สิ้นเสียงประกาศมอบ 500 แต้มวิชาการให้อาลอน ความอับอายของอาซิมยังคงคุกรุ่นราวกับลาวาที่รอวันปะทุอยู่กลางโถงบรรยาย ชายหนุ่มตระกูลขุนนากัดฟันแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโป่ง ใบหน้าอวบอูมเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคือง เขาจำต้องรีบถอยกลับไปยังอัฒจรรย์ฝั่งทิศตะวันออก ท่ามกลางสายตาหลบเลี่ยงของนักศึกษาชั้นสูงที่เกรงจะโดนลูกหลงจากอารมณ์บ้าคลั่งของเขา
อาจารย์อารียาปรับแว่นตาทรงกลมให้เข้าที่ เลนส์แก้วสะท้อนแสงนีออนสีฟ้าสลัว บดบังเนตรรู้แจ้งแห่งอักขระเอาไว้มิดชิด เธอกวาดสายตามองไปยังแถวม้านั่งเหล็กกล้าฝั่งป้อมสนิมแดง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างอวบอ้วนของ โบเฟอร์ ซึ่งกำลังนั่งห่อไหล่ พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
“โบเฟอร์...” น้ำเสียงเยือกเย็นทว่าทรงอำนาจของอารียาดังขึ้น
“ขะ... ขอรับอาจารย์!” คนแคระร่างอวบสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกม้านั่ง เหงื่อเม็ดโตผุดพรายตามไรผม มือสั่นเทาขณะยกขึ้นราวกับคนกำลังจะถูกส่งเข้าลานปะา
“หากเ้าต้องประกอบแผงวงจรควบคุมแรงดันไอน้ำในเตาหลอม แล้วพบว่ากระแสปราณพสุธาในสายส่งเกิดการสั่นะเืผิดปกติ... สิ่งแรกที่เ้าต้องทำตามหลักทฤษฎีคืออะไร?”
“เอ่อ... คือ...” โบเฟอร์ติดอ่าง หน้าซีดสลับแดง มืออ้วนสั้นถูเข้าหากันอย่างลนลาน “ข้า... ข้าจะกดวาล์วระบายความร้อน... หรือไม่ก็... ร้องเรียกให้ชาลัคช่วยขอรับ!”
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากฝั่งนักศึกษาขุนนาง อารียาส่ายหน้าเบาๆ แววตาหลังเลนส์แว่นไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเช่นยามมองอาซิม แต่เป็ความเหนื่อยหน่ายระคนการสั่งสอน
“การระบายความร้อนไม่ได้ช่วยลบล้างคลื่นความถี่ที่ปั่นป่วน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดการเชื่อมต่อแกนอสูรภายในสามวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้ความถี่ที่ผิดปกติไหลย้อนกลับเข้าสู่ชีพจรของช่างกล...” อารียาเคาะสมุดทะเบียน แกร๊ก! “ไปท่องจำตารางการสั่นะเื 12 ระดับมาส่งข้าในคลาสหน้า หากตอบไม่ได้อีก... ข้าจะหักแต้มกินข้าวของเ้า”
“ขะ... ขอบคุณขอรับอาจารย์! ข้าจะท่องให้ได้เลยขอรับ!” โบเฟอร์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก พลางกอดกระดานชนวนไว้แน่น
“เลนส์ตาและระบบของพวกเ้า จงจำไว้... วิชาของข้าไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด เลิกชั้นได้!”
เสียงระฆังกลไกั์เหนือโดมเพดานดังก้อง ครืนนนน... บอกเวลาพักเที่ยง เหล่านักศึกษาต่างลุกฮือออกจากโถงบรรยาย มุ่งหน้าสู่อาคารส่วนกลาง
ทางเดินทอดยาวลึกลงสู่ชั้นใต้ดิน ลมร้อนจากท่อไอน้ำพัดผ่านนำกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างและสมุนไพรเวทมนตร์ลอยมาเตะจมูก
‘โรงอาหารกลางแห่งคาลิฟา’ (The Grand Mess Hall) คือโถงศิลาขนาดั์ที่ฝังตัวอยู่ลึกในแกนขุนเขา เพดานสูงลิบประดับด้วยกระจกสเตนกลาสเรืองแสงหลากสี บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงจอแจและการแบ่งแยกชนชั้น โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันฝั่งทิศตะวันออกเป็ที่จับจองของพวกขุนนาง ขณะที่พวกนักศึกษาทุนและเด็กหอสนิมแดงต้องยืนต่อแถวยาวเหยียดหน้าเคาน์เตอร์เหล็กกล้า
ทว่ายามนี้ หน้าเคาน์เตอร์อาหารกลับเกิดความวุ่นวาย!
“ถอยไปให้หมด! ไอ้พวกขยะป้อมสนิมแดง!”
เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยของ อาซิม ดังก้อง เขายืนกอดอกเชิดหน้าอยู่พร้อมคนคุ้มกันร่างั์สามคน ปิดกั้นโซนเสบียงด้วยอำนาจเงินและตราตระกูลอาหมัด
“ตราบใดที่ข้ายังไม่อนุมัติ... อาหารเกรดเอและสตูว์เนื้อสัตว์อสูรในวันนี้ ตระกูลอาหมัดเหมาหมด! พวกแกอยากกินก็ไปตักเศษน้ำซุปก้นหม้อโน่นไป!” อาซิมแสยะยิ้มเย้ยหยัน มองพวกชาลัคและเด็กรากหญ้าที่ยืนกำหมัดแน่น
ชาลัคก้าวออกมาข้างหน้า อกหนาขยายกว้าง ปราณอัคคีสีแดงฉานเริ่มแผ่ออกมาจากข้อต่อกลไก “อาซิม... เ้าจะใช้อำนาจกร่างรังแกคนอื่นเกินไปแล้วนะ!”
“เหอะ! รังแกรึ? ในคาลิฟา อำนาจเงินตราและสายเืคือที่สุด! พวกแกไม่มีแต้ม จะมาเห่าหอนอะไร--”
ตึงงงงงงงงงง!!
เสียงโลหะหนักกระแทกเคาน์เตอร์ดังสนั่นราวอัสนีบาต! แรงสั่นะเืทำให้อาซิมเสียหลักก้นกระแทกพื้น เสียงฮือฮาเงียบกริบลงทันตา
เื้ัหม้อต้มซุปั์ ร่างท้วมใหญ่ของ ‘ป้ามาตี้’ ยืนตระหง่าน มือขวาถือ ‘ทัพพีเหล็กไหล’ ที่เพิ่งกระแทกลงบนเคาน์เตอร์จนบุ๋ม แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการปรุงอาหารแผ่กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
“โวยวายอะไรกันหนักหนา... ไอ้เด็กอ้วนตระกูลอาหมัด!” ป้ามาตี้เอ่ยเสียงต่ำ แววตาที่เคยอบอุ่นดั่งมารดาพลันเปลี่ยนเป็สายตาหมีป่าที่พร้อมขย้ำศัตรู
“ปะ... ป้ามาตี้!” อาซิมหน้าซีด รีบลุกขึ้นยืนพลางใช้นิ้วชี้หน้า “ข้าคือลูกชายศุลต่านอาหมัด! ข้าใช้แต้มแลกซื้ออาหารทั้งหมดตามกฎ ท่านไม่มีสิทธิ์ขัดขวางข้า!”
ป้ามาทิลด้าควงทัพพีในมือราวอาวุธา ก่อนโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์จ้องหน้าอาซิมในระยะกระชั้นชิด กลิ่นอายความอดทนของแม่ครัวาุโทะลักออกมาจนปราณพสุธาของอาซิมสลายไปในพริบตา
“ฟังข้าให้ดีนะ เ้าเด็กสปอยล์...” ป้ามาทิลด้าเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงหนักแน่นดั่งขุนเขา “ในวิทยาลัยแห่งนี้ ฮาซันอาจจะก้มหัวให้เงินของพ่อเ้า... แต่ใน ‘โรงอาหารของข้า’ กฎข้อเดียวที่มีคือ ‘ท้องของทุกคนต้องอิ่มเท่าเทียมกัน’! หากเ้าบังอาจใช้อำนาจปิดกั้นปากท้องของเด็กหอสนิมแดงอีกครั้งเดียว... ข้าจะใช้ทัพพีนี้ยัดเ้าลงหม้อต้มซุปทำน้ำสต๊อกสุนัขเดี๋ยวนี้!”
“กะ... แก!” คนคุ้มกันของอาซิมทำท่าจะชักอาวุธ แต่เมื่อััได้ถึงพละกำลังมหาศาลของสายเืกึ่งสัตว์ป่าที่แผ่ออกมาจากตัวป้ามาทิลด้า พวกมันก็รีบกลืนน้ำลายและฉุดตัวอาซิมให้ถอยหลังออกไปอย่างหมดสภาพ
“ถอยไปซะอาซิม... ก่อนที่เ้าจะไม่มีหน้าเหลือเดินในวิทยาลัย!” ชาลัคแค่นหัวเราะสะใจ
ป้ามาทิลด้าหันกลับมาหาพวกอาลอน รอยยิ้มดั่งมารดาพลันฉายกลับคืนบนใบหน้าอวบอิ่ม เธอกระแอมเบาๆ ก่อนจะตัก ‘สตูว์เนื้อนกกระจอกเทศเพลิง’ ผสมสมุนไพรเกล็ดัวารีราดลงบนจานข้าวป่านของพวกเขาทั้งสี่อย่างพูนจาน กลิ่นหอมของเนื้อเปื่อยนุ่มพวยพุ่งยั่วน้ำลาย พร้อมแอบยัดขนมปังธัญพืชอบใหม่อีกสี่ก้อนใส่ถาดของอาลอน
“กินเยอะๆ ล่ะอาลอน... ร่างกายเ้าดูผอมแห้งไปนะ แร่ธาตุในอาหารของป้าจะช่วยปรับสมดุลสายเืและเส้นชีพจรให้แข็งแรงขึ้น รู้ไหม?”
“ขอบคุณครับ... ป้ามาตี้” อาลอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซีกเนืุ้์ฝั่งขวาของเขาััได้ถึงความเมตตาอันบริสุทธิ์ ชวนให้นึกถึงความอบอุ่นของมาเรีย แม่บุญธรรมแห่งบ้านถ้ำ
พวกเขาสี่คน—อาลอน, ชาลัค, คาเอล และโบเฟอร์—ยกถาดอาหารมานั่งลง ณ มุมอับแสงฝั่งทิศตะวันตก โบเฟอร์ยัดเนื้อเข้าปากอย่างมูมมามจนแก้มพองโต คาเอลดันแว่นตาขึ้นพลางกางแผ่นชนวนเวทมนตร์วิเคราะห์แต้มผลงานที่อาลอนเพิ่งได้รับมาอย่างตื่นเต้น
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง
วิ้งงงงงงงง...
เสียงความถี่สูงแหลมเล็กที่ไม่สามารถได้ยินด้วยหูมนุษย์ทั่วไปพลันดังก้องขึ้นในแกนสมองของอาลอน!
บรรยากาศอึกทึกครึกโครมภายในโรงอาหารกลางพลันเงียบเสียงลงอย่างประหลาด ราวกับว่าคลื่นเสียงถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำ อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำลงอย่างฉับพลัน ไอน้ำร้อนระอุที่พวยพุ่งจากหม้อซุปของป้ามาทิลด้าลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศคล้ายหยุดหมุนเวียนไปชั่วขณะ!
นักศึกษาทุกคนในโถงต่างหยุดเคลื่อนไหวและพร้อมใจกันแหวกทางออกเป็ช่องกว้างด้วยความเคารพและยำเกรงขั้นสูงสุด
ร่างระหงสายหนึ่งเดินเยื้องกรายเข้ามาตามทางเดินหินอ่อนกึ่งกลางโถง...
“หากความงดงามของสตรีทั่วทั้งเจ็ดพิภพเปรียบเสมือนดวงดาวที่ส่องสว่าง... ลูเน่ก็คือดวงจันทร์ที่สยบแสงดาวเ่าั้ให้มอดดับลงในพริบตา”
เธอสวมเครื่องแบบสภานักเรียนสีดำขลิบทองอันทรงอำนาจ ใบหน้ารูปไข่เรียวเล็กหมดจดไร้ที่ติ ผิวพรรณของเธอขาวซีดทว่าเนียนละเอียดประดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบชั้นสูงจากยุคปฐมกาล ยามเมื่อต้องแสงไฟนีออนสลัวหรือไอร้อนเวทมนตร์ ผิวของเธอจะสะท้อนประกายออโรร่าจางๆ ราวกับไม่ใช่เรือนร่างของสิ่งมีชีวิตที่มีเืเนื้อบนโลกมนุษย์ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูธรรมชาติ อวบอิ่มได้รูปสีชมพูระเรื่อธรรมชาติรับกับสันจมูกโด่งคมคายอย่างลงตัว
เรือนผมสีบลอนด์หม่นสไลด์เป็ลอนคลื่นธรรมชาติ ทิ้งตัวยาวสลวยจรดสะโพก พลวัตผกผันตามกระแสปราณดั่งสายธารดาวตก ยามกระทบแสงไฟจากเตาหลอมหรือหลอดก๊าซเวทมนตร์ ปลายเส้นผมจะสะท้อนประกายแสงสีเงินสว่างวาบ ช่วยเพิ่มมิติอันลึกลับและพรางดวงตาอันดุดันของเธอให้แลดูอ่อนโยนลงในบางจังหวะ
ทว่าสิ่งที่สยบทุกสรรพสิ่งคือ ‘เนตรนภากาลสลัว’ ดวงตาสีฟ้าอมม่วงเรืองแสงประดุจผืนฟ้ายามราตรีที่พายุตั้งเค้า แววตาของเธอว่างเปล่า เ็า และเด็ดเดี่ยวอย่างน่ากลัว ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อสิ่งใด ราวกับผ่านโศกนาฏกรรมและการสูญเสียมานับพันปีจนจิตใจด้านชา ทว่าลึกลงไปในแววตาคู่นั้น... กลับซ่อนรอยร้าวแห่งความโดดเดี่ยวและความเหงาอันท่วมท้นเอาไว้ภายใน เป็ความงดงามที่ทั้งน่าหลงใหล อันตราย และชวนให้หัวใจของผู้สบตาหยุดเต้นลงในพริบตา
อาซิมที่ยังคงยืนเจ็บแค้นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นร่างระหงนั้นเดินเข้ามา ดวงตาของคนแคระชั้นสูงพลันสว่างวาบ เขาเร่งปรับสีหน้า วิ่งประจบสอพลอเข้าไปยืนโค้งกายต่ำเก้าสิบองศาขวางทางเดินอย่างนอบน้อมดั่งสุนัขรับใช้ผู้จงรักภักดี
“ทา... ท่านประธานลูเน่!” อาซิมเอ่ยเสียงสั่นระริกด้วยรอยยิ้มประจบ “โซนอาหาร VIP ยินดีต้อนรับท่านเสมอขอรับ! ข้าได้จัดเตรียมเสบียงที่ดีที่สุดไว้ให้ท่าน--”
ทว่า... ลูเน่กลับไม่ได้ปรายสายตามองอาซิมเลยแม้แต่เสี้ยววินาที!
ร่างระหงก้าวเดินผ่านอาซิมไปอย่างเชิดชา เยือกเย็น และเงียบเชียบ ราวกับว่าบุตรชายแห่งศุลต่านอาหมัดผู้นี้เป็เพียงแค่ ‘อากาศธาตุ’ หรือ ‘ฝุ่นผง’ ที่ไร้ตัวตนในสายตาของเธอ! อาซิมยิ้มค้างอยู่กลางอากาศ หน้าชาและอัปยศยิ่งกว่ายามถูกอาลอนตบหน้าในชั้นเรียนเสียอีก
แต่แล้ว... ในจังหวะที่ลูเน่เดินผ่านโต๊ะที่พวกอาลอนนั่งอยู่
ดวงตาคู่สวยสีฟ้าอมม่วงเรืองแสงของเธอที่มักจะมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ความรู้สึก พลันตวัดมาสบตาเข้ากับเด็กหนุ่มผมดำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ฉับพลัน!
[System 377 : ! Critical Anomaly Detected]
[Scanning Target: Lune]
[Warning: Space-Time continuum around the target is fluctuating... Chrono-Stasis signature detected!]
[Threat Level: UNKNOWN ]
ตัวอักษรสีแดงฉานขีดฆ่าลานสายตาซีกซ้ายของอาลอนอย่างบ้าคลั่ง! เลนส์ตาจักรกลสีเงินกะพริบแสงสีฟ้าหมนระริก วงจรประสาทในสมองของอาลอนส่งเสียงคราง จี๊ด... ด้วยแรงโหลดมหาศาล
ระบบ 377 ตรวจพบว่า อากาศรอบกายของหญิงสาวผมเงินผู้นี้... ‘เวลา’ กำลังหมุนเวียนช้ากว่าความเป็จริงถึง 0.0004 วินาที! มันคือคลื่นความถี่บิดเบือนกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดที่อาลอนเคยพบเจอมาในชีวิต!
ดวงตาเนื้อสีดำสนิทของอาลอน สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าอมม่วงของลูเน่กลางอากาศ
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มสีชมพูธรรมชาติของเธอ... ทว่ารอยแย้มแห่งความสงสัยจางๆ พลันฉายผ่านแววตาเ็าของลูเน่เพียงเสี้ยววินาที เมื่อเธอััได้ถึง ‘พลังงานคลื่นความถี่รุ้ง’ ที่ซ่อนลึกอยู่ใต้ิัของเด็กหนุ่มรากหญ้าตรงหน้า
ก่อนที่ร่างระหงในชุดดำขลิบทองจะเดินผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมบางเบาของไอโอโซนและความเย็นเยียบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ...
อาลอนยกมือขวาขึ้นแตะหน้าอกซ้าย หัวใจกึ่งจักรกลของเขายังคงเต้นระรัวประดุจฟันเฟืองที่เร่งรอบเกินขีดจำกัด
‘ลูเน่...’ อาลอนคิดในใจพลางจ้องมองแผ่นหลังระหงที่ลับหายไปในเงามืดของบันไดสภานักเรียน ‘สตรีผู้นี้... ไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน!’