ตอนที่ 135 เอ็งเป็นตะเกียงนะโว้ย!
ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่มีซากต้นไม้แห้งเหี่ยวอยู่แน่นขนัดฟูม!ทันใดนั้น บนอากาศที่ว่างเปล่าที่ก่อนหน้านี้เงียบสงบ อยู่ๆก็เกิดการบิดผันของมวลอากาศจนเมื่อมองไปจะเห็นเป็นภาพบิดผันชวนตาลาย และภายในมวลอากาศที่บิดผันนั้นร่างร่างหนึ่งก็ค่อยๆปรากฏตัวขึ้นจากภายในมวลอากาศบิดผันอยู่ราวหนึ่งอึดใจก็หายไป เหลือไว้เพียงร่างร่างนั้นท่ามกลางความเงียบสงบของซากต้นไม้อันแห้งเหี่ยว และร่างร่างนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเชน"ออกมาแล้วแฮะ ฮู่ว~ อากาศข้างนอกนี่ดีกว่าด้านในเยอะเลย"เชนเงยหน้าขึ้นพร้อมสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด แม้ภูมิประเทศด้านนอกนี่จะเต็มไปด้วยซากต้นไม้แห้งเหี่ยวและความอบอ้าวจากภูเขาไฟ แต่ก็ยังดีกว่าภายในถ้ำภูเขาไฟก่อนหน้านี้เป็นอย่างมากเชนสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดอยู่สองถึงสามครั้งก็ก้มหน้าลงมามองยังมือของตน ซึ่งในขณะนี้ได้มี..ตะเกียงโบราณอยู่ในนั้น"เดี๋ยวมาดูกันว่าแกมีความสามารถแบบไหน ถ้าไม่ดีแกเตรียมตัวไปอยู่ในร้านขายของเก่าได้เลย แต่ก่อนอื่น..ต้องหาหรูหรูก่อน หวังว่าจะอยู่ไม่ไกลกันมากนะ"ตอนนี้เมื่อเขามองไปรอบๆเขาไม่เห็นฟางหรูในระยะสายตาเลย สงสัยเวทเคลื่อนย้ายน่าจะส่งพวกเขาไปกันคนละที่เชนเอาตะเกียงโบราณในมือเก็บลงไปยังที่ว่างในกระเป๋าคาดเอว ซึ่งกว่าจะยัดเข้าไปได้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร นี่ยิ่งทำให้เขาอยากได้กระเป๋ามิติสักใบเข้าไปใหญ่ "เอาล่ะ ไหนดูซิ"เชนหยิบศิลาพันธมิตรที่ฟางหรูให้ไว้ก่อนหน้านี้ออกมาแล้วก็อัดปราณเข้าไป ทันใดนั้นบนแผ่นหินเรียบๆในมือของเขาก็ได้ปรากฏจุดสีเขียวจุดหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเขานักขึ้นมา และดูเหมือนจุดจุดนั้นกำลังเคลื่อนที่ตรงมาที่เขาอีกด้วย"อ้าว อยู่ไม่ไกลนี่ ดูเหมือนหรูหรูกำลังตรงมาหาเราด้วย งั้นเรารอตรงนี้ละกัน"เชนเดินไปยังซากต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลแล้วก็เอาตัวพิงมันพร้อมหลับตาลง เขาตัดสินใจยืนรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพราะดูระยะจากศิลาพันธมิตรแล้วพวกเขาอยู่ห่างกันไม่มากนัก ไม่ถึงสามนาทีฟางหรูก็น่าจะเดินทางมาถึงจุดที่เขาอยู่แล้วและก็เป็นอย่างที่เขาคำนวณไว้ เพียงสองนาทีเศษๆ เสียงฝีเท้าเบากริบก็ดังขึ้นจากหลังซากต้นไม้ตรงทิศทางหนึ่งและกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เชนลืมตาขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียงฝีเท้านั้น และชั่วครู่ต่อมา ร่างอันบอบบางของฟางหรูที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งน่าหลงใหล ก็เดินหลุดออกมาจากซากต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมจนแน่นขนัดตรงมายังเชน"ดีนะที่มันส่งเราไปไม่ไกลกันมาก"เชนกล่าวพร้อมกับดันตัวออกจากท่าพิงต้นไม้แล้วเดินเข้าไปหา"เวทเคลื่อนย้ายพวกนั้นน่าจะถูกตั้งพิกัดไว้ในละแวกเดียวกันค่ะ อาจจะไม่ได้ปรากฏตัวที่เดียวกัน แต่ก็อยู่ไม่ห่างกันมาก"ฟางหรูเดินเข้ามาสมทบ และนั่นทำให้เชนได้เห็นว่ามือขวาของเธอขณะนี้ได้ถือกระจกที่ได้มาจากห้องแห่งนั้นอยู่ "แล้วเป็นไงบ้างกระจกนั่น"เชนถามไปอย่างใคร่รู้ว่าของวิเศษที่ฟางหรูเลือกมาจะมีความสามารถแบบไหน"ฉันลองอัดปราณเข้าไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยค่ะ คงต้องลองอีกหน่อยถึงจะรู้วิธีใช้ แล้วของเชนล่ะคะ?"ฟางหรูยกกระจกในมือขึ้นมาแล้วอัดปราณเข้าไปให้เชนดูแต่มันก็นิ่งสงบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูท่าฟางหรูคงต้องศึกษามันอีกสักพักถึงจะรู้วิธีการใช้ส่วนเชนเมื่อได้ยินฟางหรูถามถึงตะเกียงโบราณของตน เขาก็หยิบตะเกียงโบราณในกระเป๋าขึ้นมาถือไว้"มันดู..เก่าแก่มากๆเลยนะคะ"ฟางหรูอดกล่าวออกมาไม่ได้เมื่อได้เห็นตะเกียงโบราณในมือของเชนอีกครั้ง มันดูเก่าแก่โบราณจนเธออดกังวลไม่ได้ว่าถ้าลมพัดใส่มันจะพังเอา"ไหนขอดูหน่อยซิ ฮึบ!"เชนอัดปราณเข้าใส่ตะเกียงโบราณในมือ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ..เงียบสนิท"น่าจะไม่ได้ใช้แบบนั้นนะคะ"ฟางหรูออกความเห็นเมื่อเห็นตะเกียงในมือของเขานิ่งสงบไม่ไหวติงเชนยกแขนซ้ายขึ้นกอดอกแล้วใช้สายตาครุ่นคิดมองไปที่ตะเกียงโบราณในมือขวา และหลังจากผ่านไปสองอึดใจเขาก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ!"ลืมไปได้ไงเนี่ย! เจ้านี่เป็นตะเกียงนะ เพราะงั้นหน้าที่ของมันก็คือไว้จุดไฟไง!"เชนแทบอยากจะทุบหัวตัวเอง เขาลืมเรื่องง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงกัน ตะเกียงก็ต้องไว้จุดไฟสิ!เชนรีบล้วงมือไปหยิบไฟแช็กออกมาจากกระเป๋าคาดเอว แล้วเอามันจ่อไปที่ไส้ตะเกียงและทำท่าว่าจะจุด แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องหยุดชะงักค้างในท่านั้นไม่ได้จุดไฟแช็กแต่อย่างใด"เป็นอะไรคะ?"ฟางหรูกล่าวถามเมื่อเห็นเชนชะงักนิ่งไป"ฉันลืมไปน่ะ..ไม่มีน้ำมันตะเกียงแล้วมันจะจุดติดได้ยังไง"เชนปวดหัวตึบ เขามีไฟแช็กก็จริงแต่ไม่ได้พกน้ำมันไฟแช็กหรือน้ำมันตะเกียงติดมาด้วย แล้วถ้าไม่มีน้ำมันพวกนั้นจะจุดตะเกียงติดได้ยังไง"ถ้าน้ำมันไฟแช็กฉันมีอยู่ค่ะ""จริงเหรอ! ขอหน่อยๆ"ฟางหรูตบไปที่กระเป๋ามิติข้างเอวและทันใดนั้นขวดใบหนึ่งที่มีน้ำมันไฟแช็กอยู่ข้างในก็ปรากฏอยู่ในมือของเธอ เธอเปิดขวดในมือแล้วเทน้ำมันไฟแช็กลงไปในฐานของตะเกียงโบราณในมือของเชนเพื่อเป็นเชื้อเพลิง"น่าจะได้แล้วนะคะ"ฟางหรูปิดขวดน้ำมันไฟแช็กในมือแล้วเก็บลงกระเป๋ามิติไป"ไหนมาลองกัน"แชะ!เชนจุดไฟแช็กในมือพร้อมกับจ่อไปยังไส้ตะเกียง ในใจของเขาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตะเกียงใบนี้จะมีความสามารถอันสุดยอดออกมา!และเมื่อเปลวไฟของไฟแช็กจ่อไปที่ไส้ตะเกียงนั่นเอง! ทุกอย่างก็…เงียบกริบ และปลายไส้ตะเกียงก็ไม่ติดไฟด้วย! ทั้งที่ไฟแช็กจ่อไปที่ปลายไส้ตะเกียงแล้วแต่มันกลับไม่ติดไฟ! "อะไรเนี่ย! ทำไมจุดไม่ติดฟะ! นี่เอ็งเป็นตะเกียงนะโว้ย!"เชนเบิกตากว้างพร้อมกับเอาไฟแช็กจ่อปลายไส้ตะเกียงอย่างไม่ยอมแพ้ แต่หลังจากผ่านไปหลายอึดใจเขาก็ต้องส่ายหัวยอมแพ้อย่างอารมณ์เสียท่ามกลางสายตาที่มองมาของฟางหรู เพราะตะเกียงโบราณอันนี้มัน..จุดไม่ติด!"มันอาจจะ..มีวิธีใช้แบบอื่นมั้งคะเชน"ฟางหรูกล่าวให้กำลังใจเชนที่ตอนนี้กำลังฮึดฮัดมองตะเกียงในมือราวกับต้องการจะปาทิ้ง"นอกจากไว้จุดไฟแล้ว..ตะเกียงมันยังมีวิธีไว้ใช้แบบอื่นด้วยเหรอ"เชนกัดฟันกรอดคิ้วกระตุก มือที่ถือตะเกียงไว้ถึงกับสั่นฟางหรูเองก็พูดไม่ออกเหมือนกันเมื่อได้ยินคำพูดของเชน เพราะเขาก็พูดถูก ตะเกียงมันมีเอาไว้จุดไฟ แต่นี่กลับ..จุดไม่ติด?สุดท้ายหลังจากลองพยายามอยู่อีกหลายครั้งเชนก็ต้องส่ายหัวยอมแพ้อย่างอารมณ์เสีย เขาเทน้ำมันไฟแช็กทิ้งและยัดตะเกียงโบราณลงในกระเป๋าคาดเอว"เฮ้อ ดูท่ามันจะได้ไปอยู่ในร้านขายของเก่าแล้วล่ะ"เชนถอนหายใจเซ็งๆ รู้งี้น่าจะเอาหมอนหรือฟูกมาก็ดี ถึงจะไม่รู้ความสามารถของมันแต่อย่างน้อยมันก็เอาไว้นอนได้แน่ๆ แต่นี่เขาเอาตะเกียงมาแต่มันดันจุดไฟไม่ติด เจริญ!"ค่อยๆศึกษามันไปก่อนเถอะค่ะเชน มันอาจมีวิธีใช้แบบอื่นก็ได้"ฟางหรูกล่าวให้กำลังใจอีกครั้ง และเชนก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆ เชนและฟางหรูพูดคุยถึงแผนการต่อไปว่าจะไปที่ไหนกันต่อ และทันใดนั้นเมื่อพวกเขามองไปยังทิศเหนือ นั่นทำให้เชนและฟางหรูได้เห็นหน้าผายาวเหยียดสุดสายตาที่ยกตัวสูงขึ้นไปราวสามสิบเมตร และมันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่นัก เมื่อบวกกับท้องฟ้าที่ตอนนี้เริ่มจะมืดครึ้มลงในทุกขณะ หน้าผาสูงนั่นจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะจะพักแรมอย่างที่สุด และนั่นทำให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะไปพักกันที่นั่นในวันนี้ เพราะพวกเขาเองก็เหนื่อยมากแล้วในวันนี้หลังจากผ่านเหตุการณ์มามากมาย"ที่นี่ก็มีกลางคืนด้วยสินะ เป็นอย่างนี้ทุกRaidหรือเปล่า?"เชนเงยหน้ามองท้องฟ้าขณะกำลังเดินฝ่าซากต้นไม้ที่แน่นขนัดตรงไปยังหน้าผาสูง"ไม่หรอกค่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นกลางคืนในRaidระดับพิเศษ ฉันเคยเข้าRaidระดับพิเศษมาสองครั้งแต่ก็ไม่มีกลางคืน ดูท่าRaidนี้จะค่อนข้างพิเศษนะคะ"ฟางหรูเงยหน้ามองท้องฟ้าที่แสงสว่างเริ่มจะจางหายไปทุกทีทั้งสองเดินไปแล้วก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายพวกเขาก็เดินมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเป็นทางแยก ทางซ้ายเป็นทางพื้นที่ยกสูงขึ้น ซึ่งถ้าเดินขึ้นไปทางนี้ก็จะไปโผล่ยังหน้าผาด้านบน ส่วนด้านขวานั้นเป็นทางเดินเรียบปกติที่มีความกว้างราวสิบคนเดินหน้ากระดาน ถ้าเดินตรงไปทางนี้ก็จะไปอยู่ใต้ผาสูงนั่นเอง และด้านข้างของทางเดินด้านขวานั้นก็ยังปรากฏทางลาดชันที่ลึกจนแทบจะเป็นแนวตั้งอีกด้วย ทางลาดชันนี้ลึกเป็นอย่างมากและเต็มไปด้วยซากต้นไม้แห้งเหี่ยวขึ้นจนแน่นขนัด จนไม่สามารถมองเห็นได้ว่าทางลาดชันนี้จะลึกขนาดไหน.."ทางลาดนี่ท่าจะลึกนะ"เชนเดินไปหยุดห่างจากทางลาดชันราวกับเหวนั้นเพียงไม่ถึงหนึ่งเมตรแล้วมองลงไป ทำให้เขาเห็นว่าทางลาดนี้น่าจะลึกเอามากๆ"นั่นสิคะ"ฟางหรูกล่าวเห็นด้วยเมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแล้วชะโงกคอมองลงไปทั้งสองหยุดยืนอยู่หน้าทางแยกนี้อยู่ครู่ และพวกเขาก็กำลังจะเดินทางต่อไปยังทางแยกด้านซ้าย เพราะนั่นคือทางขึ้นไปยังบนหน้าผาซึ่งเป็นจุดหมายของพวกเขา แต่..ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินไปยังทางแยกด้านซ้ายนั่นเอง พวกเขาทั้งสองก็ต้องหยุดชะงักราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาจับตรึงไว้ เพราะเมื่อครู่..อยู่ๆก็ได้มีลมหอบหนึ่งพัดมาจากทางแยกด้านขวา ถ้าเป็นแค่สายลมธรรมดาคงไม่มีปัญหาอะไร แต่สายลมหอบนี้..มันกลับพัดเอากลิ่นกลิ่นหนึ่งมาด้วย..กลิ่นของ...เลือด!