[1 มิถุนายน | 19:00 น.]
ความสลัวรางของยามเย็นปกคลุมไปทั่วห้องพักบนยอดไม้
ทันใดนั้น แรงกระชากมหาศาลจากภายในจิตวิญญาณก็อุบัติขึ้น
มันรุนแรงราวกับมีตะขอเหล็กเกี่ยวรั้งสติของอคินให้หลุดพ้นจากหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง กลับคืนสู่ร่างที่เย็นเยียบและหนักอึ้งดุจตะกั่ว
"เฮือก!"
อคินสะดุ้งสุดตัว สูดอากาศเข้าปอดอย่างแรงจนทรวงอกกระเพื่อมไหวรัวเร็ว
ร่างกายของเขา 'ก่อตัว' ขึ้นใหม่ท่ามกลางความเงียบงัน เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
พยายามซึมซับสัมผัสที่ขาดหายไปนานถึงสิบหกชั่วโมง
คอนเตียงไม้ที่เขานอนทับอยู่นั้นเย็นจัด แต่เขากลับไม่รู้สึกสั่นสะท้าน
ผิวหนังของเขาสัมผัสได้ถึงความสากของพื้นผิว แต่ไม่มีความเจ็บปวดหรือความเมื่อยขบใดๆ มารบกวน
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ประสาทสัมผัสเริ่มทำงานทีละอย่าง
กลิ่นไม้ชื้นโชยมาแตะจมูก พร้อมกับกลิ่นอายความร้อนจางๆ จากสิ่งมีชีวิตที่นั่งอยู่ปลายเตียง
"ตื่นสายไปห้านาทีนะ อัศวินกระดูกเหล็ก"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้น
พร้อมกับแสงสีส้มจากชุดเกราะที่สว่างวาบขึ้นในม่านตาของอคิน 'มามาเลด' แมวส่มผู้วางทีท่าเคร่งขรึมนั่งกอดอกอยู่ตรงนั้น
แววตาที่จ้องมองมาดูสงบนิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง
"มามาเลด... มาได้ยังไง?"
อคินยันกายลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกเบาหวิวอันน่าประหลาดเริ่มเข้าแทนที่ความหนักอึ้ง
เขาปาดหน้าผากที่เรียบเนียน ผิวของเขาไร้ซึ่งหยดเหงื่อ ไร้ความมันประหนึ่งรูปสลักหินที่จำลองมนุษย์ขึ้นมาอย่างประณีต
[อย่ามัวโอ้เอ้สิ! วันนี้จะได้ออกล่าอย่างมีจุดหมายนะ]
ข้อความสีฟ้าเรืองแสงกะพริบถี่ๆ ตรงหน้า อคินยิ้มบางๆ ให้กับความ 'ยวนประสาท' ของระบบที่เขาคุ้นเคย
"ข้ามีงานด่วน"
มามาเลดเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน เสียงเกราะกระทบกันดังแกร่ง
"ทางสำนักนักผจญภัยฝากคำร้องมาถึงเจ้าโดยเฉพาะ พวกฮาร์ปี้ที่หลงเหลือจากคลื่นอสูรรอบก่อนเริ่มก่อตัวเป็นฝูงใหญ่ที่แนวเทือกเขาบรรทัด พวกมันขัดขวางเส้นทางขนส่งและทำร้ายหน่วยสำรวจแร่จนเราเริ่มขาดแคลนทรัพยากร"
อคินขมวดคิ้ว
"แนวเทือกเขาบรรทัดงั้นเหรอ... นั่นมันเขตอันตรายระดับกลางเลยนะ"
"ใช่ และนั่นคือเหตุผลที่ข้าเรียก 'คนคุ้นเคย' มาให้เจ้า"
มามาเลดแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย
"ปาร์ตี้จากแคลนอะนีมาเนียรออยู่ข้างล่างแล้ว พวกเขาอยากออกล่ากับอัศวินที่เก่งที่สุดในกะกลางคืนอย่างเจ้าอีกครั้ง"
อคินไม่รอช้า เขาจัดการสวมเกราะและคว้าดาบกระดูกอสูรคู่ใจขึ้นสะพายหลัง
ความรู้สึกถึงน้ำหนักของอาวุธที่คุ้นเคยทำให้เขารู้สึก 'มีชีวิต' ขึ้นมาจริงๆ
เขาพุ่งตัวลงจากบ้านต้นไม้สู่ลานกว้างเบื้องล่างด้วยความเร็วที่มนุษย์ทั่วไปยากจะทำได้
ที่นั่น... ภาพที่เห็นทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เย็นชาของเขา
'โบ้' หมาไทยหลังอานสีสวาดคู่ใจยืนตระหง่านอย่างทรงพลัง และบนไหล่ของมัน 'บัวลอย' แมวสามสีตัวน้อยนั่งสงบนิ่ง
แววตาของบัวลอยจ้องมองอคินอย่างลึกซึ้ง ราวกับมันกำลังมองทะลุเข้าไปถึงตัวตนจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะนี้
รอบตัวพวกมันคือสมาชิกภาคีสัตว์ที่เขาเคยร่วมตายมาแล้วในการศึกครั้งก่อนๆ
'ทองดี' เสือโคร่งยักษ์ที่มีน้ำหนักตัวเป็นตันแต่นั่งหมอบได้อย่างเงียบกริบ
'อัคคี' เสือดาวเจ้าความเร็วที่ร่างจางหายไปในเงามืดครึ่งหนึ่ง
'จูเลีย' ลีเมอร์สาวจอมแสบที่กำลังเช็กกระสุนพฤกษาในไรเฟิลดัดแปลง
และ 'มายา' สมเสร็จลายขาวดำที่ขยับจมูกสแกนกลิ่นอายพลังเวทในอากาศ
"ไงอคิน! นึกว่าจะนอนยาวจนต้องให้บัวลอยไปปลุกซะแล้ว"
จูเลียทักทายพลางแกว่งหางไปมา เธอส่งสัญญาณมือที่เป็นรหัสเฉพาะของแคลนอะนีมาเนียให้อคิน
มามาเลดก้าวตามลงมาและยืนกลางวงล้อม
"เป้าหมายชัดเจน 5 วันต่อจากนี้ เคลียร์น่านฟ้าแนวเทือกเขาบรรทัดให้สะอาด อย่าให้เหลือแม้แต่ขนปีกของฮาร์ปี้สักตัว ส่วนข้ามีภารกิจด่วนต้องกลับไปที่ค่ายฝึกสัตว์ที่ตราดต่อ ฝากทางนี้ด้วยล่ะ... นักล่ารัตติกาล"
สิ้นคำสั่ง มามาเลดในชุดเกราะส้มก็ทะยานหายไปในเงามืด
ทิ้งให้อคินยืนอยู่ท่ามกลางมิตรสหายที่เหลือ
อคินกระชับด้ามดาบ ความมืดรอบกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาและน้ำเงินเข้มตามประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเกินมนุษย์
เขาไม่ได้รู้สึกกลัว หรือรู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว
"เอาล่ะทุกคน..."
อคินเอ่ยเสียงเข้ม
"อย่าให้เสียเวลา... ไปถล่มรังพวกมันกัน"
...
[1 มิถุนายน | 20:15 น.]
บนชะง่อนผาตัดจันทร์ที่ยื่นออกไปในม่านหมอกหนา เสียงหวีดหวิวของพวกฮาร์ปี้ระงมประหนึ่งบทเพลงมรณะ
อคินกระชับดาบแน่น สายตาของเขาปรับตัวเข้ากับความมืดได้ดีจนน่าขนลุก
ภาพตรงหน้ากลายเป็นเฉดสีเทาและน้ำเงินเข้มที่คมชัดจน
เขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งการสั่นไหวของเส้นขนบนปีกศัตรูที่อยู่ไกลออกไป
‘สายตาอัศวินนี่มันสุดยอดจริงๆ’
เขาคิดในใจ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือสายตาของนักล่าสี่เท้าที่ซ้อนทับอยู่ในดวงตาของเขา
"ข้างหน้าสามร้อยเมตร... พลังงานความมืดเข้มข้น"
เสียงของ 'มายา' สมเสร็จลายขาวดำดังก้องในโสตประสาทของเขาโดยตรง
เธอพ่นหมอกควันสีจางออกจากงวงยาวเพื่อสแกนโครงสร้างหน้าผา
"เลี่ยงไปทางขวา... ข้าจะกางม่านเงาอำพรางให้"
ภายใต้ม่านหมอกของมายา ปาร์ตี้สัตว์เคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบ
แม้แต่ 'ทองดี' เสือโคร่งร่างยักษ์ที่น้ำหนักเกือบตัน ก็ยังก้าวเท้าได้เบาหวิวราวกับแมวป่า
อคินรู้สึกทึ่งในความสามารถของเพื่อนร่วมทางเหล่านี้ พวกเขาไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือยอดฝีมือที่ 'ระบบ' จัดสรรมาให้เขาอย่างลงตัว
บนยอดไม้สูง 'จูเลีย' ลีเมอร์หางแหวนส่งสัญญาณมือลงมาอย่างฉับไว
(ศัตรู 4 ตัว ทิศ 12 นาฬิกา... เฝ้ายาม)
เธอดีดนิ้วแผ่วเบา ร่ายสกิล [กระสุนพฤกษา]
เมล็ดพันธุ์อัดพลังเวทพุ่งออกจากปืนไรเฟิลดัดแปลงปักเข้าที่ลำคอของยามฮาร์ปี้อย่างแม่นยำ
เถาวัลย์หนามพุ่งออกจากบาดแผลรัดร่างอสุรกายไว้ไม่ให้ร่วงลงไปเบื้องล่างเพื่อป้องกันเสียง
ในวินาทีนั้นเอง 'อัคคี' เสือดาวเจ้าความเร็วละลายหายไปในเงามืด
ราวกับหยดหมึกที่ซึมลงในผืนน้ำ เขาโผล่ออกมาอีกครั้งข้างหลังยามที่เหลือ คมมีดสั้นปาดผ่านคอหอยพวกมันในพริบตาเดียว
"ลุย!"
อคินสั่งการด้วยเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทองดีพุ่งทะยานออกไปเหมือนรถบรรทุกที่ไร้เบรก
ชักดาบยักษ์บนหลังออกมาพร้อมคำรามใช้สกิล [ราชสีห์คำราม] คลื่นเสียงอัดกระแทกจนฝูงฮาร์ปี้ชะงักงันด้วยความหวาดกลัว
อคินไม่รอช้า เขาวาดมือผ่านอากาศเรียกใช้สกิลที่เขาเชื่อว่าเป็นบัฟของอัศวิน
" [อวยพร] !"
แสงสีทองนวลอาบไล้ไปทั่วชุดเกราะ
ตามด้วยการลูบคมดาบกระดูกอสูรเพื่อกระตุ้นสกิล [ลับคม] จนใบดาบส่งเสียงกรีดร้องกระหายเลือด
"บัวลอย จัดการ!"
แมวสามสีบนไหล่โบ้สะบัดอุ้งเท้า แสงสีม่วงดำอาบลงบนดาบของอคินและคมเขี้ยวของโบ้ทันที
เธอใช้ [เคลือบอาวุธ] ธาตุมืดเพื่อกัดกร่อนพลังเวทของศัตรู
"โฮ่ง!"
โบ้เห่าก้องด้วยสกิล [ยั่วยุ] ร่างของมันขยายใหญ่ขึ้น
ขนบนอานหลังพองออกพร้อมเปิดใช้งาน [กำแพงเหล็กกล้า] ต้านทานกรงเล็บของฮาร์ปี้จ่าฝูงที่โฉบลงมาประหนึ่งอุกกาบาต
ตึงงงงง!
พื้นดินใต้เท้าแตกละเอียด แต่โบ้ยืนหยัดมั่นคงราวกับภูผา
อคินเห็นจังหวะพุ่งทะยานเข้าไปราวลูกศร
" [ฟาดฟัน] !"
คมดาบที่เคลือบพลังเงาตัดผ่านเกราะหนังหนาๆ ของอสุรกายราวกับใบมีดร้อนๆ ที่กรีดผ่านเนย
เขาหมุนตัวหลบแล้วแทงสวนเข้าจุดตายอย่างลื่นไหล
ร่างกายของเขาเบาหวิวและเฉียบคมกว่าตอนที่เป็นพนักงานออฟฟิศหลายเท่า ทุกท่วงท่าดูงดงามราวกับร่ายรำท่ามกลางฝนเลือด
ตลอดห้าวันของการสู้รบ อคินรู้สึกว่าตัวเอง 'สมบูรณ์แบบ' เกินไป ความเหนื่อยล้าทางกายไม่เคยมาเยือน
มีเพียงความพร่าเลือนในจิตใจที่เขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
...
[6 มิถุนายน | 01:15 น.]
ภายใต้แสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องผ่านม่านหมอกหนา
อคินและปาร์ตี้สัตว์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ยอดสูงสุดของผาตัดจันทร์ มายาหยุดกึก
จมูกยาวของเธอขยับฟุดฟิดก่อนจะส่งกระแสจิตเตือนทุกคนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"ข้างหน้า... ในรอยแยกหินกว้าง พลังงานพลังเวทผันผวนรุนแรงมาก มีกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นจนผิดปกติ"
อคินกระชับดาบในมือ สายตาเฉดสีน้ำเงินเข้มของเขาซูมผ่านความมืดจนเห็นร่างของอสุรกายบินได้กลุ่มหนึ่ง
พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าฮาร์ปี้ปกติเกือบเท่าตัว
ขนปีกเริ่มเปลี่ยนเป็นเกล็ดเหล็กแข็งกล้าและมีประกายไฟสีม่วงปะทุออกมาตามผิวหนังที่ปริแตก
"พวกมันกำลังจะวิวัฒนาการ..."
อคินกระซิบ "ถ้าปล่อยให้ข้ามระดับสำเร็จ พรุ่งนี้เมืองเขาชะอมเดือดร้อนแน่"
(ศัตรู 6 ตัว ระดับกึ่งจ่าฝูง... กำลังเข้าสู่สภาวะดักแด้)
จูเลียส่งสัญญาณมือจากยอดสน
เธอไม่รอช้าประทับปืนไรเฟิลไร้เสียง [กระสุนพฤกษา] พุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่กลางอกของตัวที่อยู่ขอบนอกสุดทันที
"ลุย!"
อัคคีเลือนหายไปในเงามืดอีกครั้ง เขาโผล่ออกมากลางวงล้อม
สะบัดมีดสั้นปาดลำคออสูรที่กำลังสะลึมสะลือด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน
ขณะที่ทองดีพุ่งกระโจนเข้าใส่พร้อมเสียงคำรามที่ทำเอาอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
อคินวาดมือเรียกสกิล [อวยพร] แสงสีทองนวลอาบไล้เกราะของเขาอีกครั้ง
พลางใช้นิ้วลูบคลิบดาบกระตุ้น [ลับคม] จนเกิดกระแสพลังสีขาวบริสุทธิ์
"บัวลอย เคลียร์ทาง!"
บัวลอยพองตัวขึ้น ร่ายสกิล [เงาพันธนาการ] ยืดเงาสีดำทึบจากใต้เท้าอคินไปรัดขาฮาร์ปี้จ่าฝูงที่กำลังจะบินหนีไว้แน่น
โบ้ไม่ปล่อยโอกาสทอง มันคำรามเห่า [ยั่วยุ] แล้วกระโจนเข้าตะปบด้วย [โล่กระแทก] จากไหล่ที่หุ้มเหล็กไหล
กระแทกหน้าอกอสุรกายจนกระดูกแหลกละเอียด
อคินพุ่งเข้าไปปิดฉากด้วยท่า [ฟาดฟัน] ดาบที่เคลือบพลังธาตุมืดจากบัวลอยตัดผ่านร่างที่กำลังวิวัฒนาการจนขาดสะบั้น
ร่างกายของเขาลื่นไหลราวกับร่ายรำ ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำจนเขาเองยังรู้สึกทึ่งใน 'พรสวรรค์' ที่ได้รับมา
...
[6 มิถุนายน | 02:00 น.]
หลังจากเสียงกรีดร้องสุดท้ายดับลง ความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัดก็กลับคืนสู่หน้าผาอีกครั้ง
แต่อคินกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ กลิ่นสาบที่รุนแรงกว่าซากศพฮาร์ปี้โชยมาจากส่วนลึกของถ้ำหินที่พวกมันเคยใช้เป็นรัง
เขาเดินลึกเข้าไปเพียงไม่กี่ก้าว แสงสีเหลืองนวลจากหน้าต่างระบบก็กะพริบถี่รัวจนน่ากลัว
[ตรวจพบสัญญาณอันตราย! กลิ่นกำมะถันเข้มข้นขนาดนี้... มีแค่พวก 'โทรลล์ถ้ำ' จากชั้นใต้ดินเท่านั้นแหละ ถอยออกมาเดี๋ยวนี้เจ้าเบ๊! นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำเตือนจากใจ!]
อคินชะงักฝ่ามือที่กำลังจะแหวกเถาวัลย์ออก เขาหมอบลงต่ำ มองเห็นรอยเท้าขนาดมหาศาลที่จมลึกลงไปในเนื้อดินแข็ง
ร่องรอยขูดขีดบนผนังถ้ำบ่งบอกถึงพละกำลังที่สามารถบดขยี้หินแกรนิตได้เหมือนเต้าหู้ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ...
ซากฮาร์ปี้ระดับจ่าฝูงตัวหนึ่งถูกฉีกกระชากหายไปครึ่งตัวเหมือนเป็นเพียงอาหารว่างของบางสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก
"นี่มันไม่ใช่แค่รังนกแล้ว..."
อคินพึมพำ ใบหน้าที่ควรจะมีเหงื่อกลับแห้งผากเย็นชืด
"แต่มันคือประตูทางออกของรังโทรลล์ถ้ำ..."
เขามองดูตัวเลขระบบนับถอยหลัง พลังงานในร่างเริ่มสั่นคลอน
สัญญาณเชื่อมต่อเริ่มส่งแรงกระเพื่อมที่หน้าอกเตือนว่าขีดจำกัดกำลังจะมาถึง
"ทุกคน ถอย!"
อคินสั่งการเสียงเครียด
"เราจัดการมันตอนนี้ไม่ได้ เวลาของฉันไม่พอ"
...
[6 มิถุนายน | 02:45 น.]
ณ ทางเข้าเมืองเขาชะอม
อคินวิ่งสลับเดินนำปาร์ตี้สัตว์กลับมาถึงประตูเมืองด้วยสภาพที่ดูเหนื่อยล้า...
แม้ร่างกายจะไม่แสดงอาการหอบหรือเหงื่อออก แต่จิตวิญญาณของเขาเริ่มพร่าเลือน
ทหารยามหน้าประตูที่เห็นร่างอัศวินเกราะส้มเดินฝ่าหมอกออกมาต่างรีบทำความเคารพด้วยความยำเกรง
"คุณอคิน! กลับมาช้ากว่าปกตินะครับ? เคลียร์รังเรียบร้อยไหมครับ?"
อคินไม่หยุดเดิน แต่หันไปสบตาทหารยามด้วยแววตาที่เคร่งเครียดจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
แววตาที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเรืองแสงจางๆ นั้นดูไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด
"แจ้งหน่วยเหนือทันที ผมพบทางออกรังของ 'โทรลล์ถ้ำ' ที่พิกัดตะวันออกของผาตัดจันทร์ พวกมันเริ่มออกล่าฮาร์ปี้และเคลื่อนไหวใกล้เขตสำรวจแร่แล้ว"
ทหารยามเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือด
"โทรลล์ถ้ำงั้นเหรอ! พวกนั้นมันอันตรายระดับหัวหน้าหน่วยเลยนะ! ถ้ามันหลุดออกมา..."
"ผมยืนยันตามนั้น... ฝากแจ้งมามาเลดด้วย พรุ่งนี้เราต้องการกำลังเสริม"
อคินเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะลากร่างที่เริ่มรู้สึก 'หนัก' ขึ้นเรื่อยๆ มุ่งหน้าสู่บ้านต้นไม้
เมื่อกลับมาถึงที่พัก อคินทิ้งตัวลงบนเตียงสนามเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ตัวเลขจะกลายเป็นศูนย์
ความง่วงงุนมหาศาลราวกับคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่สติของเขาจนดับวูบ
[พักผ่อนซะเถอะ... เจ้ามนุษย์ที่แสนจะวุ่นวาย]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]