บทที่ 2: วรยุทธ์ต้มซุปกระดูกหมู กับวิกฤตส้มตำะเืโลกันตร์
"ห้ามกระพริบตาเด็ดขาด! ถ้าเอ็งเผลอปล่อยให้ไฟตกแม้แต่วัตต์เดียว น้ำซุปกระดูกหมูหม้อนี้จะกลายเป็แค่เศษน้ำล้างหม้อธรรมดาๆ ทันที!"
เสียงคำรามด้วยความเคร่งเครียดของ "หลี่ิ" ดังขึ้นในห้องครัวแคบๆ ขະณะที่เขากำลังยืนตั้งท่า "ม้าโยกสะท้านภพ" สองมือประคองกระบะไม้บรรจุสมุนไพรจีนและไทยซ้อนทับกัน มือซ้ายส่งกระแสลมปราณชี่กงผสมผสานกับหลักการจ่ายกระแสไฟสลับขั้วแบบ CMOS เพื่อควบคุมความดันในหม้อต้มให้คงที่ ส่วนมือขวาถือทัพพีคนน้ำซุปวนตามเข็มนาฬิกาเก้าครั้ง ทวนเข็มนาฬิกาอีกหกครั้งตามตำราแพทย์แผนไทยโบราณ
เบื้องหน้าของเขา หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสแจ๋วแสดงผลกราฟฟิกการไหลเวียนโลหิตและธาตุทั้งสี่อย่างดุเดือด
[แจ้งเตือนระบบ: อุณหภูมิหม้อต้มซุปกระดูกหมูพุ่งสูงถึง 98.5 องศาเซลเซียส ใกล้เคียงจุดวิกฤตความอร่อยระดับตำนาน!]
[คำเตือนจากระบบช่างกล: กรุณาเพิ่มขิงแก่ทุบ 3 แว่น เพื่อปรับสมดุลธาตุไฟ มิฉะนั้นลูกค้าโต๊ะสองอาจจะมีอาการลมออกหูเพราะซุปเผ็ดร้อนเกินไป!]
หลี่ิหน้าตาตื่นรีบใช้เท้าเขี่ยกระปุกขิงแก่ที่วางอยู่บนพื้นสาดใส่ลงไปในหม้ออย่างแม่นยำราวกับจับวาง ตูม! เสียงไอน้ำพวยพุ่งกลายเป็รูปดอกบัว์สีขาวจางๆ ลอยคว้างอบอวลทั่วร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" กลิ่นหอมหวานกลมกล่อมของกระดูกหมูเคี่ยวกับรากผักชีและพริกไทยดำพุ่งทะลุออกไปนอกร้าน จนลุงป้อมที่กำลังนั่งเช็ดเบาะรถมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าร้านถึงกับสูดปากน้ำลายสอ
"ไอ้หนุ่ม! วันนี้น้ำซุปแกหอมยั่วยวนชวนฝันพิกลว่ะ ซดเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนพลังวัตรภายในเพิ่มขึ้นสามสิบปี ขาลุงนี่สั่นระริกอยากจะไปะโถีบขาคู่ใส่พวกแก๊งทวงเงินกู้อีกรอบแล้วเนี่ย!" ลุงป้ะโกนแซ่บพร้อมกับตบพุงปุๆ
"ใจเย็นก่อนครับลุงป้อม! พลังวัตรของลุงตอนนี้เอาไว้ใช้ขับวินหนีตำรวจตอนลักลอบวิ่งเลนซ้ายจะดีกว่าครับ!" หลี่ิะโตอบพรางปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า
ทว่า ความสงบสุขในยามสายไม่ได้อยู่กับเขานานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงระฆังลมหน้าร้านก็ดังขึ้นกรุ๊งกริ๊ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "เจ๊มดแดง" เ้าแม่เงินกู้ประจำซอยอารีย์ผู้มีรอยสักรูปดอกกุหลาบไฟที่หัวไหล่ หล่อนเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับลูกน้องร่างั์อีกสองคน สภาพใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธผัวมาสามชาติ
"ไงล่ะพ่อครัวหลี่! หนี้สินงวดนี้ที่ติดไว้สามงวด สิ้นเดือนนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย หรือว่าจะให้ชั้นยึดเตาแก๊สกับครกหินนี้ไปขัดดอกแทนฮึ!" เจ๊มดแดงกระแทกเสียงสะโพกสะท้าน นั่งแปะลงที่โต๊ะตัวโปรดพร้อมกับกอดอกจ้องมองด้วยสายตาดุร้าย
หลี่ิชะงักมือที่กำลังหั่นคะน้าหมูกรอบ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพุ่งพรวดเป็แถบสีแดงฉานทันที พร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยดัง ติ๊ดๆๆ แสบแก้วหู
[ภารกิจเฉพาะหน้าฉุกเฉิน: เ้าหนี้สายโหดปรากฏตัว!]
[เงื่อนไข: ท่านต้องทำให้เจ๊มดแดงพึงพอใจสูงสุดด้วยเมนูอาหารบำบัดธาตุหยิน-หยาง มิฉะนั้นร้านจะถูกยึด และระบบจะลงโทษด้วยการให้ท่านไปใส่ชุดกระต่ายเต้นโชว์กลางตลาดสด!]
"เวรตะไลแล้วไง... ชุดกระต่ายอีกแล้วเรอะ!" หลี่ิกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก สมองอันชาญฉลาดระดับเซียนกระบี่หมุนติ้วอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออกในสถานการณ์วิกฤตนี้
เจ๊มดแดงปรายตามองเมนูก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ชั้นไม่ได้กินอะไรรสชาติจัดจ้านมาหลายวัน ่นี้หงุดหงิดง่าย หน้ามืดตาลายเหมือนคนธาตุไฟแตกซ่าน ถ้าทำอะไรที่ไม่ถูกปากฉันมานะ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากซอยนี้ได้เลย!"
หลี่ิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสองข้างทอประกายแสงสีทองจางๆ จากการโคจรลมปราณเนตรทิพย์ "เจ๊มดแดง่นี้มักจะหงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ร้อนในใช่ไหมครับ? นั่นแสดงว่าธาตุไฟในตับกำลังเผาผลาญรุนแรงเกินไปตามหลักแพทย์แผนไทย!"
เจ๊มดแดงชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าแปลกใจระคนสงสัย "เอ๊ะ... แกรู้ได้ไงวะ?"
"เพราะผมคือเซียน... อะแฮ่ม! เพราะผมเป็พ่อครัวมือหนึ่งที่เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทยยังไงล่ะครับ!" หลี่ิเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงราวกับสายลมพัดผ่าน มือซ้ายคว้าครกหิน มือขวาคว้าส้มตำไทยซูเปอร์ซีเคร็ท
ในเมื่อธรรมดาโลกไม่จำ หลี่ิจึงตัดสินใจใช้กระบวนท่า "ส้มตำไทยสะท้านโลกันตร์ ผสานวงจร PMOS ควบคุมความเผ็ดร้อนระดับพิกเซล!"
มือซ้ายโขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูสวนดังโป๊กๆ สลับกับมือขวาที่สะบัดเส้นมะละกอดิบกรอบกริบลงไปในครก น้ำปลาร้าสูตรหมักบ่มด้วยสมุนไพรจีนเก้าชนิดถูกเทลงไปตามด้วยมะนาวแป้นสดๆ คั้นเปรี้ยวจี๊ด แต่ความพิเศษยังไม่หมดแค่นั้น หลี่ิแอบโคจรลมปราณชี่กงปลายนิ้วส่งผ่านสากหินเพื่อสลายสารแคปไซซินในพริกให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รสชาติเผ็ดร้อนนุ่มนวล ไม่บาดคอ แต่ซ่านลึกถึงจิติญญา
ฉ่า! โป๊ก! ฟู่!
ลีลาการตำส้มตำของหลี่ิราวกับนักรบกำลังร่ายรำกระบี่กลางสายฝน เส้นมะละกอลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะตกลงมานอนสงบนิ่งอยู่ในจานสีขาวสะอาดตา เคียงคู่กับกุ้งแห้งตัวโตและถั่วฝักยาวกรอบๆ สีเขียวสดใส
หลี่ิยกจานส้มตำไทยเสิร์ฟลงตรงหน้าเจ๊มดแดงด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "เชิญครับเจ๊... ส้มตำไทยปรับธาตุไฟหยินหยางสูตรพิเศษ โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วกรอบเพื่อเสริมสร้างการทำงานของสมอง รับรองว่าคำแรกตื่น คำสองสว่าง คำสามปลดหนี้หายเกลี้ยงแน่นอนครับ!"
เจ๊มดแดงมองจานส้มตำด้วยความระแวง แต่กลิ่นหอมเย้ายวนของมะนาวสดและน้ำปลาร้ารสชาติกลมกล่อมเตะเข้าจมูกอย่างจังจนหล่อนอดใจไม่ไหว ใช้ช้อนกลางตักเส้นมะละกอเข้าปากไปคำโต
งัม...
ดวงตาของเจ๊มดแดงเบิกกว้างขึ้นทันที รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ผสมผสานกันอย่างลงตัวในปาก ความเผ็ดร้อนไม่ได้พุ่งพล่านจนทรมาน แต่กลับค่อยๆกระจายความอบอุ่นไปทั่วร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิดและลมร้อนในอกให้มลายหายไปในพริบตา ความตึงเครียดบนใบหน้าของเ้าแม่เงินกู้ค่อยๆ คลายลงจนกลายเป็รอยยิ้มเคลิบเคลิ้ม
"อูยยย... อร่อยเหาะ! รสชาตินี้มันคืออะไรวะเนี่ย เปรี้ยวปากกลมกล่อมแถมกินแล้วรู้สึกโล่งหัวอย่างบอกไม่ถูก!" เจ๊มดแดงอุทานลั่นร้าน ตักเข้าปากคำที่สองและคำที่สามอย่างลืมตัว
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าหลี่ิกะพริบแสงสีเขียวสว่างวาบ พร้อมเสียงดนตรีเฉลิมฉลองดังขึ้น
[ยินดีด้วย! คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าพุ่งทะยานสู่ 100%!]
[ภารกิจสำเร็จ: ปลดล็อกยุทธภัณฑ์ประจำอาชีพ 'ผ้ากันเปื้อนทองคำป้องกันน้ำมันกระเด็น' และรับแต้มพลังงานชี่กงเพิ่ม 500 แต้ม!]
หลี่ิแอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ยืนยิ้มแฉ่งให้เจ๊มดแดงที่ตอนนี้กำลังเคี้ยวส้มตำตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
เจ๊มดแดงวางช้อนลงอย่างอารมณ์ดี ตบโต๊ะปังใหญ่แล้วหัวเราะร่า "เอ้าพ่อครัวหลี่ ฝีมือแกนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ เอาวะ! เื่หนี้สามงวดนั้น... ไว้ค่อยคุยกันสิ้นเดือนหน้าก็แล้วกัน วันนี้ฉันอิ่มใจสบายพุง ยกโทษให้ชั่วคราว!"
สิ้นคำพูดของเจ๊มดแดง บรรยากาศในร้านก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครง หลี่ิยิ้มรับบางๆ พรางคิดในใจว่า การเป็เซียนกระบี่ที่ต้องมานั่งผัดคะน้าหมูกรอบและตำส้มตำใช้หนี้ในโลกยุคปัจจุบัน มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด... อย่างน้อยวันนี้เขาก็รอดพ้นจากการใส่ชุดกระต่ายเต้นโชว์กลางตลาดสดได้อีกหนึ่งวัน!