิคติมศักดิ์ของเธอไม่ใช่เหรอยัยบ๊องเอ้ย...ทำเป็นลืมไปได้นะเธอเนี้ย” โนอาห์ร้องเสียงหลงเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างไม่ยอมน้อยหน้า อีกทั้งยังเป็นฝ่ายที่ขยับเดินไปหาเซเรน่าพร้อมกันกับเธออีกด้วย

     

                “พวกเธอนี่น่าสนใจจริงๆ...แต่ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ” ฮาร์ทยิ้มขำกล่าวปรามรุ่นน้องสองคนก่อนที่จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นซะก่อน และแน่นอนว่าประโยคนี้สร้างความสนใจให้นักเรียนชั้นปีหนึ่งทั้งสี่คนได้ไม่น้อยเลยถ้ามองจากปฏิกิริยาที่หันมามองมามองที่เขาเป็นทางเดียว ก่อนจะเอ่ยปากบอกข่าวสารชิ้นสำคัญด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

     

                “ชายชุดดำคนนั้น ตื่นขึ้นมาแล้วล่ะ” ประโยคที่พวกเขาทั้งสี่ต่างพากันเข้าใจได้โดยฉับพลันว่าหมายถึงเรื่องอะไร

     

                แต่นี่มันจะหลับนานไปหน่อยไหมล่ะเฮ้ย!!

                ใครซักคนในหมู่พวกเขาตะโกนขึ้นมาในใจอยู่คนเดียว

     

               

     

     

     

     

                

    คล้ายกับเรื่องMiracle Earth พิภพปาฏิหาริย์ : ปฐมบทแห่งราชันย์ ที่คุณอ่าน