ราวกับงูเขียวปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศและขยายร่างกลายเป็นงูยักษ์ยาวกว่าสิบจั้งในชั่วพริบตา
มันบดบังท้องฟ้าขวางทางหนีของราชามารตะวันตกเอาไว้
ฟู่!!!
จากนั้นเปลวเพลิงสีเขียวเข้มพลันพวยพุ่งออกมาจากปากทำให้ร่างของราชามารตะวันตกที่กำลังพุ่งขึ้นด้านบนร่วงหล่นกลับลงไปด้านล่างดังเดิม
“บ้าเอ๊ยเสอฮวาฮวา เจ้าเบื่อหน่ายชีวิตแล้วหรืออย่างไร”
ราชามารตะวันตกโดนเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่จนร่วงหล่นลงไปทำให้อารมณ์เสียเป็นอย่างมากจึงตะโกนด่าออกไป
“ถูกต้องแล้วข้าเบื่อหน่ายชีวิตเหลือเกิน สังหารอาจารย์ข้าไปแล้วความแค้นนี้ควรได้รับการชำระแล้วหรือเปล่า”
“อาจารย์เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเจ้าอยากแก้แค้น ข้าจะเล่นกับเจ้าเอง”
ราชามารตะวันตกโกรธขึ้นมาแล้วคนจากสำนักจตุรเทพเข้ามาเขายังไม่โกรธแต่เสอฮวาฮวาเข้าแทรกแซงทำให้เขาทนไม่ไหวแล้ว
สำนักนาคาในหุบเขาสุขาวดีมีชื่อเสียงไม่ดีมาตลอดเมื่อสิบปีก่อน ราชานาคาอาวุโสจากสำนักนาคาต้องการเพิ่มพลังให้ตนเองจึงกลืนกินแมวป่าขั้นเจ็ดที่บาดเจ็บตัวหนึ่งเข้าไป แม้จะสังหารแมวป่าตายไปแล้วแต่จิตสำนึกของแมวป่ายังไม่แตกสลายไป จึงค่อยๆเข้าควบคุมร่างกายของราชานาคาอาวุโสทีละน้อย
สุดท้ายแล้วราชานาคาอาวุโสก็โดนควบคุมเจอใครในหุบเขาสุขาวดีก็ไล่ล่าสังหารไปเสียหมด ด้วยพลังที่น่ากลัวของเขาจึงหาคู่ต่อสู้ได้ยากในหุบเขาสุขาวดี
คนที่ตายด้วยน้ำมือของเขามากมายนับไม่ถ้วน
สุดท้ายแล้วราชามารตะวันตกจึงลงมือสังหารราชานาคาอาวุโสตายไปซึ่งต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บหนักของตนเอง
หลังจากนั้นสำนักนาคาและราชามารตะวันตกก็ไม่ลงรอยกันอีกเลยกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเรื่อยมา
ราชามารตะวันตกมีด้านที่เย่อหยิ่งเนื่องจากตำแหน่งราชามารเขาไม่มีทางอธิบายอะไรเพื่อแก้ต่างให้ตนเองอยู่แล้วส่วนสำนักนาคาทำตัวดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดิมทีคิดว่าจะปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้คิดไม่ถึงว่าตอนนี้สำนักนาคาจะกล้าลงมือกับเขา
“พวกเจ้าทั้งสี่ได้ยินหรือเปล่าเขาจะเล่นกับพวกเราทั้งห้าคน”
เสอฮวาฮวาไม่เคยลงมือคนเดียวโดยเฉพาะตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองเขาจำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีทางพ่ายแพ้เขาจึงร่วมมือกับสำนักจตุรเทพในทันทีร่างงูขนาดใหญ่ขดตัวอยู่ด้านบนและเคลื่อนที่วนไปรอบๆพลังน่ากลัวทำให้มิติสั่นสะเทือน
“พวกเราสู้กันเด็กอย่างเจ้าเข้ามายุ่งทำไม อยากสู้เจ้าก็สู้เอง”
เทียนเซี่ยงไม่ค่อยพอใจพวกเขาต่อสู้กันเพราะอยากสั่งสอนราชามารตะวันตก ไม่ได้มีเจตนาเดียวกับเสอฮวาฮวาเขาไม่อยากถูกหลอกใช้
“ข้าทนไม่ไหวที่เห็นเจ้าทำตัวน่ารังเกียจเช่นนี้อยากสู้เจ้าก็สู้เองเลย” อีกคนหนึ่งจากสำนักจตุรเทพกล่าว
“พวกเจ้าทะเลาะกับข้าจะมีประโยชน์อะไรราชามารผู้ยิ่งใหญ่ไม่แยแสพวกเราหรอก เจ้าว่าถูกต้องหรือเปล่า”
ร่างกายใหญ่โตของเสอฮวาฮวาขดตัวอยู่ตรงนั้นดวงตากลมโตราวกับกระพรวนทองแดงมองไปทางราชามารตะวันตกพลางกล่าวเขารู้นิสัยของราชามารตะวันตกดี ไม่ว่าจะกล่าวอะไรออกไป อีกฝ่ายไม่มีทางบอกว่าไม่
“จะสู้ก็เข้ามาพร้อมกันเลยพูดพล่ามอะไรอยู่ได้”
ราชามารตะวันตกไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมาคนเดียวหรือมาห้าคนเพราะเขาเชื่อมั่นในตนเอง
“ข้าชอบที่เจ้าเป็นอย่างนี้หากไม่ใช่เพราะพวกเรามีจุดยืนที่ต่างกัน ข้าคงคิดผูกมิตรกับเจ้าไปแล้ว”
เสอฮวาฮวายิ้มเย็นเนื่องจากเขาบรรลุเป้าหมายของตนเองแล้ว
แม้ว่าสี่เซี่ยงจากสำนักจตุรเทพจะรู้ว่าตนเองโดนเสอฮวาฮวาหลอกใช้แต่เมื่อได้ยินคำของราชามารตะวันตก พวกเขาจึงไม่คิดอะไรอีก
จัดการให้จบเรื่องไป
ขณะนี้ราชามารตะวันตกยืนอยู่ตรงกลาง สี่เซี่ยงยืนล้อมอยู่สี่ด้าน ร่างกายใหญ่โตของเสอฮวาฮวาขดตัวอยู่กลางอากาศพวกเขาต่างจ้องมองราชามารตะวันตกอยู่
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ให้ใครได้มีเวลาเตรียมตัวราชามารตะวันตกซัดศาสตราวิเศษขั้นปฐพีของเขาออกไปในทันที เป็นมีดสั้นเล่มหนึ่ง
มีดสั้นพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเสอฮวาฮวาที่อยู่ด้านบน
ทว่าเสอฮวาฮวาเตรียมตัวอยู่นานแล้วในขณะที่อีกฝ่ายกระโจนขึ้นมาเปลวเพลิงสีเขียวเข้มพลันแผ่กระจายออกไปอย่างไร้ขอบเขตปกคลุมตนเองไว้ทั้งด้านในและด้านนอก ด้านละสามชั้นทั้งยังห่อหุ้มราชามารตะวันตกที่กระโจนขึ้นมาแล้วเอาไว้ด้วย
สี่เซี่ยงต่างพุ่งทะยานขึ้นไปเข้าไปท่ามกลางเปลวเพลิงพร้อมๆ กัน และเริ่มสู้กับราชามารตะวันตก
ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่าสี่เซี่ยงมีความคิดเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริงคู่ต่อสู้ของพวกเขาคือราชามารตะวันตก และแม้จะโดนหลอกใช้เช่นนี้แล้วแต่ยังพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถ
ส่วนเสอฮวาฮวากลับไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้นี้โดยตรงเขาใช้ร่างกายใหญ่โตของตนเองควบคุมสถานการณ์โดยรวมเอาไว้ คล้ายเป็นผู้กุมโชคชะตาและตอนนี้ผู้กุมโชคชะตากำลังควบคุมชะตาชีวิตของราชามารแห่งหุบเขาสุขาวดีอยู่
บนท้องฟ้าไม่ไกลกันนักเสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยกำลังต่อสู้กันอยู่ท่าทางของเสิ่นเสวียนยิ่งทำให้ทุกคนที่ได้เห็นตื่นตกใจ
อย่าเห็นว่าเสิ่นเสวียนมีท่าทีไม่แยแสอะไรแต่เขาสามารถสู้กับจี๋เล่อน้อยได้อย่างสูสี
น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
ในตอนนี้หากจะถามหาผู้แข็งแกร่งที่สงบนิ่งมากที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นราชามารทิศเหนือ
ราชามารทิศเหนือนั่งอยู่บนพรมวิเศษของราชามารตะวันตกบนนั้นยังเหลือสุราและอาหารอยู่อีกเล็กน้อยครึ่งปีที่ผ่านมานี้ความสัมพันธ์ของราชามารทั้งสองก้าวหน้าขึ้นไปอีกก้าวหนึ่งไม่ต้องเกรงใจเรื่องกินดื่มกันแล้ว
“พลังของเสิ่นเสวียนแข็งแกร่งมาก!”
ซูเหยียนมองเสิ่นเสวียนบนท้องฟ้าพลางกล่าวชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้เขาดูออกว่าจี๋เล่อน้อยยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาเห็นความสำคัญของเสิ่นเสวียน
ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้พรสวรรค์ของเขาอยู่ในสามอันดับแรกของหุบเขาสุขาวดีมีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี
ตอนนี้กลับมีเสิ่นเสวียนปรากฏตัวขึ้นทำให้ความรู้สึกไม่ยุติธรรมภายในใจค่อยๆ ปะทุออกมา
“อย่าได้ดูถูกพวกเขาสองคนเป็นอันขาดแต่ละคนไม่ธรรมดากันเลย และเจ้าต้องระวังเจ้าหนุ่มนี่ด้วยเช่นกัน”
ราชามารทิศเหนือดื่มสุราแล้วส่งสัญญาณบอกซูเหยียนให้สังเกตเริ่นเสี้ยวเทียนเอาไว้ด้วย
เริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้กำลังมองการต่อสู้บนท้องฟ้าอย่างมุ่งมั่นเมื่อถึงคราวจำเป็นเขาต้องเข้าร่วมด้วยอย่างแน่นอน
ซูเหยียนพยักหน้าเห็นด้วยสำหรับเขาแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนน่ากลัวกว่าเสิ่นเสวียนมากทั้งสองคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวทำให้ความรู้สึกมั่นใจของเขาถูกทำลายไปจนแทบไม่เหลือแล้ว
“จำไว้ให้ดีจงเข้มแข็งเมื่อเผชิญหน้าความแข็งแกร่ง จึงจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้อย่างแท้จริงการคิดเล็กคิดน้อยไม่ได้เป็นประโยชน์มากนัก”
“ขอรับ”
ซูเหยียนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำของราชามารทิศเหนือ
ราชามารทิศเหนือในตอนนี้ดูผ่อนคลายมากเขาไม่ค่อยใส่ใจความวุ่นวายริมทะเลสาบตอนนี้สักเท่าไร แล้วกล่าวกับซูเหยียนอีกว่า
“เข้ามานี่มากินด้วยกัน เล่าเรื่องที่เจ้าไปเจอมาในนั้นให้ข้าฟังหน่อย”
“ขอรับท่านพ่อ”
ซูเหยียนพยักหน้าแล้วขึ้นไปนั่งบนพรมวิเศษเล่าเรื่องในสุสานที่เขาพบเจอมาให้ราชามารทิศเหนือฟังครึ่งปีมานี้แม้จะได้รับประสบการณ์ไม่น้อยภายในสุสาน พลังมั่นคงขึ้นมากแต่ยังห่างจากการเลื่อนขั้นอยู่อีกไกลเหมือนกัน
บนท้องฟ้ากำลังต่อสู้กันอยู่ราชามารทิศเหนือและซูเหยียนก็กำลังดื่มกินกัน เหลยป้าเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆ แววตาพลันส่งประกายชั่วร้ายออกมา
ตามมาด้วยเสียงเล็กๆดังขึ้นในหูของเขา
“ทำตามแผน”
เสียงนี้เบามากใช้วิธีการส่งกระแสจิตวิญญาณเข้าไปในหูของเหลยป้าเทียนทำให้คนตรงนั้นไม่มีใครสังเกตเห็น
เขาเงยหน้าขึ้นมองการต่อสู้บนท้องฟ้าเล็กน้อยเสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยยังคงต่อสู้อย่างดุเดือด คนอื่นไม่รู้จักเสิ่นเสวียนแต่เขารู้จักดี
นี่ยังไม่ใช่พลังแท้จริงของอีกฝ่ายรวมเข้ากับการฝึกฝนครึ่งปีที่ผ่านมานี้พลังแท้จริงน่าจะเกือบถึงขั้นราชันระดับสูงสุดแล้วกระมัง!
หลังจากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมองสองพ่อลูกที่กำลังดื่มกินกันอยู่
เขาโค้งกายเดินเข้าหาราชามารทิศเหนืออย่างรวดเร็ว
“ท่านราชามารเสิ่นเสวียนซ่อนการสืบทอดที่แท้จริงของผู้เฒ่าจี๋เล่อไว้ภายในร่าง”
เขาโค้งกายลงพลางกล่าวกับราชามารทิศเหนือเบาๆ
“การสืบทอดที่แท้จริง?”
หลังจากได้ยินดังนั้นราชามารทิศเหนือมีสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย แต่ในขณะที่เขาคลายจากความตกใจกริชเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างน่าประหลาด
พลังน่ากลัวพลันปะทุออกมาพร้อมกับแทงเข้าไปยังร่างของราชามารทิศเหนืออย่างแม่นยำ