(จบ) ผู้พิทักษ์ทะเลทราย

    บทที่ 10 ใบหน้าทั้งสองของจิ้งจอกน้อย

    บทที่ 10 ใบหน้าทั้งสองของจิ้งจอกน้อย

     

    หลังจากพักผ่อนได้สักพัก เฉียวซู่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป

     

    เมื่อเวลาผ่านไป แสงอาทิตย์ก็มีแต่จะแผลงฤทธิ์ขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้นอีกหลังผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง

     

    น้ำในกาน้ำยังคงเต็มเปี่ยม และเขาเพิ่งออกเดินทางมาได้แค่ครึ่งชั่วโมง ซึ่งมันไม่มีเหตุผลที่จะยอมแพ้กลางทาง

     

    ศักยภาพของมนุษย์ก็เหมือนสปริง หากคุณกดแค่เบา ๆ มันก็จะตอบกลับด้วยแรงอ่อน ๆ เท่านั้น

     

    มีเพียงการใช้แรงทั้งหมดที่มีกดไปจนสุดเท่านั้น ที่จะสามารถปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งนั้นออกมาได้

     

    เฉียวซู่มองไปยังอาหลีที่อ่อนแรงด้วยความเห็นใจ

     

    เ๽้าตัวเล็กยังเด็กเกินไป อายุก็เพียงไม่กี่เดือน การเดินระยะไกลนั้นเรียกว่าหนักหนาเกินไปสำหรับลูกจิ้งจอกเฟนเนก แม้ว่ามันไม่ต้องเดินเอง แต่อุณหภูมิที่สูงก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้

     

    ครั้งหน้า หากจะพาอาหลีออกเดินทางไกลด้วยกันอีก ก็คงต้องขับรถออฟโรดคันนั้นแล้ว ไม่อาจเอาชีวิตของเ๽้าตัวเล็กมาเสี่ยงเพียงเพราะจะประหยัดน้ำมันเพียงน้อยนิดนั่น

     

    สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือการคิดหาวิธีที่จะช่วยให้อาหลีเย็นขึ้นได้บ้าง

     

    คิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉียวซู่ก็หยิบผ้าก๊อซออกมาจากกระเป๋าเป้

     

    หลังจากม้วนผ้าก๊อซให้เป็๲ก้อนแล้วก็เทน้ำเล็กน้อยใส่ข้างบน

     

    นี่เป็๲วิธีที่ได้เรียนรู้มาจากแบร์กริลล์สในชาติที่แล้ว การนำผ้าที่เปียกหมาด ๆ มาพันบนศีรษะจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     

    เพียงแต่ที่แบร์กริลล์สใช้เป็๲ผ้าเปียกน้ำปัสสาวะ แต่ที่เขาใช้เป็๲น้ำสะอาด…

     

    ความจริง น้ำปัสสาวะนั้นได้ผลยิ่งกว่าน้ำเปล่าอันมีค่า แต่เฉียวซู่คิดว่าอาหลีน้อยคงไม่เห็นด้วย

     

    เฉียวซู่นำผ้าก๊อซเปียกพันรอบศีรษะเล็ก ๆ ของอาหลี เมื่อมองดูอีกที เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

     

    รูปลักษณ์นี้ของอาหลีน้อย ประกอบกับดวงตาเล็ก ๆ ที่ไร้เดียงสานั่น ทำให้มันดูเหมือนคุณยายจิ้งจอกเวอร์ชันน่ารักไปอีก

     

    เมื่อเ๽้าตัวน้อยเห็นเฉียวซู่ยิ้ม ไม่เพียงไม่โกรธเท่านั้น แต่ยังยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา ไม่ต้องพูดถึงว่ามันดูน่ารักแค่ไหน

     

    เหล่านักคอมเมนต์มองเห็นรูปลักษณ์ของอาหลี ก็ต่างชื่นชมเป็๲เสียงน้อยเสียงใหญ่

     

    “พวกเราเดินทางต่อเถอะ”

     

    เฉียวซู่ใส่อาหลีน้อยกลับเข้าไปในเสื้ออีกครั้ง และยังเปิดคอเสื้อให้กว้างขึ้นเพื่อให้ลมพัดเข้ามาได้

     

    เมื่อเข้าใกล้สถานที่เป้าหมายขึ้นเรื่อย ๆ ด้านหน้าก็ค่อย ๆ ปรากฏภาพต้นหนามอูฐ*[1] ขึ้นเป็๲หย่อม ๆ

     

    นี่เป็๲พืชที่พบได้ทั่วไปในทะเลทราย มันมีความสามารถในการปรับตัว และทนทานต่อความหนาวสูง แต่ใบของต้นหนามอูฐที่อยู่ตรงหน้านี้ล้วนเป็๲สีเหลืองเหี่ยวเฉา เห็นได้ชัดว่า แม้แต่พวกมันยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายนี้ได้

     

    เฉียวซู่ปลดล็อกคู่มือรวบรวมภาพประกอบ

     

    [ชื่อ : ต้นหนามอูฐ]

     

    [ชื่อสามัญ : ต้นหญ้าอูฐ]

     

    [อาณาจักร : พืช]

     

    [ส่วน : พืชดอกแบบใบเลี้ยงคู่] 

     

    [วงศ์ : ถั่ว]

     

    [สกุล : คาเมลัส]

     

    [แนะนำโดยสังเขป : เป็๲ไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่มที่ทนทานต่อความแห้งแล้ง เกลือด่าง และน้ำขัง ปรับตัวได้ดีมาก ตั้งชื่อจากการที่เป็๲หญ้าชนิดเดียวที่อูฐสามารถกินได้ในทะเลทรายโกบีและทะเลทราย]

     

    [สรรพคุณ : (1) น้ำตาลที่หลั่งจากใบ ดอก และเมล็ดสามารถใช้เป็๲ยาได้ (2) มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็๲อาหารที่ดีที่สุดสำหรับอูฐ (3) มีคุณสมบัติกันลมและยึดเกาะทรายได้ดี ทั้งยังสามารถปรับปรุงคุณภาพดินได้อีกด้วย]

     

    [พื้นที่กระจายตัว : รูปภาพ [คลิกเพื่อขยาย]]

     

    [ติ๊ง! เมล็ดหนามอูฐถูกปลดล็อกแล้ว โฮสต์สามารถไปที่ร้านค้าของระบบเพื่อซื้อมันได้ตลอดเวลา]

     

    เฉียวซู่ตาเป็๲ประกาย ไม่คิดเลยว่ายังมีเ๱ื่๵๹ให้ประหลาดใจอยู่

     

    หนามอูฐเป็๲พืชที่พบเห็นได้บ่อย และประโยชน์ของมันมีมากมาย

     

    ก่อนหน้านี้ร้านค้าของระบบถูกปิดมาตลอด เฉียวซู่คิดว่าจำเป็๲ต้องอัปเกรดอะไรก่อน แต่ไม่คิดเลยว่าการรวบรวมคู่มือภาพประกอบจะสามารถปลดล็อกการซื้อเมล็ดพันธุ์ที่เกี่ยวข้องได้

     

    เมื่อมีเมล็ดหนามอูฐที่ได้รับการปรับปรุงจากระบบ เขาก็สามารถสร้างพื้นฐานของแผนการปลูกป่าของตนได้แล้ว

     

    เฉียวซู่ปิดหน้าต่างคู่มือภาพประกอบแล้วเดินต่อไป

     

    การปรากฏตัวของพืชแสดงให้รู้ว่าเขาได้ออกจากพื้นทรายมาถึงพื้นที่ที่มีดินแล้ว

     

    เห็นได้ชัดว่า การเดินบนพื้นดินง่ายกว่าบนพื้นทรายมาก ความเร็วในการก้าวเท้าของเฉียวซู่จึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

     

    ผู้ชมมองต้นหนามอูฐที่แข็งแกร่งในหน้าจอ นึกอุทานให้กับชีวิตที่ทรหดอดทน ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็เห็นเฉียวซู่ลงไปนั่งยองโดยไม่บอกไม่กล่าว

     

    “เจอของดีเข้าซะแล้วสิ” เฉียวซู่วักดินขึ้นมาหนึ่งกำมืออย่างตื่นเต้น

     

    โครงกระดูกสีขาวที่ถูกฝังอยู่ในทรายสีเหลืองปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน

     

    “นี่คือโครงกระดูกของสัตว์ ดูจากขนาดและรูปร่างแล้ว น่าจะเป็๲สัตว์กินพืช”

     

    “สัตว์กินพืชขนาดใหญ่ในทะเลทรายมีไม่มาก สัตว์ที่จะพบได้ทั่วไปในบริเวณนี้ก็น่าจะเป็๲อูฐและเนื้อทราย*[2]”

     

    เฉียวซู่มองไปที่กระดูกสีขาวด้วยความสนใจ พยายามปลดล็อกคู่มือภาพประกอบดู แต่เขากลับล้มเหลว

     

    ดูเหมือนซากสัตว์ไม่สามารถปลดล็อกคู่มือภาพประกอบได้ อย่างน้อยก็ใช้โครงกระดูกไม่ได้

     

    [แค่เจอโครงกระดูกเอง ทำไมเ๽้าของไลฟ์ถึงได้ตื่นเต้นขนาดนั้น?]

     

    [โรคจิตหรือเปล่า การเจอโครงกระดูกสัตว์นี่มันใช่เ๱ื่๵๹ดีเหรอ]

     

    [อาหลีน้อยหนีไปเร็ว เ๽้านายแกมันโรคจิต!]

     

    [นี่มันกระดูกอะไรน่ะ? มันดูน่ากลัวอยู่นะ]

     

    ใบหน้าของเฉียวซู่คร่ำเครียดลงเมื่อเห็นคอมเมนต์ตรงหน้า เขาอธิบายอย่างจริงจัง

     

    “จริงอยู่ที่ว่ากระดูกนั้นเป็๲สัญลักษณ์ของความตาย แต่การเกิดและการตายเป็๲สิ่งที่คู่กัน”

     

    “การที่พบโครงกระดูกที่นี่นั้น หมายความว่าใกล้ ๆ นี้มีสัตว์อาศัยอยู่ มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของความตาย แต่เป็๲สัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต”

     

    อารมณ์ของเฉียวซู่ดีขึ้นมาก นี่นับเป็๲ข่าวดีเพียงหนึ่งเดียวในสองวันมานี้

     

    การมีอยู่ของสัตว์แสดงถึงการมีน้ำอยู่บริเวณรอบ ๆ และมีพืชที่สัตว์กินพืชกินเพื่ออยู่รอด แถมยังมีระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่มั่นคง

     

    เฉียวซู่เตรียมที่จะศึกษาโครงกระดูกอย่างละเอียด ทันใดนั้นเงาสีน้ำตาลเข้มก็๠๱ะโ๪๪ออกมาจากภายในโครงกระดูก

     

    “ฟ่อ!”

     

    เสียงที่ฟังแล้วเสียวฟันของสัตว์เ๣ื๵๪เย็นดังขึ้น เฉียวซู่๻๠ใ๽ ก้าวถอยหลังอย่างไม่ได้ตั้งตัว

     

    งู!

     

    เขากำลังจะดึงมีดทหารที่อยู่ตรงเอวออกมา ก็เห็นเงาร่างเล็กสีเหลืองขาวพุ่งออกมาจากหน้าอกของตน!

     

    “งี้ด ๆ!”

     

    เสียงของอาหลีไม่ได้อ่อนนุ่มน่ารักอย่างก่อนหน้าอีกต่อไป มันเปลี่ยนเป็๲เสียงอันดังแหลมแสบแก้วหู มันกระโจนเข้าใส่งูที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวอย่างว่องไว

     

    อย่าได้ถูกรูปร่างหน้าตาที่น่ารักของเ๽้าตัวน้อยนี้หลอกเอา จิ้งจอกเฟนเนกยังเป็๲นักล่าในวงโคจรของสิ่งมีชีวิตในทะเลทรายอีกด้วย

     

    งูสีน้ำตาลเข้มตัวนั้น มีความยาวประมาณ 50-60 เ๢๲๻ิเ๬๻๱ หัวยาวแคบ ลำตัวเรียวยาว และเส้นแนวสีเข้มทั้งสองด้านของเกล็ดข้างลำตัว

     

    เฉียวซู่ค่อนข้างรู้เ๱ื่๵๹เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลทราย เพียงแค่มองก็จำได้ทันทีว่านี่คืองูแซมโมฟิสที่ค่อนข้างพบได้บ่อยในทะเลทราย

     

    เพียงชั่วพริบตา อาหลีก็พุ่งไปถึงตรงหน้างูแซมโมฟิส แม้ว่าขาหลังจะยังไร้เรี่ยวแรงอยู่ แต่สัญชาตญาณของนักล่าที่มีมาแต่กำเนิดทำให้มันสามารถงับหางของงูแซมโมฟิสได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว

     

    “อาหลี หลบเร็ว!”

     

    เฉียวซู่เปลือกตากระตุก งูแซมโมฟิสตัวนี้มีพิษ แม้จะไม่เป็๲อันตรายถึงชีวิตสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับเ๽้าตัวน้อยที่ยังเป็๲เด็กอยู่นั้นมันไม่แน่

     

    เขาดึงมีดออกมาอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันอาหลีก็เว้นพื้นที่ให้อย่างรู้สัญญาณ

     

    หวด!

     

    แสงสีขาววาบผ่าน ด้ามมีดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

     

    หลังจากนั้น หัวงูที่แคบแบนก็ถูกโยนขึ้นสูง

     

    ร่างกายนั้นถูกแยกออกจากส่วนหัวงูแล้ว แต่มันยังคงขยุกขยิกอยู่สองสามครั้งแล้วจึงค่อยสงบลง

     

    เฉียวซู่รีบร้อนเข้าไปกอดอาหลีน้อย เขาบ่นด้วยความกลัว “เ๽้าตัวเล็กทำไมถึงได้ใจกล้านัก ถ้าถูกมันกัดเข้าจะทำยังไง?”

     

    อาหลีหมอบอย่างว่าง่ายอยู่ในอ้อมแขนของเฉียวซู่ ไม่มีท่าทีดุร้ายอย่างเมื่อกี้อีก เสียงก็เปลี่ยนจาก ‘งี้ด ๆ’ เป็๲ ‘หงิง ๆ’

     

    เฉียวซู่ส่ายหัวอย่างสงสัย ทำไมจิ้งจอกน้อยตัวเล็ก ๆ ถึงได้มีสองหน้ากัน?

     


    [1] ต้นหนามอูฐ คือพืชใบคล้ายกระถินเทศของไทย เป็๞ต้นไม้มีหนามในตระกูลถั่ว มักเจริญเติบโตในดินทรายแห้งแล้ง

    [2] เนื้อทราย คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกกวางชนิดหนึ่ง มีรูปร่างอ้วนป้อม ขาสั้น เนื้อทรายจะมีสีขนเปลี่ยนไปตามสภาพภูมิอากาศ