โรงพยาบาลกรีนไฮ เวลา 23.00 น
ชายหัวล้านนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงขาวซีด แอร์เย็นฉ่ำตรงผนัง้าปล่อยลมหนาวสะท้านทรวงลงมาไม่หยุดหย่อน
ถึงจะมีผ้าห่มบางๆคลุมั้แ่ปลายเท้าจรดคอก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นเลยสักนิด
'โรงพยายาลนี้แย่ชะมัด' แอนโทนี่คร่ำครวญในใจหลังจากหารีโมทย์แอร์ไม่เจอ
อันที่จริงเขาคิดว่ามันคงไม่มีั้แ่แรกมากกว่า
อากาศก็หนาว แถมแผลที่ขาก็ยังปวดตุ้บๆ ทั้งสองอย่างรวมกันทำให้ค่ำคืนนี้ของแอนโทนี่จึงสุดแสนจะทรมานเป็พิเศษ
'เ้าหนูนั่นทำไมไม่มาสักที' เขาคิดพร้อมกับเริ่มถอดใจเตรียมจะข่มตาหลับรอบที่ 4
แต่แล้วขณะนั้นเองก็มีผึ้งตัวหนึ่งก็บินมาเกาะที่หัวเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีติดธุระนิดหน่อย” เสียงเล็กๆ ดังออกมาจากเ้าผึ้งตัวน้อย
ตอนแรกเฟรีสก็คิดจะมาั้แ่หัวค่ำอยู่หรอก แต่ติดว่าต้องไปทานอาหารนอกบ้านกับสองสามีภรรยา กว่าจะปลีกตัวมาได้ก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม
“ไม่เป็ไรครับ ยังไงผมก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว” แอนโทนี่พูดและยิ้มด้วยใบหน้าซีดเซียว
แผลตรงขาข้างที่ขาดของเขากำลังอักเสบและปวดจนนอนไม่หลับ แม้จะได้รับยาจากโรงพยาบาลไปบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร
“เริ่มอักเสบแล้วสินะ ไม่ต้องห่วงแค่ขาขาด เดี๋ยวก็หาย” เฟรีสพูดสบายๆ
"...."
ทำอย่างกับแผลถลอกอย่างนั้นแหละ ทำเอาแอนโทนี่อดอึ้งไม่ได้
ที่เป็แบบนี้เพราะเทคโนโลยีของอนาคตกับปัจจุบันนั้นต่างกันมากเกินไป ทำให้ตรรกกะทางความคิดไม่เหมือนกันไปด้วย
ในยุคที่เฟรีสจากมาการโคลนนิ่งอวัยวะสามารถทำได้เป็ปกติ แขนขาขาดจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไร
ข้อจำกัดทางกฎหมายของอนาคตหลักๆคือห้ามโคลนให้มนุษย์มีชีวิตขึ้นมา แต่ถ้าโคลนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด
"อ๊ะ! อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ"
เด็กน้อยรีบบอกก่อนที่ฝ่ามือหนาจะตบเ้าผึ้งบี 3 ที่เกาะอยู่ตรงหน้าผากตามสัญชาติญาณ
ไม่กี่นาทีต่อมาหุ่นยนต์ตัวน้อยทั้ง 4 ก็ฉีดเืผสมนาโนบอทเข้าร่างแอนโทนี่เสร็จสิ้น
“ภายใน 5 วัน ตรงปากแผลน่าจะหายดี...อันที่จริงพรุ่งนี้ก็ใช้ไม้ค้ำเดินได้แล้วล่ะ แต่เื่ต่อขาคงต้องรอก่อน เพราะผมยังไม่มีอุปกรณ์" เฟรีสพูดเสียงเนิบนาบ ก่อนจะว่าต่อไป
“แล้วพรุ่งนี้ก็ทำเื่ออกจากโรงพยาบาลนี้ด้วยล่ะ ที่สำคัญคืนนี้ห้ามให้ใครเจาะเืไปเด็ดขาด"
พอแอนโทนี่ก็ถามเหตุผล เฟรีสจึงอธิบายเื่ชั่วๆ ของผู้อำนวยการเซทให้ฟัง
“ไม่นึกว่าจะเลวแบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะย้ายโรงพยาบาลเลย” ชายหัวโล้นพูดด้วยความโมโห
“ไม่ต้องย้ายแล้ว นอนพักอยู่ที่บ้านนั่นแหละ ไอ้ที่เพิ่งฉีดเข้าไปเมื่อกี้จะรักษาคุณเอง อ้อ…แล้วก็มีเื่อยากจะขอให้ช่วยหน่อยนะครับ
พรุ่งนี้หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วช่วยซื้อของพวกนี้มาให้ที ใช้เงินคุณออกไปก่อน แล้วผมจะหาทางส่งเงินสดไปให้โดยเร็วที่สุด”
พูดจบ เ้าผึ้งบี 3 ก็ยื่นกระดาษใบเล็กๆที่อุตส่าห์แบกมาให้ ภายในเต็มไปด้วยรายการสิ่งของมากมายหลายอย่าง
ก่อนหน้านี้เฟรีสได้เช็คจำนวนเงินในบัญชีของแอนโทนี่มาแล้ว สิ่งของที่สั่งไปถึงจะมีราคามากโขแต่ก็ไม่เกินวงเงินของเขาแน่นอน
“ช่วยมาส่งตามที่อยู่นี้นะ ผมจะให้เ้าบี 4อยู่กับคุณไปก่อน เพราะหลังจากนี้เราคงต้องติดต่อกันอีกเยอะ”
แอนโทนี่รับเศษกระดาษมาพร้อมกับอ่านดูและรู้สึกคุ้นๆ ดูเหมือนที่อยู่นี้จะเคยเห็นมาก่อน
“112/116 แคปิตอล หมู่ 10...เ้านายเป็อะไรกับโจนาธานหรือเปล่าครับ” ตอนที่โจนาธานมาเยี่ยมก็เคยให้ที่อยู่แก่เขาไว้แล้ว
“เขาอุปการะผมอยู่ อย่าลืมว่าห้ามให้พวกนั้นรู้เื่ของพวกเราด้วยล่ะ”
“อย่างนั้นก็ง่ายเลย ผมสนิทกับโจนแล้ว รับรองว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวจะเอาของไปส่งให้ถึงบ้าน"
---------------------------
เช้าตรู่วันถัดมา แอนโทนี่ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความงัวเงียเล็กน้อยและก็ถึงกับประหลาดใจ
"ดูเหมือนโชคจะหล่นทับแล้วสินะ" ชายหัวล้านพึมพำเบาๆ แผลที่ขาของเขาเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนยังอักเสบบวมแดงอยู่แท้ๆ
ความปวดก็หายไปเกินครึ่ง นอกจากนั้นตอนนี้เริ่มพอเดินขโยกเขยกได้แล้ว เป็อย่างที่เฟรีสบอกไม่มีผิด เมื่อได้รับบุญคุณก็ต้องรีบตอบแทน
ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเขารีบไปที่แผนกชำระเงินของโรงพยาบาลทันที กว่าที่หมอเ้าของไข้จะทราบก็ออกจากโรงพยาบาลไปเรียบร้อย
“ของเพียบเลย” แอนโทนี่ควักใบสั่งของจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับพึมพำ จากนั้นก็เรียกแท็กซี่ตรงไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในเมืองทันที
ยิ่งเฟรีสพัฒนาตัวเองได้เร็วเท่าไร ลูกสาวเขาก็ยิ่งหายไวขึ้นเท่านั้น จึงช่วยไม่ได้ที่ชายหัวล้านจะรีบจัดการซื้อของตามใบสั่งโดยไม่สนใจว่าเงินในบัญชีได้หายไปจนเกือบหมด
"เฮ้ โจน นี่ผมแอนโทนี่ วันนี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลว่าจะแวะไปเยี่ยมนะ ว่างไหม..."
-------
ค่ำวันนั้นเองแอนโทนี่ก็โผล่มาอยู่หน้าบ้านของครอบครัวฟรีแมน มือทั้งสองหิ้วถุงพะรุงพะรังเต็มไปหมด
“นี่อาให้เธอเป็ของขวัญพบหน้านะเ้านา..เอ้ย! เ้าหนู”
ชายหัวล้านพูดก่อนจะยื่นกล่องของเล่นขนาดใหญ่ให้เฟรีสถึง 5 กล่อง เล่นเอาตำรวจหนุ่มอึ้งไป
แน่นอนว่าข้างในกล่องพวกนั้นไม่ใช่ของเล่นเด็ก
“เอ่อ…ทีหลังไม่ต้องลำบาก นี่ยังเคืองคุณอยู่เลยนะที่แอบออกมาจากโรงพยาบาล ไหนตกลงกันว่าค่ารักษาจะให้ผมออกไง” โจนาธานรู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่สามารถหาโอกาสตอบแทนชายตรงหน้าได้
“ฮ่า ฮ่า ไม่เป็ไรหรอก หน่วยงานของผมเขาออกให้แล้ว” แอนโทนี่โกหก
หลังจากทักทายกันพอเป็พิธีเสร็จ ทั้งหมดก็พากันไปรับประทานอาหารที่เซซาเรียได้เตรียมไว้
ผู้ใหญ่ทั้ง 3 พูดคุยกันเื่นั้นเื่นี้กันอย่างถูกคอ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น จนเริ่มดึกแอนโทนี่จึงขอตัวกลับบ้าน
“วันนี้คงไม่รบกวนพวกคุณแล้ว คราวหน้าเชิญไปบ้านผมบ้างนะจะได้แนะนำลูกสาวให้รู้จักด้วย” พูดจบชายหัวล้านก็เดินไปเปิดประตูบ้าน
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกพ้นประตูบ้านก็มีมือเล็กๆมาสะกิดที่เอ็วเข้าเสียก่อน พอหันไปมองก็พบว่าเป็เ้านายตัวน้อยนั่นเอง
“คุณลุงครับ ของเล่นอันนี้เสีย ฝากเอาไปเคลมให้หน่อย” เฟรีสพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสาปลอมเปลือก
แอนโทนี่รู้สึกงง ของที่ให้เ้าเด็กนี่ไปไม่ใช่ของเล่นสักหน่อย
แต่ก่อนจะทันตอบโต้อะไร ก็ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ
"มันคือเงิน"
-------
“พระเ้า!! 1 แสน” ชายหัวล้านก็ถึงกับมือสั่นและอุทานออกมา
โชคดีที่เขาเปิดกล่องนั่นตอนถึงบ้านแล้ว ขืนอุทานแบบนี้ในที่สาธารณะ เผลอๆอาจโดนปล้นเอาระหว่างทางก็เป็ได้ ประเทศไซแอนในปัจจุบันนั้นมีโจรขโมยอยู่เต็มไปหมด
เมื่อความตะลึงหายไปความกังวลก็เข้ามาแทนที่
‘เขาเอามาจากไหน ถ้าเป็เงินสกปรก เราคงต้องปฏิเสธ’
ถึงจะอยากให้ลูกสาวหายป่วยแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่สิ้นคิดพอที่จะไปพัวพันเื่สกปรกหรือทำร้ายคนอื่น
ไม่เช่นนั้นถ้าวันดีคืนดีเกิดถูกตำรวจจับขึ้นมาใครจะดูแลลูกกันล่ะ
ไม่ได้! ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งบานปลาย คิดดังนั้นชายหัวล้านจึงใช้ติดต่อเฟรีสผ่านทางเ้าผึ้ง
"ว่าไง เงินพอไหม" เสียงเล็กๆ พูดขึ้นทันทีที่รับสาย
“เ้านาย…คือผมสงสัย....เื่ที่มาของเงิน...” แอนโทนี่พูดตะกุกตะกัก
“เื่นี้นั่นเอง อย่ากังวลไปเลย ผมได้มาจากคนที่สมควรเสียมันไปครับ”
เฟรีสตอบกลับด้วยเสียงนิ่ง ทว่าในใจกลับรู้สึกพอใจอีกฝ่ายไม่น้อย เพราะเขาเองก็ไม่อยากได้ลูกน้องที่ไม่สนผิดชอบชั่วดีมาอยู่ข้างกายเช่นกัน
เขาได้อธิบายเื่ที่ตนแฮกเงินจากผู้อำนวยการอ้วนให้แอนโทนี่ฟังทุกอย่าง พร้อมกับส่งหลักฐานการคอรัปชั่นแนบไปให้ดูด้วย
“ทางเรามีหลักฐานการทุจริตทั้งหมดของมันเก็บไว้ แค่แอบขายยาเสพติดก็ต้องติดคุกตลอดชีวิตแล้ว ดังนั้น ต่อให้เ้านั่นรู้ก็ไม่กล้าแจ้งความอยู่ดี
ที่สำคัญคือมันไม่มีทางรู้ได้หรอก ส่วนเงินที่กดออกมา ไว้ในอนาคตเมื่อเรามีผลกำไรแล้วก็ค่อยใส่คืนให้โรงพยาบาลในรูปแบบเงินบริจาคก็ได้” เฟรีสอธิบายด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“ได้ยินอย่างนี้ผมก็สบายใจแล้ว ขอโทษที่สงสัยนะครับ” พอชายหัวล้านได้ฟังก็ราวกับได้ยกูเาออกจากอก เพราะยังไงโจรมันคงไม่กล้าแจ้งตำรวจหรอกจริงไหม?
"ไม่เป็ไร เราร่วมงานกันแล้ว ถ้ามีเื่อะไรก็..."
"เฟรีส! ปิดไฟแล้วนอนได้แล้ว" ยังไม่ทันพูดต่อเสียงเซซาเรียก็แว่วมาขัดจังหวะ
"อะแฮ่ม...คงต้องขอตัวก่อน มีอะไรสงสัยไว้คุยกันพรุ่งนี้นะครับ เฮ้อ เป็เด็กนี่มันแย่จริงๆ" เฟรีสบ่นเล็กน้อยพร้อมกับตัดสายไป
--------------------------
กุ่ก กุ่ก กุ่ก
บนชั้นสอง คู่สามีภรรยาฟรีแมนกำลังทำกิจกรรมลึกลับอะไรบางอย่าง ซึ่งตรงนั้นมันก็ดันอยู่เหนือห้องของเฟรีสพอดิบพอดี
เขาพยายามที่จะไม่สนใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้เลยสักนิด เสียงบัดสียังคงมีมาอยู่เรื่อยๆ
เนื่องจากได้ผ่านการยกระดับยีนส์มาแล้ว ทำให้เฟรีสมีประสาทััดีกว่าคนในยุคปัจจุบันมาก ยิ่งมีแค่เพดานบางๆกั้นด้วยก็ยิ่งแล้วใหญ่
“บ้าเอ๊ย นึกยังไงให้เด็กอย่างเราอยู่ชั้นล่างวะ” เด็กน้อยสบถอย่างหัวเสีย
ในเมื่อยังไงก็นอนไม่หลับจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาทำงานที่ค้างอยู่ต่อเสียเลย
"สมาธิ สมาธิ เอาล่ะใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่ปรับแต่งอีกนิดหน่อย" เฟรีสพึมพำเบาๆ พร้อมกับวางหุ่นยนต์ที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นล่าสุดลงบนพื้น
เ้าหุ่นที่ว่ามีลักษณะภายนอกราวกับถอดแบบมาจากนกเพลิแกน* (Pelican) เขาได้แรงบันดาลใจมาจากการดูสารคดีสัตว์เมื่อ่เย็นที่ผ่านมา
เฟรีสได้ให้ความสนใจเป็อย่างมากกับสารคดีพวกนี้ เพราะในอนาคตกาลสัตว์หลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปเเล้ว ซึ่งเ้านกนี่ก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นกัน
เมื่อเห็นปากใหญ่ๆ และถุงพังผืดใต้คอที่ใช้สำหรับบรรจุอาหารจำนวนมาก เฟรีสก็ไม่รอช้าและสร้างมันขึ้นมาทันที
“แพแกน 1 ถึง 5 ต่อไปฉันจะให้แกไปทำภารกิจร่วมกับเ้าผึ้ง" เด็กชายออกคำสั่งด้วยรอยยิ้มแสยะไม่สมวัย
แม้ว่าเขาจะสามารถแก้ไขตัวจำนวนเงินในบัญชีของผู้อำนวยการอ้วนได้ตลอดเวลา แต่มันก็น่ารำคาญเกินไป สู้ปล้นครั้งเดียวแล้วให้จบๆไปซะดีกว่า และเ้าหุ่นนกถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อจุดประสงค์นี้เอง
กับอีแค่พวกลูกกระจ้อก ไม่พอเสียเวลาอันมีค่าด้วยหรอกนะ
พึ่บ พั่บ
วี๊ วี๊ วี๊
ตลอดทั้งคืน ผึ้งตัวจิ๋วกับนกสีขาวอวบอ้วนบินผ่านหลังคาบ้านเรือนของผู้คนไปๆ มาๆ หลายสิบเที่ยว
เนื่องจากเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต พวกมันจึงไม่ถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มเครื่องใดเครื่องหนึ่งมากเกินไป แต่จะเน้นถอนน้อยๆหลายเครื่องแทน
พวกผึ้งจะมีหน้าที่คอยดูลาดเลาและแฮกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม ส่วนเ้านกจะเอาเงินที่กดมาใส่ไว้ในปาก เสร็จแล้วพวกมันก็จะบินไปยังบ้านหลังหนึ่ง
แน่นอน! มันไม่ใช่บ้านของพวกฟรีแมน แต่เป็ของชายหัวล้านแอนโทนี่
“แม่เ้า! ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ทำยังไงดีวะ” แอนโทนี่อุทานด้วยความกลุ้ม
วันนี้หลังจากเดินทางไปรับลูกสาวกลับมาอยู่ด้วย พอขึ้นมาชั้นสองก็พบว่ามีเงินกองอยู่เต็มห้องไปหมด ถึงจะได้รับการบอกไว้ล่วงหน้าแล้วแต่ก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้อยู่ดี
ชายหัวล้านเอามือกุมขมับอย่างคิดไม่ตก เขาไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ จะเอาไปฝากธนาคารก็ไม่ได้เพราะเป็เงินสกปรก
หลังจากเสียเวลาอยู่นานสองนานในที่สุดก็คิดวิธีดีๆ ได้
วิธีนี้นับได้ว่าคลาสสิคที่สุดและบรรพบุรุษสมัยก่อนก็มักจะใช้กัน หลังจากพาลูกรักเข้านอนเสร็จ เขาก็รีบขึ้นรถออกจากบ้านทันทีและก็กลับมาพร้อมกับโอ่งหลายใบ
ใช่แล้ว! วิธีที่ว่าคือใส่โอ่งฝังดินนั่นเอง
‘ให้ตายเถอะ! ดูเหมือนคืนนี้คงต้องอดนอนแล้วสินะ’ ชายหัวล้านถอนหายใจพร้อมกับเริ่มขุดดิน
*นกเพลิแกน (Pelican) หรือนกกระทุงเป็นกขนาดใหญ่
copy right free by John จาก Pixabay