***น้องเล็ก [ทัวร์มาลีน-เอท]
"----"
ระเบิดนั้นเจิดจ้าและรุนแรงจนย้อมโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีขาว
ความร้อนสีแดงแผดเผา ประดุจเอาขุมนรกยกขึ้นมาปรากฏเหนือปฐพี
เสียงกังวาลปริแผ่ขยายกลบสิ้นซึ่งทุกสิ่งจนกลายเป็นความเงียบงัน
แต่ช่างน่าแปลก
" (... ทำไมลูกไฟมันพุ่งเป็นเสาแบบนั้นกันละ?) "
ระเบิดที่พร้อมจะเป่าทั้งทวีปให้หายไปนั้น กลับพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเส้นตรง
มันไม่ได้กระจายออกข้าง แต่ถูกบีบอัดและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง กลายเป็นเสาสีขาวบิดเกลียวที่สวยงาม
“ (แล้วทำไมตาของเราถึงยังไม่บอด?) ”
แสงที่เจิดจ้านั้นทำได้เพียงแค่ย้อมทุกสิ่งให้เป็นสีขาว แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้ายให้ดวงตามืดบอด
ราวกับว่ามีกำแพงโปรงแสงบางอย่างคอยควบคุมความเสียหาย มิให้การทำลายล้างนั้นหลุดออกมาจากขอบเขตแดนของป่าเส้นด้ายดำได้
“ (หรือว่าจะเป็นฝีมือของท่านเทพโนอาร์?) ”
ณ ที่พำนักของเทพเจ้าตรงใจกลางทวีป หอคอยที่สูงเหยียดฟ้าซึ่งพวกข้าเคารพบูชา สิ่งนั้นกำลังส่องแสงเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ผิวของหอคอยสีขาวถูกเส้นแสงสีแดงวิ่งตัดลากผ่าน จากปลายฐานขึ้นสู่ปลายยอดในลักษณะทรงเกลียวคลื่น
แสงสว่างแห่งปาฏิหาริย์ของเทพเจ้ากำลังแผ่พุ่งออกมากว้างไกล แล้วเข้าล้อมปกคลุมเปลวไฟแห่งการทำลายล้าง
แม้แต่ในเวลานี้ ท่านเทพก็ยังคงยื่นมือเข้ามาให้การคุ้มครองพวกเราอยู่
“ (ท่านเทพโนอาร์… ขอบคุณท่านมากค่ะ) ”
ข้าน้อยพึมพำออกมาเช่นนั้น
เส้นแสงสีแดงของหอคอยใจกลางทวีปได้มืดลงพร้อมกับที่เสาไฟแห่งการทำลายล้างจางหายไป
ในตอนนั้นเองที่ข้าน้อยได้เห็นอะไรบางอย่างปรากฏบนเส้นขอบฟ้าอันกว้างไกล
ที่ผืนขอบฟ้ามีหอคอยแห่งเทพเจ้าปรากฏอยู่ด้วยกันถึงสี่หอคอย
หนึ่งคือหอคอยพำนักของเทพเจ้าโนอาร์ ณ ใจกลางทวีป
อีกหนึ่งคือหอคอยพำนักของสาวกเทพเจ้าในทิศตะวันออกเฉียงใต้
สองหอคอยแรกนั้นไม่น่าแปลกใจ เพราะพวกข้าน้อยรู้จักมาแต่โบราณ ส่วนอีกหนึ่งหอคอยคือสัญลักษณ์ของการผ่านบททดสอบแรกที่ผู้ถูกเลือก [ไพไรน์] ทำได้สำเร็จเมื่อหลายวันก่อน
แต่อีกสองหอคอยนี่สิ
มีหอคอยสีขาวปรากฏอยู่ที่ดินแดน [ถ้ำดอกบัวเฮเดส] ซึ่งตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป
เมื่อสองวันก่อนยังไม่มีหอคอยแบบนั้นปรากฏให้เห็นเลยไม่ใช่หรือ?
มันเป็นหอคอยสีขาวขนาดเล็ก และมีแสงสีแดงพุ่งตรงไปที่พำนักของท่านโนอาร์
เรียกได้ว่ามีลักษณะเหมือนกับหอคอยพำนักของสาวกเทพเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน
จะบอกว่า [ไพไรน์] คนนั้นผ่านบททดสอบที่สองภายในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาเช่นนั้น?
ข้าน้อยไม่อาจทราบความจริงนั้นได้
ส่วนหอคอยที่สี่ มัน… ปรากฏขึ้นเหนือดินแดน [ป่าเส้นด้ายดำ] …
ข้าน้อยไม่ได้ตาฝาดไปแน่นอน มันปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
แต่ทว่า… หอคอยต้นนี้ออกจะดู…
"หอคอยอะไรดูโทรมจังดอง~"
ใช่แล้ว อย่างที่สหายสุดที่รักของข้าน้อยพูดออกมา มันดูทรุดโทรมมากทีเดียวเจ้าค่ะ
ผิวนอกของหอคอยเต็มไปด้วยราสีแดงสลับสีเขียวสกปรก แถมยังมีหลายส่วนที่ดูเปราะและผุผังกัดกร่อน
ประกายแสงสีแดงที่เชื่อมต่อกับหอคอยของท่านเทพโนอาร์เองก็ยังดูอ่อนแรงคล้ายคนสิ้นใจ
แต่หากพิจารณาถึงรูปทรงกับโครงสร้าง ก็พอจะเข้าใจได้ว่ามันเป็นหนึ่งในหอคอยสาวกของเทพเจ้าไม่ผิดแน่นอนเจ้าค่ะ
แต่ว่า… ทำไมสิ่งที่เหมือนกับหลักฐานของการพิชิตบททดสอบเทพเจ้า ถึงมาปรากฏขึ้นกันได้ละเจ้าคะ?
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่… "
ข้าน้อยพึมพำกับตนเองเช่นนั้น---
" [แจ้งเตือนการโจมตี] "
อยู่ ๆ ก็มีตัวอักษรสีแดงปรากฏขึ้นบนแผ่นสีเหลืองที่ครอบลูกตาของข้าน้อย
ถึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ตอนนี้รีบเอี้ยวตัวหลบแสงสีแดงที่ขึ้นเตือนภัยก่อนดีกว่า
ในตอนนั้นเองที่หางตาของข้าน้อยมองเห็นวัตถุขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาจากด้านซ้าย
วัตถุอันตรายนั้นมีสีดำและมีปลายมนแหลมน่ากลัว
มันพุ่งตรงลงมาจากด้านบนสู่ด้านลงล่าง วิ่งถากผิวแก้มของชุดอย่างรุนแรงจนรู้สึกได้
วัตถุนั้นพุ่งทะลุลงพื้นจนเกิดเป็นหลุมลึกกว้างขนาดเท่าลูกฟุตบอล
"อึ๊ก!? "
รู้สึกเจ็บแก้มเล็กน้อย
แต่ข้าน้อยรู้ตัวดี
การโจมตีเมื่อกี้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชุดแจ้งเตือน ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเกราะแห่งเทพตัวนี้ หัวของข้าน้อยคงหลุดออกจากบ่าไปแล้ว…
"เจ้าหนูตรงนั้นรีบมาตรงนี้เร็ว! โจ๊ว! "
เผ่าอสูรแสงหัวโล้นที่คุ้นหน้าคุ้นตาตะโกนด้วยเสียงดุดันมาจากท้องฟ้า
นี่มัน… พวกเรากำลังถูกพวกทหารของอสูรกายล้อมอยู่หรอกหรือ?
ไม่สิ
"ยัยนั่นเป็นฆาตกร! รีบมาตรงนี้เร็ว! โจ๊ว! "
พวกมันมีเป้าหมายที่ข้าน้อยต่างหาก
จะว่าไปแล้ว… พวกข้าน้อยกำลังอยู่ที่ใจกลางฐานของพวกเผ่าอสูรกายนี่นะ
เพราะอยู่กับยัยดองมากจนเกินไป เลยทำให้ข้าน้อยเผลอตัวไป
ลืมไปแล้ว ว่าตั้งใจจับยัยดองเพื่อแลกชีวิตกับพวกพี่ใหญ่ที่ถูกจับตัวไป
ลืมไปแล้ว ว่าพวกเรา… คือศัตรูกัน…
ข้าน้อยหันไปมองยัยดอง
ถ้าหากเธอปกป้องข้าน้อยที่เคยฆ่าคนเผ่าของเธอมาแล้ว เธอคงไม่แคล้วถูกหาว่าเป็นพวกทรยศต่อเผ่า
ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอคงไม่เสียงเอาคอตัวเองมาปกป้องข้าน้อยหรอก
อืม… ไม่อยากจับยัยดองเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับพวกพี่ใหญ่แล้วด้วยซิ
แต่จะให้ปล่อยพวกพี่ใหญ่ถูกจับไปแบบนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน
เวลาแบบนี้ควรทำยังไงดีนะ?
"อย่ามากล่าวหาเพื่อนฉันนะดอง! "
ข้าน้อยหันไปมองยัยดองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มโดยไม่ทันรู้ตัว
ยัยนี่ยอมเป็นศัตรูกับเผ่าตัวเองเพื่อปกป้องข้าน้อย
เธอเข้ามายืนขวางหน้าข้าน้อย กางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง และยืนประจันหน้ากับกองทัพด้วยร่างที่เล็กจิ๋วอย่างกล้าหาญ
"เจ้าหนู! แก---"
"นี่คือเพื่อนของฉัน! ถ้าทำอะไรรุนแรงกับเธอ ฉันไม่ยอมแน่ดอง! "
เธอกรีดเสียงดังจนกลบเสียงของเจ้าหัวโล้นจนสิ้น
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเอทไปทำอะไรเอาไว้! แต่มายิงใส่โดยไม่บอกกล่าว มาจ่อปืนใส่เพื่อนของฉัน กระทำการเยี่ยงคนเถื่อน นี่ไม่ใช่กองทหารของหน่วยสำรวจที่ฉันชื่นชม ดอง! "
เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาเพราะคำพูดของเธอ
"นี่ข้าตั้งใจจะช่วยพวกแกนะไอเด็กเปรต…"
เจ้าโล้นหยุดใช้คำพูดลงท้ายที่แปลกประหลาด และเริ่มใช้น้ำเสียงที่ดูอำมหิตขึ้นมาเล็กน้อย
ข้าน้อย… สัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นที่มีอยู่ในน้ำเสียงนั้นได้…
"ช่วยด้วยการยิงใส่เพื่อนฉันก่อนโดยไม่ไต่ถามเนี่ยนะดอง! "
ข้าน้อยสังเกตุใบหน้าของเจ้าโล้น
นั่นเป็นแววตาของคนที่เคียดแค้น จมปลักอยู่เปลวเพลิงแห่งการล้างแค้น
หรือว่าเขาตั้งใจที่จะ...
"อยากได้เหตุผลที่ข้ายิงก่อนถามใช่ไหมไอเด็กเปรต? ได้ งั้นข้าจะสาธยายให้แกฟังเอง! ไอเจ้ากระต่ายห่านรากตัวนั้นมันฆ่าลูกน้องของข้าไปสี่คน! ฆ่าคนบริสุทธิ์ที่ไม่ใช่นักรบไปอีกถึงห้าคน! แถมยังฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยการตัดคอออกจากร่าง แล้วถีบหัวกระเด็นราวกับเป็นแค่ก้อนหินริมทาง! แบบนี้ยังกล้าเป็นเพื่อนกับฆาตกรโหดแบบนี้ได้อีกเรอะ! ”
“!?! ”
ยัยดองช็อคน่าดูเลยแฮะ
อย่างว่า เธอยังไม่เคยรู้เรื่องที่ข้าน้อยฆ่าเผ่าของเธอไปเลยนี่นะ
ข้าน้อยรีบเบือนหน้าหนีไปจากสายตาของยัยดองที่กำลังหันมามองทางนี้
ไม่กล้ามอง…
ข้าน้อยไม่มีความกล้าพอที่จะมองเข้าไปในดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ของเพื่อนรักได้
ท่านเทพโนอาร์ค่ะ… ถ้าท่านยังมีเมตตา ได้โปรดช่วยส่งอภินิหารสักอย่างมากอบกู้สถานการณ์นี้ให้ข้าน้อยด้วยค่ะ
“แล้วยังมีอีก! เมื่อสองวันก่อนพอพวก ผอ.บานากับนักเรียนกลับบ้านไปแล้ว พรรคพวกของยัยกระต่ายห่านรากตัวนั้นก็เปิดฉากแหกคุกทันที! พวกมันไล่ฆ่าผู้คุมไปเป็นจำนวนมาก! แกลองนึกภาพของครอบครัวที่ข้าต้องพาศพไปส่งดูเซ่! เข้าใจหรือเปล่า! ความรู้สึกของคนที่ไม่อาจดูแลชีวิตของลูกน้องตัวเองได้นะ! เชี่ยเอ้ย! ”
เจ้าหัวโล้นระบายทุกอย่างออกมาจากปากของเขาทั้งน้ำตา
นั่นคงเป็นความรู้สึกจริง ๆ ของเขา
เป็นความรู้สึกเคียดแค้นที่ไม่ต่างไปจากตอนที่ข้าน้อยเสียท่านผู้กล้า [ควอร์ตไซต์] ไป
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นนั้นช่างดูคมกริบและบาดลึกจนน่าหวาดกลัว
ข้าน้อยเองก็เคยมีดวงตาเช่นนั้นไม่ต่างกันสินะ…
“ไอพวกเด็กเปรต! ตอนนี้ในเมื่อรู้ความจริงแล้วก็รีบมาตรงนี้ซะ! ข้าจะได้สังหารมันเหมือนกับที่ข้ายิงพวกแม่งทิ้งไปเมื่อวันก่อนนั่นละ! ”
หืม?
เมื่อกี้นี้มันพูดว่าอะไรนะ?
“ยัยดอง… เมื่อกี้นี้ข้าน้อยฟังผิดไปเองหรือเปล่า? ไม่ใช่ว่าข้าน้อยแปลภาษาของพวกเจ้าผิดไปเองหรอกนะ? มันพูดว่า---”
“เออ! มึงฟังไม่ผิดหรอก! ข้า [ฆ่า] ไอพวกกระต่ายบ้าทั้งเจ็ดตัวนั้นทิ้งไปแล้ว! อยากโง่แหกคุกกันเอาเองตามใจชอบทำไมละฟะ! ”
ทุกอย่างในหัวขาวโพล้นไปหมด
พวกพี่ใหญ่… ตายไปแล้วหรือ?
ไม่… บอกข้าน้อยทีว่าไม่จริง?
ท่านเทพโนอาร์เจ้าค่ะ ได้โปรดช่วยบอกข้าที
ว่านั่นไม่ใช่ความจริง
“...นั่นมึงจะทำอะไร! ทุกคนยิงเลย! ”
ทำไมพวกพี่ใหญ่ถึงตาย?
เพราะว่าข้าน้อยมาช่วยช้าไปหรือคะ?
“พวกแกมัวทำอะไรอยู่! มันมีตัวเดียวเองนะเฟ้ย! ”
“เหวอ!? กระสุนยิงไม่เข้าครับท่าน! ”
“ทะ… ทำไมพวกชนเผ่าท้องถิ่นถึงมีชุดรบแบบนั้นกันได้! ”
เสียท่านผู้กล้าที่เปรียบเสมือนแม่
แล้วคราวนี้ต้องมาเสียพวกพี่ใหญ่ที่เปรียบเสมือนครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
“บินได้ ปล่อยแสงได้!? หัวหน้า แค่พวกเราเอาไม่อยู่แน่ครับ! ”
“รู้แล้ว! พวกแกหนีไปซะ! ข้าจะต้านมันคนเดียวเอง! ”
“แต่ว่า---”
“ไม่มีแต่! ชีวิตลูกน้องยังปกป้องไม่ได้แล้วจะมาเป็นหัวหน้าหาพระแสงอะไรกันฟะ! ”
ทุกสิ่งทุกอย่าง…
ของสำคัญของข้าน้อยถูกช่วงชิงไปหมดแล้ว
ถูกช่วงชิงด้วยฝีมือของเผ่าที่เรียกว่า
[เผ่าอสูรกาย]
“อ๊ากกกกกกกกกกกก! ”
“หัวหน้าาาาาา! ”
ท่านโนอาร์… หรือว่านี่จะเป็นการชี้นำของท่านเช่นนั้นหรือเจ้าคะ? ถึงได้มอบชะตากรรมที่โดดเดี่ยวมาให้?
ท่านต้องการให้ข้าน้อยต่อสู้ต่อไปเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?
เป็นแบบนั้นหรือเจ้าคะ?
ท่านค่ะ… ได้โปรดช่วยมอบคำตอบให้ฉันหน่อยจะได้หรือไม่คะ?
ท่านโนอาร์คะ? ทำไมถึงเงียบไปละคะ?
“...”
มันคือทะเลเลือด
เป็นเลือดหลากสีที่ถูกย้อมไปด้วยน้ำมือของข้าน้อย
ข้าน้อยไม่ได้นับ ไม่รู้เลยว่าวันนี้สังหารทิ้งไปกี่ศพ
ฆ่าโดยไร้ความรู้สึก ฆ่าราวกับเป็นสัตว์ปีศาจที่หิวกระหาย
ไม่สิ อาจแย่ยิ่งกว่าสัตว์ปีศาจเพราะไร้ความรู้สึกนี่แหละ
และพอรู้ตัวอีก ข้าน้อยก็ฆ่าหมดทุกคนไม่มีใครเหลือรอดอยู่ในฐานทัพแห่งนี้อีกต่อไป
ไม่สิ
ยังเหลืออยู่อีกกลุ่มหนึ่ง
“ดอง!? ”
ยัยดองกับพรรคพวกของมันกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ด้านหลังของเมดสีขาวที่ชื่อว่า [จาวิส]
ดวงตาของพวกเธอดูหวาดกลัวและไม่เหลือเค้าของความเป็นมิตรอยู่อีกต่อไป
“อึ๊ก…”
ดวงตานั้นทำร้ายจิตใจของข้าน้อยมาก
แต่ดีแล้วละ...
ข้าน้อยรู้สึกทั้งโล่งใจและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
โล่งใจที่ไม่เผลอมือฆ่าสหายรักไป
แต่หวาดกลัวตัวเองที่สามารถสังหารโหดทุกคนได้โดยที่ไม่ทันรู้ตัว
เพียงแค่ได้ยินว่าพวกพี่ใหญ่ถูกสังหาร ข้าน้อยก็ลงมือสังหารศัตรูอย่างคุมสติไม่ได้
ถ้าหากเมื่อกี้ข้าน้อยเผลอมือ---
ในหัวของข้าน้อยมีภาพของสหายรักตัวน้อยผมสีเขียวกำลังถูกบีบคอตายคามืออยู่
“... ข้าน้อยขอโทษ”
“เดียว---”
ต้องรีบวิ่งหนีไปให้ไกลโดยไม่หันกลับไปมองอีก
ไปให้ไกลจากที่นี่
วิ่งให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายลมโดยไม่สนสิ่งอื่นใดอีก
“... แต่ว่าจะให้ไปที่ไหนดีละ? ”
ข้าน้อยไม่รู้
“จะร้องไห้...ไม่ได้…”
ข้าน้อยพยายามเช็ดน้ำตาของตัวเอง
แต่ลืมไปว่าสวมเกราะอยู่ เลยทำได้เพียงแต่เอามือเปื้อนเลือดมาสัมผัสหมวกเกราะเท่านั้น
แผ่นครอบตาสีเลืองได้แปดเปื้อนไปด้วยเลือดสีดำ แดง เขียว และโปรงแสง ที่ผสมปนเปมาจากเลือดของพวกเผ่าอสูรกาย
“อ๊า…”
รอบตัวไม่มีสิ่งใดอยู่เลย นอกจากผืนทะเลทราย กับหยาดเลือดที่ถูกทิ้งเป็นทางยาวด้านหลัง
หยาดเลือดของชีวิตที่เกิดจากฝีมือของข้าน้อยเอง
วันนี้ฆ่าไปอีกกี่ชีวิตกันนะ?
น่าจะถึงหนึ่งร้อยคนได้
พวกเขาหนึ่งร้อยคนนั้นก็คือคนที่พรากเอาชีวิตครอบครัวของข้าน้อยไป
แล้วทีนี้ข้าน้อยก็เอาชีวิตของพวกเขาเพื่อแลกกับครอบครัวของข้าน้อยเพียงเจ็ดคน
เป็นหนึ่งร้อยชีวิตที่อาจมีครอบครัวรออยู่ที่บ้าน
“อ๊า… อ๊าาาาา! ว๊ากกกกกกกกกกกกกก! ”
ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้!
กลับไปที่หมู่บ้านดีมั้ย?
ข้าน้อยเบื่อที่จะฆ่า เบื่อที่จะสู้แล้ว
ไม่เอาแล้ว ไม่อยากสู้ ไม่อยากรู้สึกสูญเสียสิ่งสำคัญอะไรไปอีกแล้ว
สู้เพื่อเทพเจ้าโนอาร์ สู้เพื่อเผ่าบ้าบอ ของแบบนั้นข้าน้อยขอพอได้แล้ว
สู้แล้วได้อะไรกลับมา?
เสียทั้งคนที่เลี้ยงดูตัวเองมา
เสียทั้งครอบครัว
เสียทั้ง… สหายรัก
นี่นะหรือคือการชี้นำของเทพเจ้า?
นี่นะหรือคือผลลัพธ์ของความพยายามนั้น?
ทำทุกอย่างเพื่อต่อวงจรอุบาทของความแค้นเนี่ยนะ!
ข้าน้อยเดินต่อมาด้วยสภาพที่หมดแรงทั้งกายและใจ
เดินมาจนถึงหอคอยขนาดใหญ่ที่ดูทรุดโทรม
ที่นี่คือ… หอคอยที่เคยเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่หรือ?
เป็นหอคอยที่ปรากฏหลังจากมีลูกไฟพวยพุ่งขึ้นมาตรง [ป่าเส้นด้ายดำ]
“...ทะเลทรายที่เดินมาเมื่อกี้คือผืนป่าที่ถูกเผาไปเองหรอกหรือ? ”
ป่าที่เคยเต็มไปด้วยธรรมชาติสีดำได้กลายเป็นผืนทะเลทรายไปแล้ว
“ไม่มีอะไรสักอย่าง ฮะ ฮะ ฮะ เหมือนกับ… ข้าน้อยเลย...”
หมดแรงแล้ว
ข้าน้อยใช้ร่างกายนอนพิงใส่กำแพงของหอคอยที่ผุพัง
“... นั่นใคร? ”
ท่ามกลางสติที่เรือนราง ข้าน้อยเห็นเงาของกลุ่มผู้คน
พวกเขาใช้วัตถุประหลาดบินเลียบต่ำมาตามพื้นทราย
“พบบางสิ่งตรงนั้นครับ”
“เป็น [หุ่นยนต์พัง ๆ ที่เอาแต่พูดว่า [สล็อต] หมายเลข BAAL-07] แบบที่พวกเราเก็บมาได้เมื่อกี้หรือเปล่า? ”
“ไม่ใช่ครับ อันนี้ดูเหมือนจะเป็นชุดเกราะ… มีคนสวมมันอยู่ด้วยครับ”
“รีบช่วยขึ้นมาก่อนที่พวกหน่วยสำรวจจะมาเห็น เร็วหน่อย”
“รับทราบครับ”
พวกมันใช้ภาษาของเผ่าอสูรกาย
จะช่วยข้าน้อยอย่างงั้นหรือ?
โชคชะตาช่างเล่นตลก ที่ชีวิตของข้าน้อยกำลังจะถูกพวกเผ่าอสูรกายช่วยเหลือเอาไว้ในอีกครั้งหนึ่ง
“หุ่นยนต์สวมชุดเกราะหรือ? ”
“ไม่ใช่ครับ เป็นพวกชนเผ่าท้องถิ่นของที่นี่ครับ”
“ไหนขอดูหน่อย”
ข้าน้อยถูกอุ้มร่างขึ้นมาด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่นและเป็นมิตร
ทำไมถึงยังไม่ปล่อยให้ข้าน้อยตายอีกละเจ้าค่ะท่านเทพโนอาร์?
ไม่สิ การที่ถูกเผ่าอสูรกายมาช่วยหลายครั้ง บางทีอาจเป็นการชี้นำของเทพเจ้าอสูรกายก็เป็นไปได้กระมั้ง?
ชายที่มาช่วยข้าน้อยนั้น เป็นเผ่าอสูรแมลง สูงสามเมตร มีผิวสีน้ำตาลแดง และสวมชุดสูทสีเทาดูน่าเกรงขาม
ดูเหมือนจะมีชื่อว่า---
“นี่ครับท่านประธาน [เซอร์ไว] ”
---มีชื่อว่า [เซอร์ไว] สินะ..