ภายในห้องโถงใหญ่ของตำหนักพรรคพยัคฆ์ทมิฬปรากฏภาพบุรุษรูปงาม ท่วงท่าอ่อนโยนดุจสายธาร หากแต่แววตากับมีแวววิตกกังวล 'หนานกงอี้'กับเหล่าองครักษ์ที่ติดตามมากำลังรอคอยบุคคลผู้หนึ่งด้วยความกระวนกระวายในใจ
หากแต่สีหน้าภายนอกดูเงียบสงบส่งยิ้มบางไปทางองครักษ์ของพรรคพยัคฆ์ทมิฬที่สวมชุดคลุมสีดำหน้ากากสีเงินท่าทางดุดันที่อยู่ด้านหน้าเป็นระยะเขานั่งรอมาสามชั่วยามแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามผู้ใด
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนรังปีศาจที่ทั้งอันตรายและน่าเกรงขาม ทั่วทั้งโลกรู้ว่าจักรพรรดิปีศาจไร้หัวใจ ไร้ซึ่งความรู้สึกแต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็ไม่ต่างกันเลย
จนกระทั่งปรากฏร่างบุรุษผู้หนึ่งสวมหน้ากากสีทองสายตาของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก ดวงตาเหี้ยมแผ่รังสีสังหารริมฝีปากสีแดงภายใต้หน้ากากยกยิ้มเหยียดหยัน ต่างจากท่าทางที่กำลังประคับประคองหญิงงามด้านข้าง หากแต่พอเขามองไปยังหญิงงาม ใบหน้าเรียวเล็ก เครื่องหน้างดงามเป็นหนึ่ง เรือนร่างบอบบางชวนให้ทะนุถนอมดวงตาคู่งามที่มองมาทางเขาด้วยแววตาสะกดให้ทุกอย่างหยุดนิ่งด้านข้างก็ใจเต้นระรัวสั่นไหว
'นั่น! คือนาง แล้วนางมาทำอะไรที่นี่ ไม่ใช่ว่านางอยู่ที่หุบเขาพิษหรอกหรือ?’
หนานกงอี้แน่ใจว่าเป็นนางเมื่อสองปีก่อน หลังจากสงสัยว่าหวังเฟิงเฟิงอาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของราชครูหวัง เมื่อครั้งหนึ่งหวังเฟิงเฟิงเคยหลุดปากเรื่องหวังลี่เหยาครั้งนั้นนางก็ตกใจปากคอสั่นเขาทำเป็นไม่ใส่ใจเหมือนกับไม่ได้ยินว่านางเอ่ยอะไร
ภายหลังเขาก็ส่งคนเข้าไปในจวนราชครูหวังจนได้มีโอกาสทราบความจริงทั้งหมด รอจนกระทั่งปีกว่าเขาจึงจะได้ภาพเหมือนของหวังลี่เหยามา ตั้งแต่นั้นมาเขาก็หลงรักปักใจในตัวของนางทันที
คราแรกเขาอยากได้หวังลี่เหยาเพียงเพราะอยากได้พลังเทพธิดาของนางเพื่ออำนาจ หวังเป็นหนึ่งในแว่นแคว้น แต่พอครั้นใด้เห็นภาพเหมือนของนางเขาอยากได้ทั้งอำนาจและตัวนางด้วย พอได้มาเห็นหวังลี่เหยาที่ไม่ใช่ภาพวาดก็บังเกิดความฮึกเหิมลืมตัว ลืมไปแม้กระทั่งว่าตอนนี้อยู่ที่ใด?
แล้วคนที่อยู่ข้างนางน่ากลัวแค่ไหน? เขาก้าวไปตรงหน้าหวังลี่เหยาสองมือยื่นออกไปหวังเพียงสัมผัสว่าใช่นางตัวจริงหรือความฝัน
เปรี้ยง!!!
จู่ๆ พลังมหาศาลก็อัดไปที่ร่างหนานกงอี้จนร่างกายกระเด็นไปไกลถึงกำแพง ทั่วทั้งร่างกายแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นร่างกายค่อยทรุดลงกับพื้นโลหิตสีแดงสดทะลักออกปากไม่หยุด
“ท่าน! ทำไม? ข้าคือรัชทายาทแคว้นหนานนะ!”
องครักษ์ที่มากับหนานกงอี้เหงื่อซึมเต็มใบหน้าเตรียมพร้อมต่อสู้แม้ในใจจะรู้ชะตาตัวเอง มันเริ่มแล้วซินะ! 'ฆ่าโดยไม่ถามหาก' แต่พวกเขาก็อยากจะรู้ว่าทำไม เหตุใดจักรพรรดิปีศาจถึงอยากจะฆ่าองค์รัชทายาทหนานกงอี้
“แล้ว?”
เว่ยหานฟงไม่มีคำอธิบายดวงตาหรี่มองร่างที่ทรุดอยู่เบื้องหน้าเขาใช้พลังเพียงแค่สามส่วนเท่านั้น เขาอยากจะฆ่ามันให้ตายตั้งแต่มองนางครั้งแรกแล้ว พอมันยื่นมือออกมาจะจับนางเท่านั้นก็เลยซัดฝ่ามือออกไปโดยไม่ต้องคิด หากใม่ใช่เพราะว่านางอยากจะถามอะไรบางอย่างฝ่ามือเมื่อกี้เขาคงซัดเต็มพลังจนมันไม่มีโอกาสได้พูดได้ถามแล้ว
“นางคือคู่หมายของเปิ่นไท่จื่อหรือท่านจะแย่งคู่หมายของเปิ่นไท่จื่อ”
สิ้นคำขององค์รัชทายาทหนานกงอี้ บุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆหวังลี่เหยาก็แผ่ไอเย็นไปทั่วบริเวณพลังปราณในร่างแทบประทุออกมามือหนากำแน่นอย่างสะกดอารมณ์ ริมฝีปากเม้มแน่นดวงตากรุ่นโกรธ
หวังลี่เหยาสอดมือเล็กเข้าไปกุมมือใหญ่เอาไว้ส่งแรงกระชับให้ร่างสูงตรงหน้าเพื่อให้เขาผ่อนคลายลง นางมองไปที่หนานกงอี้ บุคคลผู้นี้สั่งฆ่าตระกูลของนาง โดยไม่แม้แต่จะลังเลเลย แววตาคู่งามของนางดำมืดลง นางก้าวไปหยุดด้านหน้าของหนานกงอี้มือเล็กเผลอกำมือของเว่ยหานฟงแน่นขึ้น
“ข้าไปเป็นคู่หมายท่านตั้งแต่เมื่อไรกัน?” น้ำเสียงราบเรียบเย็นชา ดวงตาหงษ์ปรายตามองบุคคลเบื้องหน้าด้วยแววตาเย้ยหยัน
“มีราชโองการพระราชทานสมรสจากเสด็จพ่อให้เปิ่นไท่จื่อกับเจ้าแต่งงานกันทันทีที่เปิ่นหวางไปรับเจ้ากลับมาจากหุบเขาพิษ หลายวันก่อนเปิ่นไท่จื่อกำลังเตรียมเดินทางจะไปช่วยเจ้าที่หุบเขาพิษ ตอนนั้นที่เปิ่นไท่จื่อได้รู้ว่าหวังเฟิงเฟิงคิดฆ่าเจ้าเปิ่นไท่จื่อรีบส่งคนไปช่วยเจ้าทันทีแต่คนของเปิ่นไท่จื่อกลับช่วยเจ้าเอาไว้ไม่ทัน”
หนานกงอี้พยายามส่งสายตาวิงวอนรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้นางหวังต้องการให้นางใจอ่อน
“ข้าได้ยินแต่ว่าท่านเป็นคู่หมายพี่ข้าแล้วข้าจะมาเป็นคู่หมายท่านได้อย่างไร นั้นแสดงว่าที่ผ่านมาท่านโกหกพี่สาวของข้าใช่หรือไม่?”
มุมปากบางกระตุก หางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้ดวงตาทะมึนกว่าเดิม มือเล็กในมือของเขา เขี่ยนิ้วเรียวของเขาเบาราวกับปลอบโยน
“ไม่ใช่! เจ้าเข้าใจเปิ่นไท่จื่อผิดแล้ว หวังเฟิงเฟิงนางคิดไปเอง อย่างเปิ่นไท่จื่อมีหรือจะมองนางเปิ่นไท่จื่อจริงใจกับเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นตั้งแต่แรกข้างกายเปิ่นไท่จื่อก็ไม่เคยมีหญิงนางใด ครั้งแรกเมื่อเปิ่นไท่จื่อได้เห็นภาพเจ้าเปิ่นไท่จื่อก็หลงรักเจ้าจนหมดใจ”
‘ตลกแล้วไอ้นี่! เจอแค่รูปแล้วบอกรัก หากรูปไม่ตรงปกจะทำอย่างไร? มองคนแต่ภายนอกชัดๆ สงสารแต่หวังเฟิงเฟิงถูกไอ้บ้านี่หลอกไม่รู้ตัวจนกระทั่งตาย'
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตระกูลของข้า!พ่อแม่ของข้า! การที่ท่านชอบผู้หญิงคนหนึ่งท่านต้องฆ่าครอบครัวนางด้วยหรืออย่างไร? ท่านคิดว่าทำแบบนี้ข้าจะรู้สึกดีกับท่านหรือ? ข้าไม่ได้ปัญญาอ่อนนะ!”
หวังลี่เหยาตอนนี้โมโหสุดขีดแต่แรกที่พบหนานกงอี้นางยังรู้สึกกังวลถึงรัศมีขององค์รัชทายาทอยู่บ้างแต่ตอนนี้โมโหจนหน้ามืดไปหมดคนแบบนี้จะเป็นฮ่องเต้ในอนาคตได้อย่างไรสงสารราษฎรแคว้นหนานเสียจริง
“ท่านสั่งฆ่าครอบครัวของข้าท่านพ่อข้าเคยเป็นอาจารย์ของท่านความดีที่ท่านทำไม่ได้ทำให้ท่านรู้สึกผิดสักนิดบ้างเลยหรือ?!!”
“ท่านราชครูเป็นอาจารย์ของข้า กลับโกหกข้าไม่ยอมบอกความจริงข้า ซ้ำยังจะพยายามแอบซ่อนเจ้าไว้หลายปีนั้นหมายความว่าไม่ต้องการสนับสนุนข้าอีกต่อไปแล้วเท่านั้นยังไม่พอ! ซ้ำร้ายยังคิดเอาลูกบ่าวมาสวมตัวเป็นเจ้าด้วยคนแบบนั้น ตายก็สมควรแล้ว!!”
หนานกงอี้ตะโกนตอบนางด้วยความอัดอั้นตันใจเมื่อถูกนางในดวงใจต่อว่า ตัวเขาตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครต่อว่าหรือใช้สีหน้าแววตาแบบนี้มองเขามาก่อน ก็รู้สึกโมโหจนอยากจะจับร่างบางมาระบายความโกรธเกรี้ยว
“งั้นข้าก็ไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว พี่หานฟงเจ้าคะ”
เมื่อเห็นนางส่งสายตามาเขาก็พยักหน้าให้องครักษ์ด้านข้างจับมือน้อยออกไปทันที
“ฆ่า!”
สิ้นเสียงท่านประมุของครักษ์เงาก็ออกมาจัดการตามคำสั่ง หวังลี่เหยาไม่อยากไม่รับรู้ว่าด้านในเกิดอะไรขึ้นนางรู้เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้จะไม่มีรัชทายาทที่ชื่อหนานกงอี้แล้วตอนนี้ยังเหลือแต่...
'ฮ่องเต้หนานกงชิงซินะ! '