หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 12


    ลูกค้าหลายคนมองอาหารแล้วถึงกับกลืนน้ำลายกันใหญ่ แต่เมื่อทราบราคา ทำให้ยังไม่มีใครกล้าตัดสินใจซื้อ เพราะแม้อาหารจะดูน่ากินมากแค่ไหน ดูสวยงามมากแค่ไหน แต่ถ้ารสชาติมันไม่ต่างกับที่พวกเขากินกันทุกวัน พวกเขาก็ไม่จำที่จะต้องเสียเงินชื้ออาหารที่ร้านนี้มากิน บางคนทำงานเป็นช่างรับจ้างที่ได้เงินเพียงวันละ 1 เหรียญเงิน ดังนั้น ถ้ามันไม่อร่อย ราคาที่พวกเขาต้องเสียมันก็ดูไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่ พวกลีมูนเองก็มองอาหารตรงหน้าอยู่สักพัก ก่อนจะเริ่มกัดข้าวเหนียวและตามด้วยไก่ทอด ตามคำแนะนำของหลงเฟย สัมผัสแรกที่รู้สึกเหมือนข้าวร้อนๆ บวกกับไก่ที่มีความมันหน่อยๆ ทำให้มันเป็นรสชาติที่แสนจะพิเศษ จากนั้นพวกเขาก็ลองจิ้มไก่ลงไปในน้ำจิ้ม ตัวของน้ำจิ้มที่มีรสชาติเผ็ดร้อน แต่มันกลับเข้ากันกับไก่ทอดเป็นอย่างมาก หลังจากได้ลองลิ้มรสชาติอาหารไปแล้ว พวกลีมูนก็ไม่พูดไม่จาอะไรอีกมาเลย เอาแต่กินๆ แล้วก็กิน อาหารที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีกเลย “เฮ้ๆยๆ พวกเจ้านะ อย่าเอาแต่กินซิ บอกกันหน่อย รสชาติมันอร่อยหรือไม่” ลูกค้าหลายคนที่มองดูอยู่เริ่มจะทนไม่ไหว จึงเอ่ยถามเพื่อจะเอาคำตอบ“เป็นรสชาติแปลกใหม่ที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ ถ้าพวกเจ้าไม่ลอง ต้องบอกเลยว่าพลาดมาก” ลีมูนเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย จากนั้นลีมูนก็รีบหันกลับไปทานอาหารตรงหน้าต่อ เนื่องจากสังเกตเห็นว่า ระหว่างที่เขามัวแต่หันไปตอบคำถามชาวบ้าน เพื่อนๆ ของเขาก็กำลังจัดการเอาอาหารตรงหน้าเข้าปาก โดยมีท่าทีว่าจะเหลือไว้ให้เขาบ้างเลย             ไม่นานอาหารบนโต๊ะของพวกลีมูนก็ถูกกินจนหมดเกลี้ยง ในขณะเดียวกันพวกชาวบ้านที่มามุ่งดู เมื่อมั่นใจแล้วว่าอาหารร้านนี้คงอร่อยมากแน่ๆ จึงพากันมาแย่งสั่งอาหาร แต่มันดูวุ่นวายจนทำให้หลงเฟยสับสน พวกลีมูนจึงต้องเข้ามาช่วยหลังจากกินเสร็จ จากนั้นความวุ่นวายก็หายไป เมื่อทุกคนเริ่มพากันไปต่อแถวและสั่งอาหาร โดนมีอารีนเป็นคนคิดเงิน มิเชลช่วยตักข้าวเหนียว การินช่วยหยิบไก่และหมูปิ้งไปเสิร์ฟ ส่วนลีมูนกับหลงเฟยช่วยกันทอดไก่และปิ้งเนื้อเพิ่ม  จนเวลาผ่านไปถึงช่วง 08.00 ทุกอย่างในร้านก็ถูกขายจนหมด แม้แต่น้ำจิ้มก็มีคนขอชื้อไปทานกับอาหารอื่นๆ ที่บ้านชาวบ้านหลายคนที่มาไม่ทัน เพราะของมีจำกัด ก็บ่นเสียดายกันใหญ่ หลงเฟยจึงให้สัญญาว่าพรุ่งนี้เขาจะเตรียมอาหารมาให้เยอะขึ้น ทุกคนอื่นยอมแยกย้าย เพราะไม่มีอะไรเหลือให้ซื้อได้อีก หลังจากนั้นหลงเฟยก็มานั่งสรุปรายได้ทั้งหมดของวันนี้ หมูปิ้ง 1,000 ไม้ หักออก 10 ไม้ของพวกลีมูนและตัวของหลงเฟยเอง ขายไม้ละ 5 เหรียญทองแดง ทั้งหมดจึงได้มา 4,950 เหรียญทองแดง ต่อมาเป็นไก่ทอดทั้งหมด 30 กิโลกรัม แบ่งออกเป็น น่องสะโพก 40 ชิ้น น้ำหนักรวมราวๆ 10 กิโลกรัม ขายออกไปทั้งหมด 35 ชิ้น ตีเป็นเงิน 1,575 เหรียญทองแดง ต่อมาเป็นน่องไก่ติดปีกที่มีราวๆ 60 ชิ้น ประมาน 10 กิโลกรัมเช่นกัน ขายได้ทั้งหมด 1,200 เหรียญทองแดง จากนั้นก็น่องไก่เล็กอีก 10 กิโลกรัม มีทั้งหมด 125 ชิ้น ตีเป็นเงิน 1,250 เหรียญทองแดง จากนั้นก็ข้าวเหนียว 10 กิโลกรัม เมื่อนึ่งออกมาแล้วได้ราวๆ 17 กิโลกรัม มันถูกขายออกไปเฉลี่ยที่ราคากิโลกรัมละ 50 เหรียญทองแดง รวมเป็นเงิน 850 เหรียญทองแดง และอย่างสุดท้ายที่หลงเฟยคาดไม่ถึง ก็คือน้ำจิ้มที่ขายออกไปมากถึง 30 ถุงเล็กบ้านเรา เขาขายถุงละ 5 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 150 เหรียญทองแดง สรุปรายได้จากการขายวันนี้ คือ 4,950+1,575+1,200+1,250+850+150 รวมเป็นเงิน 9,775 เหรียญทองแดง หรือราวๆ 97 เหรียญเงิน กับอีก 75 เหรียญทองแดง หลงเฟยมานั่งนึกเปรียบเทียบราคากับต้นทุนดูดีๆ ถ้าเปรียบเหรียญทองแดงเหมือนกับเงิน 1 บาท เขาชื้อหมูปิ้งมาจำนวน 2,650 บาท ขายได้ 4,950 บาท เท่ากับเขาได้กำไรเท่ากับ 2,300 บาท‘นี่แค่ค่าหมูปิ้งนะ’ เขาคิดในใจ แล้วไหนจะไก่ 30 กิโลกรัม ราคาที่ชื้อมา 1,700 บาท ได้มาทั้ง 1,300+1,400+1,125-500 (น้ำมัน1ถังแต่ยังเหลือกับส่วนผสมครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่ชื้อมา) เท่ากับกำไร 1,625 บาท ต่อมาก็เป็นน้ำจิ้มที่มันต้องเสียค่าส่วนผสมอยู่แล้วประมาน 300 บาท แต่มันกลับได้คืนมาถึง 150 บาท และข้าวเหนียวดิบ 10 กิโลกรัมที่ชื้อมา 350 บาท และถูกขายออกไปได้ 850 บาท ซึ่งหมายความว่าได้กำไรมาถึง 500 บาท สรุปแล้ววันนี้หลงเฟยขายอาหารได้กำไร 2,300+1,625-150+500 หรือเท่ากับ 4,275 บาท หักค่าถ่านที่ใช้อีก 250 บาท 1 กระสอบ รายได้จริงๆ อยู่ที่ 4,025 บาท กับการค้าขายเพียง 2 ชั่วโมงมันถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว แต่ปัญหาต่อจากนี้อยู่ตรงที่ว่า เขาไม่มั่นเลยว่าเหรียญพวกนี้จะสามารถเปลี่ยนเป็นเงินบาทในโลกของเขาได้หรือไม่ เพื่อความมั่นใจ เขาจึงตัดสินใจขอยืมมาจากลีมูนมา 3 เหรียญเงิน และนำเหรียญเงินทั้งหมด 100 เหรียญ ไปที่ร้านรับแลกเหรียญ เพื่อที่จะเปลี่ยนให้มันเป็น 1 เหรียญทอง ตามแผนที่การเขาได้คิดไว้ เมื่อจัดการเก็บกวาดทำความสะอาดทุกอย่างในเสร็จเรียบร้อย หลงเฟยก็เก็บของ แล้วไปฝึกฝนร่างกายที่ค่ายทหารต่อจนจบวัน และเพราะวันนี้เขาได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง มากว่าทุกวันที่ผ่านมา เมื่อกลับมาถึงกระท่อมหลังน้อยของเขา หลงเฟยก็หลับด้วยความเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก จนถึงเวลาที่อีกห้านาทีจะตีสี่ เสียงของรีเอลก็ดังขึ้น ปลุกให้หลงเฟยกลับไปยังโลกเดิม“สวัสดีค่ะคุณหลงเฟย เพียงเวลาไม่นานก็เก็บเงินได้ 1 เหรียญทองแล้ว เก่งจริงๆ เลยนะคะ”“ครับ พอดีจะเอาไปแลกที่โลกน่ะครับ จะเอาไปชื้อวัตถุดิบมาขายต่อ” หลงเฟยตอบ ในตอนแรกหลงเฟยสงสัยอยู่เล็กน้อยว่ารีเอลรู้ได้อย่างไรว่าเขามีเงินอยู่เท่าไหร่ แต่คิดไปคิดมาก็พบว่าไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ เขาจึงไม่ได้คิดเรื่องนี้อีก “ทางเรามีระบบในการแลกเปลี่ยนเหรียญให้ด้วยนะคะ ไม่ทราบว่าคุณหลงเฟยสนใจรับฟังไหมคะ” รีเอลยิ้มรับเมื่อได้ฟังคำตอบของหลงเฟย ก่อนจะเสนอสิ่งที่ระบบทำได้ให้หลงเฟยรู้เพิ่ม หลงเฟยเมื่อได้ยินก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันมีระบบแลกเปลี่ยนแบบนี้ให้ด้วย ในตอนแรกเขาคิดจนหัวแทบจะแตก ว่าจะแปลงเงินในโลกนี้ไปใช้ที่โลกของเขาได้อย่างไร จึงขอยืมเงินจากรีมูน เพื่อให้สามารถแปลงเป็นเหรียญทองได้ก่อน และตั้งใจจะนำเหรียญทองที่ได้ไปขายต่อในโลกของเขา