หยุนเช่อสามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้วอย่างรวดเร็วทว่าจากที่เด็กสาวกล่าวออกมาเมื่อครู่ รวมกับสิ่งที่นางพึมพำก่อนหน้านี้มีคำพูดบางประโยคที่สะดุดใจ
ชายหนุ่ม…เราเจ้าหญิง…พิษเทพสังหาร…สมบัติสวรรค์…
นางเรียกตนเองว่าเจ้าหญิง? หรือนางจะเป็นเจ้าหญิงจากอาณาจักรใด?
ยังมี พิษเทพสังหารคืออะไร? ข้าเองรู้จักพิษร้ายทุกชนิดบนโลกประดุจดังฝ่ามือตนเองเหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน?
และคำว่าสมบัติสวรรค์…ท่านปู่กล่าวว่าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดข้าถูกตามล่าสืบเนื่องจาก“สมบัติสวรรค์” ที่ว่านี้ ทั้งยังกล่าวว่าคำ “สมบัติสวรรค์” ถือเป็นคำต้องห้าม!จากที่เด็กสาวนางนี้ได้พูดออกมาเกี่ยวกับ “ไข่มุกพิษสวรรค์”เป็นไปได้หรือไม่ว่าสมบัติสวรรค์จะมีมากกว่าหนึ่งชิ้น?
ทว่าหยุนเช่อมิได้สอบถามเกี่ยวกับข้อสงสัยเหล่านี้ทั้งนี่ยังไม่ใช่เวลาในการถามไถ่ ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าวออกมาในท้ายที่สุด“แม่นางน้อย ข้าไม่เข้าใจนักว่าท่านพูดเรื่องอะไรแต่ในเมื่อท่านฟื้นจากอาการหมดสติเป็นเวลานานภายในไข่มุกพิษสวรรค์แล้วท่านสามารถบอกชื่อของท่านกับข้าได้หรือไม่?”
เผชิญหน้ากับหยุนเช่อสีหน้าและสายตาของเด็กสาวไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยคล้ายกับนางไม่ได้ยินที่มันพูดสักครึ่งคำ ทว่าหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งนางกลับตอบคำถามหยุนเช่ออย่างไม่ยินยอมพร้อมใจเท่าใดเด็กสาวขยับริมฝีปากสีชมพูอ่อนนุ่ม พร้อมพึมพำตอบคำด้วยเสียงเย็นชา “จัสมิน”
“จัสมิน?” หยุนเช่อแย้มรอยยิ้มสายตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง “ดอกจัสมินทั้งน่ารักบอบบางทั้งหอมหวนชวนดม กลีบดอกขาวสะอาดปราศจากมลทิน ชื่อนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก”
“ขาวสะอาดปราศจากมลทิน?”สีหน้าแฝงแววเจ็บปวดของเด็กสาวบรรเทาเบาบางลง มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อเกิดรอยยิ้มเย็นเยือกประหลาดตา ชั่วขณะนั้นเองคลื่นความเย็นพัดผ่านและส่งให้เส้นผมสีแดงเข้มโบกสะบัดตามกระแสลมใบไม้สีเขียวเข้มปลิดปลิวร่วงหล่น เด็กสาวคว้าจับใบไม้เหล่านั้นเข้ามาในฝ่ามือ
“ข้าคือจัสมินจัสมินที่ถูกอาบย้อมด้วยโลหิต!”
เมื่อเด็กสาวคลายมือออกใบไม้ที่ถูกคว้าจับล้วนแปรสภาพเป็นเพียงเศษฝุ่นละอองพร้อมทั้งลอยละล่องไปตามกระแสลม
“…”
ภายในใจของหยุนเช่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบจับจิตที่ชายหนุ่มมิเคยได้สัมผัสมาก่อน
เศษใบไม้เหล่านั้นปลิวกระจายตามลมเมื่อบางส่วนปลิวกระทบกับร่างกายของเด็กสาวภาพปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดน่าขนลุกพลันปรากฏ…เมื่อเศษผงเหล่านั้นปลิวเข้าใกล้มันไม่ได้สัมผัสลงบนผิวกาย ทว่ากลับปลิวผ่านทะลุผิวกายกระจัดกระจายไปเบื้องหลังเด็กสาว…
“!!!” อะไรกัน? อย่าบอกข้านะว่าร่างกายของนาง…ไม่มีตัวตน?
เป็นไปไม่ได้! หากนางไม่มีตัวตนนางจะสามารถคว้าจับดาบสั้นและใบไม้เหล่านั้นได้อย่างไร? หรือว่านางสามารถเลือกสัมผัสสิ่งของได้ตามใจปรารถนาทว่ากลับไม่สามารถถูกสัมผัสได้โดยสิ่งอื่น…หรือว่า…ร่างกึ่งพลังงาน?
“คำถามของเจ้า เราเจ้าหญิงได้ตอบไปแล้วตอนนี้ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตอบคำถามของเราบ้าง”ดวงตาดำประดุจนิลของจัสมินจับจ้องตรงมายังหยุนเช่อ นี่นับเป็นแววตาเปี่ยมล้นมนต์เสน่ห์ทว่า กลับคมกล้าดุจดังใบมีดโกนที่ทิ่มแทงตรงเข้าสู่ส่วนลึกภายในใจและจิตวิญญาณของชายหนุ่ม “ที่ใดกันที่เจ้าได้ครอบครองไข่มุกพิษสวรรค์!”
“ท่านอาจารย์ส่งมอบมันให้แก่ข้าทว่าท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว ข้าเองไม่ทราบว่าท่านอาจารย์ได้ไข่มุกพิษสวรรค์มาจากที่ใดเช่นกัน”หยุนเช่อตอบตามตรง เมื่อเผชิญพบกับแววตาที่กระจ่างคมกล้าดุจเพชรชายหนุ่มบังเกิดลางสังหรณ์ว่าตนเองไม่สมควรโป้ปดแม้สักครึ่งคำดังนั้นชายหนุ่มจึงเล่าความจริงทั้งหมด…ในเมื่ออันที่จริงแล้วความจริงทั้งหมดนี้ล้วนไร้ประโยชน์ต่อนางอย่างสิ้นเชิง
เด็กสาวจ้องประสานสายตากับชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ท้ายที่สุด สายตาของนางทอประกายสะทกสะท้อนเล็กน้อยนางเริ่มต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งอันไม่สมควรเป็นของเด็กสาวอายุเพียงสิบสองสิบสามปีนางหนึ่ง“ไข่มุกพิษสวรรค์ รั้งอันดับห้าในบรรดาสมบัติสวรรค์ทั้งเจ็ดกอปรด้วยมิติภายในไร้สิ้นสุด สามารถขจัดพิษทั้งมวล สกัดวัตถุดิบตัวยาเมื่อปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ หนึ่งพันสามร้อยปีก่อนทั่วหล้าก่อเกิดกลียุคเพื่อแย่งชิง จากนั้นสาบสูญไร้ร่องรอย ข้าคาดไม่ถึงจริงๆว่ามันจะตกอยู่ในมือของเศษขยะที่มีเส้นลมปราณพิการตลอดชีวิตเช่นนี้!ถึงกับหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเจ้า! ช่างน่าขันยิ่งนักข้าไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะไข่มุกพิษสวรรค์สูญเสียจิตวิญญาณหรือสืบเนื่องจากจิตวิญญาณของมันเสียสติไปกันแน่!”
สมบัติสวรรค์ทั้งเจ็ด…อันดับห้า?
คิ้วโค้งดุจจันทร์เสี้ยวของเด็กสาวขมวดแน่นคลื่นรังสีฆ่าฟันอันเข้มข้นเยือกเย็นก่อตัวล้อมกักร่างกายของหยุนเช่อไว้ภายใน“หากไข่มุกพิษสวรรค์สามารถหลอมรวมกับขยะเช่นเจ้าเช่นนั้นมันย่อมสามารถหลอมรวมกับร่างกายของเราเจ้าหญิงได้อย่างแน่นอน!”
ฮึ่ม!!
คลื่นพายุเย็นยะเยือกพัดพาเข้าหาหยุนเช่อส่งร่างของชายหนุ่มกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ทางด้านหลังก่อนที่ชายหนุ่มจะทันรู้ตัวใบหน้างดงามเปี่ยมรังสีฆ่าฟันของเด็กสาวห่างไปเพียงคืบมือซ้ายของนางกำรอบลำคอของชายหนุ่มแนบแน่น
“…เจ้า…” หยุนเช่อเบิกตาจนกลมกว้างใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความทรมานจากอาการขาดอากาศ “ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง”ทุกคำพูดด้วยเส้นเสียงอันไพเราะของนางล้วนยะเยียบเย็นชา “ข้อแรกส่งมอบไข่มุกพิษสวรรค์ให้แก่เราโดยดี ทางที่สองเราเจ้าหญิงจะนำไข่มุกออกจากร่างที่ไร้วิญญาณของเจ้าเอง!”
แม้ว่าสองมือของเด็กสาวจะเล็กบางนุ่มนวลราวสลักเสลาจากหยกทว่ามันกลับยึดกุมแนบแน่นบนคอหอยของหยุนเช่อส่งผลให้ชายหนุ่มไม่สามารถเคลื่อนไหวอันใดได้โดยไม่ได้รับความเจ็บปวด อย่างไรก็ตามสีหน้าของหยุนเช่อมิได้แสดงออกถึงความกลัวแม้เพียงน้อยนิด กลับกันชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างเคร่งเครียดด้วยเสียงอ่อนระโหยและสั่นเครือของตนว่า“ข้าเลือกข้อสอง ฆ่าข้าเลยสิ”
ดวงตางดงามของเด็กสาวหรี่เล็กลงพร้อมคำรามต่ำ“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้า?”
พร้อมกับคำพูด นิ้วมือของนางกำแน่นขึ้นร่องรอยแดงเลือดห้ารอยพลันปรากฏบนลำคอของหยุนเช่อที่สีหน้ายิ่งมายิ่งเจ็บปวดรวดร้าวทว่าชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแนบแน่นพร้อมแย้มรอยยิ้มบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวทรมาน“ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าตายจริงๆ…เช่นนั้น…เมื่อครู่นี้…เจ้าคงไม่ต้องช่วยชีวิตข้าเพื่อเสี่ยงกับอาการพิษกำเริบหรอก!”
จัสมิน “……”
หยุนเช่อจ้องประสานสายตาพร้อมทั้งกล่าวต่อด้วยใบหน้าเหยเก “เจ้าถูกแพร่พิษประหลาด พิษชนิดนี้ไม่เพียงส่งผลต่อร่างกายทว่ายังส่งผลถึงจิตวิญญาณ! คืนนั้น ร่างกายของเจ้าเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาข้าเจ้าเองกลายเป็นเพียงร่างวิญญาณที่ทุกข์ทรมานจากพิษร้าย…ร่างกายของเจ้าในตอนนี้เป็นเพียงร่างกึ่งพลังงานที่ก่อกำเนิดจากการบังคับดื่มเลือดข้าเมื่อวันก่อนทั้งยังยืมพลังจากไข่มุกพิษสวรรค์ที่หลอมรวมเข้ากับร่างของข้า! นี่หมายความว่าชีวิตของข้า ก็คือชีวิตของเจ้า! หากเจ้าตกตายไป ข้าล้วนไม่มีผลกระทบอันใดแต่หากข้าตาย เจ้าเองก็ต้องตกตายไปพร้อมกับข้าเช่นกัน!”
“หากข้าส่งมอบไข่มุกพิษสวรรค์ให้กับเจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับการเชื้อเชิญให้เจ้าฆ่าข้าน่ะสิ!”
“…”แววตื่นตระหนกส่งประกายภายในส่วนลึกของนัยน์ตาจัสมิน เด็กสาวค่อยๆคลายมือเล็กๆ ของนางออกจากลำคอของหยุนเช่อ
เมื่อหลุดพ้นจากความเจ็บปวดของการขาดอากาศหายใจหยุนเช่อกระแอมไอออกมาอย่างหนักหน่วงจากนั้นกลับอาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่องคล้ายต้องการอาเจียนน้ำดีออกมาจนหมดไส้หมดพุงสีหน้ายิ่งมายิ่งบิดเบี้ยวคล้ายภูตผี
“ท่าทางเจ้าไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่เห็นภายนอก”จัสมินชายตามองชายหนุ่ม “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เฮ้อออ…” หยุนเช่อแย้มยิ้มพร้อมกล่าวเสียงต่ำ“เพราะข้าคือแพทย์เทวะ! หากเจ้ายังไม่อยากตาย เจ้าไม่เพียงต้องไว้ชีวิตข้าทั้งยังต้องคุ้มครองความปลอดภัยของข้าด้วยความสามารถทั้งหมดที่เจ้ามี!ในการรวบรวมจิตของเจ้าให้กลายเป็นร่างเนื้อล้วนต้องมีความสำเร็จไม่ต่ำกว่าระดับขั้นลมปราณจักรพรรดิ! ชีวิตเจ้าแน่นอนว่าย่อมมีค่ากว่าชีวิตข้ามากนัก”
การบรรลุระดับชั้นลมปราณจักรพรรดิด้วยอายุเพียงสิบสองสิบสามปีท่านสมควรคาดเดาความสับสนวุ่นวายภายในใจของหยุนเช่อในขณะที่กล่าวคำนี้ออกมาได้ทั่วทั้งอาณาจักรวายุครามนี้ หากท่านสามารถบรรลุถึงระดับลมปราณฟ้าท่านสามารถเรียกว่าเป็นหนึ่งในยอดยุทธ์ไร้ผู้ต่อต้านสำหรับบุคคลที่สามารถก้าวข้ามสู่ชั้นจักรพรรดิ ทั้งหมดนับรวมได้ไม่เกินสิบคนยอดฝีมือเหล่านี้สามารถผยองไปทุกแห่งหนดุจจักรพรรดิเนื่องจากระดับพลังอันไร้คู่ต่อกรทั่วหล้า การบรรลุพลังฝีมือระดับนี้ ผู้คนไม่เพียงต้องกอปรไปด้วยอัจฉริยภาพอันโดดเด่นและโชคเคราะห์ทว่า ยังต้องอาศัยระยะเวลาฝึกฝนอันเหมาะสมผู้สำเร็จขอบเขตปราณจักรพรรดิในอาณาจักรวายุครามแห่งนี้ล้วนมีอายุนับร้อยปีเป็นอย่างต่ำหลังจากเข้าสู่ชั้นปราณจักรพรรดิ แม้ว่าร่างเนื้อจะถูกทำลาย มันยังคงสามารถสร้างรูปร่างขึ้นมาได้ด้วยการตกผลึกจิตวิญญาณเมื่อใดที่มันสามารถสร้างร่างเนื้อขึ้นมาได้ใหม่นับว่าพวกมันล้วนสามารถฟื้นคืนชีวิตได้จริงๆ
ทว่าเด็กสาวผู้ที่ถูกทำลายร่างเนื้อผู้นี้จิตวิญญาณของนางยังคงอยู่โดยอาศัยพลังชีวิตของชายหนุ่มแน่นอนว่านางต้องมีความสามารถในชั้นลมปราณจักรพรรดิเป็นอย่างน้อย!นี่ล้วนเป็นเรื่องราวอันน่าหวาดหวั่นสักเพียงไหน?
ทันใดนั้นเองประโยคต่อมาของเด็กสาวยิ่งสร้างความแตกตื่นแก่หยุนเช่อ
“ระดับชั้นลมปราณจักรพรรดิ?”แววตาของเด็กสาวนิ่งสงบไร้ระลอก ทว่าสีหน้าของนางแสดงออกชัดเจนถึงความไม่สนใจไยดี“มันคืออะไร?”
หยุนเช่อ “…”
ขณะเดียวกันบังเกิดเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาให้ได้ยิน ประกายตาของจัสมินเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นเด็กสาวสะบัดกายไปด้านหลังเจ้าของเสียงฝีเท้าพลันปรากฏขึ้นในกรอบสายตาของพวกมันอย่างรวดเร็ว
เซียวจิ่ว!
“มีคนมาเพื่อเด็ดชีวิตข้าอีกคนแล้วจะทำอย่างไรล้วนสุดแท้แต่ท่าน”
คราวที่เผชิญหน้ากับเซียวป้า แม้ชายหนุ่มจะมี“อาวุธลับ”อยู่ในมือ ทว่ากลับไม่สามารถเรียกได้ว่าชายหนุ่มมิได้วิตกกังวลอันใดขณะนี้ เมื่อมองไปยังเซียวจิ่วที่เบื้องหน้าหยุนเช่อกลับไม่วิตกเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มพิงร่างของตนกับลำต้นไม้ใหญ่ทางด้านหลังสายตาของชายหนุ่มที่จับจ้องมองไปยังเซียวป้าแฝงไว้ด้วยแววตาสมเพชเวทนา…และความผิดหวัง…เหตุใดมีเพียงเซียวจิ่วที่มา? น่าจะดีกว่านี้ถ้ามีคนตามไปเป็นเพื่อนมันอีกสักสองสามคนในหลุม
เซียวจิ่วมองเห็นหยุนเช่อก่อนจากนั้นจึงสังเกตเห็นกลุ่มก้อนเลือดเนื้อแหลกเหลวบนพื้น แม้ว่าร่างของเซียวป้าจะถูกแยกส่วนออกนับพันๆ ชิ้น เซียวจิ่วยังคงสามารถจดจำได้ในเมื่อพวกมันอยู่ร่วมกันมาเป็นสิบๆ ปี ทันใดนั้นเองใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นบูดเบี้ยวดุจปีศาจร้าย ทว่าเมื่อสายตาของมันมองไปทางจัสมินมันกลับกลายเป็นตกตะลึงพรึงเพริด
เซียวป้าและเซียวจิ่วเกิดจากสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์สถานะของพวกมันในตระกูลเซียวอันยิ่งใหญ่เป็นได้เพียงมดปลวกทว่าเมื่อพวกมันได้แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์พวกมันได้รับการคัดเลือกและข้ามผ่านการฝึกฝนที่แสนยากลำบาก จากนั้นจึงได้กลายมาเป็นผู้อารักขาเซียวกวงหยุนพวกมันมิเพียงมีระดับพลังปราณที่น่าตกใจ บุคลิกภาพของพวกมันยังเย็นชาไร้อารมณ์พวกมันเพียงรู้จักคำว่าภักดี ทั้งยังไม่มีความสนใจอื่นใดทั้งสิ้น…แม้กระทั่งสตรี!แม้ว่าพวกมันจะมีสาวงามเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนอยู่ในอ้อมแขน สีหน้าและอารมณ์ของพวกมันล้วนไม่หวั่นไหวแม้เพียงน้อยนิดประดุจดังพวกมันคือหุ่นยนต์ไร้แรงขับทางเพศโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่าการมีรสนิยมกับเด็กสาวอายุน้อยยิ่งเป็นไปไม่ได้
ทว่า ในวินาทีที่มันมองเห็นจัสมินดวงตาของมันกลับกลายเป็นพร่างพรายร่างกายของมันรู้สึกชาด้านแบบที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อนโลหิตทั่วร่างพลันระอุพลุ่งพล่านจนแทบเดือดเป็นไอ
มันไม่ทราบว่าจะใช้คำพูดใดเพื่อพรรณนาความงามที่เบื้องหน้าของมันได้…ดวงตาของนางเปรียบดังไข่มุกสะท้อนประกายงามงดที่สุดในโลกหล้าทั้งระยับวับวาวทั้งลึกลับน่าค้นหา สองปรางและองค์ประกอบบนใบหน้า ล้วนประณีตงดงามไร้มลทินใดๆสมบูรณ์แบบถึงขั้นที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้ประดุจดังตุ๊กตาที่ถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยกงาม…
เส้นสายรูปร่างที่ทั้งอ่อนโยนทั้งบอบบางเต็มไปด้วยเลือดเนื้อที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ทว่าเย้ายวนอย่างถึงที่สุด ชุดยาวสีขาวที่ทิ้งตัวลงครอบคลุม ขับเน้นความงามจนคล้ายจะหยาดหยดที่โผล่พ้นขอบกระโปรงออกมา คือเรียวน่องเหยียดตรงแบบบาง พร้อมด้วยผิวพรรณขาวนวลลออดุจดังหยกเนื้อดีดูไปคล้ายถูกเคลือบคลุมด้วยนมผึ้งเป็นประกายทั้งยังกระจ่างสุกใสคล้ายเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งเท้าทั้งสองที่หยัดยืนอยู่บนพื้นเปรียบดังกลีบทั้งสองของดอกบัวหิมะ งดงามไร้ที่ติดุจดังมิใช่ความงามในโลกมนุษย์
ในโลกนี้ถึงกับมีความงามที่งามงดถึงขั้นนี้ได้อย่างไร…?
เซียวจิ่วยืนนิ่งค้างประดุจถูกแช่แข็งในดวงตาทั้งสองข้างของมันที่เบิกค้างจนกลมกว้างแฝงไว้ด้วยความตกตะลึงคล้ายสติสัมปชัญญะทั้งมวลล้วนโบยบินสู่สวรรค์ และคล้ายวิญญาณถูกกระชากออกจากร่างไปมันลืมเลือนเซียวป้าผู้ตายอย่างอนาถาทั้งยังลืมเลือนหยุนเช่อเป้าหมายของตน ในสายตาของมัน ในสติสัมปชัญญะทั้งมวลของมันที่คงอยู่มีเพียงเด็กสาวที่เป็นสีสันทั้งหมดทั้งมวลในโลกหล้าเส้นผมสีแดงเพลิงที่สยายตามสายลมของนางเพิ่มพูนความน่าหลงใหลให้แก่โฉมงามทำให้หัวใจของมันเต้นรัวแรง ทั้งยังทำให้ทั่วร่างของมันพลันร้อนระอุขึ้นภายในใจของมันพลันบังเกิดความต้องการอย่างรุนแรงในการครอบครองเด็กสาวตรึงร่างของนางลงใต้ร่างของมันรุกล้ำทำลายนางโดยปราศจากความยับยั้งชั่งใจอันใดทั้งสิ้น
“หาที่ตาย!!”
เมื่อเห็นสายตาเร่าร้อนด้วยความต้องการอย่างยิ่งยวดของเซียวจิ่วจัสมินพลันปะทุความโกรธแค้นออกมาทางสีหน้าเด็กสาวยกมือขาวราวหยกสลักขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งประทับฝ่ามือไปทางหน้าอกของเซียวจิ่ว…