พวกเราทานอาหารเที่ยงเสร็จสักพักแล้วแม่ปลอมอาสาล้างจานด้วยตนเอง บอกให้ผมช่วยดูแลแขก และพาเที่ยวชมบ้านผมพาหญิงสาวเดินไปตามจุดต่าง ๆ ทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองตอนที่เข้าไปใกล้จุดซ่อนกล้องก็จะพยายามเอาตัวเข้าบังไว้ไม่ให้เธอสังเกตได้โชคดีที่ผมซุกซ่อนกล้องมีขนาดเล็กเท่าเม็ดกระดุมเหล่านั้นไว้แนบเนียนไปกับเหล่าเฟอร์นิเจอร์แล้วผมพาเธอไปชมห้องนอนผมบนชั้นสอง มันดูสุดแสนธรรมดาเมื่อเทียบกับห้องของหญิงสาวมีข้างของเครื่องใช้เท่าที่จำเป็นจนเหมือนใหม่มากกว่าห้องที่อาศัยเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ผมจงใจปล่อยฝุ่นเกาะบนพื้นเป็นหย่อมปล่อยขี้จิ้งจกไว้บนผนังบางจุด และพับผ้าห่มไว้อย่างลวก ๆ เพื่อความสมจริงหัวใจผมเต้นเร็วกว่าปกติไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้อยู่ในที่รโหฐานกับเธอสองต่อสองเหมือนครั้งก่อนที่ไปชมห้องนอนฝ่ายหญิงแต่ตื่นตระหนกกลัวเธอจะรู้ความจริงมากกว่า
“บ้านท่านนี้ตกแต่งสไตล์มินิมอลลิสต์หมดเลยเนาะ”อิสราทักขึ้นมาขณะกำลังดูภาพโปสเตอร์บนผนังที่เป็นรูปปราสาทสวยงามอันหนึ่งท่ามกลางขุนเขาในยุโรปซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ในทีแรกจนกระทั่งไอรินแสดงชื่อออกมาว่าเป็นปราสาทนอยชวานสไตน์ในเยอรมันทว่าเธอไม่ได้ถาม คงรู้จักดีอยู่แล้ว
“ใช่ เป็นรสนิยมส่วนตัวของครอบครัว” ผมดักทางแก้ตัวไว้ล่วงหน้าต่อ“แม่เป็นคนรักความสะอาดและติดนิสัยชอบเอาของเก่าที่ไม่ใช้แล้วทุกชิ้นไปบริจาคแม่บอกว่าเป็นวิธีการตัดใจจากอดีตหลังจากที่พ่อจากไป”
ผมพยายามรักษาน้ำเสียงไม่ให้เศร้าหมองกับอดีตอันข่มขื่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะคล้อยตาม หญิงสาวเดินไปตามจุดต่าง ๆ ในห้อง ใบหน้าดูราบเรียบไม่ได้มีท่าทีสงสัยใด ๆ เธอหยิบรูปภาพใบหนึ่งในกรอบไม้บนชั้นวางของตรงหัวเตียงนอนขึ้นมาดู
“อันนั้นถ่ายตอนเราห้าขวบก่อนพ่อจะเสียไม่นาน” ผมชี้แจงรูปภาพครอบครัวในมือของอิสราเป็นรูปถ่ายครอบครัวพร้อมหน้า มีคู่ชายหญิงวัย 40นั่งยองประกบซ้ายขวาโอบรอบเด็กชายสองคนตรงกลางโดยมีฉากหลังเป็นชายหาดและทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลผมในวัยห้าขวบกำลังแหงนหน้ามองอะไรบางอย่างตอนลั่นชัตเตอร์ถ้าเธอถามกะจะตอบว่าเป็นเครื่องบิน ส่วนน้องชายของผมอยู่ในล้อเข็นเด็กอันที่จริงเขาโตพอที่จะเดินได้แล้วถ้าไม่ได้พิการแต่กำเนิดแม้ว่าจะเป็นภาพปลอมแต่บางส่วนก็วางอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริงโชคดีที่อิสราไม่ได้นำภาพนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียดไม่งั้นก็จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่เอไอทำขึ้น
“น่าเสียดายนะที่พ่อของท่านด่วนจากไปเสียก่อน”อิสราเอ่ยขณะเพ่งตาไปยังชายในชุดเสื้อลายดอกกางเกงขาสั้นในรูปภาพ“ท่านเคยเล่าว่าคุณพ่อเป็นโรคหัวใจใช่ไหม”
“ใช่แม่บอกว่าพ่อเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันตอนนั้นแม่พาไปขยายเส้นเลือดช้าไป พอปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ ก็กลายเป็นหัวใจล้มเหลว”ผมเล่าได้เป็นฉาก ๆ โดยไอรินช่วยเสิร์ฟข้อมูลความรู้ทางการแพทย์ให้
“ท่านอยู่ที่โรงพยาบาลนานไหมก่อนที่จะเสีย”หญิงสาวเอ่ย สีหน้าเฉยเมย งงว่าทำไมเธออยากรู้ จะได้เอาเป็นอุทาหรณ์เหรอแถมยังดูสอดรู้เกินควรราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนกับตอนที่แสดงความเสียใจที่รับรู้ชะตากรรมพ่อผมครั้งแรก
“ตอนนั้นเรายังเล็กอยู่เลยไม่รู้อะไรแม่เล่าว่า ท่านอยู่ในห้องซีไอซียู[1]นานเกือบเดือนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องปอดและหัวใจเทียม[2] แม่ใช้เวลาทำใจอยู่นานก่อนจะตัดใจได้”ผมทำเสียงสงบเงียบแทนที่จะโศกเศร้าเพื่อความสมจริงเด็กที่เสียพ่อไปตั้งแต่ก่อนจำความได้ คงไม่ทันสานสร้างความสัมพันธ์กับท่านน่าจะกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้ได้โดยไม่จมดิ่งสู่อดีตอันหมองหม่น
“แม่ของท่านเล่าแบบนั้นจริงเหรอหรือว่าท่านจำผิด” อิสราวางรูปภาพลงที่เดิม แล้วหันมาประจันหน้ากับผม ดวงตาคู่นั้นจับจ้องแน่วนิ่งทำหัวใจผมเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้งแววตาเธอบ่งบอกชัดว่าไม่เชื่อเรื่องที่ผมเล่าหรือไม่ผมก็พูดอะไรบางอย่างที่ชวนสงสัยออกไป
“ไม่ผิดนะ มีอะไรเหรอ” ผมฝืนยิ้มสู้รอดูท่าทีของเธอก่อน
“ทำไมพ่อของท่านถึงไม่รักษาด้วยโคท(COAT) ล่ะ เมื่อ 20ปีก่อนก็ใช้กันแพร่หลายแล้วนะ”อิสรากล่าวถึงคำศัพท์เฉพาะราวกับว่าผมจะรู้ความหมายโชคดีที่ไอรินสามารถแปลได้ทันท่วงที หญิงสาวพูดถึงการปลูกถ่ายอวัยวะที่โคลนขึ้นมาโดยใช้เซลล์ของผู้ป่วยเองปกติตอนที่ทุกคนเกิดจะมีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดสำรองเอาไว้ เมื่อมีอวัยวะของคน ๆนั้นเสียหายก็จะเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดนั้น เหมือนกับการโคลนนิ่งอวัยวะอันใหม่แล้วผ่าตัดปลูกถ่ายกลับไปทดแทนอวัยวะเดิมของตนเอง
“ยิ่งคนอายุน้อย ๆ ทำยิ่งโอกาสสำเร็จสูงเพราะว่ายังไม่ค่อยเกิดความเสื่อมเพราะร่างกายมากท่านเล่าว่าตอนที่พ่อของท่านเสียชีวิตอายุแค่ 40 ปีเอง เวลาหนึ่งเดือนน่าจะทันถมเถไปนะ”
โลกรอบตัวพลันเงียบงันไปชั่วขณะผมฝืนสบสายตาจ้องจำผิดของอิสรา เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมข้างขมับ หัวใจกระหน่ำรัวด้วยอาการจนมุมปกติเธอจะไม่นำทักษะการซักฟอกแบบนักข่าวมาใช้กับเพื่อนนี่เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอกำลังสงสัยว่าผมโกหกแน่นอนว่าไม่มีคำตอบในภูมิหลังที่คิดไว้ล่วงหน้าผมไม่คาดคิดว่าเธอจะรู้ลึกถึงขั้นลงรายละเอียดได้เพียงนี้
ทำยังไงดีทำไงดี
สมองผมหมุนคว้างพยายามหาทางออกจนแทบเก็บอาการลนลานไว้ไม่มิด ควรจะทำเฉไฉว่าไม่รู้แล้วขอไปถามแม่ก่อนดีไหน แต่ก็จะเกิดคำถามว่าทำไมแม่ถึงไม่เล่าให้ฟังตลอด 20 ปีหรือผมควรยืนกรานว่าเคยเล่าแล้ว แต่ดันจำไม่ได้เอง ก็จะดูแปลก ๆเหมือนมีลับลมคมในอีก ไม่รู้ว่าหนทางไหนจะสร้างความฉงนน้อยที่สุดไอรินก็ไร้ประโยชน์ในในการตัดสินใจนี้
“เออ...“ ผมนิ่งงันด้วยสีหน้าซีดเซียวรู้สึกจนปัญญาจริง ๆ เธอยังเพ่งมองแน่วนิ่ง
“พ่อเขาเป็นคนปฏิเสธการรักษาเอง...”
เสียงหนึ่งดังมาจากบันไดบ้านชั่วอึดใจต่อมาหญิงวัยกลางคนก็โผล่ศีรษะมาที่ชั้นสองผมกับอิสราเหลือบไปมองทางเดียวกัน
“ตามข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก20351-6-2 สิทธิการตายแล้วก็กฎหมาย ค20374-5-4 การุณยฆาต”อามาเน่แจกแจง ผมไม่รู้ว่าเธอจำได้เอง หรือดูจากข้อมูลบนจอเอวีเอสอีที่สวมใส่กฎหมายในยุคนี้มีการเปลี่ยนบ่อยครั้งจึงเขียนอยู่ในรูปตัวเลขรหัสเพื่อความสะดวกในการอ้างอิงไม่ให้ยาวจนเกินไปอักษรแรกแทนศักดิ์ของกฎหมาย ก คือรัฐธรรมนูญ ค คือ พรบ. ตัวเลขต่อมาคือ ปีล่าสุดที่แก้ไขจำนวนครั้งที่ปรับปรุง มาตรา และวรรคตามลำดับ ผมมั่นใจว่าเธอเข้าใจตัวบทกฎหมายจริงสมแล้วที่ธรณีชวนร่วมก่อตั้งพรรคการเมือง
หญิงสูงวัยเล่าต่อ“สามีเราเคยทำพินัยกรรมชีวิต แสดงความจำนงไว้นานแล้วว่า ถ้าเขาสูญเสียการรู้ตัวจนไม่สามารถตัดสินใจได้หรือพิการถาวร จะไม่ยินยอมรักษาใด ๆ และถ้าร่างกายไม่ยอมดับสลายไปเองตามธรรมชาติก็ให้การุณญฆาตเสีย...”
ผมทึ่งทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของอามาเน่หนำซ้ำยังพูดอย่างคล่องแคล่ว และดูเป็นธรรมชาติจนน่าขนลุกเธอช่วยชีวิตผมไว้ได้ทันท่วงทีจริง ๆ
“...หลังจากที่พ่อของชาได้รับการปั้มหัวใจกลับมาทำงานอีก แต่สมองเขาขาดออกซิเจนนานเกินไปจนไม่ได้สติทีมแพทย์ได้รอดูอาการสักพักจนมั่นใจว่าเป็นความเสียหายถาวร ถึงรักษาด้วยโคท ฟื้นขึ้นมาได้สมองอาจเหลือการทำงานเพียง20% มีปัญหาเรื่องความทรงจำ การตัดสินใจ หรือถ้าแย่กว่านั้นคือกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดเป็นเหตุผลว่าทีมแพทย์ปรึกษาทนายความส่วนตัวของเขาแล้วตัดสินใจทำตามพินัยกรรมนั่นก็คือ หยุดการรักษา แล้วปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบ”
ตลอดเวลาที่เล่าภรรยาปลอมของพ่อผมพูดถึงเรื่องความตายด้วยใบหน้าสงบนิ่งราวกับว่าปลงกับสัจธรรมของชีวิต จนแยกไม่ออกว่าเป็นการแสดงหรือรู้สึกแบบนั้นจริง ๆอิสรานิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง มีแวบหนึ่งที่แววตาของเธอฉายประกายความเย็นชาก่อนจะกลับมาอ่อนโยนตามปกติ หญิงสาวค้อมตัวเล็กน้อยให้แม่ผมในที่สุด
“ขอโทษนะค่ะที่เราเสียมารยาทถามมากเกินไป...นับเป็นการตัดสินใจที่น่านับถือมากเลยค่ะ”อิสราเอ่ยด้วยใบหน้าเหมือนสำนึกผิด ผมพลอยรู้สึกแบบเดียวกันไปด้วยไม่ใช่เศร้าใจเรื่องพ่อ เพราะบุพการีผมยังมีชีวิตอยู่ในปี 2020 แต่ละอายที่เอาเรื่องนี้มาล้อเล่นกับเธอ
ผมรอดมาได้อย่างหวุดหวิดไม่รู้ว่าเธอจะเชื่อสนิทใจแค่ไหน สายตาที่เย็นชาในเสี้ยววินาทีนั้นคืออะไรกันแน่ทว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็ไม่ก้าวล้ำชีวิตส่วนตัวครอบครัวผมอีก
--------------------
พวกเราคุยกันเพลินจนลืมเวลารู้ตัวอีกทีท้องฟ้าภายนอกก็เริ่มมืด อามาเน่ชวนอิสราทานอาหารเย็นแต่เธอปฏิเสธ บอกว่ามีนัดกับที่บ้าน สาเหตุหนึ่งที่ผมไม่นัดอิสราตั้งแต่หัววันเพราะเกรงว่าจะคุยนานเกินไปจนยืดเยื้อเลยใช้ข้ออ้างว่าแม่ผมต้องไปทำงานในฟาร์มช่วงเช้า
“ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับอาหารและก็การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่าน เราสนุกมาเลยค่ะ”อิสราย่อตัวไหว้อามาเน่อย่างอ่อนช้อย ขณะยืนอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว
“เดี๋ยวเราไปส่งท่านไหม” ผมเสนอตัวรู้ว่าเธอต้องเรียกแท็กซี่เพื่อไปส่งที่สถานีรถไฟไฮเปอร์ลูปผมบอกเธอไปแล้วว่าจะนอนค้างที่นี่คืนนี้หลังจากที่ส่งแขกเสร็จผมมีเวลาอีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงรอบสุดท้ายของรถไฟที่จะกลับพฤฒธานีหญิงสาวปฏิเสธผมด้วยความเกรงใจ
“ไม่ต้อง ก็ได้นะห้านาทีก็ถึงสถานีกลางเสมาแล้ว”
“ให้ ชา ไปส่งเถอะจ๊ะ เขาเป็นห่วงท่าน”จู่ ๆ อามาเน่พูดออกมาทำเอาผมหน้าแดงเรื่ออย่างขวยเขิน ในขณะที่อีกฝ่ายยิ้มน้อย ๆไม่ได้มีท่าทีหวั่นไหว
“ก็ได้ค่ะ” อิสราเปลี่ยนใจสิ้นเสียงเธอรถแท็กซี่สี่ล้อก็แล่นมาจอดเทียบท่าต่อหน้าผมประตูทั้งสองฝั่งเปิดขึ้นอัตโนมัติ เราสองคนเข้าไปนั่งและประตูก็ปิดอามาเน่กับอิสราโบกมืออำลากันและกันแล้วอามาเน่ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านในขณะที่รถกำลังจะออกตัวภาพนี้ทำให้ผมนึกอะไรบางอย่างได้
“เดี๋ยวก่อนนะอิสรา เราลืมบัตรเอ็มการ์ด”ผมบอกพร้อมกดปุ่มบนจอภาพให้แท็กซี่ขึ้นเบรกมือไว้
“งั้นท่านไม่ต้องไปส่งเราก็ได้”
“ไม่เป็นไร ไม่เกินห้านาที เดี๋ยวเราวิ่งไปเอาเรายังอยากไปส่งท่านอยู่” ผมอ้อนวอนจนเธอยอม พอประตูรถเปิดผมก็กระโดดลงแล้ววิ่งตรงไปทางเข้าบ้าน อามาเน่ดูแปลกใจพฤติกรรมนี้
“เข้ามาคุยกันในบ้านเถอะครับ เดินปกติไม่ต้องรีบ” ผมกระซิบบอกหญิงสูงวัยขณะโฉบผ่าน มั่นใจว่าอิสราไม่ได้ยิน
ผมทำทีเป็นเร่งฝีเท้าส่วนอามาเน่ตามมาสมทบด้วยความเร็วปกติ เมื่อประตูบ้านปิดลง ผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“วันนี้ท่านทำได้ดีมาเลยเกินความคาดหวังเราไปมาก” ผมชื่นชมแม่ปลอมด้วยใจจริง พร้อมกับยกนิ้วให้ เธอสวมบทบาทได้อย่างไร้ที่ติ
“เดี๋ยวพอเรากับอิสราออกไปแล้วท่านกลับบ้านเลยก็ได้นะ ขอบคุณมาก นี่ค่าจ้างตามสัญญา”
ผมล้วงบัตรเอ็มการ์ดออกมาจากกระเป๋ากางเกงอันที่จริงผมไม่ได้ลืมของ แต่จำเป็นต้องกลับมาคุยกับอามาเน่ก่อน กลัวว่าแม่จะรอนานผมกดเลขค่าจ้างเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดือนแล้วยื่นไปต่อหน้าเธอ อันนี้เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ที่จ่ายหลังงานเสร็จเงินมัดจำครึ่งแรกจ่ายไปแล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน แค่อามาเน่ยื่นไมโครชิปที่ฝังในมือมาแตะการโอนเงินก็จะเสร็จสมบูรณ์
แต่ทว่าสีหน้าของนักแสดงรุ่นใหญ่ดูไม่ได้ชื่นชมยินดีขนาดนั้นเธอกลับยืนไม่ไหวติง
“นี่ไม่ใช่เรียลลิตี้โชว์อย่างที่ท่านบอกแต่แรกใช่ไหม”อามาเน่จ้องผมเขม็ง
คำพูดนั้นแทงใจดำจนผมสะดุ้งเฮือก
[1]CICU : Cardiac Intensive Care Unit หน่วยดูแลผู้ป่วยหนักทางโรคหัวใจ
[2]ECMO : Extracorporeal Membrane Oxygenation เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอดเช่น ใช้ในภาวะวิกฤตที่หัวใจวายหรือปอดล้มเหลวรุนแรง