ฟ่านหนิงเหอเดินตามหลังโจวจินเยว่เข้าวัง ในส่วนสหายสนิทฮุ่ยินั้นก็เดินทางมาอารักขาโจวเหิงเยว่ ทั้งคู่หันมาสบตาและพยักหน้าให้กันเมื่อมาพบกันตรงหน้าประตูทางเข้าโถงงานเลี้ยงในพระราชวัง
วันนี้ฟ่านหนิงเหอจำใจต้องเดินตามโจวจินเยว่ต้อย ๆ ด้วยมีคำสั่งให้กลับมาติดตามดูแลเหมือนเดิม ตามคำสั่งที่หัวหน้ากององครักษ์กล่าวกับเขาว่า นี่เป็คำสั่งฉินอ๋อง เขาอยากจะหลบเลี่ยงยังไงก็ไม่พ้นจึงต้องตามติดมางานเลี้ยงคืนนี้ด้วย
งานนี้ไม่ถือว่าเป็งานใหญ่นักเพราะเป็เพียงการเลี้ยงกันเฉพาะในเหล่าเชื้อพระวงศ์เพื่อต้อนรับองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อที่ต้องไปตรากตรำอยู่ชายแดนถึงห่าปีทำผลงานมากมายกลับสู่วังหลวง
โจวจินเยว่กับโจวเหิงเยว่หยุดสนทนากันสักครู่ ก็มีแขกหน้าใหม่เข้ามาทักทาย โจวเยี่ยนจื่อ ที่มีศักดิ์เป็ถึงน้องชายต่างมารดาของทั้งคู่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ปั้นแต่งมาเต็มใบหน้า
โจวจินเย่วกับโจวเหิงเยว่ เป็โอรสของฮ่องเต้ที่เกิดกับกุ้ยเฟยที่ฮ่องเต้โปรดปรานและรักดั่งดวงใจ พระโอรสทั้งสองของกุ้ยเฟยเลยได้รั้งตำแหน่งฉินอ๋อง ซึ่งก็คือองค์ชายรองโจวจินเยว่ และตำแหน่งจิ้นอ๋อง คือองค์ชายสามโจวเหิงเยว่ ส่วนองค์ชายสี่โจวเยี่ยนจื่อเป็โอรสที่เกิดกับฮองเฮา เป็น้องแท้ ๆ กับองค์รัชทายาท ซี่งเป็พี่ใหญ่สุดของทั้งสามพี่น้อง
องค์รัชทายาทได้รับตำแหน่งไท่จื่อจากกฎมณเฑียรบาล โอรสองค์โตสุดจะครองตำแหน่งนี้ และแรงการสนับสนุนจากขุนนางซึ่งเป็อำนาจเก่าของตระกูลฮองเฮา ทั้งที่เป็คนอ่อนแอและถูกดูแทจนแทบจะเป็ไข่ในหินจากฮองเฮาผู้เป็มารดา
โจวเยี่ยนจื่อถูกพระบิดาส่งไปคุมทหารอยู่ชายแดนั้แ่อายุสิบแปดปี ทั้งที่เป็ถึงโอรสคนเล็กของฮองเฮา ความสัมพันธ์ของเหล่าองค์ชายจึงมีอำนาจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คารวะพี่รองพี่สาม ข้ามาถึงวังหลวงหลายวันยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน หวังว่าท่านทั้งสองคงไม่ถือสาหาความคนแดนไกลอย่างข้า"
"เ้ากลับมาปลอดภัยพี่ก็ดีใจแล้ว" โจวเหิงเยว่ตบไหล่น้องชายแปะ ๆ
"ได้ยินว่าพี่รองรับสมัครองครักษ์ใหม่หลายนาย ถ้าข้าขอกำลังสักนายมาอารักขาข้าหวังว่าคงจะไม่เป็การรบกวนเกินไป"
สายตาโจวเยี่ยนจื่อจับจ้องไปยังฟ่านหนิงเหอที่ยืนอยู่เื้ัโจวจินเยว่พี่ชายคนรองของตน
"ข้าย่อมยินดีอยู่แล้ว...พรุ่งนี้ข้าจะให้นายกองครักษ์คัดคนมีฝีมือไปให้เ้าก็แล้วกัน" โจวจินเยว่หันไปกล่าวกับน้องชาย
"ถ้าข้าบอกว่า...ข้ามีคนที่เข้าตาแล้วท่านจะว่าอย่างไร"
โจวจินเยว่มองตามสายตาของโจวเยี่ยนจื่อที่มองไปยังฟ่านหนิงเหอก็พอจะเดาได้ทันทีว่าน้องชายของตนคิดจะทำอะไร
"พรุ่งนี้ข้าจะคัดคนส่งไปให้เ้า เอาตามนี้ก็แล้วกัน" โจวจินเยว่ตัดบท
"ข้าก็ต้องแล้วพี่รองอยู่แล้ว"
โจวเยี่ยนจื่อปากพูดกับโจวจินเยว่แต่ั์ตากลับจับจ้องไปยังฟ่านหนิงเหอที่ยืนก้มหน้าก้มตา เพราะเขารับรู้ได้ว่าเขาดันเป็เป้าหมายของบทสนทนานี้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ และเขายังไม่ชินกับใบหน้าของโจวเยี่ยนจื่อที่เหมือนกับไทเลอร์จนเหมือนคนคนเดียวกัน
"เอาล่ะ..พวกเราเข้าไปในงานเลี้ยงกันเถอะอย่าให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ และไท่จื่อต้องรอพวกเราเลย"
โจวเหิงเยว่เห็นบทสนทนาเริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อย ๆ จึงรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม ด้วยรู้ว่าน้องชายคนเล็กของตนมีนิสัยเช่นไร แต่เล็กจนโตมักจะต้องตาต้องใจของสิ่งไหนก็ตามที่เป็ของพี่ชายคนรองและต้องแย่งไปให้ได้อยู่เสมอ
ฟ่านหนิงเหอถึงกับผ่อนลมหายใจยาวออกมาเมื่อเหล่าผู้สูงศักดิ์รูปหล่อสามคนเดินเข้าไปงานเลี้ยง ส่วนเขา ฮุ่ยิและเหล่าองครักษ์วังหลวงทั้งหมดต้องรออยู่โดยรอบเพื่อรักษาความปลอดภัย
"เห้อ! ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย"
ฟ่านหนิงเหอหันไปกระซิบบอกฮุ่ยิที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับบทสนทนาเมื่อสักครู่ และพอจะเดาได้ว่าสถานการณ์ของวังหลวงตอนนี้เริ่มคุกรุ่นขึ้นเมื่ององค์ชายโจวเยี่ยนจื่อกลับเข้าวัง
เขาคอยตามสืบความเคลื่อนไหวขององค์ชายผู้นี้แบบลับ ๆ มาสักพักั้แ่พบความผิดปกติที่เมืองอิงโตว เพราะมีอะไรไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง
อีกทั้งโจวเหิงเยว่ซึ่งเป็เ้านายเขาเมื่อทราบว่าเขาเจอองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อที่เมืองอิงโตวก็กำชับให้เขารายงานความเคลื่อนไหวขององค์ชายสี่เป็ระยะ จึงพอคำนวณได้ว่าต้องมีอะไรอย่างแน่นอน ทั้งคู่จึงเดินเลี่ยงสายตาองครักษ์คนอื่นมาสนทนากัน
"เ้าว่าจะเกิดศึกใหญ่ในวังหลวงหรือไม่ พระโอรสสี่พระองค์องค์โตครองตำแหน่งไท่จือ องค์รองรั้งตำแหน่งฉินอ๋อง องค์ที่สามจิ้นอ๋อง และองค์ที่สี่ที่ถูกส่งไปชายแดนถึงห้าปีก็กลับเข้าวัง จากภาพรวมที่ผ่านมาฉินอ๋องกับจิ้นอ๋องก็หนุนหลังไท่จื่อเต็มที่ แต่ผู้มาใหม่นี่สิ ข้าว่ามันน่าสงสัย"
"เ้าอย่าพูดไป เราต้องสืบให้แน่ชัดก่อน เดี๋ยวหัวจะหลุดออกจากบ่าแบบไม่ทันตั้งตัว" ฟ่านหนิงเหอก้มลงมากระซิบกับฮุ่ยิ
"ว่าแต่เ้าก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน ข้าเห็นสายตาองค์ชายสี่ที่มองเ้าเมื่อครู่ เห็นแล้วเสียวสันหลังวาบ"
"เ้าหมายว่ายังไง"
"ก็สายตาแทบอยากกลืนเ้าลงท้องน่ะสิ"
"เ้าก็พูดเกินไป ข้ากับองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อเพิ่งเจอกันครั้งสองครั้งเอง"
"ข้าทำไม...ข้าไม่มีอะไรกับฉินอ๋องทั้งนั้น"
"ข้ายังไม่ได้พูดว่าเ้ามีอะไรกับฉินอ๋อง นี่เ้าร้อนตัวเหรอ" ฮุ่ยิมองหน้าสหายแล้วก็หัวเราะออกมา
"เ้าอย่าซี้ซั้วพูดนะ" ฟ่านหนิงเหอถึงกับหันหลังเดินออกไปเพื่อกลบเกลื่อน
ฮุ่ยิถึงกับเกาหัวตัวเอง ฟ่านหนิงเทียนเป็อะไรทำไมต้องรีบเดินหนี ทำไมถึงต้องหน้าแดงด้วย เขาจึงรีบวิ่งตามสหายรักไปติด ๆ
"คุณหนูไป๋ลี่หรูท่านก็มางานเลี้ยงด้วยเหรอขอรับ" องครักษ์ที่ยืนอยู่ทำความเคารพและเอ่ยทักคุณหนูคนงามที่เพิ่งมาถึงงานเลี้ยง นางสวมชุดสีชมพูบักลวดลายดอกโบตั๋น ปักปิ่นทองประดับศีรษะ นางแค่ก้มหน้าลงนิดหน่อยให้องครักษ์ผู้นั้นเป็การทักทาย
"คุณหนูของข้าก็ต้องได้รับเชิญสิ งานเลี้ยงของราชสำนักทั้งที คุณหนูเป็ถึงคู่หมายของฉินอ๋องจะไม่มาร่วมได้อย่างไรกุ้ยเฟยถึงกับให้คนไปแจ้งข่าวด้วยตนเอง"
บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาด้านหลังกล่าวกับองครักษ์ผู้นั้น
"ขอรับ เชิญคุณหนูด้านในขอรับ" องครักษ์ผู้นั้นกล่าวด้วยกิริยานอบน้อม ด้วยรู้สถานะของคุณหนูท่านนี้ดีว่ากุ้ยเฟยโปรดปรานนางแค่ไหน หมายมั่นปั้นมือให้แต่งเข้าเป็ชายาขององค์ชายโจวจินเยว่มาแต่เยาว์วัย ด้วยนางเป็ถึงบุตรีเสนาบดีซ้าย ตำแหน่งนี้ใครไหนเลยจะกล้าไปแย่งจากมือนางมา
ฮุ่ยิกับฟ่านหนิงเหอที่ยืนมองอยู่ก็ก้มศีรษะลงตามมารยาทเมื่อคุณหนูไป๋ลี่หรูคนงามหันมามองสองสหายที่ยืนสนทนากันอยู่
"ข้าว่าคุณหนูไป๋คนนี้ก็แปลก"
"แปลกยังไง"
"ก็สายตาที่มองเ้าเหมือนจะกินเืกินเนื้อเ้าเสียอย่างนั้น ข้าว่าวันนี้เ้าคงเนื้อหอมน่าดู ใคร ๆ ก็จ้องแต่เ้า จนข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าเ้าใช้ดอกไม้ใดมาทำน้ำหอมพรมตัวกัน
"เ้าก็พูดไปเรื่อยฮุ่ยิ"
"จริง ๆ นะ" ฮุ่ยิทำจมูกฟุตฟิตดมไปที่แขนเสื้อของสหาย
"แต่เ้าก็หอมจริง ๆ นั่นแหละ หรือว่าข้าแปลงร่างเป็หมาป่าแล้วจับเ้ากลืนลงท้องซะตอนนี้เลย คนพวกนั้นออกมาคงจะร้องไห้กันน่าดู"
"เ้านี่...เพ้อเจ้อไปเรื่อย"
ฟ่านหนิงเหอถึงกับส่ายหน้าให้กับจินตนาการอันกว้างไกลของสหายที่ยืนข้างกาย มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าคุณหนูไป๋ลี่หรูมองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าเขากับโจวจินเยว่สนิทสนมกันถึงขั้น..เอ่อ..ถึงขั้น...
คิดแค่นี้เขาก็เห็นกล้ามหน้าท้องกับใบหน้าอันหล่อเหลาของโจวจินเยว่ลอยมา ถึงกับต้องเอามือลูบใบหน้าตัวเองเพื่อสลัดความคิดนอกลู่นอกทางนี้ออกจากหัว
"เ้าเป็อะไรน่ะฟ่านหนิงเทียนทำไมเ้าหน้าแดงอีกแล้ว หรือเ้าจะไม่สบาย เมื่อกี้เ้าก็หน้าแดงตอนนี้เ้าก็หน้าแดงอีก มาให้ข้าจับดูหน่อยว่าเ้ามีไข้หรือเปล่า"
"เปล่า..ไม่ต้อง ข้าไม่เป็ไร" ฟ่านหนิงเหอวิ่งหนีมือของฮุ่ยิที่เอื้อมมือจะจับหน้าผากเขา
"เ้าจะไปไหน มาให้ข้าดูหน่อย"
"เ้าไม่ต้องเลย...ไม่ต้องเข้ามาเลยนะ"
"เ้าจะไปไหน...มาให้ข้าจับเสียดี ๆ"
ทั้งคู่วิ่งไล่กันสักครู่จนโจวเหิงเยว่เดินออกมาจากงานเลี้ยงเจอฉากองครักษ์สองคนกำลังวิ่งเล่นไล่จับกันถึงกับส่ายศีรษะ
"พวกเ้าทำอะไรกัน...ฮุ่ยิไป...กลับตำหนัก"
ฮุ่ยิสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นายเรียก
"พะย่ะค่ะท่านอ๋อง ทำไมงานเลี้ยงเลิกเร็วถึงเพียงนี้พ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าไม่ใช่คนสำคัญอะไรจะอยู่ให้นานไปไย"
"แล้วฉินอ๋องล่ะพ่ะย่ะค่ะ" ฮุ่ยิถามแทนสหายที่ยืนสำรวมอยู่ข้าง ๆ
"โจวจินเยว่คงจะอีกสักพัก โดนเสด็จแม่จับคู่ให้คุณหนูไป๋ลี่หรูงานนี้ไม่รู้จะรอดออกมาครบสามสิบสองหรือไม่"
"ทำไมถึงออกไม่ครบสามสิบสองพ่ะย่ะค่ะ" ฮุ่ยิถามซื่อ ๆ ด้วยความสงสัย
"ข้าเกรงว่าจะโดนคุณหนูไป๋คนงามขโมยหัวใจไปน่ะสิ"
"...กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะจิ้นอ๋อง"
โจวเหิงเยว่พูดทีเล่นทีจริง แต่คนยืนฟังอย่างฟ่านหนิงเหอถึงกับใจกระตุกวูบ และยืนนิ่งจนกระทั่งโจวเหิงเยว่และฮุ่ยิเดินจากไปก็ทำแค่เพียงค้อมศีรษะส่งทั้งคู่แค่นั้น