ไช่ชิงเป็บ่าวภักดีจริงๆ ใช้ชีวิตตนปกป้องเ้านายนาง ตรงกันข้าม สำหรับเมิ่งซีอวี้นี่เป็การสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
เมิ่งซีอวี้ยืนใบหน้าซีดขาวอยู่ตรงนั้นนิ่งงันไม่ได้สติอยู่นาน
ไม่ว่าอย่างไรนางก็คิดไม่ถึงว่าบทสรุปของเื่ราวจะกลายเป็เช่นนี้
เดิมทีนี่เป็กับดักที่นางวางเอาไว้ เปลาะแล้วเปลาะเล่ารัดกุมไร้ช่องโหว่ ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็กับดักผูกมัดนางเอง ไช่ชิงใช้ความตายของนางแลกมาซึ่งการหลุดพ้นจากกับดักนี้
นิสัยอาสื่อน่าเหยียนหยาบโลน เหมือนม้าป่าบนทุ่งหญ้าสตรีหยาบโลนเช่นนี้ เหตุใดถึงถูกกู้สุ่ยเย่ว์ซื้อใจได้กันร่วมกันจัดการตนกับกู้สุ่ยเย่ว์
ไม่ว่าเมิ่งซีอวี้คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
แต่กระนั้น เื่ราวยังไม่จบเพียงเท่านี้
ศพไช่ชิงถูกหามออกไป
ท่ามกลางแสงโคมไฟั์ตากู้สุ่ยเย่ว์กระจ่างชัดเช่นเดียวกันนางมองอวิ๋นอ๋องที่ยังคงนั่งเกียจคร้านเป็ปกติ “ท่านอ๋องการแข่งขันระหว่างข้ากับน้องเหยียนเอ๋อร์เป็ข้าที่ชนะท่านอ๋องบอกว่าจะรับปากข้าสองเื่”
อาสื่อน่าเหยียนเอ่ยขึ้นเช่นกัน “ท่านอ๋องพี่หญิงชนะแล้วจริงๆ ”
แม้อวิ๋นอ๋องจะดีร้ายไม่ปกติ แต่เป็คนยึดถือสัจจะผู้หนึ่ง“ชายารัก้าอะไรบ้างรึ”
กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย “ข้อแรก พรุ่งนี้ท่านอ๋องกลับจวนไปกับข้าข้อสอง ข้ามีฐานะเป็ชายาเอก เรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องควรเป็ข้าที่ควบคุมดูแล”
รอข้ากุมอำนาจแล้วก็จะ ‘ดูแล’เรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องอย่างดี รับรองว่าจวนอวิ๋นอ๋องจะต้องขาดทายาทสืบสกุล
กู้สุ่ยเย่ว์หลุบตา ปกปิดประกายเย็นเยียบในแววตา
รอกู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยข้อเรียกร้องทั้งสองเสร็จ เมิ่งซีอวี้ก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้ว นางเพิ่งสูญเสียสาวใช้คนสนิท ตอนนี้ยังต้องสูญเสียอำนาจในการควบคุมดูแลเรือนหลังจวนอ๋องอีกรึ เมิ่งซีอวี้อดมองไปทางอวิ๋นอ๋องไม่ได้ทว่าอวิ๋นอ๋องไม่ได้มองนางเลยสักนิด สายตาร่วงตกอยู่ที่ตัวกู้สุ่ยเย่ว์อยู่ตลอดเจือแววโอนอ่อนคลุ้งตลบยากเอ่ยบรรยาย สายตาเช่นนั้นนางไม่เคยเห็นจากใบหน้าอวิ๋นอ๋องต่อให้เป็นอาสื่อน่าเหยียนที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดก็ตามโถงไต่สวนเงียบสงัดครู่หนึ่ง อวิ๋นอ๋องเอ่ย “ได้”
เสียงนี้ทำเอาเมิ่งซีอวี้เหมือนตกลงไปในอุโมงค์น้ำแข็ง
นางมองฉากภาพทั้งหมดตรงหน้าอย่างเลื่อนลอยทว่าความชิงชังและความไม่พอใจในใจกลับแผ่พุ่งสูงเทียมฟ้า
วันที่ห้าเดือนสอง อากาศแจ่มใส
จวนตระกูลกู้
วันนี้เป็วันที่สามที่กู้สุ่ยเย่ว์แต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องต่อให้กู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีความรู้สึกใดกับจวนตระกูลกู้ แต่ธรรมเนียมไม่อาจมองข้ามตามธรรมเนียมวันนี้เป็วันที่เ้าสาวต้องกลับมาเยี่ยมบ้านหลังครบสามวัน
กู้เชียนให้คนไปสืบถามมาแล้ว กู้สุ่ยเย่ว์อยู่ในจวนอ๋องไม่ได้รับความโปรดปรานดังนั้นวันนี้กู้สุ่ยเย่ว์คงกลับมาคนเดียว
แต่แม้จะเป็เช่นนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ที่จัดการรอบคอบรัดกุมยังคงสั่งการลงไป ตกแต่งจวนตระกูลกู้สักรอบทำท่าทีเหมือนรอต้อนรับเ้าสาวกลับบ้าน
เพราะเป็วันที่ชายาอวิ๋นอ๋องกลับจวนฝ่าาอนุญาตให้อัครมหาเสนาบดีหยุดอยู่บ้านโดยเฉพาะกู้เชียนค้างอยู่ในห้องอี๋เหนียงสี่จนถึงยามสามถึงค่อยตื่นนอน
อี๋เหนียงสามเสียสติ หลินซื่อฆ่าตัวตายอัครมหาเสนาบดีกู้เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ช่วงหนึ่ง ในช่วงเวลานี้ เขาสังเกตเห็นอี๋เหนียงสี่เฉินซื่อที่ทั้งกายอวลตลบด้วยกลิ่นอายหนังสือตำรา กู้เชียนเคยโปรดปรานเฉินซื่อเห็นได้ชัดว่าเฉินซื่อเป็นแบบที่เขาชอบ ภายหลังหลังลูกชายคนเดียวของเฉินซื่อตายจากนางกลายเป็นเลื่อนลอยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายความชื่นชอบที่กู้เชียนมีต่อนางเสื่อมถอย กอปรกับที่อี๋เหนียงสามเอาใจคนเก่งความสนใจของกู้เชียนจึงย้ายไปที่ตัวหม่าซื่ออย่างสิ้นเชิง
เฉินซื่อนิสัยอ่อนโยนทั่วกายเจือกลิ่นตำรา เอาใจอ่อนหวานกลายเป็ที่พักพิงใจให้กู้เชียนได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
ฟ้าสว่างแล้ว ทั้งสองคนยังคงอยู่บนเตียงอุ่น กู้เชียนสวมใส่เสื้อผ้าภายใต้การปรนนิบัติของเฉินซื่อ“กู้สุ่ยเย่ว์กลับมาหรือยัง” กู้เชียนเอ่ยถามบ่าวรับใช้
บ่าวรับใช้ยืนเอ่ยอยู่ด้านนอก “นายท่าน ยังไม่กลับมาขอรับ”
กู้เชียนยิ้มเหี้ยม “เกรงว่าคงไม่กล้ากลับมากระมัง”
ใบหน้าสวยสดทว่าเย็นชาเหมือนหลี่ซื่อนั่นดุจดั่งปีศาจร้ายก็ไม่ปาน กู้เชียนไม่อยากเห็นใบหน้าใบนั้นดังนั้นนางไม่กลับมาจะดีที่สุด“นายท่าน ท่านอย่าคิดเื่ระคายใจพวกนั้นเลยดื่มชาข้าสักหน่อยเถิด” เฉินซื่อแย้มยิ้มอ่อนหวานจ่อชาที่รินเรียบร้อยแล้วมาตรงหน้ากู้เชียน
กู้เชียนจิบชาอึกหนึ่งกลิ่นหอมชาชะล้างจิตใจคน อารมณ์ผ่อนคลายลงมาก ทั่วกายสุขสบาย“นายท่าน กู้สุ่ยเย่ว์กลับมาแล้วขอรับ” ผ่านไปครู่หนึ่งบ่าวรับใช้ก็รีบรุดมารายงาน
คิ้วกู้เชียนอดขมวดขึ้นมาไม่ได้ดูท่าวันนี้คงไม่พ้นต้องมองใบหน้าน่าชิงชังนั่น
เขาลุกขึ้น รอเฉินซื่อแต่งกายให้เขาเรียบร้อยแล้วถึงค่อยหันกายเดินออกไปด้านนอก
เฉินซื่อนั่งอยู่ตรงนั้น มือคนบดใบชารอยยิ้มบนใบหน้าแตกต่างจากความอ่อนโยนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง ทอแววคลุ้มคลั่ง
ตอนกู้เชียนรุดมาถึงโถงหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้อยู่ที่นี่ก่อนแล้ว
หน้าประตูคนคุกเข่าทั่วบริเวณ ฉากภาพเช่นนี้ใจกู้เชียนไม่อาจสงบได้อีก เขาเดินไปตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้ “ท่านแม่...”
“พระชายาอวิ๋นอ๋องกลับมาพร้อมกับอวิ๋นอ๋อง” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เอ่ยแค่ประโยคเดียวเสียงนางเพิ่งจบ อาภรณ์ไหมพลันเข้าสู่สายตากู้เชียนเห็นใบหน้าเคยคุ้นและหล่อเหลาเข้าขั้นเหนืุ์นั่น แผ่นหลังกู้เชียนเย็นเยียบคุกเข่าลงทันใด
อวิ๋นอ๋องเป็อ๋องเป็อ๋องต่างสกุลที่ฝ่าาประทานบรรดาศักดิ์ให้ ส่วนเขาเป็ขุนนางดังนั้นการคุกเข่านี้จึงถูกต้องตรงตามธรรมเนียมพิธีการ
ผ่านไปครู่หนึ่ง อวิ๋นอ๋องยังคงไม่สั่งให้เขาลุกขึ้น
หางตากู้เชียนกวาดมองชายกระโปรงสีแดงนั่นรู้อยู่แล้วว่าชายกระโปรงนั้นเป็ผู้ใด ใจกู้เชียนอดไม่พอใจขึ้นมาไม่ได้
หากนับตามสายเื กู้สุ่ยเย่ว์เป็ลูกสาวเขาแต่หากยึดตามความรู้สึก กู้สุ่ยเย่ว์เป็แค่หญิงชั้นต่ำไม่สลักสำคัญอันใดทว่าวันนี้เขากลับต้องคุกเข่าให้หญิงชั้นต่ำนางนี้!
“ท่านพ่อตา ท่านคุกเข่าเช่นนี้เขยคงรับไม่ไหวท่านพ่อตารีบลุกขึ้นเถิด” ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงอวิ๋นอ๋องถึงค่อยดังขึ้นเพียงแต่ในนั้นไร้ความรู้สึกผิด หากรับไม่ไหวจริงๆคงเรียกให้เขาลุกขึ้นนานแล้ว
กู้เชียนโกรธเกรี้ยวในใจทว่าไม่กล้าเผยออกมาทางสีหน้า
ใบหน้ายังคงแต้มยิ้มมากไมตรี“ท่านอ๋องเกรงใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เขาเงยหน้าสายตาอดกวาดมองไปทางกู้สุ่ยเย่ว์นางชั้นต่ำนั่นไม่ได้
เห็นเพียงกู้สุ่ยเย่ว์สวมเสื้อสีแดงท่าทีถือดีผมรวบมวยทรงสตรีออกเรือนแล้ว เผยให้เห็นหน้าผากกระจ่างั์ตาสดใสสลักอยู่บนใบหน้าเรียวนวลขาว ทั้งตัวคนเปล่งประกายเรืองรอง
ครึ่งกายกู้สุ่ยเย่ว์แอบอิงอยู่บนตัวอวิ๋นอ๋องมืออวิ๋นอ๋องโอบอยู่ที่เอว อวิ๋นอ๋องสูงใหญ่หล่อเหลา หญิงสาวอรชรงามล้ำทั้งสองดูเหมาะสมกันยิ่ง ความสัมพันธ์ยังดูไม่เลว
เห็นฉากภาพนี้ ใจกู้เชียนเย็นเยียบลงทันใด
ความมั่นใจไม่กี่วันนี้ของเขาเลือนหายไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นอ๋องจะโปรดปรานกู้สุ่ยเย่ว์ขนาดนี้“ท่านอ๋อง พระชายา เข้าจวนมานั่งก่อนเถิดเพคะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ได้สติกลับมาก่อน ยิ้มบางให้อวิ๋นอ๋องจากนั้นเชิญทั้งสองเข้าโถงหลัก
อวิ๋นอ๋องนั่งอยู่้าสุดกู้สุ่ยเย่ว์กำลังจะนั่งลงด้านข้าง ทว่าไม่คาดกงซุนอี้กลับกระตุกมือลากกู้สุ่ยเย่ว์เข้าไปในอกตน ให้นางนั่งอยู่บนตักเขา
กู้สุ่ยเย่ว์ “...”
ฟันนางขบเขี้ยวจนเกิดเสียงกระทบ จนปัญญาที่มืออวิ๋นอ๋องกุมเอวนางไว้แน่นเกินไป นางขัดขืนไม่ได้เลยสักนิดทำได้เพียงทำตัวอ่อนยวบแอบอิงอยู่ในอกกงซุนอี้ ใบหน้ายังฉายแววสุขสม “ชายารักไม่ได้อยากให้เจ้ากับข้าแสดงเป็นสามีภรรยารักใคร่รึ ข้าต้องตามใจชายารักอยู่แล้ว”เสียงกงซุนอี้ดังขึ้นข้างหูนาง
เป็คำขอของกู้สุ่ยเย่ว์จริงๆขอเพียงให้คนจวนตระกูลกู้เห็นอวิ๋นอ๋องโปรดปรานนางมากพอความสัมพันธ์ระหว่างนางกับอวิ๋นอ๋องดีพอเช่นนี้ถึงจะหยิบยืมอิทธิพลอวิ๋นอ๋องมาต่อกรกับจวนตระกูลกู้ได้
เพียงแต่นางคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นอ๋องจะมาไม้นี้สมจริงเกินไปแล้ว!
ต่อให้กู้สุ่ยเย่ว์จะอยากหนีมืออยู่ไม่สุขของกงซุนอี้ แต่ไม่อาจไม่ยอมรับว่าผลลัพธ์นั้นดียิ่งกู้เชียนนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับที่ถูกกรอกปากไม่ใช่อาหารสุนัข แต่เป็ยาพิษ ยาพิษทะลุกระเพาะเกือบกระอักเืจบชีวิตแล้ว
การงานของกู้เชียนราบรื่น ตอนนี้ยังสูงศักดิ์เป็นถึงอัครมหาเสนาบดี คุกเข่าแค่ฮ่องเต้และบุพการี ทว่าไม่คาดมีวันหนึ่งจะต้องคุกเข่าให้หญิงชั้นต่ำนางนี้ ตอนนี้ยังต้องเห็นนางนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ทั้งตัวเขายังจนวาจาทำอะไรไม่ได้“ชายารักคิ้วขมวดเช่นนี้มีตรงไหนไม่เบิกบานใจรึ” กงซุนอี้ใช้มือจิ้มคิ้วกู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถามท่าทางเป็ห่วงยิ่ง
คิ้วกู้สุ่ยเย่ว์เกร็งนูนขึ้นมา“ข้านึกถึงเื่เก่าจำนวนหนึ่งขึ้นมา ในใจรู้สึกเ็ปอยู่บ้าง”
“เื่ในอดีตทำให้ชายารักไม่สบายใจรึ”
“เดิมทีกลับบ้านควรเป็เื่น่าดีใจข้าไม่อยากเอ่ยถึงเื่ไม่สบายใจพวกนั้นแล้ว”
“ชายารัก เก็บเื่ราวอยู่ในใจไม่ดีนักสามีจะนวดคลายให้เ้า”
กงซุนอี้เอ่ยแล้วก็เตรียมนวดหน้าอกให้นางกู้สุ่ยเย่ว์ยื่นมือออกไป คว้ามือประสงค์ชั่วช้าของเขา ในแววตาเปลวเพลิงลุกโชน ทว่าใบหน้ากลับแสดงท่าทีขวยเขิน แดงก่ำไปทั้งหน้าเรียวเล็กกู้เชียนเห็นฉากภาพนี้ กล้ามเนื้อบนหน้าผากเต้นตุบๆเื่เก่า กู้สุ่ยเย่ว์คิดพลิกบัญชีเก่า
ใจกู้เชียนว้าวุ่นยิ่งกว่าอะไรดี หันไปมองสีหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้ บนใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้ประดับรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเดิมยังใช้สายตาปลอบโยนกู้เชียน กู้เชียนเพิ่งสงบใจได้กลับได้ยินกู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยขึ้น“ท่านอ๋องไม่ต้องนวดแล้วเพคะ ข้าไม่กลัดกลุ้มแล้วแม้ข้าจะเป็นบุตรสาวสายตรงตระกูลกู้ แต่ท่านพ่อกลับดีกับน้องหญิงคนอื่นๆ ยิ่งข้าโตมาขนาดนี้แล้ว วันเกิดที่ผ่านมาในสิบกว่าปีนี้ยังไม่เคยได้รับของขวัญวันเกิดจากท่านพ่อสักชิ้นเลย” อวิ๋นอ๋องอยู่ที่นี่ กู้เชียนทำได้เพียงฝืนยิ้มเมตตา “ข้ามัวแต่ยุ่งงานราชกิจ พระชายาอายุมากที่สุด รู้ความมากที่สุดจึงอาจละเลยไปบ้าง ขอพระชายาอย่าได้ถือสา”“วันเกิดครบรอบยี่สิบปีข้าใกล้ถึงแล้วไม่สู้วันนี้ท่านพ่อให้ของขวัญข้าสักชิ้นเป็อย่างไร”
กู้เชียนถูกคำว่า ‘ท่านพ่อ’คำเรียกนี้ทำเอาเนื้อเต้นหวาดหวั่น
“พระชายา้าสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”กู้เชียนเอ่ยถาม
สายตากู้สุ่ยเย่ว์จับจ้องของที่ห้อยอยู่บนคอกู้เชียน “มุกมังกรคำราม”ตอนที่คำคำนี้โพล่งออกจากกลีบปากแดงของกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ต้องเอ่ยถึงกู้เชียน แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ที่วางตัวสุขุมมาโดยตลอดสีหน้าก็พลันเปลี่ยนสีไป