[จบบริบูรณ์]ฉันมีระบบไลฟ์สตรีมจักรวาล

    156 แอนนิเมเตอร์

    “ คุณสนใจสิ่งที่ผมทำงั้นเหรอ ”


    ยอร์ชยกระเบิดขึ้นมาลูกหนึ่ง แอนนิเมเตอร์เห็นดังนั้นจึงพยักหน้าด้วยความสนใจ มันไม่เคยเห็นอุปกรณ์เช่นนี้มาก่อนจึงอยากรู้ว่ายอร์ชกำลังสร้างอะไร และใช้วิทยาการอะไร


    [  เจ้าสามารถขายมันให้ข้าได้หรือไม่ ]


    “ คุณจะเอาไปทำอะไร ”


    [  ข้าอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร ]


    ยอร์ชมองดูระเบิดภายในมือ จากนั้นเขาจึงตั้งราคา โดยคิดค่าขนส่ง 100 เหรียญเหมือนพิกกะลูน 


    “ ผมส่งให้คุณได้แต่มีค่าขนส่ง 100 เหรียญ ”


    [  เช่นนั้นข้าจะให้เจ้า 200 เหรียญแลกกับการที่เจ้าส่งมันให้ข้า ]


    “ ผมซื้อมันมาในราคา 300 เหรียญ ”


    [  ข้าจะให้เจ้า 400 รวมส่ง เอาล่ะ ข้าขอดูมันหน่อย ]


    ยอร์ชส่งระเบิดให้กับแอนนิเมเตอร์ อีกฝ่ายได้รับของขวัญรีบเปิดดูมันในทันที  ไลฟ์สตรีมของเขาและมันไม่ถูกตัด


    สิ่งที่ยอร์ชเห็นสร้างความตกใจให้เขาเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายปลดปล่อยลำแสงออกมาจากแว่นตาข้างขวา เพียงพริบตาก็สามารถสแกนระเบิดของเขาจนได้แบบแปลนสมบูรณ์ 


    ต่อให้จะเป็นไอรีน เธอต้องมีข้อมูลมหาศาลเพื่อสแกนบางสิ่งเพื่อให้ได้แบบแปลนที่สมบูรณ์เช่นนี้ เขาจึงรู้ว่ามันคือเอเลี่ยนที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย


    [  ข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่จากคุณสมบัติพื้นฐานของมันข้าคิดว่ามันไม่ต่างจากขยะเลย ]


    ยอร์ชยืนอึ้งมองดูระเบิดถูกโยนไปด้านหลังกองรวมกันกับวัตถุหลายอย่างราวกับเป็นกองขยะ 


    [  สิ่งนั้นคืออะไร ]


    ยอร์ชส่งระเบิดอีกชนิดให้แอนนิเมเตอร์ อีกฝ่ายทำการสแกนแล้วโยนไปด้านหลังโดยไม่ใส่ใจ 


    “ คุณเข้าใจโครงสร้างของมันงั้นเหรอ ”


    [  ไม่มีอะไรที่ข้าไม่สามารถสร้างได้ ของที่เจ้าส่งมาให้แปลกประหลาดไม่น้อย แต่ข้าก็สามารถลอกเลียนแบบมันได้แล้ว ]


    “ คุณจะเอาพวกมันอีกไหม ”


    ยอร์ชชี้ไปยังสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างบนโต๊ะ แอนนิเมเตอร์จึงขอเลือกสิ่งที่เขาสนใจ สิ่งใดก็ตามที่มันได้วิเคราะห์แล้วจะไม่สนใจเหมือนพิกกะลูนที่ไม่สนอาหารเดิมๆ


    [  มีอะไรอีกไหม ]


    ยอร์ชมองดูเหรียญกาแล็กซี่ที่เพิ่มขึ้นมา 6,000 เหรียญ อีกฝ่ายไม่มีข้อจำกัดเหมือนพิกกะลูน เขาสามารถขายทุกอย่างให้มันได้จนกว่าสิ่งประดิษฐ์จะหมดลง ในร้านค้าระบบมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่สามารถนำออกมาขายได้


    “ คุณสนใจแค่สิ่งประดิษฐ์เหรอ สนใจโพชั่นบ้างไหม ”


    ยอร์ชนำโพชั่นรักษาขึ้นมาแสดง เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายสนใจหรือไม่ แอนนิเมเตอร์บอกให้เขาส่งไปให้ ยอร์ชจึงได้เหรียญมาอีก 400


    [  หากใช้งานกับเผ่าพันธุ์ระดับล่างน่าจะได้ผลดีไม่น้อย แต่สำหรับพวกข้า น้ำถูพื้นยังสะอาดยิ่งกว่า ]


    “ พวกคุณมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากกว่าสิ่งที่ผมให้อีกเหรอ ”


    [  หากวัดกันที่วิทยาการ คงไม่มีเผ่าพันธุ์ใดเหนือยิ่งไปกว่าข้าแล้ว พวกข้าสามารถทำลายดวงดาวได้ด้วยระเบิดลูกเล็กๆเท่ากำมือของเจ้า  ในจักรวาลไม่มีสิ่งใดที่พวกข้าทำลายไม่ได้ และไม่มีสิ่งใดที่พวกข้าสังหารไม่ได้ ]


    ยอร์ชฟังความยิ่งใหญ่ของเผ่าแอนนิเมเตอร์พลางคิดตาม เผ่าพิกกะลูนดูรักสงบพวกมันกลับกินดวงดาวเป็นอาหาร เผ่าไททันเนียร์ชอบการต่อสู้ แต่ก็ยังไม่ได้แสดงสิ่งใดให้เขาเห็น


    สำหรับเผ่าแอนนิเมเตอร์ที่พึ่งปรากฎตัวมานี้เอง ดูเหมือนจะชอบโอ้อวดวิทยาการของเผ่าตัวเอง แต่การโอ้อวดนี้ดูท่าจะเป็นจริงเพราะมันวิเคราะห์สิ่งที่เขาส่งให้ได้ทั้งหมด


    [ ไททันเนียร์ : สังหารได้ทุกสิ่งเช่นนั้นรึ แล้วพวกเจ้าสังหารเผ่าพันธุ์ของข้าได้หรือยัง ]


    ยอร์ชมองดูข้อความของไททันเนียร์ที่เข้ามาดูเขาและแอนนิเมเตอร์คุยกัน ยอร์ชจึงเชิญอีกฝ่ายให้เข้ามาในระบบเผื่อจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นจากการพูดข่มของทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่เหมือนจะรู้จักกันดี


    [ แอนนิเมเตอร์ :  เผ่าของเจ้าหรือ พวกข้าสังหารมานักต่อนักแล้ว ] แอนนิเมเตอร์มองเห็นใบหน้าของสิ่งมีชีวิตที่พิมพ์ข้อความ มันจึงพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ ราวกับว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต


    “ พวกคุณรู้จักกันเหรอ ” ยอร์ชรอคำตอบ ความโกรธของเผ่าพันธุ์ทั้งสองอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ


    [ ไททันเนียร์ : เหตุใดข้าจะไม่รู้จักเผ่าพันธุ์ที่แสนอ่อนแอเช่นพวกมดปลวกเหล่านี้เล่า ]


    [ แอนนิเมเตอร์ :  แล้วเหตุใดข้าจะไม่รู้จักเผ่าพันธุ์นี้ พวกที่ใช้เพียงร่างกาย ไม่ยอมให้สมองได้ทำงาน ]


    [ ไททันเนียร์ : เหอะ คิดว่าข้าจะสนใจคำพูดของเผ่าพันธุ์ที่ต้องพึ่งเครื่องมือหรือ ]


    “ ทุกคน เอาแบบนี้เป็นยังไง ในเมื่อพวกคุณเห็นไลฟ์ของผม เรามาสร้างกฎกันไหมเพื่อให้ช่องของผมน่าอยู่  ใครก็ตามที่เข้ามาที่นี่จะต้องไม่สร้างความขัดแย้งขึ้นมา เพื่อให้คนอื่นๆมีความสุขในการดู ”


    [ ไททันเนียร์ : ข้าไม่มีปัญหา ]


    [  แอนนิเมเตอร์ : เหตุใดข้าต้องมีปัญหากับเผ่าพันธุ์ที่ไม่มีความก้าวหน้าทางอารยธรรมด้วยเล่า ]


    ยอร์ชเห็นสีหน้าของไททันเนียร์ผิดแปลกไป เขาจึงรู้ได้ว่าตอนนี้คงกำลังโกรธ  เขาจึงชวนออกนอกเรื่อง


    “ คุณแอนนิเมเตอร์ ผมขอถามบางอย่างหน่อยได้ไหม พวกคุณมีสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์หรือเปล่า ผมกำลังศึกษามันแต่ยังไม่เห็นปลายทางของงานวิจัยเลย ”


    [ แอนนิเมเตอร์ : ปัญญาประดิษฐ์ที่เจ้าพูดถึงคือชุดข้อมูลที่สามารถเรียนรู้และต่อยอดเองได้จากการนำข้อมูลจำนวนมากมาใช้อ้างอิงใช่หรือไม่  ]


    “ ครับ ทำนองนั้นเลย ”


    [  แอนนิเมเตอร์ : สิ่งนั้นก็ได้ยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าแล้วนี่ไง ]


    บนใบหน้าของยอร์ชปรากฎความตะลึง เมื่อรู้ว่าปัญญาประดิษฐ์มีชีวิตจิตใจ แต่เมื่อลองคิดใหม่ อีกฝ่ายอาจจะกำลังหมายถึงตนเองที่ผสานเข้ากับปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกับเขา


    “ คุณผสานเข้ากับปัญญาประดิษฐ์อย่างนั้นเหรอ ”


    [ ข้าไม่ได้ผสานกับมัน แต่เป็นมันที่ผสานเข้ากับข้าผ่านทางสายเลือด ]


    “ พวกคุณส่งต่อมันผ่านทางสายเลือดงั้นเหรอ ”


    [  เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ]


    “ แสดงว่าพวกคุณก็ต้องรู้จักนาโนเทคโนโลยี ”


    [  หากข้าเดาไม่ผิด มันคงจะเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ควบคุม และจัดการสสารในระดับนาโนเมตรที่ใช้กันในอารยธรรมระดับต่ำ ]


    ยอร์ชเก็บอาการตกใจเอาไว้ นาโนเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งประดิษฐ์สูงสุดของมนุษยชาติ อีกฝ่ายกลับบอกว่ามันเป็นวิทยาการล้าหลังของเผ่าพันธุ์ระดับต่ำ


    “ พวกคุณมีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่านาโนเทคโนโลยีด้วยอย่างนั้นเหรอ ”


    [  มากมายยากเกินจะนับได้ ]


    “ งั้นแสดงว่าเทคโนโลยีนาโนเทคโนโลยีคงจะมีให้เรียนรู้ใช่ไหม คุณสามารถส่งต่อความรู้นี้ให้ผมได้หรือเปล่า หรือว่าจะให้ผมแลกมันก็ย่อมได้ ”


    [  ดวงดาวของข้ามีกฎห้ามส่งต่อเทคโนโลยีให้กับเผ่าอื่น ]


    ยอร์ชเริ่มตื่นเต้น หากเขาสามารถชักจูงอีกฝ่ายให้ขายเทคโนโลยีให้ตนเองได้ ถึงเขาจะไม่ได้เหรียญกาแล็กซี่จากมัน แต่การช่วยแม่ของเขาอาจจะง่ายมากยิ่งขึ้น


    “ ขายให้ผมก็ไม่ได้งั้นเหรอ ตอนนี้โลกของผมเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่รุกรานมาจากต่างมิติ ผมต้องสร้างนาโนเทคโนโลยีให้ได้โดยเร็วหากอยากจะพาเผ่าพันธุ์ของผมรอดตาย ”


    [  มันเป็นกฎ ข้าไม่สามารถฝ่าฝืนได้ พวกข้าเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย ทุกครั้งที่ข้าทำผิดกฎ เผ่าของข้าจะรับรู้ถึงเรื่องนี้ ]


    ยอร์ชลูบคางตนเองเล็กน้อย เขาอยากได้วิทยาการของมนุษย์ต่างดาว มันจะทำให้เขาเข้าถึงนาโนเทคโนโลยีได้เร็วกว่าเดิม อาจจะเป็นสัปดาห์นี้หรือไม่ก็อาทิตย์นี้ที่เขาสร้างมันขึ้นมาสำเร็จ


    “ เอาแบบนี้ คุณพอจะชี้แนะแนวทางให้ผมได้ไหม  แลกกับสิ่งประดิษฐ์พวกนี้ ผมจะเป็นคนจ่ายค่าส่ง ส่วนคุณแค่ช่วยชี้แนะสิ่งที่ผมทำ ”


    แอนนิเมเตอร์จับคางตนเอง ก่อนจะหันมองยอร์ช


    [  กฎห้ามไม่ให้ข้าส่งต่อความรู้ แต่มันไม่ได้ห้ามให้ข้าบอกสิ่งที่ผิดพลาด เช่นนั้นข้าตกลง ]


    ยอร์ชฉีกยิ้มกว้าง แม้จะต้องสูญเสียสิ่งประดิษฐ์ไปมากก็ตาม แต่มันกลับทำให้เขาเข้าใกล้นาโนเซลล์ได้มากยิ่งขึ้น


    เมื่อรู้ว่าเขาไม่ควรจะปล่อยโอกาสดีๆทิ้งไป ยอร์ชจึงนำความรู้เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีที่ไอรีนครอบครองออกมาเปิดเผย  ทุกอย่างยังคงอยู่ในการวิจัยของไอรีน หลังจากย่อความรู้แล้ว ยอร์ชจึงถามว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อเพื่อให้มันง่ายยิ่งขึ้น