การคัดเลือกเพื่อหาตัวแทนของหมู่เกาะสวรรค์ ไปแข่งขันงานมหกรรมมิติห้วงสวรรค์ในทวีปแดนเหนือ ก็ยังคงครึกครื้น อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าลมหายใจอันรวยรินของคนผู้นึงกำลังจะดับลง
"ท่านผู้เฒ่าชางเหอ ! ลมหายใจของซือเฉิงแผ่วเบามาก กระดูกหน้าอกแตกละเอียด ถ้าไม่ได้รับการรักษา อีกไม่น่าเกิน 30 ลมหายใจ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน"
ผู้เฒ่าชางเหอรีบทะยานเข้าไปหา ด้วยความเร็วทำให้ผู้เข้าแข่งขันตกตะลึงถึงระดับที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เขานำโอสถทิพย์ระดับสูงที่มีค่าอย่างมาก ให้ซือเฉิงกินแล้วถ่ายเทลมปราณรักษาทันที
"แปลกมาก ทำไมลมปราณถึงปั่นป่วนขนาดนี้ เจ้าหนุ่มนี่ ถึงจะยังมีชีวิตอยู่ได้ ก็คงจะพิการไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน" ชางเหอสงสัย ถึงกระบวนท่าของชางอวิ๋น มันไม่น่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้
ผู้คนรอบข้างและจอมยุทธรุ่นเยาว์ต่างพากันตกใจ ไม่ใช่เพราะว่าซือเฉิงนั้นกำลังจะตาย แต่เป็นเพราะเขาโดนเด็กหนุ่มที่มีพลังปราณน้อยกว่าถึง 8 ขั้น กระแทกหมัดเพียงครั้งเดียว ทำให้อาการสาหัสได้ถึงขนาดนี้
"ถ้าไม่ใช่ดวงจิตของอสูรในระดับวิญญาณก็น่าจะเป็น . . . ห๊ะ !! สงสัยไอ้หนุ่มนั้นมันได้ดวงจิตของอสูรในระดับตำนานแน่ๆเลย พวกเรา"
เสียงพูดคุยดังไปทั่ว คาดเดาต่างๆนาๆถึงลูกแก้วที่ฝังในวิถีวิญญาณเป็นลูกแก้วของอสูรในระดับตำนาน แต่หารู้ไม่ ว่าของชางอวิ๋นนั้น เป็นลูกแก้วระดับมังกรที่อยู่เหนืออสูรทั้งปวง บนโลกใบนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดได้สัมผัสมาก่อน
เมื่อผู้เฒ่าชางเหอรักษาเสร็จ ซึ่งจะเรียกว่ารักษาก็คงไม่ได้ เป็นเพราะอาการนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรักษา แต่ก็ยังสามารถยื้อชีวิตและสั่งให้ผู้คุมรีบพาไปให้ผู้เชียวชาญรักษาต่อ
ผู้คุมรีบเข้ามาอุ้มร่างที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะลืมตาได้ ทะยานพาไปที่ห้องหัวหน้าโอสถของตระกูลชาง แต่ก็ยังส่งจิตสังหาร มาที่ชางอวิ๋น ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
"ทุกท่านนนน !" เสียงดังกังวาล สนั่นไปทั่วพื้นที่ จากที่มีเสียงพูดคุยกันทั่วทุกมุมเมืองกลับเงียบลงในพริบตา
"โปรดอยู่ในความสงบ การทดสอบยังคงต้องดำเนินต่อ ลำดับต่อไป ขึ้นมา !!"
ชางเหอควบคุมสติและต้องดำเนินการแข่งขันให้จบในรอบที่ 1 โดยเร็วที่สุดเพื่อที่จะไปตรวจสอบหาประวัติของหนุ่มน้อยคนนี้ เขาสนใจในตัวชางอวิ๋นอย่างมาก
เวลาผ่านไป 3 ชั่วยาม ผู้เข้าแข่งขันก็ได้ทดสอบรอบที่ 1 เสร็จสิ้น มีเพียง 80 คนเท่านั้นที่ผ่านไปยังรอบที่ 2 ผู้เฒ่าชางเหอจึงนัดแนะกับจอมยุทธทั้ง 80 คน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้งให้คนที่ผ่านมารวมตัวที่หอคอยอสูร
"พรุ่งนี้ไปพบกันที่ทางตะวันตกของเมือง ห่างจากที่นี่แค่ครึ่งลี้พวกเจ้าทั้ง 80 คนก็จะพบกับหอคอยอสูร อย่าริอาจเข้าไปก่อนที่ข้าจะไปถึง จงจำเอาไว้"
"ส่วนเจ้าหนุ่มน้อย ตามข้ามา"
ผู้เฒ่าชางเหอเรียกชางอวิ๋นให้ตามตนเองมา เพื่อจะพาไปพบกับหัวหน้าตระกูลชาง ก็คือชางเหลียน
ระหว่างทางที่ทั้งคู่ทะยานเพิ่อไปพบกับชางเหลียน ผู้เฒ่าชางเหอก็หันไปทางชางอวิ๋น
"พลังลมปราณของเจ้า แท้จริงแล้วอยู่ในระดับราชันย์ (ลมปราณระดับ7) อย่างนั้นรึ"
. . . . .
ชางเหอเห็นเด็กหนุ่มไม่ตอบจึงคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะบุคคลที่มีห้วงมิติระดับราชันย์นั้น ต่อให้เป็นทวีปแดนเหนือก็ยังมีน้อยคนนัก มันเป็นตำแหน่งที่ไม่อาจหาที่เปรียบได้ ถ้าบุคคลผู้นั้นมาอยู่หมู่เกาะสวรรค์จะเป็นไปได้อย่างไรที่ตัวเขาเองจะไม่รู้
"งั้นข้าขอถามใหม่ . . . ทำไมเจ้าถึงผนึกลูกแก้วในวิถีวิญญาณของเจ้าได้ ถ้าเจ้าไม่ได้อยู่ในระดับราชันย์" (หึหึ ตาเฒ่าเข้าใจอะไรผิดหละ ของชางอวิ๋นมันคือวิถีเซียน เจ๋งกว่าเยอะ)
ชางอวิ๋นทำคิ้วขมวดและส่ายหัวไปมาเหมือนคิดอะไรอยู่ 'การที่จะผนึกลูกแก้วได้ต้องอยู่ในระดับราชันย์เลยอย่างนั้นรึ ถือว่าเป็นของขวัญจากมังกรน้อย . . .หละกัน'
ชางเหอก็ยังคงคิดหนัก 'แล้วไอ้ความเก่งกาจผิดมนุษย์มนาของไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ เกิดมาจากอะไรกันแน่ . . . . . . แต่ก็ช่างมันเหอะ ! ลองให้ท่านชางเหลียนตรวจสอบดู เผื่อจะรู้อะไรขึ้นมาบ้าง'
เมื่อทั้งคู่มาถึงห้องประชุมใหญ่ของตระกูล ชางเหอก็รายงานทุกอย่างให้ประมุข 'ชางเหลียน' ฟัง ระหว่างที่ชางเหลียนฟังอยู่นั้น ก็ได้มองไปที่หน้าของเด็กหนุ่มราวกับเหมือนจะรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน เมื่อชางเหอรายงานเสร็จ
"เจ้าชื่อชางอวิ๋น อย่างงั้นรึ" ชางอวิ๋นพยักหน้าลงตอบ
"แล้วเจ้ามาจากเมืองไหนกันหละ" . . . . . ชางอวิ๋นบอกปัดๆไป ว่าตนนั้นพักอยู่เมืองโน้นที เมืองนี้ที ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง แต่ข้อมูลเหล่านี้ชางเหลียนจับสังเกตได้ว่าหนุ่มน้อยคนนี้กำลังปิดบังอะไรเขาอยู่ แต่ก็หาได้สนใจไม่
"ท่านผู้เฒ่า นำลูกบอลพลังปราณที่ดีที่สุดไปไว้ในห้องโถงหน่อย ข้าอยากเห็นพลังของเจ้าหนุ่มนี้กับตาของข้าเอง"
ในตระกูลชางนั้นมีทรัพย์สมบัติมากมาย โอสถชั้นยอด อุปกรณ์ตำนาน และลูกบอลพลังปราณที่รองรับพลังปราณได้มากกว่าที่ทดสอบหลายเท่าตัว
[ระดับของลูกบอลพลังปราณ ก็จะสามารถรองรับพลังปราณได้แตกต่างกัน]
ทั้ง 3 คนเดินย้ายห้องมาในห้องโถงใหญ่ ผู้เฒ่าชางเหอได้นำลูกบอลพลังปราณออกมาจากกระเป๋ามิติของเขา แล้วชางเหลียนก็บอกให้ชางอวิ๋นนั้นอัดพลังให้เต็มที่เลย อย่าได้ปิดบังพลังเอาไว้ ให้ใส่พลังปราณออกมาให้หมดเท่าที่จะทำได้
"แล้วข้าจะได้อะไร !!! ในเมื่อข้าได้ผ่านเข้าไปในรอบ 2 แล้ว"
!@#$% ผู้เฒ่าชางเหอเริ่มกุมขมับ เป็นเพราะตัวเขานั้นได้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด จึงรู้ว่าชางอวิ๋นนั้น(เกรียน)ดื้อไม่น้อยไปกว่าใคร
"เหอะ ! แล้วเจ้าอยากได้อะไรหละ เจ้าหนุ่ม" ชางเหลียนเอามือไพล่หลัง ไม่หวั่นแม้ชางอวิ๋นจะขออะไรมาก็ตาม
เข้าทางชางอวิ๋นทันที เขาไม่คิดเลยว่าผู้นำอันดับ 1 ของหมู่เกาะสวรรค์ จะเจรจาต่อรองง่ายดายอะไรขนาดนี้
"ข้าอยากจะ. . . . . . ใช้บ่อน้ำเทพ 1 เดือนเต็ม ท่านว่าอย่างไรหละ"
ชางเหลียนยกมือเอามาลูบเคราของตนทำท่าคิด ผ่านไป 10 ลมหายใจก็เอ่ยขึ้น "ถ้าเจ้าทำให้เลขพลังขึ้นได้ถึง 5,000 เจ้าอยากจะเข้าบ่อน้ำเทพกี่เดือน กี่ปีก็แล้วแต่เจ้าเลย ดีไหม"
ชางอวิ๋นยิ้มที่มุมปากขึ้นทันที นี่เขากำลังจะได้สิทธิที่เท่าเทียมกับเจ้าเมืองเลย และเขาจะไม่ตกลงได้อย่างไร
ชางอวิ๋นเดินไปที่ลูกบอลพลังปราณทันที
'ไอ้เด็กนี้มันไปเอาความมั่นใจแบบนี้มามาจากไหนกัน มันรู้ไหม ว่าเลขพลัง 5,000 มันเทียบเท่ากับข้าผู้นี้เชียวนะ'
. . . . . . ชางอวิ๋นเดินเข้าไปในลูกบอล 5 ลมหายใจผ่านไป 10 หายใจก็ยังไม่ยอมโคจรพลังซักที ยืนเกาหัว แกรก แกรก ชางเหอก็แปลกใจ จนนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้ส่งสัญญาณ "เริ่มได้" !!
"หย๊ากกกกกก" !! คราวนี้ไม่เหมือนกับที่ผู้เฒ่าได้เจอมาในครั้งก่อนๆ ที่ชายหนุ่มจะระเบิดแต่ผงฝุ่นออกมา แต่ครั้งนี้พลังปราณของชางอวิ๋นอัดแน่น ลูกบอลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และลูกบอลปราณอันนี้มีตัวเลขขึ้นให้เห็นตลอดเวลา
"2,000" พริบตาเดียวเจ้าหนุ่มนี้อัดพลังขึ้นถึงขั้นนี้เลยรึ
"3,000" น่าสนใจอย่างมากด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับทำลายสถิติของจอมยุทธระดับสูงในหมู่เกาะสวรรค์นับพันปี
"4,000" ผู้เฒ่ากับชางเหลียนมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
"ท่านเอาปีศาจตัวนี้มาจากไหนกันแน่"
"ข-ข-เขาเข้ามาสมัครเป็นคนสุดท้าย ในประวัติกรอกไว้ว่า เขาอาศัยอยู่ในเมืองตระกูลหลิน"
"4,500" "4,600" "4,700" "4,800"
"หยุด !! หยุดเดี๋ยวนี้" หลินเฟย(พ่อของหลินหลิง)ผลักประตูอย่างรุนแรงและตะโกนให้ชางอวิ๋นนั้นหยุดโคจรพลังที่แม้แต่โลกยังสะเทือนเลือนลั่น
เป็นเพราะอะไรท่านหลินเฟยถึงให้หยุด ? . . .
"เพราะว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นตัวแทนตระกูลของข้าแล้ว ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องทดสอบพลังกันต่อไป" หลินเฟยชี้ไปที่ชางอวิ๋น ตาเป็นประกายส่องสว่างเจิดจ้าในการเป็นเจ้าของ ของตัวเด็กหนุ่มคนนี้
ชางเหลียนและชางเหอมองหน้ากันอย่างคิ้วขมวด
"ตูมมมมมมมมม" เสียงระเบิดดังสนั่น ควันคลุ้งกระจาย ไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายในห้องโถงที่กว้างขวางขนาดนี้