แสงอรุณยามเช้าสาดลงบนนครเมฆครามอันกว้างใหญ่
หลังจากคืนแรกในเมืองผู้ฝึกตน
หลินเซวียนแทบไม่ได้นอน
ไม่ใช่เพราะสถานที่แปลกใหม่
แต่เพราะทุกสิ่งรอบตัวแตกต่างจากบ้านเกิดมากเกินไป
นครแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกตน
เต็มไปด้วยพลัง
และเต็มไปด้วยโอกาส
รวมถึงอันตราย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"ยังไม่ตื่นอีกหรือ?"
เสียงใสของลั่วชิงอวี่ดังมาจากด้านนอก
หลินเซวียนเปิดประตู
หญิงสาวในชุดสีเขียวยืนกอดอกอยู่
"วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปดูนครเมฆคราม"
"อย่างน้อยเจ้าก็ควรรู้ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร"
หลินเซวียนพยักหน้า
ก่อนเดินตามนางออกไป
...
สถานที่แรกที่ทั้งสองมาถึง
คือตลาดโอสถ
สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสมุนไพร
โอสถเม็ด
ผลวิญญาณ
และวัตถุดิบจากอสูร
กลิ่นยาสมุนไพรอบอวลไปทั่วพื้นที่
ผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังต่อรองราคา
บางคนซื้อโอสถเพื่อฝึกตน
บางคนซื้อเพื่อรักษาบาดแผล
"ในโลกผู้ฝึกตน"
ลั่วชิงอวี่กล่าว
"โอสถสำคัญไม่ต่างจากชีวิต"
หลินเซวียนมองร้านรวงรอบด้าน
ก่อนเริ่มเข้าใจว่า
โลกแห่งผู้ฝึกตนไม่ได้มีเพียงการต่อสู้
แต่ยังมีการค้า
การผลิต
และอาชีพอีกมากมาย
...
จากนั้นทั้งสองเดินต่อไปยังตลาดอาวุธ
ดาบ
หอก
กระบี่บิน
เกราะวิญญาณ
ถูกจัดแสดงอยู่เต็มพื้นที่
อาวุธบางชิ้นแผ่คลื่นพลังจนสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า
"อาวุธวิญญาณที่ดี"
ลั่วชิงอวี่กล่าว
"บางครั้งมีค่ามากกว่าระดับพลังเสียอีก"
หลินเซวียนพยักหน้าเบา ๆ
...
ไม่นานนัก
ทั้งสองก็มาถึงลานประลอง
เสียงตะโกนดังสนั่น
ผู้ฝึกตนหลายสิบคนกำลังต่อสู้กันบนเวที
เปลวไฟ
สายฟ้า
พลังดาบ
ระเบิดออกมาไม่หยุด
ผู้ชมส่งเสียงเชียร์เป็นระยะ
บรรยากาศคึกคักอย่างยิ่ง
หลินเซวียนมองภาพตรงหน้าอย่างตั้งใจ
นี่คือการต่อสู้ของผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง
...
สถานที่ต่อไปคือสมาคมนักล่าอสูร
ด้านหน้ามีป้ายภารกิจขนาดใหญ่
แขวนหนังสือประกาศนับร้อยใบ
ผู้ฝึกตนเข้าออกไม่ขาดสาย
บางคนรับภารกิจ
บางคนส่งซากอสูร
บางคนมาขายวัตถุดิบ
ลั่วชิงอวี่ยิ้ม
"ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าสำนัก"
"ผู้ฝึกตนจำนวนมากใช้ชีวิตเป็นนักล่าอสูร"
"หรือรับภารกิจแลกทรัพยากร"
หลินเซวียนเริ่มเข้าใจแล้วว่า
โลกภายนอกมีเส้นทางมากมายให้เลือก
...
สถานที่สุดท้าย
คือหอเฝ้าราตรีสาขานครเมฆคราม
อาคารสีดำสูงหลายสิบชั้นตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง
ธงตราหอเฝ้าราตรีโบกสะบัดเหนือยอดตึก
เมื่อเห็นสถานที่แห่งนี้
หลินเซวียนอดนึกถึงเฉินเยี่ยนชิวไม่ได้
หากไม่มีผู้ตรวจการลำดับที่เจ็ด
เขาคงไม่มีทางมาถึงจุดนี้
...
ระหว่างเดินผ่านจัตุรัสกลางเมือง
ผู้คนจำนวนมากกำลังรวมตัวกัน
เสียงพูดคุยดังไม่หยุด
ตรงกลางมีแผ่นประกาศขนาดมหึมาตั้งอยู่
หลินเซวียนเงยหน้ามอง
ก่อนอ่านตัวอักษรด้านบน
"การคัดเลือกศิษย์พิเศษแห่งนครเมฆคราม"
ดวงตาของเขาเป็นประกายทันที
ลั่วชิงอวี่ยิ้ม
"งานนี้จัดทุกสามปี"
"ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์เข้าหอคัมภีร์เมฆคราม"
"ได้รับทรัพยากรฝึกตน"
"และมีโอกาสเข้าสำนักระดับภูมิภาค"
หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงขึ้น
หอคัมภีร์เมฆคราม
สถานที่ที่เขาต้องการเข้าไปมากที่สุด
นี่อาจเป็นโอกาสเดียวในตอนนี้
...
ขณะกำลังอ่านประกาศ
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
"เจ้าจะสมัครด้วยหรือ?"
หลินเซวียนหันกลับไป
พบชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่ง
ใบหน้าหล่อเหลา
สายตาเย่อหยิ่ง
กระบี่ประจำตัวสะพายอยู่ด้านหลัง
"เซียวอวี่เฟิง!"
มีคนร้องออกมาด้วยความตกใจ
หลินเซวียนหรี่ตาเล็กน้อย
อีกฝ่ายกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
"ขั้นเปิดประตูมรรคา?"
"เจ้ามาสมัครจริงหรือ?"
รอบด้านพลันเงียบลง
หลายคนเริ่มหันมามอง
ลั่วชิงอวี่ขมวดคิ้วทันที
"เซียวอวี่เฟิง"
"เจ้าจะหาเรื่องหรือ?"
ชายหนุ่มยักไหล่
ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ข้าเพียงแปลกใจ"
"การคัดเลือกครั้งนี้"
"ไม่ใช่สถานที่สำหรับมือใหม่"
จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป
ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้คน
หลินเซวียนมองตามอย่างเงียบ ๆ
ไม่โกรธ
แต่จดจำชื่ออีกฝ่ายเอาไว้
เซียวอวี่เฟิง
ขั้นที่ 3 สร้างชีพจรมรรคา
ศิษย์สำนักกระบี่เมฆา
...
หลังจากนั้น
ลั่วชิงอวี่จึงเริ่มอธิบายระบบพลังเพิ่มเติม
"ผู้ฝึกตนเริ่มจาก"
"ขั้นที่ 1 เปิดประตูมรรคา"
"เป็นการเปิดรับปราณฟ้าดิน"
"จากนั้นคือ"
"ขั้นที่ 2 หลอมกายเต๋า"
"ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นมาก"
"ขั้นที่ 3 สร้างชีพจรมรรคา"
"สามารถสร้างวงจรปราณในร่าง"
"ดูดซับพลังได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไป"
"และขั้นที่ 4 แก่นมรรคา"
"จึงนับเป็นผู้แข็งแกร่งตัวจริง"
หลินเซวียนตั้งใจฟังทุกคำ
เส้นทางเบื้องหน้าช่างยาวไกลนัก
...
ช่วงบ่าย
การลงทะเบียนเริ่มต้นขึ้น
ผู้สมัครนับพันคนเข้าแถวเรียงราย
เบื้องหน้ามีแท่นหินทดสอบขนาดใหญ่
การทดสอบเบื้องต้นมีสามอย่าง
ตรวจมรรคา
ตรวจพรสวรรค์
และตรวจพลังจิต
ผู้สมัครแต่ละคนเดินขึ้นไปทีละคน
ผลลัพธ์ถูกประกาศออกมาอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งถึงคิวของหลินเซวียน
เขาวางมือลงบนแท่นหิน
ทันใดนั้น
ครืน!
แท่นหินสั่นสะเทือนรุนแรง
แสงสว่างหลายสีปรากฏขึ้นพร้อมกัน
ผู้คุมการสอบสีหน้าเปลี่ยน
"เกิดอะไรขึ้น?"
คลื่นพลังจำนวนมากปะทุออกมา
จนผู้คนรอบด้านต้องถอยหลัง
จากนั้น
ตัวอักษรสีทองค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ทุกคนเงียบงัน
ก่อนอ่านพร้อมกัน
"มรรคาไม่สามารถระบุได้"
ทั้งจัตุรัสตกอยู่ในความเงียบ
แม้แต่ผู้คุมการสอบเอง
ยังมีสีหน้าตกตะลึง
เพราะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
เขาไม่เคยเห็นผลลัพธ์เช่นนี้มาก่อน
ด้านไกล
เซียวอวี่เฟิงหันกลับมามองอีกครั้ง
สายตาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
...
คืนนั้น
หลินเซวียนกลับมายังที่พัก
หลังจากเหตุการณ์ทั้งวัน
เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง
เริ่มฝึกปราณตามปกติ
เวลาผ่านไปช้า ๆ
ทันใดนั้น
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในทะเลจิตพลันสั่นสะเทือน
เปลวไฟส่องสว่างขึ้นชั่วขณะ
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา
ชายถือโคม
กำลังยืนอยู่ภายในอาคารโบราณขนาดใหญ่
เบื้องหลังคือชั้นหนังสือนับไม่ถ้วน
สถานที่แห่งนั้น
คือหอคัมภีร์เมฆคราม
ชายผู้นั้นยืนเงียบ ๆ
ราวกับกำลังรอใครบางคน
ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะสลายหายไป
หลินเซวียนลืมตาขึ้นช้า ๆ
แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
"การคัดเลือกยังไม่เริ่มต้น"
"แต่คลื่นใต้น้ำในนครเมฆคราม"
"ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"