มือซ้ายลูบไปยังพุงอย่างทะนุถนอม บนใบหน้าแสดงออกให้เห็นถึงความรู้สึกตะลึงกับปริมาณอาหารที่กินเข้าไป หลังจากขายกุ้งให้ป้าสมร โยฮันได้ซื้อของกลับมามากมาย ปลากะพงขาว ปลาทู ปลาเก๋า ปลาจะละเม็ดขาว แต่ละชนิดเขาซื้อมาอย่างละ 2 กิโลกรัมเพื่อย่างกินข้างบ้าน
นอกจากปลาน้ำเค็มแล้วยังมีปลาน้ำจืดอย่างปลาดุก ปลาสวาย ปลาช่อนและปลาชะโดที่ซื้อติดมือมาอย่างละ 2 - 3 กิโลกรัม เขากลับกินปลาทั้งหมดที่ซื้อมาได้โดยที่ยังคงรู้สึกว่าตนสามารถกินได้อีก
หอยนางรมนำขึ้นมาย่างบนเตาถ่านหลังจากเมนูปลาถูกกินไปจนหมด ตามด้วยการย่างหอยแมลงภู่ หอยแครง หอยลาย หอยหวาน เมื่อไฟอ่อนโยฮันจึงเติมถ่านแล้วย่างหอยตลับ หอยเชลล์ จนหอยทุกอย่างที่ซื้อติดมือมาไม่เหลืออยู่สักอย่างเดียว
หลังจากโยฮันกินทุกอย่างเขาก็เก็บส่วนที่แบ่งให้น้องสาวไว้ย่างตอนเย็น จากนั้นจึงดับไฟในเตาแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อรอดูผลการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับร่างกาย
ทันทีที่เข้ามาในห้องเขาก็ได้เลื่อนกระจกมาวางไว้ข้างกาย ทุกกระบวนการที่เปลี่ยนไปเขาต้องเห็นทั้งหมด
หลังจากนั่งนิ่งได้สักพักโยฮันก็เริ่มจับเวลาไปที่ 1 ชั่วโมง เขาอยากรู้ว่าในเวลานี้จะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า
“ ยังมีแค่กุ้งกับหอยสินะ ”
ร่างกายยังคงรู้สึกปกติ ไม่มีความรู้สึกร้อนวูบวาบหรือความรู้สึกเย็นสบายแผ่ซ่านสักจุด โยฮันจึงตั้งเวลาใหม่เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งผ่านมา 1 ชั่วโมง 25 นาที เขาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความร้อนบริเวณกลางหน้าอกจึงถอดเสื้อเพื่อดูสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น
ภาพที่สะท้อนจากกระจกทำให้เห็นเส้นเืสีแดงกำลังปูดโปนกลางหน้าอก ทันใดนั้นความรู้สึกเ็ปก็ได้วิ่งแปลบไปยังแขนทั้งสองข้าง ไม่นานเส้นเืสีแดงก็โผล่ขึ้นมาบริเวณแขนก่อนจะปรากฎบริเวณขาที่มาพร้อมความเ็ป
โยฮันกลับไม่กล้ากรีดร้องเพราะกลัวว่าพ่อจะตื่นแล้วเข้ามาเห็นความลับของตนเอง เขาจึงทนกับความเ็ปต่อไปแม้จะมีน้ำตาไหล เขากลับรู้สึกว่ายิ่งทนต่อไป ความเ็ปยิ่งเบาบางลงไปทุกที ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าผ่านมานานเท่าไหร่แล้วหลังจากฟุบหน้าลงบนเตียง จนตอนนี้ความเ็ปทั้งหมดหายไปแล้ว เส้นเืปูดโปนบนร่างกายหายไปเช่นเดียวกัน เขาจึงหันมองดูนาฬิกา
“ 2 ชั่วโมง 45 นาที เกือบ 3 ชั่วโมงเลยสินะ ”
ั้แ่กินหอยและปลา เวลาผ่านมาราว 3 ชั่วโมง โยฮันกลับไม่ได้สนใจเวลา สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือความสามารถใหม่ที่ปรากฎออกมา
ิัของเขาปรากฎเกล็ดที่เหมือนปลา ในบางตำแหน่งเป็ผิวมันลื่นเหมือนปลาบางชนิดที่กินเข้าไป
บริเวณปากมีฟันแหลมคมเหมือนกับปลาชะโดที่ใช้ล่าเหยื่อ มันมาพร้อมแรงกัดที่เขาไม่กล้าที่จะยื่นมือเข้าปากของตนเอง เขาไม่รู้เลยว่าฟันกรามของตนเองในตอนนี้มีพลังกัดมากมายแค่ไหนจากการได้พลังของปลาทุกชนิดที่กินเข้าไป
อย่างไรก็ตามหอยที่กินเข้ามาหลายชนิดกลับมีเพียง 2 ชนิดที่รับพลังจากมันได้
หอยแครงคือหนึ่งในหอยที่เขาได้พลังจากมัน บนหลังมือของเขาในตอนนี้ปรากฎลักษณะคล้ายกับฝาหอยแครงขนาดใหญ่คว่ำเอาไว้บนหลังมือ ซึ่งโยฮันไม่สามารถสร้างเปลือกหอยแครงกับส่วนอื่นๆของร่างกายได้
จากความแข็งของมันทำให้กระดองปูกลายเป็เกราะที่อ่อนนุ่มกว่าในทันที หากสามารถคลุมร่างกายได้ด้วยฝาหอยแครงคงจะทำให้เขาไม่ต่างจากนักรบเกราะหนักมากยิ่งขึ้น
หอยอีกชนิดที่เขาได้รับพลังจากมันคือหอยเชลล์ สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดจากมันคือดวงตา ในตอนนี้ศีรษะของเขาราวกับว่าติดกล้องวงจรปิดเอาไว้มากมายจากการมีดวงตาเล็กๆหลายร้อยเกิดแทรกอยู่บริเวณผม ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้แทบจะ 360 องศารอบตัว
“ แรงบีบของมือที่มาจากก้ามปู แรงกัดจากฟันกรามจากปลา เกราะป้องกันจากปู หากต้องกลับไปเป็ทหารอีกครั้งถ้าถูกส่งไปรบเราจะรอดไหมนะ ”
โยฮันพูดติดตลก จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของเขานับว่าแปลกประหลาด หากบอกว่ามันคือพลังพิเศษเขาไม่กล้าปฎิเสธมัน ตัวละครในหนังส่วนมากมักเกิดจากการทดลองยาที่ผิดเพี้ยนไป
ซึ่งเขาไม่กล้านำสิ่งนี้ไปบอกใครเพราะรู้ว่ายาที่กินเข้าไปจะต้องมีเ้าของ การที่มันมีเ้าของหมายความว่าเขาจะต้องตกเป็หนูทดลองอย่างแน่นอน หากเ้าของยารู้ว่ามีคนใช้ยาได้ โยฮันไม่รู้เลยว่ายานี้มีผลร้ายหรือผลเสียอย่างไร หากเป็ยาที่กินแล้วตาย เขาอาจจะตกที่นั่งลำบากเพราะตนยังรอดชีวิต แต่หากกินแล้วไม่ตาย อีกไม่นานเขาคิดว่านักข่าวคงจะทำข่าวเกี่ยวกับผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้ออกมาเพราะจะต้องมีคนอื่นนอกจากเขา ซึ่งเขาอาจจะสามารถใช้พลังได้โดยที่ผู้คนยอมรับมัน อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาจำเป็ต้องปกปิดพลังเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เป็อันตรายกับครอบครัว
“ ยังมีเวลาอีก 1 ชั่วโมงสินะ ”
โยฮันรีบลุกจากเตียงนอน จากการทดลองกินสัตว์ต่างๆ เขายังไม่รู้เงื่อนไขในการรับพลังเช่นเดิม ต่อให้เขาจะได้รับพลังจากปลาทุกชนิดที่กินเข้าไป หอยกลับมีเพียง 2 ชนิดที่ได้รับพลังจากมัน เขาจึงคิดว่าจะเดินทางไปซื้อหอยที่ตลาดแล้วซื้ออย่างอื่นมาย่างกินด้วย ไม่แน่เขาอาจจะเจอเนื้อแปลกๆที่ทำให้ได้รับพลังสุดยอดมา
เมื่อลองเงียบเสียง เขาพบว่าตนเองได้ยินเสียงพ่อที่กำลังนอนกรนอยู่ภายในห้อง โยฮันจึงรีบขับจักรยานไฟฟ้าเดินทางมุ่งหน้าสู่ตลาด นอกจากจะต้องไปโซนอาหารทะเลแล้ว เขาจะเดินดูอาหารพื้นบ้าน เผื่อจะมีสัตว์แปลกๆที่สามารถทานได้
“ ยังไม่ได้ทดลองพละกำลังเลยสินะ ”
โยฮันเคยยกแค่ถังน้ำ เขายังไม่รู้ขีดจำกัดของตนเองเพราะมัวยุ่งอยู่กับการดำน้ำทดสอบพลัง เมื่อมองไปยังด้านข้างโรงจอดรถเขาเห็นหินก้อนหนึ่งขนาดเท่ากำปั้น มันเป็หินที่ใช้ในงานก่อสร้างจึงเข้าไปจับมันด้วยมือซ้ายข้างที่ไม่ถนัด
เมื่อออกแรงบีบหินเขาเห็นเศษเล็กๆหล่นออกมาจากนิ้วที่ัักับพื้นผิวของมัน ทันใดนั้นก้อนหินก็แตกละเอียดคามือโดยที่เขายังไม่ได้เปลี่ยนมือให้กลายเป็ก้ามปู แรงบีบที่เกิดขึ้นกลับมากพอจะทำลายหิน
โยฮันจึงมองเข้าไปในโกดังเก็บของเห็นปะแจเบอร์ใหญ่ เขาจึงกำมันเอาไว้ในมือแล้วออกแรงบีบเพื่อทดสอบพลัง เพียงแต่ว่าเขาไม่สามารถทำลายปะแจได้ แม้แต่จะทิ้งรอยนิ้วเอาไว้ก็ตาม โยฮันจึงลองเปลี่ยนวิธีใหม่ด้วยการใช้มือทั้งสองข้างงอประแจเล่นๆดู
ผลปรากฎว่าประแจค่อยๆงอเข้าหากัน แรงของมนุษย์ไม่ควรที่จะทำเช่นนี้ได้ โยฮันจึงลองเปลี่ยนมือให้กลายเป็ก้ามปูแล้วกำประแจอีกครั้ง มันได้สร้างความใเมื่อนิ้วทั้ง 5 ค่อยๆจมลึกเข้าไปในผิวของประแจทิ้งรอยบากเอาไว้
“ หักคอคนได้ง่ายๆเลยมั้งเนี่ย ”
ประแจที่น่าสงสารถูกดัดจนกลับเข้ารูป จากนั้นโยฮันก็รีบมุ่งหน้าไปยังตลาดเพื่อซื้อของกับป้าสมร
เขายังคงซื้อหอยที่ไม่ได้รับพลังกลับมาเช่นเดิม จากนั้นก็ซื้อหมึกมาเติมหลังจากอีกฝ่ายพึ่งนำหมึกมาจากเรือประมง
“ ไอ้ที่ซื้อไปก่อนหน้าแกทำหล่นหรือไง ”
“ อ๋อเปล่าครับป้า พอดีญาติมาเยี่ยมก็เลยต้องซื้อไปเยอะหน่อย ผมไปก่อนนะครับ ”
โยฮันควักเงินออกมาจ่ายแล้วเดินสำรวจตลาด ในหมวดผักเขามองข้ามเพราะไม่สามารถรับพลังใดๆจากมันได้ ซึ่งเขาได้แวะซื้อเนื้อหมู ไก่ เนื้อวัวอย่างละ 3 กิโลกรัมแล้วยังคงซื้อไข่กลับไปอีก 2 แผงเพื่อกินมัน สิ่งเหล่านี้เขายังไม่ได้พลังเช่นเดียวกัน จึงซื้อไปกินจนกว่าจะได้
“ ป้าครับ เ้าตัวนี้คืออึ่งใช่ไหม ”
“ ใช่จ้า อึ่งไข่ตัวละ 30 บาทเหลือ 5 ตัวเท่านั้น รีบๆเลยนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวก็หมดแล้ว ”
โยฮันส่ายหน้า เขาไม่สามารถกินสิ่งนี้ได้เพราะยังไม่เห็นประโยชน์จากอึ่ง ตัวอ้วนๆของมันคงไม่สามารถเพิ่มความสามารถที่น่าทึ่งให้เขาได้ ทันใดนั้นโยฮันก็เดินมาหยุดยังร้านขายผักเพียงแต่ด้านหน้ามีไข่สีขาวขนาดเล็กมากๆกองเอาไว้ จากป้ายระบุว่ามันคือไข่มดแดงเขาจึงควักเงินซื้อมันมาทั้งถาด แม้จะมีราคาสูงก็ตาม
“ จะได้พลังของไข่มดแดงหรือพลังของมดแดงกันนะ ”
โยฮันขึ้นขี่จักรยานไฟฟ้าเตรียมเดินทางกลับบ้าน หูของเขากลับได้ยินเสียงปล่อยลมเหมือนเดิมจากรถตู้สีดำที่ยังไม่ได้ขยับออกจากลานจอด เมื่อเห็นว่ายังไม่มีะเิเกิดขึ้นเขาจึงมุ่งหน้ากลับบ้านโดยไม่คิดสิ่งใด
“ อ้าว ยังไม่มืดเลย พากันเมาหัวทิ่มแล้วเหรอ รีบกันจริงๆ ”
ออกมาจากตลาดไม่ถึง 10 นาทีเขาก็พบเจอผู้คนนอนอยู่ข้างถนน บางคนนั่งก้มหัวหลับสนิท นับว่าโชคดีที่มีรั้วกั้นไม่อย่างนั้นคนเมาคงนอนพาดแขนขาไปยังถนนจนเกิดอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตามโยฮันกลับพบว่ามีผู้คนนอนข้างถนนเยอะผิดสังเกต แต่ละคนล้วนตกอยู่ในสภาพหลับลึก เขาจึงรีบกลับมาบ้านเผื่อจะมีข่าวสารเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานของคนไร้บ้านเข้ามาอาศัยในเมืองของเขา
“ ก็ไม่เห็นมีหนิ ”
ภายในอินเทอร์เน็ตยังคงเงียบ ไม่มีข่าวเกี่ยวกับการปราบคนไร้บ้านของเมืองใกล้เคียง หมายความว่าผู้คนที่นอนข้างถนนเป็คนของเมืองนี้ โยฮันที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกลับไม่คิดหาคำตอบอีกเพราะมีสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดนั่นก็คือการกินสิ่งที่ตนเองได้ซื้อมา
เตาย่างข้างบ้านเกิดประกายไฟสว่างจ้าอีกครั้งหนึ่ง ในขณะรอให้ไฟอ่อนพอดีโยฮันได้เดินเข้าไปในบ้านเพื่อทำน้ำจิ้มสำหรับพ่อและน้องสาวของตน อีกไม่นานพ่อของเขาคงจะตื่นส่วนน้องสาวของเขาคงจะกลับมาจากติวหนังสือ
ทันใดนั้นพ่อของเขาก็เปิดประตูออกมาด้วยสภาพผมเผ้าชี้ฟูพลางมองไปยังเตาไฟที่มีเพียงตะแกง
“ โยฮัน วันนี้ได้อะไรงั้นเหรอ ”
“ ผมว่าจะปิ้งย่างน่ะพ่อ ”
“ งั้นให้พ่อย่างรอก็แล้วกัน แล้วน้องจะกลับมาตอนไหน ”
“ เมื่อครู่น้องบอกว่ากำลังขับรถ อีก 10 นาทีคงจะมาถึง ”
“ คงจะสุกพอดี ”
โยฮันปล่อยหน้าที่ย่างให้เป็ของพ่อ ในส่วนของเขาทำน้ำจิ้มต่อไปเพื่อให้มีความหลากหลายจนไม่เลี่ยน ในระหว่างนี้เขาก็นำไข่มดแดงต้มในน้ำร้อน แม้จะรู้ว่ามันกินสดได้ก็ตาม เขากลับรู้สึกกลัวจึงต้องทำให้สุกเผื่อจะมีพยาธิข้างใน
“ หนูกลับมาแล้ว ได้อะไรกินอย่างนั้นเหรอคะ! ”
แอลลี่รีบจอดจักรยานไฟฟ้าแล้ววิ่งมาดูเตาย่างด้วยใบหน้าดีใจ เมื่อมองไปยังวัตถุดิบที่มีมากมายเธอถึงขั้นแสดงท่าทางใออกมา ด้วยสมาชิกภายในบ้านที่มีแค่ 3 คนคงไม่สามารถกินมันได้หมด จากเดิมเธอดีใจกลับเปลี่ยนไปเป็วิตกเพราะกลัวว่าพ่อและพี่จะย่างเผื่อเอาไว้กินในวันต่อๆไป เธอกลัวว่ามื้อเช้า กลางวัน เย็นจะเต็มไปด้วยเมนูปิ้งของคืนนี้ที่เก็บเอาไว้
“อย่าทำหน้าแบบนั้น พ่อไม่ได้เป็คนซื้อ ไปถามพี่เธอนู่น เขาเป็คนซื้อของมาทั้งหมด ”
“ พี่คะ ทำไมซื้อมาเยอะจังเลย ”
แอลลี่เข้าไปหาพี่ชายภายในครัวแล้วช่วยยกถ้วยน้ำจิ้มออกมาวางบนโต๊ะข้างโรงจอดรถ
“ พี่ยังไม่ตอบหนูเลยนะ ทำไมถึงซื้อมาเยอะนักล่ะ ”
“ กินไปเหอะน่า ฉันไม่คิดที่จะย่างมันทั้งหมดเสียหน่อย ถ้าอิ่มแล้วก็เก็บไว้ทำเมนูอื่น ”
“ อ๋อ หนูนึกว่าพี่จะย่างไว้กินวันอื่นด้วย โล่งไปที ”
“ ใครจะบ้ากินเมนูปิ้งติดต่อกันได้หลายวันขนาดนั้น ”
โยฮันยิ้มด้วยท่าทางเอ็นดูน้องสาวแล้วแกะเปลือกหอยให้น้องกลัวว่ามันจะลวกมือ เขารู้สึกแปลกใจนิดๆเพราะไม่รู้สึกถึงความร้อน ทั้งๆที่พ่อของเขาพึ่งคีบออกมาจากเตา เขาจึงรู้ว่าร่างกายมีความทนทานต่อความร้อนมากยิ่งขึ้น ต่อให้สิ่งมีชีวิตที่กินเข้าไปจะไม่มีชนิดใดทนต่อไฟได้ก็ตาม.