อารามจารวีตั้งอยู่กลางหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าและต้นไม้เก่าแก่ เส้นทางลูกรังทอดยาวจากฮาเวลีมาจบลงที่ซุ้มประตูหินสีซีดซึ่งถูกกาลเวลาขัดเกลาให้ดูนุ่มนวล ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่เคยเร่งรีบไปตามโลกภายนอก
ในเช้าวันนั้น หมอกบางลอยต่ำคลอเคลียพื้นดิน แสงแรกของวันค่อย ๆ ส่องผ่านยอดไม้ลงมากระทบพื้นอาราม เกิดเป็เงาแสงที่พลิ้วไหวเหมือนภาพวาด มณฑปพิธีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความงดงาม เสาไม้สี่ต้นตั้งเป็โครงหลัก ถูกพันด้วยผ้าสีขาวนวลและสีแดงเข้มที่ไล่เฉดกันอย่างประณีต ผืนผ้าถูกปล่อยให้พลิ้วไหวไปตามแรงลมราวกับลมหายใจของสถานที่แห่งนี้ เหนือศีรษะ มีพวงดอกมะลิและดอกดาวเรืองถูกร้อยเรียงเป็สายยาว ห้อยลงมาอย่างอ่อนช้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ สร้างความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกัน พื้นมณฑปปูด้วยพรมทอมือสีแดงเข้ม ปักลวดลายโบราณที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเก่าแก่ กลางมณฑปมีแท่นพิธีเล็ก ๆ วางเตาไฟศักดิ์สิทธิ์ เตรียมไว้สำหรับพิธีสาบานต่อหน้าธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รอบ ๆ มณฑป มีโคมทองเหลืองใบเล็กแขวนเรียงราย เมื่อแสงแดดยามเช้าส่องกระทบ มันสะท้อนแสงระยิบระยับเหมือนประกายดาวที่ตกลงมาบนพื้นดิน
ไม่มีความหรูหราฟุ่มเฟือย ไม่มีแขกมากมาย มีเพียงความเงียบสงบ เสียงลม เสียงนก และกลิ่นดอกไม้ แต่นั่นกลับทำให้สถานที่แห่งนี้…งดงามยิ่งกว่างานพิธีใด ๆ เหมือนการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้โลกภายนอกยอมรับ แต่ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ “หัวใจของคนสองคน” ต้องยอมรับมันอย่างแท้จริง. รถเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี เดวนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มือจับแน่น สายตาจับถนนตรงหน้า แต่ในใจกลับไม่สงบเหมือนทุกครั้ง เดวเห็นโรฮานนั่งนิ่งข้างเบาะคนขับ สีหน้าไม่ได้ลังเล…แต่มันนิ่งเกินไปจนน่ากังวล เดวทนเงียบอยู่ได้ไม่นาน “นายคิดดีแล้วเหรอวะ” เสียงนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา แต่มันคือความเป็ห่วงล้วน ๆ เสียงถอนหายใจเบาๆ โรฮานไม่ตอบ เดวแค่นหัวเราะเบา ๆ “แต่งงานนะเว้ย…ไม่ใช่เซ็นสัญญาธุรกิจ” รถวิ่งผ่านถนนเปลี่ยว แสงเช้าเริ่มไล่ความมืดออกไปทีละนิด “แล้วผู้หญิงคนนั้น…ซินเธีย”
เดวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “นายรู้ไหมว่าเธอกำลังเอาอะไรมาแลก”
ไร้คำตอบจากชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลา เดวย้ำอีก “ทั้งชีวิตเลยนะเว้ย” โรฮานยังคงไม่พูดอะไร เดวเริ่มเสียงแข็งขึ้น “นายกำลังหนีปัญหาครอบครัว แล้วเอาเธอมาเป็ทางออก” คราวนี้เดวส่ายหน้าเล็กน้อย “มันไม่แฟร์เลย” ลมเย็นจากแอร์ภายใน และเสียงเพลงเบาๆ “ถึงเธอเพิ่งจะได้โอกาสออกจากที่นั่น” เดวกล่าวต่อ “แต่นายกำลังเอาการแต่งงานไปผูกเธอไว้อีก”
บรรยากาศภายในรถตึงเครียด จนกระทั้งรถหรูเริ่มเข้าเขตหมู่บ้านจารวี เดวพูดต่อโดยไม่รอคำตอบ “แล้วถ้าวันหนึ่งนายเปลี่ยนใจล่ะ และ “ถ้าครอบครัวนายจับได้และไม่ยอมรับเธอ” มือทั้งสองของเดวกำพวงมาลัยแน่นขึ้น “สุดท้ายแล้ว…ถ้าเธอไม่เหลืออะไรเลย” เดวหยุดไปเสี้ยววินาที “นายจะรับผิดชอบไหวเหรอวะ” ความเงียบยาวนานทำให้เดวกัดฟันนับหนึ่งถึงสิบ ในที่สุด โรฮานก็พูดขึ้น น้ำเสียงเรียบ แต่ชัด “ฉันไม่ได้กำลังทำลายชีวิตเธอ”เดวแค่นหัวเราะเบา ๆ โรฮานพูดต่อ “ฉันกำลังให้ทางเลือกเธอ” เดวส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “บางที…คนที่ไม่มีทางเลือก มันก็ต้องเรียกสิ่งนั้นว่าทางเลือกว่ะ” คำพูดนั้นทำให้โรฮานนิ่งไป
ครั้งนี้เขาไม่เถียง รถเลี้ยวเข้าเส้นทางแคบที่มุ่งสู่อารามจารวี มณฑปพิธีเริ่มปรากฏอยู่ไกล ๆ ท่ามกลางแสงเช้า เดวถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดเบา ๆ “ฉันไม่ได้ห้ามนาย เข้าใจไว้ด้วย” เดวหันมองหน้าเพื่อนรักด้วยสายตาจริงจังที่สุด “แต่ถ้านายจะทำ…” เขาหยุดเล็กน้อย “ขออย่างเดียวอย่าทำให้ชีวิตผู้หญิงคนนั้นต้องพังเพราะครอบครัวนาย” รถหรูค่อย ๆ ชะลอ และครั้งนี้ โรฮานยังคงนิ่ง แต่สายตาของเขา…ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว. รถสีทองคันใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าลานอารามจารวี เสียงเครื่องยนต์ดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบของเช้าวันใหม่ที่โอบล้อมทุกอย่างไว้เบา ๆ
เดวยืนพิงรถอยู่อีกฝั่งหนึ่ง มองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร ประตูด้านหลังถูกเปิดออกช้า ๆ นายแม่สุชาดาก้าวลงมาก่อนอย่างสง่างาม สายตาคมกวาดมองพื้นที่พิธีเพียงแวบเดียว ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เหมือนทุกอย่างเป็ไปตามที่เธอ้า ถัดมา ธิดาก้าวลงจากรถ แล้วหันไปประคองมือของเ้าสาวซินเธีย หญิงสาวในส่าหรีสีแดงเข้มค่อย ๆ ก้าวลงจากรถ ผ้าส่าหรีทิ้งตัวแนบลำตัวอย่างงดงาม แสงเช้าสะท้อนลวดลายทองบาง ๆ บนผืนผ้าให้เปล่งประกายอย่างเงียบงัน เธอยืนอยู่ตรงนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสายตาของเธอไม่ได้มองใครเป็พิเศษแต่กลับนิ่ง…และลึกกว่าทุกครั้ง
สาวใช้สองคนเดินตามลงมา ถือพานของไหว้จัดอย่างประณีต ดอกไม้ ธูป เทียน และของมงคลถูกวางเรียงอย่างเรียบร้อย ก่อนจะนำไปส่งให้ท่านบัณฑิตที่ยืนรออยู่กลางปะรำพิธี ลมยามเช้าผ่านเบา ๆ พวงมาลัยดอกมะลิไหวตามแรงลม และในวินาทีนั้นรฮาน…เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ร่างงามในชุดเ้าสาวทันที ไม่มีคำพูด ไม่มีรอยยิ้ม แต่ทุกอย่าง…กำลังหยุดนิ่ง ซินเธียก้าวเดินเข้ามาทีละก้าว
ช้า…แต่มั่นคง เสียงกำไลข้อเท้าดังเบา ๆ กระทบกันเป็จังหวะที่ชัดเจนในความเงียบ ทุกย่างก้าวของเธอเหมือนกำลังก้าวออกจากชีวิตเดิมที่ถูกขังในฮาเวลี และเดินเข้าสู่สิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง” เมื่อเธอเดินมาหยุดตรงหน้ามณฑป สายตาของเธอก็ยกขึ้นสบกับเขาโดยตรง เป็ครั้งแรกในเช้าวันนี้ ที่ทั้งสองคนมองกันโดยไม่มีใครหลบ ไม่มีคำพูด แต่มีคำถามมากมาย…อยู่ในสายตาคู่นั้น โรฮานลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว เหมือนร่างกายตอบสนองก่อนความคิด เขามองเธอไม่ใช่ในฐานะผู้หญิงจากฮาเวลี แต่เป็ผู้หญิงที่กำลังจะเป็ “ภรรยา” ของเขา แม้จะเพียงหนึ่งปี แม้จะเป็เพียงข้อตกลง แต่ในวินาทีนั้น ไม่มีอะไรในสายตาของเขาที่ดูเหมือน “ข้อตกลง” เลย ท่านบัณฑิตเอ่ยเรียกทั้งสองเข้าสู่พิธีแต่งงาน “เชิญทั้งคู่นั่งลงเพื่อจะทำพิธี”