ภายใต้ความสนใจของคนจำนวนมากเย่เฉินก็วิ่งหัวซุกหัวซุนออกมาจากป่าร้าง
“เย่เฉินข้าจะฆ่าเจ้า” ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนออกมาจากด้านหลังของเขา
คนที่อยู่หน้าสุดคือข่งเฉาและเจียงหยางทั้งสองคนทำสีหน้าอย่างไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด สีหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยว และด้วยพวกเขาเพิ่งปีนขึ้นมาจากหลุมทั่วทั้งตัวจึงเต็มไปด้วยดินโคลนสกปรกดำสนิท
อ๊าก...!
บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขากำลังโกรธมากดวงตาทั้งคู่จึงแดงก่ำและคงจะลืมไปแล้วด้วยว่าพวกเขากำลังใส่กางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว
“เย่เฉินข้าจะฆ่าเจ้า” ที่ด้านหลัง มีเสียงร้องโหยหวนอย่างผีสางดังขึ้นและทั้งหมดก็เป็นเสียงของคนที่สวมกางเกงชั้นในทั้งสิ้นพวกเขายังถือก้อนอิฐไว้ในมือตามไล่ล่าเย่เฉินราวกับหมาบ้า
ภาพฉากนี้...!
ในขณะนี้เฟิงอู๋เฮิ่นผู้นิ่งเงียบมาโดยตลอดก็กระตุกปากยิ้มขึ้นทันทียิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่นที่ตอนนี้ต่างอ้าปากกว้างจนแทบจะยัดไข่ไดโนเสาร์เข้าไปได้ทั้งฟอง
จะบอกว่าสิ่งที่เย่เฉินทำไปก็ถือว่ายังไม่มากเกินไปแม้ว่าเขาจะยึดเอาของวิเศษของทุกคนไปจนหมด และถอดเสื้อผ้าออกแต่อย่างน้อยก็ยังเหลือกางเกงไว้ให้หนึ่งตัว
เบื้องหน้าเย่เฉินได้คว้าแขนของฉู่ซวนเอ๋อร์เอาไว้และเข้าไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของนาง“อาจารย์ มีคนจะทุบข้า”
“ก็สมควรโดนทุบแล้ว”ฉู่ซวนเอ๋อร์เหลือบไปมองเย่เฉินอย่างโหดร้าย หน้าอกขยับขึ้นลงเป็นจังหวะดวงตาที่งดงามเปล่งประกายดั่งไฟลุกโชน แก้มอันงดงามของนางก็ปรากฏเป็นสีแดงระเรื่อไม่แน่ว่าจะเพราะความโกรธหรือเปล่า
“พวกเขารวมหัวกันมารังแกข้าก่อนนะ”เมื่อเห็นว่าฉู่ซวนเอ๋อร์จ้องเขาตาเขม็ง เย่เฉินจึงกระแอมขึ้น
“กลับไปข้าจะจัดการกับเจ้าแน่”ฉู่ซวนเอ๋อร์จ้องไปที่เย่เฉินอีกครั้ง
หากไม่ได้เห็นฉากอันแสนประหลาดนี้ด้วยตาของตนเองนางจะไปเชื่อได้อย่างไรว่าศิษย์ของนางทำอะไรโหดร้ายเช่นนี้
นั่นคือศิษย์ของสำนักในที่ถูกส่งเข้าไปในป่าร้างตอนเข้าไปต่างทำตัวเป็นคนนิสัยเหมือนสุนัข ทั้งหยิ่งผยองและไร้มารยาททำไมเมื่อถึงเวลาออกมา จึงได้คลานออกมาราวกับขึ้นมาจากหลุมศพทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว
ดูเหมือนจะมองเด็กคนนี้ต่ำเกินไปแล้วจริงๆ
ฉู่ซวนเอ๋อร์พูดเช่นนี้อยู่หลายครั้งศิษย์นับร้อยคนของสำนักในมีสามคนในนั้นอยู่ระดับขั้นพลังหยางแต่นึกไม่ถึงว่าพวกเขาต่างถูกเย่เฉินศิษย์ระดับขั้นรวมพลังซึ่งเป็นขั้นแรกสุดเอาชนะไปได้ทั้งสิ้นซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์
“เหิมเกริมยิ่งนัก”อีกด้านหนึ่ง มีเสียงตะโกนของนักพรตเต้าเสวียนดังขึ้นมา เพื่อหยุดยั้งพวกข่งเฉา“การทดสอบในป่าร้างเสร็จสิ้นไปแล้ว ยังไม่หยุดกันอีก”
หลังจากนักพรตเต้าเสวียนตำหนิออกไปพวกข่งเฉาก็หยุดลงทันที ในหัวของพวกเขาที่เต็มไปด้วยความโกรธก็กลับมามีสติอีกครั้งและในตอนนี้เมื่อรู้ว่าตนเองสวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวใบหน้าของพวกเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ทุกคนจึงแทบจะทรุดหน้ามุดแผ่นดินหนีไป
ดังแล้วงานนี้พวกเขาดังไปทั่วแน่ๆ
เดิมทีพวกเขาถูกส่งให้เข้าไปในป่าร้างเพื่อทำการทดสอบศิษย์สำนักนอกอีกแง่หนึ่งก็เปรียบได้ว่าพวกเขาคือผู้ล่า ส่วนศิษย์สำนักนอกทำหน้าที่เป็นเหยื่อ
แต่ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้พวกเขาดูเหมือนจะกลายเป็นเหยื่อเสียเองมากกว่า ทั้งถูกทุบตีจนหมดสติถูกฝังทั้งเป็น ถูกแย่งชิงของวิเศษไปจนหมด แม้แต่เสื้อผ้าก็เหลืออยู่เพียงตัวเดียวมันช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายต่อหน้าธารกำนัลเป็นอย่างยิ่ง หากจะลองถามดูก็คงต้องถามว่าในชีวิตนี้ทั้งชีวิตมีเรื่องอะไรที่น่าอับอายไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า?
“รีบใส่เสื้อผ้าสิ”ในตอนนี้แม้แต่ใบหน้าของนักพรตเต้าเสวียนก็แดงก่ำ เขาโบกมือออกไปส่งเสื้อผ้าให้พวกเขาใส่ทีละตัว
ทุกคนรีบหยิบเสื้อผ้าที่นักพรตเต้าเสวียนส่งให้ขึ้นมาตอนนี้ใครๆ ก็ต่างหันมาสนใจเป็นอย่างมาก
หลังจากใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วทุกคนก็มีดวงตาที่แดงก่ำ ทุกสายตามองไปยังเย่เฉินที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉู่ซวนเอ๋อร์และพูดออกไปอย่างคับแค้น “เย่เฉิน เจ้าคอยดูเถอะ วันหลังข้าจะทำให้เจ้าไม่ตายดีแน่นอน”
“ข้าไม่กลัวหรอก”เย่เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของฉู่ซวนเอ๋อร์ ได้โผล่ศีรษะออกมาเพียงครึ่งหนึ่งและตะโกนออกไป
“พอได้แล้ว”นักพรตเต้าเสวียนพูดแทรกขึ้นมาเพื่อหยุดการปะทะคารมที่กำลังเกิดขึ้น
“จั่วชิวหมิงล่ะ?” เมื่อมองไปรอบๆ ฝูงชนจากนั้นนักพรตเต้าเสวียนก็มองไปยังข่งเฉาและเจียงหยางซึ่งยืนอยู่หน้าสุด
“เอ่อ...ยังอยู่ในป่าร้าง”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของทั้งสองคนมีความผิดปกตินักพรตเต้าเสวียนขยิบตาให้กับศิษย์สำนักในสองคนที่อยู่ด้านข้างศิษย์ทั้งสองนั้นเข้าใจความหมายได้ จึงเดินเข้าไปในป่าร้างเพื่อค้นหาจั่วชิวหมิง
ไม่นานทั้งสองคนก็ออกมาพร้อมกับคนที่เปื้อนเลือดคนหนึ่ง
“เฮ้ย...บัดซบ”เมื่อเห็นจั่วชิวหมิงที่อยู่ในสภาพเกือบพิการ เจ้าหมีสองและพวกเซี่ยอวิ๋นต่างส่งเสียงอุทาน
“นี่เป็นการลงมือที่เหี้ยมโหดโดยแท้!”
“นี่เขาก็ถูกเย่เฉินทำร้ายด้วยหรือ? มันจะเก่งกาจเกินไปแล้ว” เมื่อเห็นฉากที่เปื้อนเลือดเช่นนี้ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นโดยทันที จากนั้นทุกคนก็มองไปยังเย่เฉินด้วยสายตาเดียวกัน
แต่เย่เฉินที่กำลังเป็นที่จ้องมองของใครหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมขึ้นทันทีเขาส่ายหน้าและมองขึ้นไปยังท้องฟ้า
“ผู้อาวุโสเย่เฉินใช้วิธีของพวกอันธพาลในการทำร้ายพวกข้า”พวกข่งเฉาต่างคับแค้นใจในความไม่เป็นธรรม จากนั้นจึงคุกเข่าลงกับพื้น“ศิษย์พี่จั่วชิวหมิงต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้ท่านผู้อาวุโสได้โปรดช่วยตัดสินด้วย”
เอ๊ะ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนักพรตเต้าเสวียนก็เริ่มจะสนใจขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเย่เฉิน และพูดว่า “เจ้าหนุ่ม บอกข้ามา เจ้าใช้อะไรไปบ้าง”
“ระเบิดควันทุ่นระเบิด ผงเถ้าศิลาขาว ยาสลบ เข็มพิษ เชือกเทวะหนึ่งมัด ...”เย่เฉินกล่าวความจริงออกไปเขาได้รายงานชื่อสิ่งของที่พวกคนร้ายมักใช้งานออกไปจำนวนสิบกว่าชนิดเมื่อทุกคนที่นั่นได้ยินต่างพากันตกตะลึงผู้อาวุโสสำนักในหลายคนต่างมองมายังเย่เฉินอย่างมีความหมายเจ้าหนุ่มคนนี้บุคลิกท่าทางเหมือนข้าในตอนนั้น
“เจ้าหนุ่มเจ้านี่มันครบถ้วนจริงๆ !” อีกด้านหนึ่งนักพรตเต้าเสวียนก็ยกมุมปากขึ้นทันที
“ผู้อาวุโสล่วงรู้ได้พวกเขาเป็นคนปิดล้อมข้าก่อน” เย่เฉินพูดอย่างรีบร้อน “ศิษย์เพียงต้องการจะเอาตัวรอดจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการอย่างคนร้าย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เย่เฉินก็เริ่มกระแอมขึ้นอีกครั้ง“และอีกอย่างในการทดสอบในป่าร้างก็ไม่มีกฎข้อใดที่ห้ามไม่ให้ใช้วิธีการของพวกคนร้ายแต่ผู้อาวุโส ท่านควรจะกลับไปสั่งสอนศิษย์พี่ที่มีอยู่มากมายให้ดี สำนักส่งพวกเขามาทำการทดสอบพวกเราแต่พวกเขากลับทำตัวเหมือนฝูงผึ้ง มาไล่ตามสังหารข้า ข้ายิ่งประหลาดใจยิ่งนักศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบในป่าร้างมีตั้งมากมายแล้วเหตุใดจึงมาติดตามข้าเพียงคนเดียว...”
“พอได้แล้ว”นักพรตเต้าเสวียนพูดขัดคำพูดของเย่เฉินโดยตรง ทุกคนต่างกำลังยุ่งจึงไม่มีเวลามากพอจะฟังเขาอธิบาย
แม้ว่าจะไม่ให้เย่เฉินพูดต่อแต่นักพรตเต้าเสวียนกลับฟังออกเช่นกันพวกข่งเฉาต้องการใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในป่าร้างกำจัดเย่เฉิน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร? เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึง คือสมบัติที่มีค่าอย่างเย่เฉินที่ทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ให้เกิดขึ้นได้
“การทดสอบในป่าร้างสิ้นสุดลงแล้วนับบัดนี้”นักพรตเต้าเสวียนเหลือบมองไปยังข่งเฉาและพวก จากนั้นก็มองไปยังเย่เฉินและกลุ่มศิษย์สำนักนอกที่เพิ่งผ่านการทดสอบเข้ามา “จากวันนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าทุกคนนับว่าเป็นศิษย์ของสำนักในหวังว่าพวกเจ้าจะทำการฝึกฝนอย่างหนักเช่นเดียวกับตอนที่อยู่สำนักนอกทางสำนักจะจัดหาอาวุธและสิ่งของในการฝึกตนให้กับพวกเจ้าอย่างเต็มที่แต่หากพวกเจ้าละเมิดกฎระเบียบของสำนัก ข้าก็จะไม่มีความปรานีเช่นกัน”
“แยกย้ายกันได้!” เมื่อคำพูดสุดท้ายสิ้นสุดลง นักพรตเต้าเสวียนก็สะบัดแขนเสื้อจากนั้นก็เดินออกไป
หลังจากเขาออกไปแล้วเฟิงอู๋เฮิ่นก็รอให้กลุ่มผู้อาวุโสสำนักในออกไปก่อนจากนั้นตนจึงตามออกไป
“เจ้ารอข้าก่อนเถอะ”ข่งเฉาและคนอื่นๆ ไม่มีหน้าจะอยู่ต่อไปอีก แต่ละคนต้องการจะหลีกหนีออกไปจากสายตาของฝูงชนแต่ก่อนที่จะออกไป พวกเขาต่างจ้องมองเย่เฉินอย่างดุร้าย
ศิษย์จำนวนมากได้ทยอยกันออกไปเช่นกันแต่ก่อนที่จะออกไป ทุกคนต่างหันมามองทางเย่เฉินอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ฉากเหตุการณ์ของวันนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจเสียจริงๆ ศิษย์ฝึกหัดขั้นรวมพลังธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะสามารถทำเรื่องใหญ่โตที่สะเทือนฟ้าสะท้านแผ่นดินได้ถึงเพียงนี้แต่สิ่งสำคัญที่ยังไม่วางใจนั่นคือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในสำนักในนับจากวันนี้ไป
“ฮ่าๆ! ข้าได้เป็นศิษย์สำนักในแล้ว” ความสุขจากการผ่านการทดสอบ ทำให้ศิษย์สำนักนอกที่ผ่านการทดสอบมาด้วยความงุนงงต่างแสดงความดีใจออกมาพวกเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเดินตามกันเป็นกลุ่มใหญ่เข้าสู่สำนักใน
“ความสุขที่หาได้ยากเช่นนี้คืนนี้มาดื่มฉลองกันสักหน่อยดีไหม?” เซี่ยอวิ๋นมองไปยังฮั่วเถิงและพวกฉีเยว่ราวกับออกคำสั่ง
“เช่นนี้ก็เยี่ยมไปเลย”
“เยี่ยมเยี่ยมเลย” เมื่อเห็นดังนั้น เย่เฉินก็อยากจะเข้าร่วมด้วย แต่ทันทีที่ก้าวออกไปฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ยื่นมือออกมา และลากตัวเขากลับไป เมื่อมองไปก็เห็นเพียงใบหน้าที่ยิ้มแก้มปริ
“อยากดื่มใช่ไหมเดี๋ยวอาจารย์พาเจ้าไปดื่มเองก็ได้”ฉู่ซวนเอ๋อร์ยิ้มและจ้องมองจนในใจของเย่เฉินรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นท่าทางของฉู่ซวนเอ๋อร์เขามีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกทุบตีอย่างไรอย่างนั้น
“อาจารย์หรือว่าท่าน...”
ขณะที่เย่เฉินกำลังจะพูดฉู่ซวนเอ๋อร์ก็เริ่มขยับตัว ก้าวเข้าไปยก และหิ้วเขาขึ้นมาราวกับไก่ถูกหิ้วปีกจากนั้นก็ทะยานไปสู่อากาศ มุ่งตรงไปยังทิศทางของยอดเขาดรุณีหยกของสำนักใน“อาจารย์จะพาเจ้าไปดูบ้านใหม่”
โอ๊ย...!
ไม่นานมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดั่งภูตผีดังมาจากยอดเขาดรุณีหยก
เอ่อ...
เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมานี้ทำให้หัวใจของพวกเซี่ยอวิ๋นสั่นสะท้านและรู้สึกอึดอัดไปทั่วตัว การที่ได้พบกับอาจารย์ที่โหดร้ายรุนแรงเช่นนี้คงจะเป็นการกำหนดให้ชีวิตของเย่เฉินจากนี้ไปได้พบกับสีสันเป็นแน่