แสงแดดอ่อนรำไรยามเช้าที่ทอดผ่านยอดไม้ใหญ่ลงมาปะทะเปลือกตา ทำให้พายค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราที่แสนยาวนาน
ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาไม่ใช่ความสดชื่นของรุ่งอรุณ แต่เป็ความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัวราวกับร่างกายถูกบดขยี้ โดยเฉพาะที่ส้นเท้าซ้ายซึ่งถูกพันผ้าพันแผลไว้อย่างประณีต กลิ่นไอดินหลังฝนตกที่แสนชุ่มฉ่ำอบอวลอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นควันไฟจางๆ ที่เหลือเพียงเถ้าถ่านสีเทาในกองไฟเบื้องหน้า พายขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก กระดูกและกล้ามเนื้อของเธอประท้วงด้วยความตึงเครียดจากการกลิ้งตกเขาเมื่อวันก่อน
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ชะง่อนผาที่ใช้ซุกนอนมาตลอดทั้งคืน ทว่ากลับไม่พบร่างสูงในชุดลายพรางที่ควรจะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
หัวใจของนักข่าวสาวกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนก ความเงียบเชียบของป่ารอบข้างในตอนนี้ดูน่ากลัวขึ้นมาทันทีเมื่อไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ เธอรีบหันมองหาเป้และอุปกรณ์กล้องของตัวเอง ซึ่งยังคงวางอยู่ที่เดิมอย่างปลอดภัย ทว่าเ้าของปืนไรเฟิลคู่ใจกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าคอมแบทจางๆ บนพื้นดินที่ยังชื้นแฉะ
"คุณไนท์..."
พายลองเอ่ยเรียกเสียงแ่เบา คอของเธอแห้งผากจนเสียงที่ออกมาดูเหมือนเสียงกระซิบที่หายไปกับสายลม ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงเสียงนกป่าที่เริ่มออกหากินสลับกับเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ จากลำธารเบื้องล่าง ความกลัวเริ่มกัดกินใจทีละน้อย หรือว่าเขาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่? หรือว่าพวกตัดไม้จะย้อนกลับมาจัดการเขาไปแล้ว?
พายพยายามยันกายลุกขึ้นยืนโดยใช้ผนังหินเป็ที่ยึดเหนี่ยว ความเ็ปที่ส้นเท้าทำให้เธอต้องกัดฟันกรอดจนกรามแน่น แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะเสียขวัญ เสียงสวบสาบของใบไม้ที่ถูกเหยียบก็ดังมาจากแนวป่าด้านหลังชะง่อนผา
ร่างสูงกำยำของผู้กองไนท์ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางไอหมอกสีขาวจางๆ ที่กำลังลอยละล่อง
เขายังคงอยู่ในชุดลายพรางตัวเดิมที่บัดนี้แห้งสนิทแล้ว ทว่าตามขากางเกงกลับเปียกชุ่มด้วยน้ำค้างจากยอดหญ้า ในมือของเขาหิ้วกระติกน้ำสนามและมีห่อใบไม้สีเขียวสดขนาดใหญ่อยู่ในมืออีกข้าง สายตาคมกริบปรายมองมาที่หญิงสาวเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ากองไฟที่มอดดับไปแล้ว
"ตื่นแล้วก็กินน้ำซะ หน้าคุณดูไม่ได้เลย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นฟังดูเ็าเหมือนเดิม แต่มันกลับทำให้พายรู้สึกโล่งใจจนแทบอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้อีกรอบ เธอรับกระติกน้ำมาดื่มอึกใหญ่ น้ำเย็นเฉียบช่วยปลุกประสาทััที่ด้านชาให้กลับมาทำงานอีกครั้ง "คุณหายไปไหนมาคะ... ฉันคิดว่าคุณจะทิ้งฉันไว้ซะแล้ว"
"ผมไปเดินสำรวจรอบๆ มา พวกมันยังไม่ได้ตามลงมาที่หุบนี้ แต่เราก็ประมาทไม่ได้"
ไนท์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าแล้ววางห่อใบไม้ลงบนหินก้อนใหญ่ เมื่อเปิดออกพายก็พบกับลูกไม้ป่าสีแดงสดและหัวมันเผาที่ยังส่งไอความร้อนจางๆ ออกมา "กินซะ เราต้องเดินทางต่อั้แ่นกยังไม่ตื่นดี หมอกหนาแบบนี้แหละที่เป็ม่านบังตาที่ดีที่สุดสำหรับเรา"
พายมองดูอาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายแต่กลับดูล้ำค่าที่สุดในสถานการณ์นี้ เธอหยิบหัวมันเผาขึ้นมาประคองไว้ในมือ ไออุ่นจากมันช่วยบรรเทาความหนาวเย็นของอากาศยามเช้าได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ "ขอบคุณนะคะ... แล้วแผลของคุณล่ะ เป็ยังไงบ้าง"
ไนท์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับยื่นมือมาคว้าข้อเท้าของเธอไปตรวจสอบแผลพุพองที่พันผ้าไว้แทน
ััจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านแต่เบามือของเขายังคงทำให้หัวใจของพายเต้นผิดจังหวะเหมือนเมื่อคืน แสงแดดสีทองรำไรที่เริ่มสาดส่องผ่านม่านหมอกลงมาฉาบไล้บนใบหน้าของเขา ทำให้พายมองเห็นรอยคล้ำใต้ตาจางๆ ที่บอกว่าเขาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืนเพื่อเฝ้ายามให้เธอ
"แผลแห้งดีแล้ว เดินไหวใช่ไหม"
เขาเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาสีนิลคู่นั้นดูนิ่งสงบราวกับลำธารเบื้องล่าง ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกว่า ไม่ว่าป่าแห่งนี้จะโหดร้ายเพียงใด ตราบใดที่มีผู้ชายคนนี้เดินนำหน้า เธอจะไม่มีวันหลงทาง
"ไหวค่ะ... ฉันจะไม่เป็ภาระคุณแน่นอน"
พายตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้นกว่าเดิม ไนท์เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ เป็การรับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเก็บสัมภาระทั้งหมด ม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้ากำลังเริ่มเคลื่อนตัวปกคลุมไปทั่วหุบเขา มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่สวยงามปานภาพวาด ทว่าลึกเข้าไปในหมอกขาวนั้น... อันตรายที่ซ่อนคมเล็บไว้กำลังรอคอยพวกเขาอยู่
ม่านหมอกสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่วป่าแม่ฮ่องสอนยามเช้านี้ ดูเหมือนผืนผ้าไหมขนาดมหึมาที่ตกลงมาห่อหุ้มทุกชีวิตไว้ในความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง
พายก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างของไนท์ไปอย่างระมัดระวัง เสียงเหยียบใบไม้ชื้นดัง ‘ฟุ่บ’ แ่เบาจนแทบถูกกลืนหายไปกับความเงียบของป่าหลังฝน ความหนาวเย็นที่แทรกซึมผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบางทำให้เธอต้องพยายามขยับตัวตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ขณะที่จมูกยังคงได้รับกลิ่นหอมสะอาดของมอสและเฟิร์นที่ชุ่มน้ำ ผสมกับกลิ่นอายดินที่ยังคงระเหยขึ้นมาเป็ไอจางๆ
ไนท์ก้าวเดินอย่างมั่นคงและแ่เบาจนดูเหมือนร่างของเขาจะกลืนหายไปกับม่านหมอกในบางจังหวะ ท่าทางของเขาดูสุขุมและนิ่งสนิทราวกับเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติแห่งนี้
ทุกครั้งที่เขาััได้ถึงแรงสั่นะเืที่ผิดปกติ หรือเสียงนกป่าที่เปลี่ยนโทนกะทันหัน เขาจะหยุดนิ่งและส่งสัญญาณมือให้เธอหมอบลงต่ำทันที ความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นแรงกล้าจนพายััได้ แม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั่นเลยก็ตาม มันคือความกดดันที่ทำให้เธอรู้ว่าพวกเขายังคงถูก ‘ล่า’ อยู่ทุกวินาที
"คุณไนท์... ข้างหน้าทางมันแคบลงหรือเปล่าคะ"
พายกระซิบถามพลางยกกล้อง DSLR ตัวเก่งขึ้นมาประคองไว้ในมือ เธอไม่ได้้าจะเก็บภาพข่าวในตอนนี้ แต่เลนส์เทเลระยะไกลของมันคือสิ่งเดียวที่จะช่วยขยายทัศนวิสัยในม่านหมอกที่หนาทึบให้ดีขึ้นได้ ไนท์พยักหน้าช้าๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่แนวป่าเบื้องหน้า "ทางขาดครับ เราต้องไต่เลาะขอบหินไปอีกนิด ระวังตัวด้วย"
ทว่าในวินาทีที่ไนท์กำลังจะก้าวผ่านพุ่มไม้หนา พายกลับรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่สะท้อนผ่านช่องมองภาพของกล้อง
เธอปรับโฟกัสอย่างรวดเร็วท่ามกลางไอหมอกที่กำลังเคลื่อนตัวระยิบระยับ และนั่นเองที่เธอเห็นประกายแวววาวของโลหะที่สะท้อนแสงแดดรำไรอยู่ท่ามกลางเถาวัลย์ที่รกรุงรัง มันไม่ใช่กิ่งไม้แห้ง และไม่ใช่เถาวัลย์ตามธรรมชาติ แต่มันคือลวดขนาดเล็กที่ถูกขึงไว้ในระดับที่มองเห็นได้ยากยิ่งหากไม่สังเกตด้วยความละเอียดรอบคอบ
"หยุดก่อนค่ะ!"
พายพึมพำเสียงสั่นพลางเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อลายพรางของเขาไว้ได้ทันท่วงที ไนท์ชะงักฝีเท้ากะทันหันจนตัวเซเล็กน้อย เขาก้มมองมือของหญิงสาวที่สั่นเทาที่กำชายเสื้อเขาไว้แน่น ก่อนจะมองตามปลายนิ้วที่เธอชี้ไป "นั่น... มีลวดขึงอยู่ตรงนั้นค่ะ"
ไนท์ทรุดตัวลงคุกเข่าทันทีอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาใช้กิ่งไม้เล็กๆ ค่อยๆ เขี่ยไอหมอกและเศษใบไม้ออกช้าๆ จนเห็นกับดักะเิที่ถูกวางไว้อย่างประณีตและอำมหิต
แววตาของทหารหนุ่มเปลี่ยนเป็ดุดันและเย็นเฉียบขึ้นมาทันที เขามองดูแนวเส้นลวดที่พาดผ่านทางเดินอย่างน่ากลัว ถ้าพายไม่เตือนเขาในวินาทีนี้... ร่างของเขาคงแหลกเหลวไปพร้อมกับแรงะเิ และพายเองที่เดินตามมาข้างหลังก็คงไม่มีทางรอดไปได้เช่นกัน
ไนท์เงยหน้าขึ้นสบตาพาย แววตาสีนิลที่เคยเ็าและมองว่าเธอเป็ภาระที่น่ารำคาญ บัดนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ขอบคุณครับ..." เขาเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ออกมาจากใจจริงเป็ครั้งแรก "คุณมีสายตาที่ละเอียดอ่อนสมกับที่เป็นักข่าวจริงๆ"
คำชมสั้นๆ ที่เรียบง่ายนั้นทำเอาพายหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกที่ถูกยอมรับจากชายผู้แข็งแกร่งและเ็าคนนี้ทำให้หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวและหวาดกลัวพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด มันเหมือนน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจของเธอเริ่มละลายลงทีละน้อยเพราะความอุ่นจากคำพูดของเขา
เขาจัดการทำเครื่องหมายเตือนไว้บนโคนต้นไม้ใหญ่ด้วยสัญลักษณ์ที่คนในหน่วยเท่านั้นจะเข้าใจ ก่อนจะพาพายเลี่ยงออกไปอีกเส้นทางหนึ่งที่ลาดชันและยากลำบากกว่าเดิม
ตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินลื่นและหน้าผาชัน ไนท์คอยส่งมือมาพยุงเธอไว้เสมอ ไม่ใช่แค่การจูงมือแบบขอไปที แต่เขาบีบมือเธอไว้แน่นเพื่อส่งผ่านพลังและความมั่นใจ ััที่สากและกร้านแดดของเขากลายเป็พิกัดที่ยึดเหนี่ยวเดียวที่พายมีในป่าลึกแห่งนี้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาซึมซาบเข้าสู่หัวใจของเธอทีละนิด
"พวกมันรู้ทางเดินเราแล้ว เราต้องเปลี่ยนแผนเดินทางอ้อมหุบเขาด้านโน้นเพื่อเข้าหาลำธารอีกสาย"
ไนท์ชี้ไปยังทิศทางที่หมอกกำลังเริ่มหนาขึ้นอีกครั้ง พายไม่ได้ค้านแม้แต่คำเดียว เธอพยักหน้าพร้อมกับกระชับกล้องในมือแน่นขึ้น เธอรู้ดีว่าในสมรภูมิป่าที่โหดร้ายแห่งนี้ ไนท์คือ ‘เกราะกำบัง’ ที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอ และตอนนี้เธอก็พร้อมจะเป็ ‘ดวงตา’ ที่คอยระแวดระวังภัยและดูแลแผ่นหลังให้เขาเช่นกัน
ม่านหมอกที่เคยดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยความตาย บัดนี้กลับกลายเป็มวลความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด เมื่อมือของเธอถูกกุมไว้ด้วยมือของใครอีกคน
ความเงียบในป่ายามเช้าถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวใจของคนสองคนที่เริ่มเต้นเป็จังหวะเดียวกัน ท่ามกลางกลิ่นไอดินและไอหมอกที่ยังคงปกคลุมไปทั่วป่าแม่ฮ่องสอนที่แสนลึกลับแห่งนี้ สถานการณ์ ‘ล่ากลางป่า’ ยังคงดำเนินต่อไป แต่ ‘กลางใจ’ ของคนทั้งคู่กลับเริ่มละลายเข้าหากันอย่างช้าๆ