ตอนที่ 129: พยานใบ้หลังพันธนาการ
เสียงหวีดหวิวของสายลมหนาวพัดผ่านช่องว่างเล็กระเบียงเพนต์เฮาส์ลอยฟ้า ยามที่ผมนั่งรถแท็กซี่และก้าวขึ้นลิฟต์ส่วนตัวมาถึงชั้นบนสุดของตึกหรูใจกลางเชียงใหม่ หัวใจของผมเต้นกระหน่ำรัวไม่เป็นจังหวะประหนึ่งจะหลุดทะลุออกมานอกแผงอก มือสองข้างที่ถือกระเป๋าเครื่องมือช่างสีกรมท่าบีบเกร็งจนเหงื่อซึมชื้นไปตามง่ามนิ้ว อุณหภูมิโดยรอบต่ำลงจนเห็นลมหายใจกลายเป็นไอขาวจางลอยฟุ้งไปในอากาศสลัว ค่ำคืนที่สายหมอกลอยต่ำปกคลุมวิวยอดดอยสุเทพเบื้องนอกสะท้อนความเคว้งคว้างและตื่นตระหนกที่กำลังเกาะกุมจิตใจผมจนหมดสิ้น
ผมไขคีย์การ์ดผ่านประตูสแกนระบบของเพนต์เฮาส์หรู เสียงดีดของสวิตช์ประตูดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ก่อนที่บานประตูกระจกบานใหญ่จะเลื่อนเปิดอ้าออกอย่างเงียบเชียบ เผยภาพห้องโถงกว้างขวางที่ถูกจัดตกแต่งอย่างหรูหราอวลไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัว แอร์เย็นฉ่ำพัดเอากลิ่นน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกระแจะจันทร์และดอกมะลิป่ามาปะทะจมูก กลิ่นกายหญิงสาวสองร่างที่ผมเพิ่งแอบส่องแผ่ความเย้ายวนโอบล้อมผมทันที
"มาตรงเวลาดีนี่นา... นึกว่าจะขลาดกลัวจนแฮกข้อมูลหนีไปแล้วซะอีกนะจ๊ะ วิน" เสียงทุ้มนุ่มทรงพลังของคุณรินนาดังขึ้นจากฝั่งโซฟายักษ์ เธอยืนอยู่ท่ามกลางราวแขวนชุดผ้าไหมคอลเลกชันใหม่ บัดนี้เธอสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าไหมบางเบาสีงาช้างยาวเหนือเข่าที่รัดเข็มขัดผ้าผูกเอวไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นรอยต่อแหวกลึกของทรวงอกอวบอัดคัพ F ที่เบียดแน่นชิดและเรียวขานวลเนียนที่ปราศจากถุงน่องปกปิด
เคียงข้างเธอคือ "น้องลูกแก้ว" ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูอ่อนบางเบาเต้าทรงคัพ D ดันทะลักขอบเสื้อสั่นไหวเบา ๆ ตามจังหวะย่างก้าว แววตาจิ้มลิ้มจ้องมองผมด้วยความตื่นเต้นและระยิบระยับปนหยอกล้อ
"สะ... สวัสดีครับคุณรินนา ผมมา... มาตามที่นัดไว้แล้วครับ" ผมเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามระงับอาการปากสั่นพลางก้มหน้าหลบสายตาคมดุของคุณรินนา
"วางกระเป๋าเครื่องมือของเธอลงตรงนั้นซะ... แล้วเปลื้องชุดทำงานและกางเกงยีนส์ของเธอออกให้หมด... เดี๋ยวนี้" คำสั่งเด็ดขาดพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของคุณรินนา สายตาของเธอมองกวาดเป้ากางเกงยีนส์ของผมที่เริ่มตุงโปนขึ้นมาอย่างมีนัย
ผมชะงักกลืนน้ำลายเหนียวคอลงคออย่างลำบากใจ แต่เมื่อนึกถึงคำขู่เรื่องคลิปประจานและตำรวจ ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผมค่อย ๆ วางกระเป๋าเครื่องมือช่างลงช้า ๆ มือสั่นระริกเอื้อมไปแก้กระดุมเสื้อช็อปทำงานออกทีละเม็ด เปลื้องมันออกเผยเสื้อยืดสีดำลายเทคโนโลยีด้านใน จากนั้นค่อย ๆ ปลดเข็มขัดและกางเกงยีนส์ร่วงลงต่ำ ตามด้วยการถอดเสื้อและกางเกงชั้นในออกหมดจด...
ในพริบตา ร่างกายที่เปลือยเปล่าของผมก็ปรากฏแก่สายตาสองสาว รูปร่างของผมที่พองามด้วยมัดกล้ามท้องเป็นลอนจากการออกกำลังและทำงานเทคนิค ผิวเนื้อขาวจัด สั่นระริกปะทะลมหนาว และที่เด่นสง่าชี้โดดเด่นชูชันคือ แกนกายยักษ์ขนาดแปดจุดสี่นิ้วสีแทนเข้มของผม ที่เริ่มแข็งขึงบวมขยายขนาดเป่งตึงปูดเส้นเลือดขึ้นพาดรอบลำ หัวหยักกลมโตสีแดงเยิ้มเปียกน้ำหล่อลื่นใสชี้ชันผงาดตระหง่านท้าทายหน้าตาคุณรินนา
"อุ๊ย!... คุณรินนาขา... ของจริงนี่ใหญ่ยาวกว่าในจอตั้งเยอะแน่ะค่ะ เส้นเลือดรอบลำมันน่าสยิวสุด ๆ เลยค่ะ" ลูกแก้วอุทานเสียงหลง มือเล็กยกปิดปาก แววตาเบิกกว้างจ้องแกนกายแปดจุดสี่นิ้วของผมตาไม่กะพริบ คราบน้ำหล่อลื่นที่กำลังเริ่มซึมหยดที่หัวลึงค์สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
คุณรินนาเดินเข้ามาประชิดร่างของผม กลิ่นกายสาวสะพรั่งอวลจมูก มือเรียวขาวสะอาดยื่นมาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบปลายหัวหยักลึงค์ยักษ์ของผมเบา ๆ รูดสาวสั่นระรัวขึ้นลงสั้น ๆ เพียงไม่กี่จังหวะ ทำเอาผมสั่นสะท้านไปทั้งกายเสียวปลาบแล่นขึ้นสมองสะโพกเกร็งกระตุกสู้มือเธอ
"หึ... อาวุธประจำตัวไม่เลวเลยนี่วิน สมแล้วที่กล้าแอบส่องสมาชิกระดับ VIP อย่างพวกเรา... แต่ความผิดล้ำเส้นของเธอมันต้องได้รับการลงทัณฑ์ราคะซะหน่อยนะ" คุณรินนายิ้มเยาะ สายตาเต็มไปด้วยการมีอำนาจคุมกุมเกม (Dominant)
รินนาหันไปหยิบเชือกไหมสีทองหนาแน่นนุ่มหรูที่เตรียมไว้บนโต๊ะ สั่งให้ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้องโถง วินขัดขืนไม่ได้จำใจทรุดนั่งสะโพกจมลงบนเบาะหนังเย็นเฉียบ รินนาและลูกแก้วช่วยกันลากเชือกผ้าไหมหรูกดพันธนาการมัดข้อมือสองข้างของผมไขว้ไว้หลังเก้าอี้ และผูกมัดเรียวขาสองข้างติดกับขาเก้าอี้ไว้แน่นหนา (Restraint แบบเบาบางประณีต ไม่เจ็บแสบผิวแต่ขยับกายดิ้นหนีไม่ได้) ปล่อยให้ลำเนื้อขนาดยักษ์แปดจุดสี่นิ้วของผมตั้งโด่ชี้ชันเป่งแดงค้างคากลางอากาศหน้าขาอย่างไร้การปกป้อง
ทันใดนั้น ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก พ่อเลี้ยงภานุในชุดกางเกงนอนขาสั้นก้าวเดินออกมา ลำลึงค์เจ็ดจุดหกนิ้วสีคล้ำของเขาแข็งตึงเต็มที่ เขากวาดสายตามองผมที่โดนมัดเก้าอี้พลางแสยะยิ้มสมน้ำหน้า
"เอาล่ะ... บทลงโทษของเธอคือการเป็น 'พยานใบ้' อยู่หลังพันธนาการตรงนี้" รินนากระซิบข้างหูผม ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดใบหูจนผมขนลุกชัน "เธอต้องเบิกตาจ้องมองดูพวกเราเริงสวาท 3P ในระยะเผาขน... โดยที่เธอห้ามขยับตัวสัมผัสเนื้อตัวพวกเราเด็ดขาด และห้ามส่งเสียงครางขัดจังหวะ... ทรมานเสียวให้ตายคาเก้าอี้ไปเลยนะจ๊ะวิน"
พูดจบ รินนาสลัดเสื้อคลุมผ้าไหมสีงาช้างออกหมด เผยร่างอวบคัพ F ขาวนุ่มสลวยขยับปีนขึ้นไปคร่อมทับหน้าขาของพ่อเลี้ยงภานุที่ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ ตัวผมในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งคืบ! รินนาเอื้อมมือจับแกนกายเจ็ดจุดหกนิ้วของภานุจ่อรูรักเปียกหวานและกดสะโพกสวมสับขี่โยกตอกลงไปทันที!
"อ๊ายยย!... ภานุ!... เสียว... ซี้ดดดด" รินนาครางกระเส่า แขนโอบรอบคอชู้รักรุ่นใหญ่ บั้นท้ายกลมโตสองข้างขยับกระเด้งขย่มสับสะโพกถี่รัวขยี้รูรักเสียงดังตับ! ตับ! ตับ! ลอยอยู่ชิดขอบตาของผม
น้องลูกแก้วป้อนร่างเปลือยขาวเต้า D คัพเข้ามาประชิด คุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาที่โดนมัดของผม ใบหน้าสวยหวานอยู่ห่างจากลึงค์ยักษ์แปดจุดสี่นิ้วของผมเพียงแค่เอื้อมมือ ลูกแก้วส่งยิ้มหวานยั่วเย้าแสนซนก่อนจะอ้าปากบางป้อนลิ้นเรียวเลียชิมน้ำหล่อลื่นใสที่เยิ้มไหลอยู่ตรงปลายหัวหยักของผมเบา ๆ สลับกับการสวมสายตามองจ้องสู้ตาผมราวกับสะใจที่เห็นผมดิ้นรนเสียวซ่านคาเก้าอี้
"อืมมม... พี่วินคะ ของพี่วินนี่รสชาติซาบซ่านดีจังเลยค่ะ... แต่อดใจไว้ก่อนนะคะ ห้ามแตะตัวแก้วเด็ดขาดนะ" ลูกแก้วกระซิบเสียงหวาน ก่อนจะลุกขึ้นผละตัวไปร่วมศึกรัก 3P เธอปีนขึ้นไปประกบปากจูบคุณรินนาที่กำลังขี่สอยสะโพกอยู่บนหน้าขาพ่อเลี้ยงภานุ สลับกับก้มลงดูดเลียแกนกายส่วนโคนของภานุอย่างนัวเนีย
ผมทรมานความสยิวจนหน้ามืดตามัว แผ่นหลังเหงื่อเปียกโชก ข้อมือที่โดนมัดพยายามขยับดิ้นรนสะโพกเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงพยายามจะแอ่นท่อนเอ็นยักษ์ 8.4 นิ้วเข้าไปร่วมรักกับสองสาว แต่อ้อมกอดของเชือกไหมตรึงผมไว้แน่นหนา ทำได้เพียงจ้องมองภาพทรวงอกคัพ F ของคุณรินนาที่แกว่งโยนตัวกระเพื่อมไปมาและรอยแยกบีบรัดชุ่มน้ำคาวใสไหลนองริมหน้าขาของผม กลิ่นน้ำรักคาวสวาทและกลิ่นแป้งหอมระคนเสียงเนื้อกระทบดังพับ ๆ ขยี้อารมณ์สยิวของผมจนแทบระเบิด
"อื๊อ!... ฮื่อออ..." ผมพยายามกลั้นเสียงคราง ร่างกายกระตุกเกร็ง ลำเนื้อขนาดยักษ์สั่นสะท้านรุนแรง ปวดหนึบคาโคนขาด้วยความกระสันและอัดอั้นคั่งคาเต็มที่ น้ำหล่อลื่นใสไหลพรั่งพรูเปียกโชกหัวลึงค์หยดลงนองหน้าขาและขาเก้าอี้ประหนึ่งสายธารราคะคั่งค้างของพยานใบ้หลังพันธนาการที่ไร้สิทธิ์ร่วมเริงสวาทในค่ำคืนหนาวเหน็บนี้