ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 89 บรรยากาศที่น่าอึดอัด

            ทั้งสามคนตอนนี้มองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าเหยื่อในครานี้จะไม่หลงกลการยั่วยวนของเหมาหนิงเจียละแถมเขายังระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากถึงกับเอาหุ่นเงาขั้นจิตยุทธปฐพีถึงสองตนออกมา


            เขาตอนนี้ก็ไม่ได้ทำสมาธิอย่างเช่นเคยแล้วด้วย ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะสัมผัสได้เช่นกัน


            "ดูเหมือนว่าเราจะทำอะไรไม่ได้แล้ว ชั่งเถอะ วันนี้เราไปกันดีกว่า"


            เหลาลี่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีแล้วก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆพลางสั่งให้น้องทั้งสองติดตามมา


            เหมาหนิงเจียกับเหมารุยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย การจะอยู่ภายใต้ผู้คนที่รับรู้ถึงจุดประสงค์ของพวกเขาแล้วมันก็ไม่เป็นการดีอย่างมาก ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงกันซะดีกว่าเพราะถึงยังไงพี่ใหญ่ก็มีเพียงแค่ตัวคนเดียว ส่วนพวกเขาทั้งสองคนคงจะไม่ต้องพูดถึง ขั้นพลังจิตยุทธวิญญาณระดับสูงไม่คนามือของชายหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน


            ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินออกไปอยู่นั่นเสียงของชายหนุ่มก็ดังไล่หลังออกมา


            "ดีแล้วที่พวกเจ้าคิดเช่นนี้ ถ้ายังจะลงไม้ลงมือกันพวกเจ้าอาจจะไม่รอดชีวิตก็เป็นได้ ส่วนหลังจากนี้ถ้าพวกเจ้าจะไปทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของพวกเจ้าแต่ทว่าถ้ามายุ่งย่ามกันอีกละก็จะไม่ได้เดินกลับออกไปแบบนี้แน่..!!"


            น้ำเสียงที่เยียบเย็นอย่างถึงที่สุดของหลินตงทำให้ทั้งสามต้องขนลุกซู่ แต่ละคนถึงกับหยุดนิ่งลงอย่างช้าๆ


            พวกเขาหันหัวของตนมองมาอย่างตื่นตระหนักก็เห็นว่าหลินตงตอนนี้ได้สัตว์ร้ายไปแล้ว คลื่นพลังยุทธมังกรเพลิงควบแน่นขึ้นที่เบิ้องหลังพลางจ้องเขม็งมายังพวกเขา มันทำให้แต่ละคนที่เห็นมันถึงกับร่างกายต้องแข็งทื่อ พวกเขาตอนนี้เบิกตากว้างอย่างหวาดกลัวพร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มอย่างหวาดหวั่น


            นี้คือมังกร ถึงพวกเขาไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า ต่อให้จะมีจิตวิญญาณยุทธรูปลักษณ์ของมังกรแต่ทว่าก็ไม่ได้อหังการแบบเช่นที่พวกเขาได้เห็นตอนนี้


            มังกรเพลิงตนนี้มันยิ่งกว่าจิตวิญญาณยุทธอสูรราวกับว่ามันคือมังกรจริงๆ นอกจากชายหนุ่มคนนี้จะเป็นถึงผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับสามแล้วเขายังมีพลังเช่นนี้อยู่อีก ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัวนัก


            เหมาลี่สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อฟื้นคืนสติพร้อมกับยกมือคำนับไปยังชายหนุ่ม


            "ขอบคุณนายน้อยที่ไว้ชีวิต หลังจากนี้พวกข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วละ"


            ชายวัยกลางคนตอนนี้เอ่ยสัตย์สาบานออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง น้ำเสียงที่เขาเปล่งออกมาเพียงพอจะบอกได้เลยว่ามีความละอายใจปนอยู่บ้าง


            พอลองมาคิดดูแล้วที่ทุกวันนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่ก็นับว่าปาฏิหาริย์เป็นอย่างมาก การที่สามารถลงมือกับขั้นจิตยุทธแห่งนภาก่อนหน้านี้ได้เพียงเพราะว่าชายชราคนนั้นมีตัณหาที่มากมายเกินไปก็เท่านั้น เป็นเหตุทำให้เหมาหนิงเจียสามารถจัดการได้ง่ายๆแต่ทว่าในวันนี้เขากลับเจอของจริง ชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์อย่างถึงที่สุดแถมเขายังไว้ชีวิตพวกตนอีก


            เหมาหนิงเจียกับเหมารุยดูตกใจอยู่นิดๆที่พี่ใหญ่ของพวกตนทำเช่นนี้ ต้องบอกก่อนว่าแผนการทั้งหมดนี้พี่ใหญ่เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาทั้งนั้น เรียกได้ว่าเขาคือหัวโจกเลยก็ว่าได้แต่พอมาตอนนี้เขาถึงกับเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง โดยปกติแล้วถ้าถูกไว้ชีวิตเช่นนี้พวกเราเพียงแค่เดินหนีออกไปเฉยๆก็ได้ไม่ใช่หรอ แล้วทำไมพี่ใหญ่ถึงได้ทำเช่นนี้ละ ยิ่งพวกเขาคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจนัก


            หลินตงที่นั่งอยู่เมื่อได้ฟังก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่นิ่งเฉย


            "หลังจากนี้ชีวิตของพวกเจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ข้าบอกเพียงแค่ว่าถ้าเจ้ายังจะทำแบบเดิมซ้ำๆละก็สักวันนึงจุดจบของพวกเจ้าอาจจะมาถึง"


            ชายหนุ่มพูดจบก็หลับตาลงอย่างไม่สนใจ ในตอนแรกเขาก็จะสังหารเจ้าพวกนี้ทิ้งให้มันพ้นๆแต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายของพวกเขาจะเพ่งเล็งไปยังพวกที่มีจิตใจชั่วร้ายซะมากกว่า ถึงบางครั้งจะทำเกินเลยไปบ้างก็เถอะ ต้องบอกก่อนว่าหลินตงที่มีเนตรมังกรอมตะสามารถมองเห็นได้ถึงส่วนลึกของจิตใจ ถึงเจ้าพวกนี้จะร้ายกาจยังไงแต่ภายในของพวกมันก็ยังมีความดีอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับเหมาลี่ที่เป็นพี่ใหญ่ที่เขาทำก็เพียงแค่หาเงินดูแลน้องๆเพียงเท่านั้น


            และที่เขาทำเช่นนี้ก็เพียงแค่ให้โอกาสในการกลับตัว ถ้ายังเห็นหุ่นเงาจิตยุทธปฐพีแล้้วยังโจมตีละก็ ชายหนุ่มก็จะไม่ปรานีเช่นเดียวกัน เขาจะสังหารทั้งสามคนให้สิ้นแต่ทว่าพวกเขามีท่าทางไม่ได้ลงมือและเพียงแค่หลบออกไปเฉยๆจึงทำให้หลินตงไม่ได้สนใจอะไรอีก ตราบใดที่ไม่มายุ่งเกี่ยว เขาก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องต่างๆโดยเด็ดขาดเพราะถึงยังไงโลกนี้ก็คือโลกของปลาใหญ่กินปลาเล็กนี่เนอะ


            "เข้าใจแล้วท่านผู้ฝึกยุทธ พวกข้าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากนี้ ขอบคุณท่านที่ให้โอกาส!!"


            เหมาลี่เมื่อได้ฟังก็โค้งคำนับชายหนุ่มอย่างนอมน้อมแถมเขายังสั่งให้น้องชายและน้องสาวทั้งสองทำตามเช่นเดียวกันและเมื่อพูดเสร็จแล้วชายวัยกลางคนก็นำพาทั้งสองคนเดินออกจากถ้ำไปอย่างช้าๆท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดของค่ำคืน


            ภายในถ้ำหลินตงตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอย่างไม่สนใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักนิด สำหรับเขาแล้วเรื่องราวแบบนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นเข้ามา


            เจ้าหมายเลขตอนนี้มึนงงไปหมดแล้วว่าทำไมพวกมันทั้งสามถึงได้ออกไปละ ต้องบอกก่อนว่าเจ้าหมายเลขหนึ่งไม่ได้มีหูดีแบบหลินตงจึงทำให้มันไม่สามารถรับรู้ได้ว่าทั้งสามคนนั้นพูดเรื่องอะไรกัน ยิ่งมันคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจนัก


            เพียงชั่วครู่เดียวร่างของมันก็นอนหมอบกราบอยู่ข้างๆตัวของชายหนุ่มเพื่อเฝ้าระวังอย่างเช่นเคย


            บรรยากาศภายในถ้ำกลับมาเงียบสงัดอย่างเช่นเดิม หลินตงก็เพียงแค่รอให้ถึงเช้าก็จะได้ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายของเขายังอยู่อีกไกลและที่อาณาเขตของสุสานทะเลทรายแห่งนี้มันเป็นเพียงจุดเริิ่มต้นของเขาเพียงเท่านั้น


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน